อะไรทำให้สัตว์บางชนิดมีสองหัว - National Geographic Thailand

อะไรทำให้สัตว์บางชนิดมีสองหัว

อะไรทำให้สัตว์บางชนิดมีสองหัว

Bicephaly คือสภาพผิดปกติของสัตว์เมื่อพวกมันเกิดมามีสองหัว แม้ว่าสาเหตุที่แน่ชัดของการเกิดความผิดปกตินี้จะยังไม่ชัดเจน แต่เชื่อกันว่าน่าจะเกิดจากการพัฒนาในระยะตัวอ่อนที่ไม่สมบูรณ์ส่งผลให้เกิดภาวะสองหัวขึ้น ซึ่งมักพบในสัตว์เลื้อยคลานจำพวก เต่าหรืองู

มองไปที่สัตว์สองหัวเหล่านี้ ส่วนใหญ่แล้วพวกมันจะตายตั้งแต่ยังเป็นลูกสัตว์ ด้วยหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็น การกัดกันเองหรือกินอาหารมากเกินไป  อย่าลืมว่าแม้พวกมันจะมีสองหัวแต่อวัยวะอื่นๆ ภายในนั้นมีเพียงแค่อย่างละหนึ่ง และพวกมันแชร์อวัยวะร่วมกัน ดูเหมือนว่าสำนวนสองหัวดีกว่าหัวเดียวนั้นจะใช้ไม่ได้จริงในโลกของสรรพสัตว์….

 

อ่านเพิ่มเติม

อะจึ๋ย! เต่าสองหัว มันจะรอดไหมนี่?

เรื่องแนะนำ

มีสัตว์หลายชนิดที่แกล้งตาย และไม่ใช่เพียงเพื่อหลีกเลี่ยงผู้ล่า

งู สัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง นก และสัตว์ต่างๆ วิวัฒน์ พฤติกรรมแกล้งตาย ขึ้นมาด้วยหลากหลายเหตุผล ในบรรดาวิธีการที่สัตว์ต่างๆ วิวัฒนาการเพื่อหลีกหนีผู้ล่า พฤติกรรมแกล้งตาย อาจเป็นหนึ่งวิธีที่สร้างสรรค์มากที่สุด และเสี่ยงอันตรายมากที่สุดเช่นกัน ในวงการวิทยาศาสตร์ คำว่า แธนาโทซิส (Thanatosis) หรือภาวะอัมพาตชั่วคราว หรือการแกล้งตาย สามารถพบได้ทั่วไปในอาณาจักรสัตว์ ตั้งแต่นกไปจนถึงสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม รวมถึงปลา นักแกล้งตายที่โด่งดังที่สุดอาจจะเป็นโอพอสซัมเวอร์จิเนียที่พบได้ในแถบอเมริกาเหนือ โดยมันจะเปิดปาก แลบลิ้นออกมา ขับถ่ายมูล และปล่อยของเหลวที่มีกลิ่นเน่าเสีย เพื่อโน้มน้าวผู้ล่าว่า ร่างกายของมันเน่าเสียเกินกว่าที่จะกินได้แล้ว หนูตะเภาและกระต่ายหลายสายพันธุ์มีพฤติกรรมแกล้งตาย เช่นเดียวกับงูหลากหลายชนิด เช่น งูเท็กซัสสีคราม กลุ่มสัตว์ปีกที่เป็นนักต้มตุ๋นประกอบด้วย นกกระทาญี่ปุ่น ไก่บ้าน และเป็ดป่า ฉลามบางชนิดถึงขั้นแกล้งหงายท้อง โดยมันจะงอหลังของมัน และคงสภาพนั้นไว้ชั่วขณะหนึ่ง ฉลามมะนาว (Lemon shark) จะแสดงการว่ายน้ำอย่างติดขัด หายใจลำบาก และแสดงการสั่นกลัวในบางเวลา สัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังหลากหลายสายพันธุ์มีพฤติกรรมอาการอัมพาตชั่วคราว ทำให้พฤติกรรมดังกล่าวเป็นเรื่องทั่วไปสำหรับพวกมัน หรืออย่างน้อยทำให้พวกมันเป็นสายพันธุ์ที่ถูกศึกษามากที่สุด ยกตัวอย่างเช่น เมื่อเจอนักล่า ตั๊กแตนแคระญี่ปุ่นจะแกล้งตายด้วยการเหยียดขาออกไปในหลายๆ ทิศทาง จึงแทบจะเป็นไปไม่ได้ที่พวกกบจะกลืนพวกมันได้ โดยทั่วไป นักวิทยาศาสตร์ไม่เข้าใจแน่ชัดถึงพฤติกรรมที่น่าสนใจเหล่านี้ […]

หากเจ้าของมี ความวิตกกังวล จะทำให้สุนัขกังวลด้วยหรือไม่?

การวิจัยชิ้นใหม่พบว่าสัตว์เลี้ยงและเจ้าของจะแบ่งปันลักษณะบุคลิกภาพซึ่งกันและกัน เรามักจะรู้สึกขบขันเมื่อเห็นสุนัขและเจ้าของที่มีบุคลิกคล้ายกัน ทั้งคู่มีขาเรียวยาวดูเก้งก้างหรือเส้นผมอันแสนจะยุ่งเหยิง การศึกษาเมื่อเร็วๆ นี้ พบว่าสุนัขจะมีลักษณะที่คล้ายกับเจ้าของ ส่งผลให้บุคลิกของทั้งเจ้าของและสุนัขมีแนวโน้มไปในทางเดียวกัน วิลเลี่ยม เจ. โชปิก นักจิตวิทยาสังคมที่ มหาวิทยาลัยมิชิแกนสเตต และหัวหน้านักวิจัยที่เขียนรายงานการศึกษาเรื่อง ความสัมพันธ์ของมนุษย์เปลี่ยนแปลงอย่างไรเมื่อเวลาผ่านไป ด้วยความผูกพันของผู้คนที่อยู่ร่วมกับสุนัข พวกเขาเริ่มศึกษาเพื่อตรวจสอบความสัมพันธ์และการเปลี่ยนแปลงภายในของสัตว์เลี้ยงและเจ้าของ การศึกษาของเขาได้ทำการเก็บข้อมูลโดยให้เจ้าของสุนัข 1,681 คน ประเมินบุคลิกภาพของตัวเองและสุนัขของพวกเขาจากแบบสอบถาม พบว่าเจ้าของและสุนัขมีการแบ่งปันลักษณะบุคลิกภาพซึ่งกันและกัน คนที่เห็นด้วยส่วนมากมีจำนวนเป็นสองเท่า ซึ่งมากกว่าจำนวนคนที่ไม่เห็นด้วย โดยคนที่มีความคิดเห็นดังกล่าว มักมีสุนัขที่มีความกระตือรือร้น ตื่นตัวสูง และแสดงพฤติกรรมก้าวร้าวน้อย การศึกษายังพบอีกว่าเจ้าของที่มีความเอาใจใส่ต่อสุนัขของตน สุนัขจะให้การตอบสนองต่อการฝึกอบรมมากกว่า ส่วนเจ้าของที่มักใช้แต่อารมณ์จะทำให้สุนัขของพวกเขารู้สึกหวาดกลัวมากกว่า ในทางตรงกันข้าม “ถ้าบุคคลนั้นมีความรู้สึกผ่อนคลายสุนัขของพวกเขาจะรู้สึกผ่อนคลายเช่นกัน” โชปิก กล่าว โชปิก ชี้ให้เห็นความท้าทายที่ชัดเจนในการศึกษาครั้งนี้ คุณสามารถถามคำถามเกี่ยวกับตัวเองได้ แต่ถามสุนัขไม่ได้ สุนัขกับมนุษย์เป็นเหมือนความผูกพันทางอารมณ์ ในอีกแง่มุมหนึ่งสัตว์เลี้ยงก็คือภาพสะท้อนของตัวเจ้าของเอง การศึกษาที่คล้ายกันพบว่าคนรู้จัก (คนแปลกหน้า เพื่อน หรือคนรับจ้างพาสุนัขเดินเล่น) มีแนวโน้มที่จะให้คะแนนบุคลิกภาพของสุนัขว่ามีความคล้ายคลึงกับเจ้าของ เหตุใดจึงมีความคล้ายคลึงเหล่านี้อยู่? การศึกษาไม่ได้ระบุสาเหตุที่แน่ชัด แต่โชปิก มีสมมติฐานว่า “ส่วนหนึ่งคือการเลือกสุนัขของเจ้าของ โดยปกติแล้วเจ้าของมักมีแนวโน้มเลือกสัตว์เลี้ยงที่มีลักษณะพฤติกรรมคล้ายคลึงกับตัวเอง” เขากล่าว โชปิก กล่าวว่าเมื่อรับเลี้ยงสุนัขผู้คนมักจะมองหาสุนัขนิสัยร่าเริง “คุณต้องการสุนัขที่มีนิสัยชอบแสดงออก […]

แมวติดเชื้อโควิด-19 ได้ แต่นายทาสทั้งหลายไม่ต้องกังวล

การศึกษาเมื่อเร็วๆ นี้ พบว่า แมวติดเชื้อโควิด-19 ได้ แต่ทีมนักวิทยาศาสตร์ยังไม่มีข้อมูลที่แน่ชัดว่าสัตว์ตระกูลแมวสามารถแพร่เชื้อไวรัสสู่มนุษย์ได้หรือไม่ จากงานวิจัยเมื่อเร็วๆ นี้ แมวติดเชื้อโควิด-19 ได้ ซึ่งเกิดจากเชื้อโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่ที่กำลังระบาดในขณะนี้ และยังแพร่เชื้อไปยังแมวตัวอื่นได้อีกด้วย แต่การศึกษาในสุนัขพบว่า ความไวต่อการติดเชื้อไวรัสชนิดนี้ไม่สูงเท่าแมว ซึ่งอ้างอิงการศึกษาของนักวิจัยในประเทศจีน จากสถาบันวิจัยสัตวแพทย์ฮาร์บิน นอกจากนี้ยังพบว่า ในสัตว์เลี้ยงชนิดอื่น เช่น ไก่ สุกร และเป็ด ก็มีอัตราการติดเชื้อที่ต่ำเช่นกัน ทีมนักวิทยาศาสตร์กล่าว่า การค้นพบครั้งนี้มีความน่าสนใจ แต่บรรดาเจ้าของแมวไม่ต้องตื่นตระหนก เนื่องจากการทดลองนี้เป็นเพียงวิธีการที่ใช้ในห้องปฏิบัติการและกลุ่มตัวอย่างที่นำมาทดลองมีจำนวนน้อยมาก ซึ่งแตกต่างจากสภาพแวดล้อมภายนอกที่แมวอาศัยอยู่กับมนุษย์จริงๆ จึงยังไม่สามารถนำไปเปรียบเทียบกันได้ นักไวรัสวิทยา ลินดา ซาอิฟ จากมหาวิทยาลัยโอไฮโอสเตต ในโคลัมบัส กล่าวและเสริมว่า ยังไม่มีหลักฐานโดยตรงที่บ่งชี้ว่า สารคัดหลั่งจากแมวที่มีเชื้อโคโรนาไวรัสจะแพร่สู่มนุษย์ได้ ความสามารถในการป้องกันโรคของสัตว์เลี้ยง ด้วยสถานการณ์โคโรนาไวรัสที่แพร่ระบาดอย่างรวดเร็วไปทั่วโลก บางคนอาจเกิดความกังวลเกี่ยวกับการแพร่ระบาดจากสัตว์เลี้ยงข้ามมาสู่มนุษย์ ก่อนหน้านี้มีรายงานว่า สัตว์เลี้ยงบางชนิดติดเชื้อไวรัส เช่นกรณีแมวบ้านในประเทศเบลเยียม และสุนัขสองตัวในฮ่องกง “แมวและสุนัขต่างมีปฏิสัมพันธ์ใกล้ชิดกับมนุษย์ ดังนั้นเราจึงต้องเข้าใจเรื่องความไวต่อการติดเชื้อ SARS-CoV-2 เพื่อป้องกันโรคโควิด-19” ข้อความจากงานวิจัยล่าสุดที่เผยแพร่บนเว็บไซต์ bioRxiv เมื่อวันที่ 31 มีนาคม ที่่ผ่านมา ทีมนักวิจัยที่นำโดย Bu […]

สงครามระหว่างตุ๊กแกและงูที่หักมุมในตอนจบ

โดย ซาร่าห์ กิบเบ็นส์ ในขณะที่สวัส นุ่มเพชร ชายวัย 31 ปี กำลังเดินเล่นอยู่ในป่าหลังโรงงานที่เขาทำงานอยู่ ในประเทศไทย เขาสังเกตเห็นตุ๊กแก 2 ตัวกำลังข่มขู่งูตัวหนึ่งที่กำลังเลื้อยอยู่บนต้นไม้ สวัสตัดสินใจยกโทรศัพท์มือภือขึ้นมาถ่ายพฤติกรรมของสัตว์ทั้ง 3 ตัวไว้ มองไปที่งูลำตัวโป่งพอง เขาสังเกตเห็นรูปร่างของตุ๊กแกตัวหนึ่งอยู่ภายในนั้น สวัสอธิบายเหตุการณ์ในวันนั้นว่า ตัวเขาและเพื่อนหยุดดูว่าจะเกิดอะไรขึ้น ตุ๊กแกเริ่มเข้าใกล้งูมากขึ้นเรื่อยๆ ตัวหนึ่งเกาะอยู่บนกิ่งไม้กิ่งเดียวกันกับงู ในขณะที่อีกตัวไต่ลงมาจากเสาคอนกรีตด้านข้าง ทันใดนั้นตุ๊กแกตัวหนึ่งก็งับเข้าที่หัวงู เจ้างูพยายามดิ้นออกจนหลุด สวัสที่ยืนดูอยู่ช่วยตุ๊กแกด้วยการเอากิ่งไม้เขี่ยไปที่ตัวงู ทันใดนั้นงูก็คายตุ๊กแกตัวสีแดงออกมา แล้วรีบเลื้อยหนีไปอย่างรวดเร็ว ไม่นานตุ๊กแกที่ถูกคายก็ได้สติ และเดินหนีไปท่ามกลางความอึ้งของสวัสและเพื่อนๆ ที่ยืนดูอยู่ แม็กซ์ นิกเกอร์สัน ภัณฑารักษ์จากพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติในฟลอริดา ระบุว่าตัวเขาไม่ได้รู้สึกประหลาดใจที่งูตัวนี้ยอมแพ้ต่ออาหารมื้อใหญ่ของมันอย่างรวดเร็ว “เมื่อพวกมันกลืนอาหารที่มีขนาดใหญ่เข้าไป จะทำให้เคลื่อนไหวได้ช้าลง” เขาอธิบาย และแม้ว่างูจะมีฟันไว้สำหรับงับเหยื่อก็ตาม แต่มันไม่ได้ใช้ฟันในการบดเคี้ยว งูมักจะกลืนเหยื่อลงท้องเข้าไปทั้งตัว และใช้เวลานานกว่าจะสามารถย่อยอาหารที่กินเข้าไปได้จนหมด งูกลืนเหยื่อที่ใหญ่กว่าตุ๊กแกหลายเท่าตัว ในอินเดีย งูหลามตัวหนึ่งถูกถ่ายวิดีโอเอาไว้หลังมันกลืนแอนทิโลปตัวโตเต็มวัยเข้าไปหรือที่รัฐเท็กซัสเอง งูดำตัวหนึ่งก็กลืนงูอีกตัวที่มีขนาดใหญ่กว่าเช่นกัน นิกเกอร์สันกล่าวว่า พฤติกรรมก้าวร้าวที่ตุ๊กแกแสดงออกมา น่าจะเกิดขึ้นจากการที่งูเข้าไปรุกล้ำพื้นที่ของมัน มากกว่าที่จะต้องการช่วยพี่น้องตัวใดตัวหนึ่งที่ถูกงูกลืนเข้าไป และจากในวิดีโอตุ๊กแกทั้งสองน่าจะเป็นตัวผู้ นั่นหมายความว่าพวกมันพร้อมที่จะต่อสู้กับใครก็ตามที่รุกรานเข้ามาในเขตแดนของมัน และเมื่อถามว่าทำไมตุ๊กแกที่ถูกคายออกมาจึงกลายเป็นสีแดง? นิกเกอร์สันอธิบายว่า ตุ๊กแกตัวดังกล่าวน่าจะยังโตไม่เต็มที่มากกว่า […]