ฟอสซิล ฟันเมกาโลดอนถูกขโมย - National Geographic Thailand

ฟอสซิลฟันเมกาโลดอนถูกขโมย

ฟอสซิล ฟันเมกาโลดอนถูกขโมย

ฟอสซิลฟันซี่หนึ่งที่มีอายุมากกว่า 2 ล้านปี ถูกขโมยไปจากอุทยานแห่งชาติในออสเตรเลีย เหลือทิ้งไว้แต่ความมึนงงให้แก่บรรดาเจ้าหน้าที่

เจ้าของฟันซี่นี้คือ “เมกาโลดอน” (Megalodon) ฉลามโบราณที่เคยมีชีวิตอยู่บนโลกเมื่อราว 23 – 2.6 ล้านปีก่อน โดยฟอสซิลฟันของมันเป็นหนึ่งในตัวอย่างสองชิ้นที่พำนักอย่างสงบอยู่ในอุทยาน Cape Range บริเวณอ่าว Ningaloo ในรัฐเวสเทิร์นออสเตรเลีย ซึ่งสถานที่ดังกล่าวได้รับการประกาศให้เป็นมรดกโลกจากองค์กรยูเนสโก

น่าเศร้าที่เจ้าหน้าที่อุทยานเพิ่งจะคิดวิธีการเก็บรักษาฟอสซิลดึกดำบรรพ์นี้ออกก็ตอนที่มันถูกขโมยไปแล้ว ไอเดียของเขาคือการนำฟอสซิลฟันบรรจุลงไปในตู้กระจกโชว์ที่สามารถกันกระสุนได้ “ที่แย่ก็คือ ฟันซี่ที่หายไปเป็นตัวอย่างชิ้นที่ดีที่สุด” Arvid Hogstrom เจ้าหน้าที่โฆษกรายงานกับสำนักข่าวบีบีซี “ปกติแล้วเจ้าหน้าที่ของเราเก็บซ่อนฟอสซิลฟันอย่างดี ด้วยการเอาวัสดุตามธรรมชาติอำพราง เพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่มีใครสังเกตเห็น”

ซี่ฟันความยาวสี่นิ้วถูกเก็บซ่อนอยู่ในสถานที่ลับของอุทยาน และมีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่รู้ว่ามันอยู่ที่ไหน และเนื่องจากว่าสถานที่เก็บนั้นอยู่ห่างไกลจากจุดท่องเที่ยว ดังนั้นเจ้าหน้าที่อุทยานจึงไม่ได้เข้าไปตรวจสอบทุกวันว่าฟันของเมกาโลดอนยังอยู่หรือไม่ จนกระทั่งวันที่ 9 มีนาคม 2018 ที่พวกเขาพบว่าซี่ฟันหายไปอย่างปริศนา โดยเจ้าหน้าที่เชื่อว่าผู้ที่โจรกรรมฟอสซิลไปน่าจะใช้ค้อนกับสิ่วกระเทาะเอาซี่ฟันออกมาจากก้อนหินที่ฟอสซิลฝังอยู่

ด้าน Hongstrom กล่าวว่าราคาของฟันซี่นี้ไม่ได้สูงอะไรนัก อย่างไรก็ตามมันอาจเป็นของสะสมชิ้นโปรดของผู้ที่ชื่นชอบก็เป็นได้ ตัวเขาตั้งข้อสังเกตว่าใครบางคนที่รู้ที่ซ่อนของฟันคงไปบอกเล่าข้อมูลแก่คนผิดเข้า และเขาเชื่อว่างานนี้เป็นฝีมือของพวกนักสมัครเล่น รายงานจากสำนักข่าว AP “ใครบางคนคงอยากได้ฟอสซิลไปตั้งประดับไว้บนหิ้งที่บ้านครับ” เขากล่าว

ฟอสซิล
ฟอสซิลฟันของเมกาโลดอนอีกชิ้นหนึ่งยังคงอยู่ในอุทยาน Cape Range
ภาพถ่ายโดย Jason Edwards

 

ฝันร้ายของยุคก่อนประวัติศาสตร์

ย้อนกลับไปหลายล้านปีก่อน เมกาโลดอนแหวกว่ายอยู่ในมหาสมุทรอันอบอุ่น พวกมันมีหน้าตาแทบไม่ต่างจากฉลามขาว แต่มีขนาดตัวที่ใหญ่กว่ามาก เมื่อโตเต็มที่เมกาโลดอนจะมีความยาวถึง 50 ฟุต หรือเทียบเท่ากับขนาดของรถพ่วง 18 ล้อ น้ำหนักของพวกมันมากกว่า 20 ตัน หรือเทียบเท่ากับฮิปโปโปเตมัสครึ่งโหลได้

“ฉลามขาวในปัจจุบันนี่จะมีขนาดตัวเท่ากับอวัยวะสืบพันธุ์ของเมกาโลดอนตัวผู้แค่นั้นเอง” Peter Klimley ผู้เชี่ยวชาญด้านฉลาม จากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียดาวิส เคยกล่าวไว้กับเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก เมื่อปี 2008

ชื่อของมันมีความหมายว่า “ไอ้ฟันยักษ์” และคุณควรรู้ไว้เมกาโลดอนเป็นสัตว์ที่มีแรงกัดมากที่สุดเท่าที่มีการค้นพบมา แรงกัดของมันมากกว่าไดโนเสาร์ไทแรนโนซอรัส เร็กซ์หลายเท่า และรุนแรงพอที่จะพังรถยนต์ได้ทั้งคัน นักวิทยาศาสตร์เชื่อกันว่าในโลกดึกดำบรรพ์อาหารของเมกาโลดอนคือวาฬ ไม่ก็เหล่าบรรพบรุษของวาฬ

ส่วนใหญ่แล้วโครงกระดูกของเมกาโลดอนเป็นกระดูกอ่อน จึงทำให้ยากที่จะหลงเหลือในรูปของฟอสซิล ดังนั้นแล้วฟันของมันจึงเป็นเพียงสิ่งเดียวที่ยังคงหลงเหลืออยู่

เรื่อง Elaina Zachos

 

อ่านเพิ่มเติม

ค้นพบฟอสซิลเพนกวินที่มีขนาดเท่ากับมนุษย์

เรื่องแนะนำ

ฉลามไวเปอร์ผู้มาพร้อมกับขากรรไกรน่าสยอง

ฉลามไวเปอร์ ผู้มาพร้อมกับขากรรไกรน่าสยอง ฉลามไวเปอร์ ถูกพบเจอครั้งแรกเมื่อปี 1986 และล่าสุด 32 ปีต่อมา พวกมันถูกพบเจอเข้าอีกครั้งด้วยความบังเอิญ ฉลามไวเปอร์ หรือชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Trigonognathus kabeyai เป็นฉลามสายพันธุ์ขนาดเล็กที่อาศัยอยู่ในใต้ทะเลลึก ล่าสุดเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาเรือที่กำลังสำรวจทางทะเลโดยองค์กรท้องถิ่นในไต้หวันสามารถจับพวกมันได้ 5 ตัว ที่นอกชายฝั่ง นักวิจัยกล่าวว่า พวกเขาสามารถระบุฉลามสายพันธุ์นี้ได้จากลักษณะพิเศษอันเป็นเอกลักษณ์ของมัน ได้แก่ขนาดความยาว ขากรรไกรที่แคบ และฟันที่คมเหมือนเข็ม ข้อมูลที่มีเกี่ยวกับสัตว์สายพันธุ์นี้มีเพียงน้อยนิด ผลการศึกษาในปี 2003 จากการตรวจสอบตัวอย่างจำนวน 39 ชิ้นนักวิทยาศาสตร์พบว่า นอกเหนือจากฟันที่แหลมคมแล้ว พวกมันยังสามารถยื่นขากรรไกรออกไปได้ด้วย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการล่าเหยื่อมากขึ้น และจากการศึกษากระเพาะของพวกมัน พวกเขาพบว่ามันกลืนเหยื่อทั้งตัว บนร่างกายของแลามไวเปอร์ยังมีเซลล์ขนาดเล็กที่เรียกว่า photophores ที่ช่วยสะท้อนแสง เพื่อให้มันสามารถล่าเหยื่อหรือจับคู่ผสมพันธุ์ได้ ภายในความมืดของใต้ทะเลลึก และด้วยความที่มันอาศัยอยู่นระดับมากกว่าพันฟุต ซึ่งถือว่าลึกมาก จึงทำให้เรื่องราวและวิถีชีวิตของพวกมันยังคงเป็นปริศนา ทั้งนี้ถิ่นอาศัยของฉลามไวเปอร์นั้นพบได้ตั้งแต่ในทะเลญี่ปุ่นไปจนถึงไต้หวัน และในฮาวาย สำหรับฉลามไวเปอร์ที่ถูกพบเป็นครั้งแรกนั้นมีความยาวประมาณ 10 – 12 นิ้ว แต่เชื่อกันว่าเมื่อโตเต็มที่พวกมันน่าจะมีความยาวมากกว่า 18 นิ้ว สำหรับฉลามไวเปอร์ 5 ตัวที่ถูกจับขึ้นมาได้นั้น […]

พบซาลาแมนเดอร์สายพันธุ์ใหม่

พบ ซาลาแมนเดอร์ สายพันธุ์ใหม่ ซาลาแมนเดอร์ที่เห็นในคลิปนี้ เชื่อกันว่าน่าจะเป็นสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำที่มีขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยพบมา มันคือซาลาแมนเดอร์ยักษ์จีน ที่เมื่อโตเต็มที่จะมีความยาวมากถึง 6 ฟุต และหนักมากกว่า 65 กิโลกรัม ล่าสุดทีมวิจัยในจีนประกาศการค้นพบซาลาแมนเดอร์ยักษ์สายพันธุ์ใหม่ ไม่ใช่เพียงแค่สายพันธุ์เดียว แต่มากถึง 5 สายพันธุ์ และอาจมีแนวโน้มว่าจะเป็น 8 สายพันธุ์เสียด้วยซ้ำ อย่างไรก็ตามข่าวดีนี้มาพร้อมกับข่าวร้ายก็คือ สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำเหล่านี้กำลังเผชิญกับการคุกคามโดยมนุษย์ พวกมันถูกจับในฐานะอาหารชั้นเลิศ ซึ่งขายให้แก่บรรดาเศรษฐีผู้มีอันจะกิน นั่นทำให้นักวิจัยกังวลว่าบางสายพันธุ์ของซาลาแมนเดอร์ที่พวกเขาค้นพบใหม่นี้ พวกมันอาจสูญพันธุ์ไปแล้วก็เป็นได้ และตอนนี้ประเด็นสำคัญก็คือจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเผยแพร่ความรู้ให้แก่ประชาชน เพื่อให้พวกเขาทราบว่าซาลาแมนเดอร์เหล่านี้มีความสำคัญอย่างไร และทำไมเราจึงต้องอนุรักษ์พวกมัน   อ่านเพิ่มเติม ภาพถ่ายอันน่าทึ่ง! เมื่องูพยายามหนีออกจากปากกบ

ไดโนเสาร์สายพันธุ์ใหม่ เป็นสัตว์ขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่มีมาบนโลก

ไดโนเสาร์สายพันธุ์ใหม่ เป็นสัตว์ขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่มีมาบนโลก ชื่อของซอโรพอดสายพันธุ์ใหม่ที่เพิ่งถูกค้นพบ ไม่เพียงแต่เป็นไดโนเสาร์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดเท่านั้น แต่มันยังเป็นสัตว์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมาบนโลกอีกด้วย ข้อสรุปทางวิทยาศาสตร์ที่มีต่อขนาดอันใหญ่โตมโหฬารของเจ้าสิ่งมีชีวิตชนิดนี้ ผู้เคยย่ำเท้าไปบนผืนแผ่นดินของอาร์เจนตินาในปัจจุบัน ในยุคครีเตเชียส ไดโนเสาร์ตัวนี้มีนามว่า Patagotitan Mayorum เป็นไดโนเสาร์กืนพืชพันธุ์คอยาวที่มีชีวิตอยู่เมื่อ 102 ล้านปีก่อน ขนาดของมันยาวถึง 120 ฟุต และมีน้ำหนักมากถึง 69 ตัน หรือเทียบเท่ากับน้ำหนักของช้างแอฟริกันจำนวน 12 เชือกรวมกัน ด้วยคุณสมบัติดังกล่าว ส่งผลให้มันเป็นไดโนเสาร์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดบนโลกเท่าที่เคยมีมา ใหญ่กว่า Dreadnoughtus ที่ถูกค้นพบก่อนหน้านี้ เมื่อโฮเซ ลูอิส และ ดีเอโก โป นักบรรพชีวินวิทยา จากพิพิธภัณฑ์ Egidio Feruglio Paleontology ค้นพบบางส่วนของฟอสซิลมันเข้า ในฟาร์มแห่งหนึ่งที่ตั้งอยู่ในภูมิภาคพาทาโกเนีย ทางตอนใต้ของอาร์เจนตินา พวกเขารู้ได้ทันทีว่าเจ้าตัวนี้ต้องมีขนาดใหญ่เอามากๆ ทีมนักสำรวจใช้เวลามากกว่า 1 ปี ในการขุดเอาฟอสซิลออกมาอย่างระมัดระวัง เคนเนท ลาโควารา นักบรรพชีวินวิทยาจากมหาวิทยาลัยโรวัน และเป็นผู้ค้นพบ Dreadnoughtus ถึงกับเห็นใจทีมงานเมื่อนึกถึงสิ่งที่พวกเขาต้องทำ “นึกถึงหยาดเหงื่อ แรงงานของพวกเขาสิที่ต้องสูญเสียไปกับการขุดเอากระดูกออกมาจากพื้นดิน ขนย้ายอย่างระมัดระวังที่สุดไปยังพิพิธภัณฑ์” […]