แรดขาวเหนือ ตัวผู้ตัวสุดท้ายตายแล้ว หรือนี่คือจุดจบ? - National Geographic

แรดขาวเหนือตัวผู้ตัวสุดท้ายตายแล้ว หรือนี่คือจุดจบ?

แรดขาวเหนือ ตัวผู้ตัวสุดท้ายตายแล้ว หรือนี่คือจุดจบ?

นักอนุรักษ์พากันเศร้าโศกเสียใจต่อการจากไปของแรดขาวเหนือตัวผู้ตัวสุดท้ายในโลก เมื่อคืนวันจันทร์ที่ 19 มีนาคม  2018 ตามเวลาท้องถิ่นในเคนยา

แรดตัวดังกล่าวมีชื่อว่า “ซูดาน” มันมีอายุ 45 ปี และใช้ช่วงเวลาสุดท้ายของชีวิตอยู่ภายใต้การคุ้มครองอย่างแน่นหนาจากเจ้าหน้าที่ติดอาวุธ ภายในศูนย์อนุรักษ์โอล เพเยตา ประเทศเคนยา ย้อนกลับไปเมื่อช่วงต้นเดือน ซูดานทุกข์ทรมานอย่างหนักจากอาการติดเชื้อที่ขาหลังด้านขวา ด้วยความที่มันอายุมากแล้วและมีสุขภาพที่ย่ำแย่ เมื่ออาการติดเชื้อลุกลามเลวร้ายขึ้น ในที่สุดเจ้าหน้าที่ศูนย์จึงตัดสินใจการุณยฆาตเจ้าซูดานเสีย ส่งผลให้ปัจจุบันมีแรดขาวเหนือเหลืออยู่เพียงแค่สองตัวภายในศูนย์โอล เพเยตา มันทั้งคู่เป็นตัวเมีย และเป็นแรดขาวเหนือสองตัวสุดท้ายที่เหลืออยู่บนโลกใบนี้

(การศึกษาใหม่พบว่า นกโดโดจากมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ดแท้จริงแล้วถูกฆาตกรรม)

 

หมดสิ้นความหวัง?

ความตายของซูดานคือการสูญเสียครั้งใหญ่ของสายพันธุ์นี้ แต่ที่ผ่านมานักอนุรักษ์พยายามอย่างหนักเพื่อช่วยให้ซูดานผลิตทายาท ก่อนหน้านี้เคยมีแคมเปญสร้างความตระหนักถึงสถานะของซูดานในฐานะ “ตัวสุดท้ายบนโลก” ด้วยการใช้แอพพลิเคชั่นหาคู่ที่ชื่อว่าทินเดอร์ เพื่อระดมทุนช่วยเหลือแก่โครงการมาแล้ว

“ณ วันนี้ เราได้เป็นประจักษ์พยานสำคัญของการสูญสิ้นเผ่าพันธุ์ที่อยู่รอดมานานหลายล้านปี แต่ไม่อาจมีชีวิตรอดต่อไปได้ในยุคสมัยของเรา” Ami Vitale ช่างภาพจากเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิกเขียนถึงความตายของซูดานไว้ในอินสตาแกรม ในฐานะช่างภาพผู้ติดตามเรื่องราวของมันมานาน

Vitale เองอยู่กับซูดานด้วยในช่วงเวลาที่มันถูกย้ายมาจากสวนสัตว์ประเทศเช็กมายังศูนย์อนุรักษ์ในเคนยา เมื่อปี 2009 นักวิทยาศาสตร์คาดหวังว่าสภาพภูมิอากาศแบบทวีปแอฟริกาจะกระตุ้นให้แรดขาวเหนือสืบพันธุ์ได้มากขึ้น

ทั้งนี้ทางศูนย์ได้เก็บเซลล์สืบพันธุ์ของซูดานเอาไว้ ด้วยความหวังว่าจะสามารถใช้ผสมเทียมกับแรดขาวเหนือตัวเมียอีกสองตัวที่เหลือในอนาคต เนื่องจากว่าพวกมันทั้งหมดอยู่ในวัยที่เลยช่วงเวลาเจริญพันธุ์มาแล้ว ดังนั้นความหวังที่เหลือจึงถูกฝากไว้ที่เทคโนโลยีและกระบวนการภายในห้องปฏิบัติการ

แรดขาวเหนือ
เจ้าหน้าที่ติดอาวุธคุ้มครองความปลอดภัยของซูดานตลอดเวลา ไม่ว่ามันจะทำอะไรก็ตาม
ภาพถ่ายโดย Ami Vitale

 

เกิดเป็นแรดในแอฟริกา

ในปี 2014 มีประชากรแรดขาวเหนือเหลืออยู่ 7 ตัวบนโลก และทั้งหมดใช้ชีวิตอยู่ในสวนสัตว์ แต่ในฤดูร้อนปี 2015 จำนวนแรดขาวเหนือลดลงเหลือเพียง 4 ตัว และไม่กี่เดือนต่อมาก็เหลือเพียง 3 ตัวในที่สุด

นั่นทำให้แรดเหล่านี้ต้องมีเจ้าหน้าที่ติดอาวุธคอยคุ้มกันตลอด 24 ชั่วโมง เช่นเดียวกับช้างที่ถูกล่าเอางา ชะตากรรมของแรดในแอฟริกาเองก็ถูกล่าเพื่อเอานอและผิวหนังเช่นกัน แม้ว่าพวกมันจะมีสถานะคุ้มครองและอาศัยอยู่ในศูนย์อนุรักษ์ก็ตาม

“ความตายของซูดานคือตัวอย่างของการสูญเสียมรดกสำคัญที่แอฟริกามี เรามาถึงจุดนี้ได้อย่างไร? และเราจะอธิบายเรื่องนี้แก่คนแอฟริกาในรุ่นต่อๆ ไปว่าอย่างไร?” Kaddu Sebunya ประธานมูลนิธิสัตว์ป่าแอฟริกากล่าวระหว่างการแถลงข่าว

ในปี 2013 แรดดำตะวันตก แรดอีกสายพันธุ์หนึ่งถูกประกาศว่าสูญพันธุ์ ส่วนแรดดำตะวันออกมีประชากรหลงเหลืออยู่ราวหนึ่งพันตัว และมันจะเป็นแรดสายพันธุ์ต่อไปที่จะเผชิญกับความเสี่ยงที่จะสูญพันธุ์

ขณะนี้ทีมนักอนุรักษ์เองกำลังหาวิธีการปกป้องสายพันธุ์ญาติของแรดขาวเหนือ พวกมันคือแรดขาวใต้ที่ปัจจุบันมีประชากรราว 20,000 ตัว และคาดหวังว่าความตายของซูดานจะเป็นบทเรียนสำคัญที่ช่วยให้ทั่วโลกตระหนักถึงความสำคัญของการอนุรักษ์ ตลอดจนยุติกระบวนการลักลอบค้าสัตว์ป่า ซึ่งนอกเหนือจากแรดแล้วยังมีสัตว์ป่าอีกมากมายที่ต้องสังเวยชีวิตของพวกมันให้แก่วงจรนี้

เรื่อง ซาร่าห์ กิบเบ็นส์

 

อ่านเพิ่มเติม

ตัวนิ่ม สัตว์ที่โดนล่ามากที่สุดในโลก

เรื่องแนะนำ

สานภารกิจพิทักษ์กอริลลาสุดสายหมอก

ตามรอยภารกิจอนุรักษ์กอริลลาในเขตอุทยานแห่งชาติโวลเคโนส์ ของรวันดา และรำลึกถึง "ไดแอน ฟอสซีย์" หญิงชาวอเมริกันผู้พิทักษ์กอริลลา หากไม่มีเธอ รวันดาในวันนี้คงไม่เหลือกอริลลาแล้ว แม้แต่ตัวเดียว

นี่หนอนหรืองูกันเนี่ย?

นี่หนอนหรืองูกันเนี่ย? เห็นเพียงแวบแรกคุณอาจตกใจว่าปะทะกับงูเข้าให้แล้ว แต่ลองมองดูให้ดีๆ อีกที คุณจะเห็นว่าเจ้าสิ่งมีชีวิตตรงหน้านั้นเป็นแค่หนอน และคุณถูกหลอกเข้าเสียแล้ว เจ้าหนอนแก้ว หัวงู นี้เป็นหนอนสายพันธุ์หนึ่งของผีเสื้อกลางคืนที่มีทักษะการเอาตัวรอดอันน่าทึ่ง นั่นคือเมื่อพวกมันเผชิญกับผู้ล่าอย่างนก พวกมันจะชูตัวขึ้นแล้วพองหัวออก ลวดลายที่ปรากฏบนตัวประกอบอับท่าทางส่ายไปมาเลียนแบบงู จะทำให้นกที่หมายปองว่าจะกินพวกมันนั้นตกใจ เพราะคิดว่าเจอเข้ากับงูเข้าเสียแล้ว ทั้งนี้เมื่อพวกมันเติบโตขึ้นก็จะกลายเป็นดักแด้และผีเสื้อตามปกติ   อ่านเพิ่มเติม : แม่แมลงสาบตัดสินใจวางไข่ ก่อนถูกฝูงมดรุมกัดตาย, ทำไมราชินีมดและแมลงอื่นๆ จึงฝังศพพวกที่ตายแล้ว

บรรดาสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบกกำลังสูญเสียชีวิตครั้งใหญ่จากเชื้อก่อโรค

ภาพของกบมากมายที่ตายเนื่องจากเชื้อก่อโรคที่เป็นฟังไจ ไคทริด ชื่อว่า Batrachochytrium dendrobatidis (Bd) ภาพถ่ายโดย JOEL SARTORE, NAT GEO IMAGE COLLECTION ในขณะนี้มีการเปิดเผยว่า เชื้อก่อโรคในสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบกเป็นฟังไจกลุ่ม ไคทริด ทำให้สายพันธุ์ของกบและซาลาแมนเดอร์ลดลงไปอย่างน้อย 501 ชนิด เป็นเวลานับทศวรรษแล้วที่ “เพชฌฆาตเงียบ” ชนิดหนึ่งได้สังหารบรรดากบและซาลาแมนเดอร์รอบโลกด้วยวิธีการกินผิวหนังของพวกมันแบบเป็น ๆ ในขณะนี้ ทีมนักวิทยาศาสตร์ 41 คนจากทั่วโลก ประกาศว่าเพชฌฆาตนี้คือเชื้อก่อโรค (Pathogen) ซึ่งมนุษย์ได้ทำให้มันระบาดไปทั่วโลกโดยไม่ได้ตั้งใจนั้นได้ทำลายความหลากหลายทางชีวภาพของโลกมากกว่าโรคร้ายอื่น ๆ ที่โลกได้บันทึกเอาไว้ งานศึกษาครั้งใหม่ที่ตีพิมพ์ในวารสาร Science เมื่อเร็วๆ นี้ คือการสรุปจำนวนของเชื้อก่อโรค ซึ่งเป็นฟังไจในกลุ่ม ไคทริด (Chytrid) ที่ชื่อว่า Batrachochytrium dendrobatidis (Bd) และ Batrachochytrium salamandrivorans (Bsal) โดยฟังไจ ไคทริด เป็นเหตุให้สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำกว่า 501 ชนิด มีจำนวนที่ลดลง หรือ […]