ปลาถ้ำตาบอดอาจเป็นกุญแจใหม่ในการรักษาเบาหวาน - National Geographic Thailand

ปลาถ้ำตาบอดอาจเป็นกุญแจใหม่ในการรักษาเบาหวาน

ปลาถ้ำตาบอดอาจเป็นกุญแจใหม่ในการรักษาเบาหวาน

ในการเรียนรู้เพื่อหาวิธีรับมือกับโรคเบาหวาน โรคที่ส่งผลกระทบต่อผู้คนมากถึง 30 ล้านคนแค่ในสหรัฐอเมริกาเพียงประเทศเดียว บางทีปลาถ้ำตาบอดที่อาศัยอยู่ในประเทศเม็กซิโก อาจเป็นสิ่งมีชีวิตแรกที่ปรับตัวขึ้นเพื่อรับมือกับน้ำตาลโดยเฉพาะ

ขณะนี้บรรดานักวิจัยจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดกำลังศึกษาปลาที่มีไขมันน้อยเหล่านี้ เพื่อหาคำตอบว่าพวกมันรับมือกับภาวะน้ำตาลในเลือดสูงที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตของผู้คนจำนวนมากได้อย่างไร ซึ่งผลการวิจัยล่าสุดถูกเผยแพร่ลงในวารสาร Nature

“เราเองก็ไม่รู้แน่ชัดว่าการศึกษาปลาเหล่านี้จะช่วยผู้ป่วยเบาหวานได้จริงไหม แต่วิวัฒนาการคัดสรรยีนที่ปรับตัวได้มานานหลายล้านปี ซึ่งผมคิดว่ามันเป็นเครื่องมืออันชาญฉลาดที่เราน่าจะได้ประโยชน์อะไรบ้างจากการศึกษามัน” Nicolas Rohner หนึ่งในผู้ร่วมวิจัยกล่าวระหว่างงานแถลงข่าว ด้วยเครื่องมือวิเคราะห์การจัดลำดับยีนที่เรียกว่า CRISPR ทีมนักพันธุศาสตร์พบว่าปลาเหล่านีมีความต้านทานอินซูลินสูง หรือภาวะดื้อต่ออินซูลิน

อินซูลินคือฮอร์โมนชนิดหนึ่งที่เป็นกุญแจสำคัญในการเปลี่ยนน้ำตาลในเลือดให้กลายมาเป็นพลังงาน เปรียบดั่งรหัสผ่านพิเศษที่ช่วยพาน้ำตาลในเลือดเข้าสู่เซลล์ ในผู้ป่วยเบาหวานประเภทที่ 2 อินซูลินของผู้ป่วยจะทำงานไม่เป็นปกติหรือถูกผลิตออกมาไม่มากพอ ส่งผลให้เกิดภาวะน้ำตาลในเลือดสูง เช่นเดียวกันกับที่นักวิทยาศาสตร์พบว่าบรรดาปลาถ้ำตาบอดเองก็มีภาวะนี้เช่นกัน แต่พวกมันกลับไม่ได้รับผลกระทบทางสุขภาพมากนัก

ผลการศึกษาเบื้องต้นพบว่าปลาเหล่านี้มียีนที่กระตุ้นให้พวกมันรู้สึกหิวตลอดเวลา ในมนุษย์เป็นเรื่องอันตราย แต่สำหรับปลาเหล่านี้แล้วภาวะดังกล่าวช่วยให้ร่างกายเลือกเก็บไขมันในช่วงขาดแคลนอาหาร และส่งผลให้พวกมันมีชีวิตรอดได้ในถ้ำ ที่ซึ่งความอุดมสมบูรณ์ของสาหร่าย ซึ่งเป็นอาหารหลักของมันนั้นมีไม่แน่นอน

ทีมนักวิจัยยังเปรียบเทียบยีนของปลาถ้ำตาบอดกับปลาสายพันธุ์ใกล้เคียงที่อาศัยอยู่ในแม่น้ำและไม่มีความต้านทานอินซูลินเช่นปลาถ้ำ พวกเขาพบว่าทั้งสองสายพันธุ์มีอายุยืนยาวพอๆ กัน จากนั้นนักวิจัยได้ลองสร้างลูกผสมของทั้งสองสายพันธุ์ขึ้นมา ลูกผสมของพวกมันเป็นปลาอ้วนพีที่มีระดับน้ำตาลในเลือดสูง พวกมันถูกฉีดยีนกลายพันธุ์ที่มีความต้านทานต่ออินซูลินเข้าไปในร่างกาย จากนั้นนักวิทยาศาสตร์พบว่าปลาลูกผสมเหล่านี้อ้วนขึ้นไปอีก แต่พัฒนาความต้านทานอินซูลินขึ้นได้ในที่สุด

ในมนุษย์ เมื่อผู้ป่วยมีระดับน้ำตาลในเลือดสูงจะส่งผลกระทบต่อหลอดเลือด และความเสี่ยงในการเป็นโรคความดันและหัวใจตามมา “ปลาถ้ำเองก็มีน้ำตาลในเลือดสูง แต่พวกมันมีสุขภาพที่ดี มันทำได้อย่างไร?” Misty Riddle ผู้ร่วมการวิจัยตั้งคำถาม ซึ่งในการหาคำตอบและทำความเข้าใจเกี่ยวกับการจัดการกับร่างกายที่มีน้ำตาลในเลือดสูงของปลาถ้ำตาบอดเหล่านี้ นักวิทยาศาสตร์คาดหวังว่าจะสามารถพัฒนากลยุทธ์ในการจัดการกับโรคเบาหวานได้ในอนาคต แน่นอนว่าสงครามการต่อสู้กับน้ำตาลนี้ยังคงอีกยาวไกล

เรื่อง ซาร่าห์ กิบเบ็นส์

 

อ่านเพิ่มเติม

สุนัขอ้วนไปไหม ? บางทีคุณอาจไม่ทันคิด

เรื่องแนะนำ

ภาพถ่ายทางอากาศเผยให้เห็นแดนอัศจรรย์ทางธรรมชาติของอาร์กติก

เรื่อง ซาราห์ พอลเจอร์ ภาพถ่าย โฟลรียอง เลอดู ภูมิภาคอาร์กติกที่มีความเป็นธรรมชาติและสวยงาม จับใจช่างภาพ โฟลรียอง เลอดู ตั้งแต่เขาอายุสิบขวบ “ขนาดของภูมิทัศน์และชนิดพันธุ์อันเหลือเชื่อซึ่งอาศัยอยู่ที่นั่นดึงดูดผมมายังอาร์กติก ผมรู้สึกประทับใจอย่างลึกซึ้งตอนที่ออกเดินทางครั้งแรกไปยังภูมิภาคเหนือเส้นอาร์กติกเซอร์เคิล และความรู้สึกนั้นรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่องเมื่อผมสำรวจไปไกลขึ้นครับ” เลอดูบอก ทุกวันนี้ เลอดูเดินทางผ่านไอซ์แลนด์ กรีนแลนด์ แคนาดา และไกลออกไป เขาให้ความสนใจกับการถ่ายภาพฟุตเทจของภูมิทัศน์และสัตว์ป่า ขณะทำงานเป็นช่างภาพข่าวในกองทัพเรือของฝรั่งเศส เลอดูฝึกฝนทักษะในโครงการถ่ายภาพส่วนตัวซึ่งเขาถ่ายภาพวัฒนธรรมอินูอิตของกรีนแลนด์และความสัมพันธ์ของผู้คนเหล่านั้นกับผืนดิน เลอดูส่งภาพถ่ายหลายภาพเข้าร่วมในโครงการประกวด National Geographic Nature Photographer of the Year ประจำปี 2017 ในปี 2017 เลอดูออกเรือเพื่อตามหาหมีขั้วโลกใกล้กับเทรมเบลย์ซาวด์ของแคนาดา หลังจากค่ำคืนที่ไม่ประสบความสำเร็จ ในวันรุ่งขึ้นเลอดูและทีมของเขาพบกับชิ้นส่วนน้ำแข็งขนาดใหญ่ซึ่งทำให้มีความหวัง เพราะน้ำแข็งนั้นเหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับให้หมีขั้วโลกออกล่าเหยื่อ เมื่อเข้าไปใกล้บริเวณนั้น พวกเขาพบว่าพวกเขากำลังตามหาหมีขั้วโลกสี่ตัวที่กระโดดจากพืดน้ำแข็งแผ่นหนึ่งไปยังอีกแผ่นหนึ่งเพื่อมองหาแมวน้ำ เพื่อหามุมมองใหม่ๆของภาพ เลอดูจึงถ่ายภาพหมีท่องไปตามน้ำแข็งจากข้างบนโดยใช้โดรน เลอดูเข้าใกล้ถิ่นอาศัยทุกแห่งด้วยความระมัดระวัง เขาทำวิจัยเรื่องพฤติกรรมของสัตว์และใช้เวลาเรียนรู้เกี่ยวกับสัตว์ป่าก่อนที่จะออกภาคสนาม เขามุ่งถ่ายภาพเรื่องราวที่ใหญ่ขึ้นของภูมิภาคอาร์กติกและสรรพสัตว์ซึ่งอาศัยอยู่ที่นั่นแม้ว่าจะเป็นไปได้ยาก แล้วโครงการต่อไปของเขาคืออะไร เลอดูวางแผนจะทำโครงการถ่ายภาพอาร์กติกในระยะยาว โดยการถ่ายฟุตเทจทางอากาศในช่วงเวลาที่แตกต่างกันของปี ในขณะเดียวกัน เขากับเพื่อนร่วมงานจะนำเที่ยวอาร์กติกเพื่อช่วยให้ความรู้แก่ผู้มาเยือนและแบ่งปันความหลงใหลในการถ่ายภาพของเขา   อ่านเพิ่มเติม : มหัศจรรย์แห่งชีวิตใต้ทะเล, ชมสุดยอดภาพถ่ายสัตว์แห่งปีที่คุณต้องหันมาสนใจ

พิทักษ์อัญมณีใต้ท้องทะเล

ด้วยชายฝั่งที่ยาวกว่า 4,000 กิโลเมตร ชิลีจึงรุ่มรวยด้วยถิ่นอาศัยทางทะเล แต่ส่วนใหญ่มีการทำประมงมากเกินควร บรรดานักอนุรักษ์ ประชาคมประมงและภาครัฐจึงผสานพลังกันเพื่อปกป้องอัญมณีที่หลงเหลืออยู่

แม่เหล็กช่วยขับไล่ฉลาม

แม่เหล็กช่วยขับไล่ฉลาม ดูเหมือนว่าจากผลการทดลองใหม่ทางวิทยาศาสตร์ การใช้แม่เหล็กน่าจะเป็นวิธีการที่ดีที่สุดในการสร้างความมั่นใจว่าคุณจะไม่ถูกฉลามโจมตี ขณะออกไปหาปลากลางทะเล รายงานระบุว่าแม่เหล็กช่วยไม่ให้ฉลามและปลากระเบนว่ายเข้ามาติดยังกับดักปลาแบบเดิมๆ ปกติแล้วฉลามมีอวัยวะรับสัมผัสอยู่บริเวณส่วนหัว อวัยวะพิเศษนี้ช่วยให้มันสามารถตรวจจับกระแสไฟฟ้าที่เกิดขึ้นจากกล้ามเนื้อที่หดตัวของเหยื่อ ทว่าสนามแม่เหล็กที่ไม่ได้เกิดขึ้นตามธรรมชาติเหล่านี้ส่งผลให้พวกมันสับสน หลังการทดลองตลอด 8 เดือน ทีมวิจัยพบว่าแม่เหล็กช่วยให้ฉลามที่ว่ายเข้ามาติดยังกับดักปลาลดลงถึง 30% และคาดกันว่าด้วยอุปกรณ์เสริมเพียงราคาไม่กี่ดอลลาร์สหรัฐนี้จะช่วยชีวิตฉลามใกล้สูญพันธุ์อีกจำนวนมาก จากการถูกจับโดยไม่ตั้งใจโดยธุรกิจประมง   อ่านเพิ่มเติม ฉลามดุทะเลเดือด

ทำไมตั๊กแตนบางชนิดจึงมีรูปร่างคล้ายดอกไม้

ทำไมตั๊กแตนบางชนิดจึงมีรูปร่างคล้ายดอกไม้ ตั๊กแตนกล้วยไม้แห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้วิวัฒน์อย่างมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เมื่อดอกกล้วยไม้ไม่ใช่ดอกกล้วยไม้? ตั๊กแตนกล้วยไม้เพศเมียมีการกระจายพันธุ์ในแถบเอเชียตะวันออกเฉียง และมีรูปร่างคล้ายดอกไม้เพื่อล่าเหยื่อ ด้วยขาที่ดูคล้ายกลีบดอกไม้ บวกกับลำตัวสีขาวอมชมพู ทำให้ตั๊กแตนเพศเมียดูเหมือนจะเป็นเพศผู้ ในขณะที่เพศผู้มีลำตัวเล็กกว่าและมีสีเขียวอมน้ำตาล นักวิทยาศาสตร์รายงานว่า การวิวิฒนาการนี้นำไปสู่กลยุทธ์การล่าเหยื่อ ซึ่งอาหารชองตั๊กแตนกล้วยไม้เป็นพวกแมลงผสมเกสรทั้งหลาย ในขณะที่ตัวเมียพรางตัวเพื่อการล่าเหยื่อ แต่ผู้ผัวกลับพรางตัวเพื่อการหลบซ่อน (รู้หรือไม่ ยุงสามารถจดจำกลิ่นคุณได้ หากคุณเคยพยายามที่จะตบมัน) กำเนิดนักล่า จากหลักฐานทางวิวัฒนาการ นักวิทยาศาสตร์พบว่า บรรพบุรุษของตั๊กแตนกล้วยไม้เริ่มเรียนรู้จากการเกาะอยู่รอบๆ ดอกไม้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการล่าแมลงผสมเกสร ลักษณะทางสายพันธุ์ดังกล่าวจึงถ่ายทอดไปยังรุ่นลูกรุ่นหลาน และส่งผลให้ตั๊กแตนชนิดนี้แตกต่างจากสายพันธุ์อื่น เรื่อง Mary Bates   อ่านเพิ่มเติม ทำไมราชินีมดและแมลงอื่นๆ จึงฝังศพพวกที่ตายแล้ว

Follow Me

NATIONAL GEOGRAPHIC ASIA

Contact

เว็บไซต์ : ngthai.com

บริษัท อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน)

Tel : 02-422-9999 ต่อ 4244

© COPYRIGHT 2018 AMARIN PRINTING AND PUBLISHING PUBLIC COMPANY LIMITED.