คุณกลัวแมงมุมไหม? มาชม 10 ภาพของสัตว์มีพิษอันน่าอัศจรรย์นี้กัน - National Geographic Thailand

คุณกลัวแมงมุมไหม? มาชม 10 ภาพของสัตว์มีพิษอันน่าอัศจรรย์นี้กัน

คุณกลัวแมงมุมไหม? มาชม 10 ภาพของสัตว์มีพิษอันน่าอัศจรรย์นี้กัน

ใครหลายคนหวาดกลัวแมงมุมเป็นชีวิตจิตใจ เราเรียกความกลัวนี้ว่า arachnophobia นักวิทยาศาสตร์เชื่อกันว่าความกลัวแมงมุมเกิดขึ้นจากวิวัฒนาการของสัญชาตญาณในการเอาชีวิตรอด ย้อนกลับไปเมื่อหลายแสนปีก่อน บรรพบุรุษของเรามีชีวิตร่วมกับบรรดาสัตว์มีพิษเหล่านี้ เมื่อถูกแมงมุมกัดเข้าแม้จะไม่ถึงแก่ชีวิตก็ตาม แต่ก็อาจต้องล้มหมอนนอนเสื่อเป็นเวลาหลายวันถึงสัปดาห์

ดังนั้นแล้วความหวาดกลัวแมงมุมจึงเป็นพฤติกรรมที่เกิดขึ้นจากการเรียนรู้ ในเด็กๆ เองพวกเขาซึมซับความหวาดกลัวแมงมุมจากการถูกกัดหรือเห็นอากัปกริยาของญาติพี่น้องที่แสดงความกลัวหรือขยะแขยงเมื่อเห็นพวกมันเข้า

เคราะห์ดีที่ความหวาดกลัวแมงมุมสามารถรักษาได้ รายงานการศึกษาหนึ่งพบว่าหากให้เด็กสัมผัสแมงมุมตั้งแต่ยังเล็ก จะช่วยลดความหวาดกลัวที่มีต่อแมงมุมได้

ว่าแต่คุณผู้อ่านเองรู้สึกยังไงเมื่อชมภาพถ่ายชุดนี้?

เรื่อง Mark Strauss

แมงมุม
แมงมุม Antilles pinktoe (Avicularia versicolor) แมงมุมหลากสีสันชนิดนี้จะเปลี่ยนสีเมื่อเติบโตเข้าสู่ช่วงโตเต็มวัยจนผสมพันธุ์ได้ ร่างกายของแมงมุมจะเปลี่ยนจากสีฟ้าไปเป็นสีชมพูหรือแดง ส่วนหลังของมันจะกลายเป็นสีออกเขียว ภาพถ่ายนี้คือภาพของแมงมุม Antilles pinktoe ที่ยังเป็นวัยรุ่นอยู่ จากสวนสัตว์ Henry Doorly ในเมืองโอมาฮา ของรัฐเนบาสกา
ภาพถ่ายโดย Joel Sartore
แมงมุม
แมงมุม Huntsman (Holconia immanis) พวกมันมีลำตัวที่แบนซึ่งช่วยให้สามารถซ่อนตัวอยู่ใต้แผ่นไม้ได้ ภาพถ่ายจากสวนสัตว์ Taronga ในออสเตรเลีย
ภาพถ่ายโดย Joel Sartore
แมงมุม
แมงมุมแม่ม่ายดำ (Latrodectus mactans) จากสวนสัตว์ Audubon ในเมืองนิวออลีนส์ รัฐหลุยส์เซียนา ภายหลังการผสมพันธุ์ตัวเมียจะกินตัวผู้เข้าไป จึงเป็นที่มาของชื่อดังกล่าว และมีแต่แมงมุมตัวเมียเท่านั้นที่กัดมนุษย์
ภาพถ่ายโดย Joel Sartore
แมงมุม
รัฐเซาท์แคโรไลนาคือสถานที่เดียวที่จะพบเจอแมงมุมสุนัขป่าแคโรไลนา ( Carolina wolf) เจ้าตัวนี้ถูกถ่ายภาพจากสวนสัตว์ Fort Worth ในรัฐเท็กซัส
ภาพถ่ายโดย Joel Sartore
แมงมุม
แมงมุมทารันทูล่าเท้าชมพู หรือ pinktoe tarantula (Avicularia avicularia) จากสวนสัตว์ Fort Wort ในรัฐเท็กซัส เมื่อยังเด็กแมงมุมสายพันธุ์นี้จะมีร่างกายสีชมพู เท้าสีดำ แต่เมื่อโตเต็มที่สีของมันจะสลับกันร่างกายจะเป็นสีเข้ม ส่วนเท้าเป็นสีชมพูแทน
ภาพถ่ายโดย Joel Sartore
แมงมุม
เขี้ยวของแมงมุมสันโดษสีน้ำตาล หรือ brown recluse (Loxosceles reclusa) จากสวนสัตว์ Audubon ในนิวออลีนส์ หากถูกกัดเข้าพิษของมันจะทำงายเนื้อเยื่ออย่างช้าๆ
ภาพถ่ายโดย Joel Sartore
แมงมุม
อีกสายพันธุ์ของแมงมุม Harvestmen (genus Leiobunum) ที่ขึ้นชื่อเรื่องความยาวของขา แต่แม้จริงแล้วพวกมันไม่ใช่แมงมุม เป็นเพียงแค่อแรคนิคชนิดหนึ่งในไฟลัมอาร์โธรโปตา ไฟลัมเดียวกับแมงมุม
ภาพถ่ายโดย Joel Sartore
แมงมุม
ภาพถ่ายระยะใกล้ของแมงมุมหมาป่า (Hogna osceola) จากศูนย์วิจัยชีววิทยา พวกมันเป็นสัตว์นักล่าในเวลากลางคืน
ภาพถ่ายโดย Joel Sartore
แมงมุม
แมงมุม False black widow (Steatoda grossa) จากสวนสัตว์ Knoxville ในรัฐเทนเนสซี พวกมันมักถูกเข้าใจผิดบ่อยๆ ว่าเป็นแมงมุมแม่ม่ายดำ
ภาพถ่ายโดย Joel Sartore

 

อ่านเพิ่มเติม

ความกลัวงูและแมงมุมติดตัวเรามาตั้งแต่เกิดหรือไม่?

เรื่องแนะนำ

ทำไมคุณฝึกแมวแล้วไม่ได้ผล

พวกมันเป็นสัตว์ที่รักสันโดษ และทำตามความต้องการของตัวเอง แต่สัตว์ตระกูลแมวสามารถฝึกฝนบางพฤติกรรมได้ เพื่อเป็นประโยชน์แก่ทั้งตัวแมวเองและมนุษย์ทาสอย่างเรา

วิกฤตินกทะเล

เหล่าวิหคแห่งท้องทะเลกำลังประสบความสูญเสียอย่างใหญ่หลวงการจะปกป้องพวกมันต้องเริ่มจากการรู้จักนกทะเลเหล่านี้ให้มากขึ้น

กะท่างน้ำอุ้มผาง สัตว์สะเทินน้ำสะเทินบกชนิดใหม่ของโลก ถูกค้นพบที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง จ.ตาก

กะท่างน้ำอุ้มผาง (Tylototriton​ umphangensis)​ สัตว์สะเทินน้ำสะเทินบกชนิดใหม่ของโลก ถูกค้นพบที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง จ.ตาก นับเป็นกะท่างน้ำชนิดที่ 6 ของประเทศไทย กะท่างน้ำอุ้มผาง มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ คือ Tylototriton​ umphangensis ถูกตั้งชื่อเพื่อเป็นเกียรติแก่สถานที่ที่พบกะท่างน้ำชนิดนี้เป็นครั้งแรก ที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง จ.ตาก บนแนวเทือกเขาถนนธงชัยตอนล่างหรือเทือกดอยมอนกุจู (Dawna Range) นับว่าเป็นกะท่างน้ำชนิดใหม่ของโลกและเป็นชนิดที่ 6 ของประเทศไทย ถูกค้นพบ ตรวจสอบ และตั้งชื่อโดยนักวิจัยจากภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ถือเป็นตัวชี้วัดความอุดมสมบูรณ์และความหลากหลายของทรัพยากรชีวภาพในผืนป่าตะวันตกของประเทศไทย ผศ.ดร. ปรวีร์ พรหมโชติ อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พร้อมด้วยผู้ร่วมวิจัยจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ประเทศญี่ปุ่น และประเทศฝรั่งเศส ระบุว่า ก่อนหน้านี้มีรายงานการพบเจอกะท่างน้ำในหลายพื้นที่ของ อ.อุ้มผาง จ.ตาก ทั้งจากเจ้าหน้าที่ของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช นักวิจัย และนักเดินป่า ซึ่งกะท่างน้ำที่พบมีรูปร่างหน้าตาคล้ายกับกะท่างน้ำเหนือหรือกะท่างน้ำอุเอะโนะ (T. uyenoi) ที่มีการกระจายตัวทางภาคเหนือและภาคตะวันตกของประเทศไทย ดังนั้นคณะนักวิจัยจึงสนใจที่จะค้นคว้าเพิ่มเติมเพื่อยืนยันชนิดของกะท่างน้ำที่นี่ เพื่อเพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพและนำไปสู่การวางแผนอนุรักษ์ต่อไป จึงเป็นจุดเริ่มต้นของการสำรวจพื้นที่ จนกระทั่งค้นพบกะท่างน้ำชนิดใหม่ของโลกในที่สุด กะท่างน้ำอุ้มผาง มีลักษณะเฉพาะที่แตกต่างจากกะท่างน้ำชนิดอื่นๆ เช่น ลำตัวมีสีน้ำตาลเข้มหรือน้ำตาลดำ […]

ทะเลร้อนคร่าแปซิฟิก

เรื่อง เครก เวลช์ ภาพถ่าย พอล นิกเคลน ช่วงปลายปี 2013 บริเวณน้ำอุ่นอันน่าพิศวงเริ่มก่อตัวขึ้นในอ่าวอะแลสกา ระบบความกดอากาศสูงที่คงอยู่นานสะกดพายุให้สงบนิ่ง โดยปกติแล้วลมจะพัดกวนให้ผิวทะเลเย็นลง ในทำนองเดียวกับที่การเป่ากาแฟร้อนๆช่วยคายความร้อนออกมา แต่แทนที่จะเป็นเช่นนั้น ความร้อนภายใน “มวลน้ำอุ่นยักษ์” นี้กลับสะสมตัวขึ้น และแปรสภาพไปเป็นบริเวณกว้างกว่าเดิมโดยเลียบไปตามชายฝั่งตะวันตกของทวีปอเมริกาเหนือ ในบางบริเวณอุณหภูมิของน้ำทะเลสูงกว่าค่าเฉลี่ย 4 องศาเซลเซียส  ในช่วงสูงสุด มวลน้ำอุ่นนี้ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 9 ล้านตารางกิโลเมตร จากเม็กซิโกถึงอะแลสกา คิดเป็นพื้นที่กว้างใหญ่ไพศาลกว่าสหรัฐอเมริกาทั้งประเทศเสียอีก ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากการเผาเชื้อเพลิงฟอสซิลซึ่งทำให้โลกอุ่นขึ้นมีส่วนก่อให้เกิดเหตุการณ์นี้หรือไม่ ไม่มีใครรู้แน่ชัด แนวคิดที่ยังถกเถียงกันอยู่แนวคิดหนึ่งเสนอว่า น้ำแข็งทะเลในแถบอาร์กติกซึ่งหดหายไปอย่างรวดเร็วทำให้กระแสลมกรดขั้วโลก (polar jet stream) แปรปรวนมากขึ้น เอื้อให้ระบบลมฟ้าอากาศคงอยู่นานขึ้น ทฤษฎีซึ่งเป็นที่ยอมรับมากกว่าชี้ว่า ความร้อนนี้เป็นผลจากความผันผวนตามปกติของบรรยากาศในกระแสลมกรดซึ่งความอบอุ่นในเขตร้อนกระตุ้นให้เกิดขึ้น แต่แม้กระทั่งนักวิจัยผู้สนับสนุนทฤษฎีหลังนี้ก็ไม่จำเป็นต้องตัดบทบาทรองของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศออกไป พฤติกรรมประหลาดนี้ทำความเข้าใจได้ยาก เพราะมหาสมุทรขนาดใหญ่แห่งนี้ยุ่งเหยิงมาก รูปแบบที่คาบเกี่ยวกันซึ่งคงอยู่ได้นานหลายทศวรรษ ควบคุมการแกว่งของอุณหภูมิ  ทุกๆสองสามปีหรืออาจถึงทศวรรษ มหาสมุทรแปซิฟิกฝั่งตะวันออกเปลี่ยนจากบริเวณน้ำเย็นที่อุดมด้วยอาหารเป็นบริเวณที่น้ำอุ่นขึ้น อันเป็นวัฏจักรที่เรียกว่า การผันผวนทุกสิบปีของมหาสมุทรแปซิฟิก (Pacific Decadal Oscillation) ปรากฏการณ์เอลนีโญทำให้ทวีปอเมริกาเหนือมีอุณหภูมิสูงขึ้น กระแสน้ำสายหลักในมหาสมุทรกระแสหนึ่ง คือกระแสน้ำแคลิฟอร์เนีย นำน้ำเย็นจากแคนาดาลงไปทางใต้ถึงบาฮากาลีฟอร์เนีย ตลอดเส้นทางนั้นลมพัดน้ำอุ่นบนพื้นผิวออกนอกชายฝั่ง ทำให้น้ำทะเลที่เย็นและอุดมสารอาหารมากกว่าลอยตัวขึ้นจากด้านล่าง […]