หลักฐานชี้ แม่การะเกดมีตัวตนจริง - National Geographic Thailand

หลักฐานชี้ แม่การะเกดมีตัวตนจริง

หลักฐานชี้ แม่การะเกดมีตัวตนจริง

จากละครโทรทัศน์ที่ภรรยาและเพื่อนฝูงชักชวนให้ดู ได้จุดประกายข้อสันนิษฐานบางอย่างแก่ศาสตราจารย์ด้านโบราณคดีและประวัติศาสตร์ชาวฝรั่งเศส ซึ่งปัจจุบันประจำอยู่ที่มหาวิทยาลัยในเยอรมนีว่า เป็นไปได้หรือไม่ที่ตัวละครสมมุติอาจมีตัวตนอยู่จริง เมื่อหลักฐานใหม่จากเอกสารเก่าระบุถึงหญิงสาวที่มีความเฉลียวฉลาดและความสามารถเกินผู้คนในยุคสมัยเดียวกัน หากเป็นเช่นนั้นจริง รายงานการค้นพบนี้เตรียมตีพิมพ์เผยแพร่ลงในวารสาร Scientific Reports ภายในปีนี้

“จุดเริ่มต้นมันมาจากการที่ภรรยาผมติดละครบุพเพสันนิวาสมากครับ” เอ็มมานูแอล เนย์บาร์ท ศาสตราจารย์ด้านโบราณคดีจากมหาวิทยาลัยไฮเดลเบิร์ก ในเยอรมนี ผู้มีภรรยาชาวไทยกล่าว เนย์บาร์ทเล่าว่าหลังจากนั้นตัวเขาก็กลายเป็นแฟนละครด้วยเมื่อกลุ่มเพื่อนของเขาที่มีภรรยาชาวไทยเช่นกันพากันพูดถึงแต่ละครเรื่องนี้ “มันสนุกมากเลยครับ ในเยอรมันเราไม่มีรายการโทรทัศน์ที่บันเทิงแบบนี้”

เมื่อได้ชมละครบุพเพสันนิวาสในฐานะของนักโบราณคดีผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แล้ว เนย์บาร์ทนึกย้อนไปถึงเอกสารเก่าที่ตัวเขาเคยอ่านเมื่อหลายปีก่อนมันเป็นบันทึกเกี่ยวกับอาณาจักรอยุธยาในรัชสมัยของสมเด็จพระนารายณ์มหาราช โดย บาทหลวง เดอ ลิยอน หนึ่งในสมาชิกของคณะราชทูตที่เดินทางกลับจากอยุธยามายังฝรั่งเศสพร้อมกับคณะทูตชาวไทยของโกษาปาน ภายในเอกสารดังกล่าวบันทึกรายละเอียด สภาพบ้านเมืองและวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชาวอยุธยาเอาไว้ ในช่วงเวลาที่คณะทูตฝรั่งเศสอาศัยอยู่ในอยุธยา เพื่อเจริญสัมพันธไมตรี ช่วงปี พ.ศ. 2223 – 2228 แต่ส่วนที่น่าประหลาดใจก็คือ ในบันทึกมีการระบุถึงหญิงสาวที่มีความเฉลียวฉลาดผิดกับผู้หญิงทั่วไปของอยุธยาในสมัยนั้น

เนย์บาร์ทตัดสินใจเดินทางกลับไปยังกรุงปารีส ในฝรั่งเศสบ้านเกิดเพื่อค้นหาเอกสารเก่าชิ้นนั้น  ซึ่งถูกเก็บเอาไว้ในหอสมุดแห่งชาติ (Bibliotheque Naionale) หลังการวิเคราะห์และถอดความลายมือของเอกสารหลายหน้าที่ยังไม่ได้รับการบูรณะอีกครั้ง เขาเริ่มตั้งข้อสันนิษฐานว่า หญิงสาวลึกลับที่ปรากฏในบันทึกเก่าแก่ดังกล่าว อาจเป็นหญิงสาวคนเดียวกันกับในละครที่เขาชมพร้อมกับภรรยา

“กากรงเป็นหญิงสาวโสด เธอฉลาดกว่าผู้หญิงอยุธยาทั่วไปและพูดจาด้วยภาษาที่ต่างจากคนอยุธยาพูด เธอเล่าถึงเหตุการณ์ที่ยังไม่เกิดขึ้น และทำนายอนาคตราวกับคนบ้า…” เนย์บาร์ทอ่านบางช่วงบางตอนของบันทึกให้ฟัง “ยังมีอีกหลายช่วงของบันทึกที่เล่าว่าหญิงสาวประหลาดผู้นี้มีความรู้และวิทยาการมากกว่าคนทั่วไป เธอรู้จักการใช้สมุนไพรรักษาโรค มีความสามารถด้านภาษา ซึ่งมีส่วนช่วยเหลือคณะทูตอย่างมาก ไปจนถึงประดิษฐ์เครื่องมือเครื่องใช้ที่ผู้คนสมัยนั้นทำไม่ได้” ดังนั้นเนย์บาร์ทจึงค่อนข้างเชื่อว่าหญิงสาวลึกลับในบันทึกของบาทหลวง เดอ ลิยอน ต้องไม่ใช่คนที่อยู่ในยุคสมัยนั้น เป็นไปได้ว่าเธออาจข้ามเวลามาจากอนาคต แต่จะด้วยวิธีใดหรือเดินทางกลับไปยังปัจจุบันได้อย่างไรยังคงเป็นปริศนา ส่วน “กากรง” ก็น่าจะเพี้ยนมาจากคำว่า “การะเกด”

แม่การะเกด
การะเกดจากละครบุพเพสันนิวาส นำแสดงโดย ราณี แคมเปน

เรื่องนี้พ้องกับกรณีที่ เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก เคยพูดคุยกับลูกสาวของเอไลซา ซิดมอร์ ช่างภาพหญิงผู้พลิกโฉมหน้านิตยสารด้วยความสามารถในการถ่ายภาพจากหลากหลายสถานที่ทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นในญี่ปุ่น หรือบนเกาะชวา แอนเน่ ลูกสาวของเธอเล่าถึงประสบการณ์แปลกในช่วงทศวรรษ 1920 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่แม่ของเธอเดินทางไปเก็บภาพของผู้คนที่อาศัยอยู่ในเชียงใหม่ ซึ่งขณะนั้นมีสถานะเป็นหัวเมืองทางตอนเหนือของประเทศไทย

“แม่เล่าว่าระหว่างการเดินทางเธอพบกับหญิงประหลาดที่มีสำเนียงการพูดต่างจากคนเชียงใหม่” แอนเน่กล่าว “ที่แปลกก็คือพอเธอรู้ว่าแม่เป็นอเมริกัน เธอก็เล่าถึงเหตุการณ์เวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ ในตอนนั้นแม่ยังไม่เข้าใจว่ามันคืออะไร มันน่าขนลุกมากที่สิ่งที่เธอพูดเกิดขึ้นจริงในอีกร้อยปีต่อมา” แอนเน่เองเชื่อว่าหญิงลึกลับคนดังกล่าวน่าจะเดินทางมาจากอนาคตเช่นกัน แต่น่าเสียดายที่ซิดมอร์ไม่มีภาพถ่ายชัดๆ ของเธอเก็บเอาไว้ มีเพียงแค่ภาพถ่ายด้านหลัง จากระยะไกลเท่านั้น

ภาพจากภาพยนตร์ ทวิภพ ออกฉายในปี 2547 เล่าเรื่องราวของมณีจันทร์หญิงสาวที่ย้อนเวลากลับไปในสมัยรัชกาลที่ 5 เมื่อสยามกำลังเผชิญกับการล่าอาณานิคมจากชาติตะวันตก

ด้านเนย์บาร์ทพอได้ทราบข่าวนี้ ตัวเขาเองเชื่อว่าการเดินทางข้ามเวลาต้องไม่ใช่เรื่องบังเอิญที่เกิดกับใครสักคนแค่คนเดียว “มันเหมือนกับฟอสซิลเลยครับ พอเราพบชิ้นที่หนึ่งแล้ว ชิ้นที่สอง สาม สี่ก็จะตามมา” เขากล่าว อย่างไรก็ตามด้วยหลักฐานที่มียังไม่มากพอที่จะทำให้บรรดานักฟิสิกส์ปักใจเชื่อ เพราะหากมนุษย์สามารถย้อนเวลาได้จริง ไม่ว่าจะด้วยวิธีไหนก็ตาม การค้นพบใหม่นี้จะเปลี่ยนโฉมหน้าขององค์ความรู้ปัจจุบันที่เรามีเกี่ยวกับกาลเวลาและอวกาศไปโดยสิ้นเชิง

“ยังมีอะไรอีกมากให้ค้นคว้าครับนอกเหนือจากการะเกดแล้วในอนาคตผมมีแผนที่จะตามหาแม่มณีจันทร์ด้วย ถ้าการะเกดมีตัวตนอยู่จริง ผมเชื่อว่ามณีจันทร์ก็ต้องมีจริงเช่นกัน” เนย์บาร์ทกล่าวอย่างมุ่งมั่น เขาหมายถึงตัวละครจากนิยายชื่อดังเรื่อง “ทวิภพ” มณีจันทร์เป็นหญิงสาวที่ย้อนเวลากลับไปในสมัยรัชกาลที่ 5 “ในนิยายมณีจันทร์ย้อนเวลาผ่านกระจก ไม่แน่ว่ากระบวนการย้อนเวลาจริงๆ อาจง่ายหรือซับซ้อนกว่านั้นก็ได้ ต้องรอดูกันต่อไปครับ”

เรื่อง มิชิมาล โชตาห์


หมายเหตุ: บทความนี้จัดทำขึ้นเป็นพิเศษเนื่องในวัน April Fools’ Day หรือวันเมษาหน้าโง่ซึ่งตรงกับวันที่ 1 เมษายนของทุกปี

  • เอ็มมานูแอล เนย์บาร์ท ศาสตราจารย์ด้านโบราณคดีจากมหาวิทยาลัยไฮเดลเบิร์ก ไม่มีตัวตนอยู่จริง
  • บาทหลวงเดอ ลิยอน มีตัวตนอยู่จริง โดยทำหน้าที่เป็นล่ามประจำคณะราชทูตของโกษาปานที่เดินทางไปยังฝรั่งเศส
  • บันทึกของบาทหลวงเดอ ลิยอนที่ระบุถึงหญิงสาวจากต่างยุคต่างสมัยไม่ใช่เรื่องจริง
  • เอไลซา ซิดมอร์ เป็นช่างภาพหญิงของเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิกจริง ส่วนแอนเน่ไม่มีตัวตนอยู่จริง
  • ภาพถ่ายที่ถูกนำมาประกอบคือบรรยากาศของกาดหลวง ในเชียงใหม่ เมื่อร้อยปีก่อน จากสารคดี “จับเสือที่ป่าเมืองน่าน” ตีพิมพ์ในนิตยสารเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับเดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ. 1928

 

อ่านเพิ่มเติม

ทำไมคนเราต้องโกหก

เรื่องแนะนำ

เรื่องไม่ลับในวงหวย

เผยอีกด้านหนึ่งของวงการหวย ทางลัดสู่รายได้ที่มากขึ้นของผู้ขายที่มาจากชนบท สะพานสู่ความร่ำรวยสำหรับบรรดาผู้ซื้อ แต่พึงระวังหากหลงระเริงเสี่ยงโชคมากเกินไป รู้ตัวอีกทีหนี้สินอาจกองอยู่ตรงหน้าแทน

เป้าหมายสีเขียวของดูไบ

เรื่อง โรเบิร์ต คุนซิก ภาพถ่าย ลูกา โลกาเตลลี เพื่อดื่มด่ำกับความหลุดโลกของดูไบ นครที่ซึ่งแท่งคอนกรีต กระจก และเหล็กกล้า ผุดขึ้นราวดอกเห็ด และแผ่ขยายท่ามกลางผืนทรายอันร้อนแล้งของทะเลทรายอาหรับในช่วง 30 ปีที่ผ่านมา คุณอาจเริ่มจากการลองไปเล่นสกีดูก่อน เมื่อมองจากด้านนอกศูนย์การค้าเดอะมอลล์ออฟดิเอมิเรตส์ ทางลาดของลานสกีดูราวกับยานอวกาศสีเงินที่ปักลงไปในพื้น เมื่อเข้าไปด้านใน คุณอาจเดินเลือกซื้อสินค้าแบรนด์เนมชื่อดัง แล้วค่อยผลักประตูกระจกเข้าไปยังลานสกีดูไบ เสื้อยืดคอกลมที่ระลึกที่ผมซื้อมามีภาพวาดการ์ตูนเป็นภาพเทอร์มอมิเตอร์หน่วยเป็นองศาเซลเซียส เขียนว่า “ฉันเปลี่ยนจาก +50 เป็น -8” จะว่าไปก็ไม่ได้รู้สึกหนาวถึงขนาดนั้นเมื่ออยู่บนลานสกี แต่อุณหภูมิภายนอกในดูไบอาจสูงเกือบ 50 องศาเซลเซียสได้ในฤดูร้อน ความชื้นยิ่งชวนให้อึดอัดเพราะอยู่ใกล้ทะเล แต่แทบไม่มีฝนเลย ดูไบมีปริมาณฝนน้อยกว่า 100 มิลลิเมตรต่อปี และไม่มีแม่น้ำที่อยู่ถาวร อีกทั้งแทบไม่มีผืนดินที่เหมาะแก่การเพาะปลูก แล้วถิ่นฐานบ้านเรือนแบบไหนถึงจะเหมาะกับสถานที่เช่นนี้  ดูไบเคยเป็นหมู่บ้านประมงและเมืองท่าค้าขายที่ทั้งเล็กและยากจนมาหลายร้อยปี แล้วการเติบโตอย่างพรวดพราดจากน้ำมันและการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ก็เปลี่ยนโฉมที่นี่ให้กลายเป็นเมืองแห่งเส้นขอบฟ้าที่เต็มไปด้วยผลงานด้านสถาปัตยกรรมอันน่าอัศจรรย์  และยังมีท่าอากาศยานที่มีผู้ใช้มากที่สุดเป็นอันดับสามของโลกอีกด้วย “ถ้าจะพูดกันถึงความยั่งยืนแล้วละก็ คุณคงไม่มาสร้างที่นี่หรอกครับ” ยานุส โรสตอก สถาปนิกคนสำคัญจากโคเปนเฮเกนผู้มาตั้งรกรากที่นี่ บอก ทว่านครแห่งความยั่งยืนนี่แหละ คือเป้าหมายที่รัฐบาลดูไบประกาศว่า ต้องการจะสร้างให้สำเร็จ ดูไบกับความยั่งยืนอย่างนั้นหรือ รอให้น้ำท่วมหลังเป็ดก่อนเถอะ คุณอาจคิดในใจ ช่วงปีแห่งความเติบโตเหล่านั้นทำให้ดูไบกลายเป็นสัญลักษณ์ของความล้นเหลือ อันเป็นผลพวงจากการมีพลังงานฟอสซิลราคาถูก […]

ConIFA ฟุตบอลของคนไร้รัฐ

ไซปรัส, บาราวา, หรือคาร์ปาตาเลีย คุณอาจไม่คุ้นหูกับชื่อประเทศเหล่านี้ เพราะพวกเขาคือชนชาติที่ไม่ได้รับการยอมรับอย่างเป็นทางการ แต่การแข่งขันฟุตบอลโดย ConIFA จะเปิดโอกาสให้ทั่วโลกได้ทำความรู้จักกับเรื่องราวของพวกเขามากยิ่งขึ้น

เมื่อโลกภายนอกรุกคืบชนเผ่าผู้โดดเดี่ยวให้จนมุม

ในผืนป่าแอมะซอนของบราซิลและเปรู คนงานเหมือง คนทำไร่ปศุสัตว์ และพวกลักลอบตัดไม้ กำลังรุกรานถิ่นฐานบ้านเกิดของผู้คนที่ใช้ชีวิตอย่างโดดเดี่ยวกลุ่มสุดท้ายของโลก