แพ ขยะพลาสติก แห่งแปซิฟิกไม่ใช่ในแบบที่คุณคิด

แพขยะพลาสติกแห่งแปซิฟิกไม่ใช่ในแบบที่คุณคิด

ขยะพลาสติก
Charles Moore แสดงตัวอย่างของน้ำทะเลที่เก็บมาจากแพขยะแห่งแปซิฟิกให้ดู แพแห่งนี้ถูกค้นพบเป็นครั้งแรกเมื่อปี 1977 โดย Moore เอง
ภาพถ่ายโดย Jonathan Alcorn, Bloomberg/Getty

ขณะนี้บริษัท Ocean Cleanup กำลังทำงานอย่างเต็มที่เพื่อกำจัดขยะที่เกิดจากอุปกรณ์ประมง โดยเทคโนโลยีการกำจัดขยะระบบใหม่ของพวกเขามีแผนที่จะเปิดตัวภายในปีนี้

“สิ่งที่น่าสนใจก็คือ กว่าครึ่งของขยะที่พวกเขาพบนั้นไม่ได้มาจากพลาสติกในอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญทางสิ่งแวดล้อมในปัจจุบัน แต่กลับกลายเป็นอุปกรณ์ประมงไปเสียนี่” George Leonard นักวิทยาศาสตร์ประจำองค์กร Ocean Conservancy กล่าว “การศึกษานี้ช่วยยืนยันแล้วว่าขยะอุปกรณ์ทำประมงเป็นอันตรายต่อสัตว์น้ำ และเราควรที่จะขยายการสนทนาในประเด็นนี้ให้กว้างมากขึ้น เพื่อแน่ใจว่าปัญหานี้จะได้รับการแก้ไข”

Marcus Eriksen ผู้เชี่ยวชาญด้านขยะในมหาสมุทร หนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งสถาบัน 5 Gyres ชี้ถึงข้อควรระวัง เนื่องจากการศึกษานี้ตั้งอยู่บนข้อจำกัดของการสำรวจ ทำให้เป็นการยากที่จะประเมินขนาดของแพได้อย่างถูกต้อง รวมไปถึงการที่ข้อมูลแสดงให้เห็นว่ามีอุปกรณ์ประมงกลายเป็นขยะเป็นปริมาณมากก็เช่นกัน

 

ทะเลพลาสติก?

การเผยแพร่รายงานเกี่ยวกับแพขยะแห่งแปซิฟิกล่าสุดนี้มีทิศทางเดียวกันกับรายงานใหม่จากองค์กร Foresight Future of the Sea ในอังกฤษ พวกเขาพบว่าปัญหาขยะพลาสติกในมหาสมุทรจะขยายใหญ่ขึ้นอีกเป็นสามเท่า ภายในปี 2050 นี้ หากปราศจากนโยบายตอบสนองแก้ไขปัญหา นอกจากนั้นในรายงานยังระบุว่า ขยะพลาสติกกลายมาเป็นปัญหาหลักที่กำลังคุกคามมหาสมุทร และเป็นเรื่องใหญ่ไม่ต่างจากปัญหาระดับน้ำทะเลที่เพิ่มสูงขึ้นหรืออุณหภูมิของมหาสมุทรที่กำลังอุ่นขึ้น

รายงานล่าสุดนี้ได้มาจากการรวบรวมข้อมูลภาพถ่ายทางอากาศ จากการสำรวจเมื่อเดือนตุลาคม ปี 2016 ด้วยภาพถ่ายจำนวน 7,000 ภาพของพื้นผิวมหาสมุทร และการสำรวจภาคพื้นด้วยเรืออีกจำนวน 652 ลำ ในเดือนกรกฎาคม, สิงหาคม และกันยายนในปี 2015

ในตัวอย่างขยะพลาสติกจำนวน 50 ชิ้นที่ถูกเก็บมาระหว่างการสำรวจ มีหนึ่งชิ้นที่ระบุช่วงเวลาผลิตเมื่อปี 1977, อีกเจ็ดชิ้นมาจากช่วงทศวรรษ 1980, สิบเจ็ดชิ้นจากช่วงทศวรรษ 1990, ยี่สิบสี่ชิ้นจากทศวรรษ 2000 และอีกหนึ่งชิ้นที่ผลิตในปี 2010 นักวิจัยยังพบขยะอีกจำนวน 386 ชิ้น ถูกพิมพ์ด้วยภาษาอื่นที่แตกต่างกันอีก 9 ภาษา โดยหนึ่งในสามของจำนวนทั้งหมดเป็นภาษาญี่ปุ่น และอีกหนึ่งในสามเป็นภาษาจีน และหากจะหาว่าขยะเหล่านี้ถูกผลิตในประเทศใด นักวิจัยรายงานว่ามีขยะ 41 ชิ้นที่สามารถอ่านได้ชัดเจน และพวกมันมาจาก 12 ประเทศ

รายงานดังกล่าวสรุปว่าปัญหาขยะพลาสติกภายในแพกำลัง “เพิ่มขึ้นและเติบโตอย่างรวดเร็ว” ทั้งยังเปลี่ยนโฉมหน้าของภาพจำที่ใครหลายคนมีต่อขยะพลาสติก ปกติแล้วผู้คนมักคิดว่าขยะพลาสติกน่าจะกองรวมกันอยู่ที่ริมชายฝั่ง ไม่ใช่รวมกันอยู่ที่กลางมหาสมุทร

ด้าน Leonard กล่าว ตัวเขาค่อนข้างประทับใจกับการศึกษาครั้งนี้ “มันเข้มข้นมากครับ” เขากล่าว “แต่ในขณะเดียวกัน ยิ่งเราวิจัยกันหนักแค่ไหน ยิ่งพบขยะมากขึ้นเท่านั้น”

เรื่อง Laura Parker

 

อ่านเพิ่มเติม

จะช่วยมหาสมุทรต้องเลิกใช้กากเพชร?

เรื่องแนะนำ

ชุมชนแห่งนี้เปลี่ยนทะเลทรายให้เป็นผืนป่าอย่างน่าอัศจรรย์

ชุมชนเล็กๆ ในเมืองออโรวิลล์ ที่ก่อตั้งขึ้นโดยชายชาวอิสราเอล ลงแรงลงใจเปลี่ยนทะเลทรายให้กลับเป็นผืนป่าอีกครั้ง ด้วยความช่วยเหลือจากอาสาสมัครทั่วโลก

อนาคตบนเส้นด้ายของ แอนตาร์กติกา

หิ้งน้ำแข็งที่แตกตัวออกจากทวีปแอนตาร์กติกาอาจเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของหายนะ มองจากด้านบนผิวขรุขระของหิ้งน้ำแข็งปรากฏรอยแตกขนาดใหญ่ที่บ่งชี้ว่ามันกำลังจะหลุดออกจากชั้นน้ำแข็งเดิมที่มีอายุหลายพันปี แผ่นน้ำแข็งที่กำลังจะหลุดออกนี้เป็นส่วนหนึ่งของหิ้งน้ำแข็งลาร์เซน ซี ที่ตั้งอยู่บนแหลมทางตะวันตกของทวีปแอนตาร์กติกา อุณหภูมิที่สูงขึ้นของน้ำทะเลโดยรอบคือสาเหตุ และการหลุดออกครั้งนี้จะเปลี่ยนหน้าตาของแผนที่ทวีปแอนตาร์กติกาตลอดไป ด้วยขนาดของหิ้งน้ำแข็งที่ใหญ่ถึง 6,000 ตารางกิโลเมตร เทียบเท่ากับพื้นที่กว้างใหญ่กว่ากรุงลอนดอน 4 เท่า และคิดเป็นราว 2 ใน 3 ของสาธารณรัฐไซปรัส เกาะบนทะเลเมดิเตอร์เรเนียน พืดน้ำแข็งฝั่งตะวันตกของทวีปแอนตาร์กติกานี้มีความหนาราว 2.5 ไมล์ และครอบคลุมพื้นที่ขนาด 2 เท่าของรัฐเท็กซัส รอบๆของพืดน้ำแข็งประกอบด้วยภูเขาน้ำแข็งจำนวนมาก นั่นแปลว่าหากมหาสมุทรยังคงอุ่นขึ้นเรื่อยๆจนละลายชั้นน้ำแข็งที่เปราะบางเหล่านี้จนหมด ทีมนักวิจัยเชื่อว่าระดับน้ำทะเลทั่วโลกจะเพิ่มขึ้นประมาณ 10 ฟุต “หิ้งน้ำแข็งบริเวณนี้เป็นจุดที่ละลายเร็วที่สุดบนโลก” อีริค ริกนอท นักธรณีวิทยาจาก NASA Jet Propulsion Laboratory ในเมืองแพซาดีนา ของรัฐแคลิฟอร์เนียกล่าว ตัวเขาศึกษาชั้นน้ำแข็งในภูมิภาคนี้มานานกว่า 2 ทศวรรษ ด้วยการใช้เทคโนโลยีเรดาห์และภาพถ่ายดาวเทียม ริกนอทเชื่อว่าการพังทลายของพืดน้ำแข็งตะวันตก ในทวีปแอนตาร์กติกานั้นไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ แต่คำถามคือมันจะใช้เวลานานแค่ไหน 500 ปี หรือน้อยกว่า 100 ปี และมนุษย์เราเองเตรียมพร้อมรับมือกับวิกฤตนี้อย่างไร “เราจำเป็นที่จะต้องได้ตัวเลขที่ถูกต้องแม่นยำ” เขากล่าว […]

การต่อสู้ของชนเผ่าแอมะซอนเพื่อความอยู่รอดของชาติพันธุ์

ปัจจุบันชาวบ้านที่อาศัยอยู่บริเวณเขื่อนต้องมองเห็นพื้นที่ที่เคยแห้งกลับท่วมขัง หลายคนต้องปรับเปลี่ยนวิถีชีวิต ภาพถ่ายเหล่านี้ตอกย้ำว่าความเจริญที่เดินทางมายังแอมะซอนได้ก่อผลกระทบใดบ้างแก่ผู้คนพื้นเมือง

ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในไทย​ ผ่านฟีเจอร์ Timelapse โดย Google​ Earth

มองความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่​ของไทย​ ผ่านฟีเจอร์ Timelapse โดย Google​ Earth ที่แสดงความเป็นไปของสถานที่ต่างๆ ทั่วโลก ย้อนหลังได้ถึง 37 ปี การอัปเดตฟีเจอร์ในครั้งนี้นับเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ใหญ่ที่สุดของ Google Earth พวกเขากล่าวว่าข้อมูลทั้งหมดนี้ใช้เวลาในการประมวณผลกว่า 2,000,000 ชั่วโมงกับภาพถ่ายดาวเทียม 24 ล้านภาพที่ถ่ายตั้งแต่ปี 1984 ถึง 2020 และสามารถแสดงผลแบบ 3 มิติได้ด้วย โดยฐานข้อมูลขนาดมหึมานี้เป็นการทำงานร่วมกันระหว่าง Google, โครงการสำรวจด้านธรณีวิทยาของสหรัฐอเมริกา Landsat, โครงการ Copernicus โดยสหภาพยุโรป ผ่าน ดาวเทียม Sentinel และห้องปฎิบัติการณ์ของมหา วิทยาลัย Carnegie Mellon จนออกมาเป็นฟีเจอร์ที่น่าตื่นตะลึงนี้ เราจึงอยากชวนคุณมองความเปลี่ยนแปลงด้านพื้นที่ของไทยผ่าน Google Earth เพื่อประเมินความเปลี่ยนแปลงที่มีผลต่อสภาพภูมิประเทศและสภาพอากาศ ซึ่งปรากฏผลกระทบอย่างชัดเจนมากขึ้นในแต่ละปีที่ผ่านพ้นไปหลักฐานนี้ง่ายต่อการอธิบายให้เข้าใจมากกว่าข้อความและตัวเลขที่ซับซ้อนเพื่อจุดประสงค์ในการช่วยโลกด้วยการสร้างอนาคตที่เติบโตอย่างยั่งยืน หมู่บ้านป่าแหว่ง โครงการบ้านพักข้าราชการตุลาการที่ชาวบ้านเรียกกันว่า “หมู่บ้านป่าแหว่ง” ดำเนินการโดยสำนักงานศาลยุติธรรม บนพื้นที่ประมาณ 147 ไร่ อยู่ในเขต อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ […]