สัตวแพทย์: เป็นมากกว่าคนซ่อมสัตว์ - National Geographic Thailand

สัตวแพทย์: เป็นมากกว่าคนซ่อมสัตว์

เรื่อง  สุวัชรี พรมบุญมี และนิรมล มูนจินดา

ภาพถ่าย  ธนัท ชยพัทธฤทธี

ทุกปีฉันต้องพา “ถุงเงิน” แมวที่เปรียบเหมือนน้องสาวไปพบสัตวแพทย์ตามกำหนดเพื่อเข้ารับวัคซีนพื้นฐานอย่างน้อยปีละสองเข็ม ได้แก่ วัคซีนป้องกันพิษสุนัขบ้า และวัคซีนรวมซึ่งช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันโรคไข้หัดแมว โรคหวัดแมว  และโรคติดเชื้อคลามัยเดีย อยู่ในเข็มเดียว

อุตสาหกรรมสัตว์เลี้ยงในประเทศไทยกำลังเติบโต  และส่งผลให้ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับสัตว์เลี้ยงเติบโตเป็นเงาตามตัว   มูลค่าตลาดธุรกิจสัตว์เลี้ยงในปี 2560 มีมูลค่าสูงถึง 22,000 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นธุรกิจบริการ 5,000 ล้านบาท เวชภัณฑ์และยา 7,000 ล้านบาท และธุรกิจอาหารสัตว์ 10,000 ล้านบาท และยังมีโอกาสเติบโตขึ้นอีกร้อยละ 5-10 แม้สภาวะเศรษฐกิจในภาพรวมยังคงซบเซา  ศูนย์วิจัยกสิกรไทยระบุว่า ปัจจุบันคนไทยหันมาเลี้ยงสัตว์เป็นเพื่อนคลายเหงาเพิ่มมากขึ้น ส่วนหนึ่งเป็นเพราะคนไทยแต่งงานมีครอบครัวน้อยลงและเลือกไม่มีลูกมากขึ้น และยังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอีกด้วย

ที่โรงพยาบาลสัตว์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน  บรรดาเจ้าของที่บ้างกำลังอุ้มสัตว์เลี้ยง บ้างจับสายจูงให้กระชับ เลือกนำสัตว์เลี้ยงมารักษาที่นี่เพราะมั่นใจในวิทยาการรักษา  จึงฝากชีวิตสมาชิกในครอบครัวเอาไว้ในแง่นี้ โรงพยาบาลสัตว์ย่อมเป็นเสมือนที่พึ่งทางใจของเจ้าของสัตว์ด้วย

“เดี๋ยวนี้คนเลี้ยงสัตว์เหมือนเป็นสมาชิกในครอบครัว ไม่เหมือนสมัยก่อนที่มักเลี้ยงเน้นใช้งาน เช่น เฝ้าบ้าน พอสมาชิกในครอบครัวป่วย ก็พามาหาเรา มาด้วยความหวัง หน้าที่ของสัตวแพทย์คือทำงานเต็มที่เพราะต้องแบกความหวังของเจ้าของเอาไว้ด้วย” ผศ. นสพ. คัมภีร์ พัฒนะธนัง ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสัตว์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน อธิบาย  สัตวแพทย์จึงเป็นข้อต่อสำคัญระหว่างคนที่เป็นเจ้าของกับสัตว์เลี้ยง เพราะนอกจากจะต้องรักษาสัตว์ตามหน้าที่แล้ว  ยังต้องรักษาเยียวยาสภาพจิตใจของเจ้าของให้เข้มแข็งด้วยในเวลาเดียวกัน

นิสิตคณะสัตวแพทยศาสตร์ชั้นปีที่สองของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์กำลังศึกษากระดูกของสัตว์ชนิดต่างๆ ในห้องปฏิบัติการวิชากายวิภาคศาสตร์ถือเป็นวิชาพื้นฐานสำคัญนักศึกษาสัตวแพทย์ทุกคนต้องท่องจำชิ้นส่วนกระดูกและกล้ามเนื้อให้ได้เพื่อใช้ต่อยอดในวิชาอื่นต่อไป

นิยามของอาชีพที่เข้าใจกันทั่วไปว่า เป็นผู้ตรวจวินิจฉัยโรคหรืออาการบาดเจ็บของสัตว์ หรือบำบัดรักษา ป้องกันและกำจัดโรค  จึงเรียกได้ว่าน้อยเกินไป  และปัญหาระหว่างสัตวแพทย์กับเจ้าของสัตว์ก็เป็นสิ่งที่พบได้ประจำทั้งในคลินิกและโรงพยาบาลสัตว์  ตั้งแต่ปัญหาเรื่องราคาค่ารักษาพยาบาลที่ถูกมองว่าแพงเกินไป สัตว์เลี้ยงเสียชีวิตระหว่างการรักษาหรือให้ยา เรื่อยไปจนถึงการทิ้งสัตว์ป่วยไว้ที่คลินิกและโรงพยาบาลสัตว์  นอกจากสัตว์เลี้ยงมีเจ้าของรักใคร่ใกล้ชิดแล้ว ยังมีสัตว์ที่ไม่มีเจ้าของ เช่น สัตว์ป่า สัตว์ที่เป็นอาหาร สัตว์เศรษฐกิจ ฯลฯ อีกด้วย

อันที่จริงสัตวแพทยศาสตร์แบ่งออกเป็นหลายหมวดหมู่สาขา  และอาจละเอียดยิบย่อยไม่ต่างจากแพทย์ที่รักษาคนหรือมากกว่าด้วยซ้ำ เช่น แบ่งหมวดหมู่ออกเป็นสัตวแพทย์ที่รักษาสัตว์เลี้ยงก็ได้ ดูแลสัตว์เพื่อการอนุรักษ์ก็ได้ และสัตวแพทย์ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการผลิตอาหาร เช่น ไข่ นม ไอศกรีม หรือจำแนกความเชี่ยวชาญตามชนิดพันธุ์สัตว์และความถนัดทางการรักษา เช่น ผ่าตัด ผิวหนัง มะเร็ง ไต ฯลฯ  แต่ก็ยังมีสัตวแพทย์ที่ไม่ได้รักษาสัตว์หรือทำงานกับสัตว์โดยตรง เช่น สัตวแพทย์ที่ทำงานด้านโรคระบาดติดต่อระหว่างคนกับสัตว์  สัตวแพทย์ที่ทำวิจัยในห้องปฏิบัติการ สัตวแพทย์ผู้ดูแลการผลิตเซรุ่มพิษงู สัตวแพทย์ด้านนิติวิทยาศาสตร์ เป็นต้น  ซึ่งกลุ่มหลังนี้นับได้ว่าทำงานเพื่อความอยู่ดีมีสุขของสังคมมนุษย์  มากกว่าจะเป็นไปเพื่อตัวของสัตว์เอง

ปัจจุบัน คณะสัตวแพทยศาสตร์กลายเป็นคณะที่นักเรียนนักศึกษาให้ความสนใจเข้าเรียนต่อเป็นอย่างมาก และมีการเรียนการสอนในมหาวิทยาลัยถึงเก้าแห่งทั่วประเทศ  ไม่นับรวมสาขาวิชาการพยาบาลสุขภาพสัตว์ เช่น เทคนิคการสัตวแพทย์ วิทยาศาสตร์สุขภาพสัตว์ เทคโนโลยีสัตวแพทย์  แน่นอนว่าสาขาวิชาที่ได้รับความนิยมมากที่สุดคือสัตวแพทย์สัตว์เล็กที่ดูแลรักษาสัตว์เลี้ยงตามคลินิกและโรงพยาบาลสัตว์  ในขณะที่สัตวแพทย์สาขาอื่น เช่น สัตวแพทย์ด้านปศุสัตว์หรือสัตว์ใหญ่ สัตวแพทย์สัตว์ป่า สัตวแพทย์ที่ทำงานวิจัย ยังนับเป็นสาขาที่ขาดแคลนบุคลากรอยู่มาก  ส่วนสัตวแพทย์ที่รักษาสัตว์แปลกหรือสัตว์เอ็กโซติก (exotic) อย่างเม่นแคระ เฟอร์เร็ต มังกรเคราหรือเบียร์ดดรากอน ลิงบางชนิด ฯลฯ ก็ค่อยๆ เพิ่มจำนวนขึ้นตามความนิยมเลี้ยงสัตว์ประเภทนี้ส่วนใหญ่มักเป็นหมอที่สนใจและรักที่จะศึกษาหาความรู้เอง

“คนเริ่มตื่นตัวเรื่องการเลี้ยงสัตว์จริงๆ บางช่วงการเลี้ยงหมาบูมมาก บางช่วงคนแห่เลี้ยงหมูตัวเล็กๆ” นสพ. ประกิจ เกาะกายสิทธิ์ ผู้ก่อตั้ง โรงพยาบาลสัตว์พระราม 8 กล่าว “พอมีเฟซบุ๊ก มีแฟนเพจหมาแมวขึ้นมาคนก็เลี้ยงสัตว์เยอะขึ้น ใส่ใจสัตว์เลี้ยงเยอะขึ้น กระแสการเลี้ยงสัตว์เลยเติบโตมากขึ้น  สังเกตได้ว่าโรงพยาบาลสัตว์มีมากขึ้นเมื่อเทียบกับสมัยก่อน เดินไปใกล้ๆ ก็เจอ  เผลอๆอาจจะพอๆกับร้านสะดวกซื้อแล้ว”

ผศ. สพญ.อารีย์ ไหลกุล อาจารย์ประจำคณะสัตวแพทยศาสตร์ ภาควิชาเวชศาสตร์คลินิกสัตว์ใหญ่ และสัตว์ป่า มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ 
กำลังผ่าตัดกระดูกข้อเข่าของม้าแข่งเพื่อให้กลับมาวิ่งได้อีกครั้ง

เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ในงานประชุมสัตวแพทย์ที่ใหญ่ที่สุดของโลก  BSAVA Congress ซึ่งจัดขึ้นที่เมืองเบอร์มิงแฮม สหราชอาณาจักร ที่ประชุมได้ประมวลความเปลี่ยนแปลงต่างๆ ที่คาดว่าสัตวแพทย์รุ่นใหม่อาจเผชิญไว้ว่า  ในอนาคต  ความคาดหวังของเจ้าของสัตว์จะสูงขึ้น เช่นเดียวกับมาตรฐานการดูแลและให้บริการ ธุรกิจสัตวแพทย์จะขยายตัวขึ้นเรื่อยๆ  สัตวแพทย์เฉพาะทางมีมากขึ้น  มีการใช้เทคโนโลยีมากขึ้น ทักษะงานพยาบาลและเทคนิคการสัตวแพทย์จะนำมาใช้มากขึ้น  ค่าใช้จ่ายสูงขึ้น  และผู้หญิงจะเป็นอนาคตของวงการสัตวแพทย์

ในบ้านเรา มีผู้ประเมินว่าคนที่เลี้ยงสัตว์ส่วนใหญ่ แม้จะมีความรู้มากขึ้น ดูแลสัตว์เก่งขึ้น แต่ก็ยังเลี้ยงแบบกึ่งเป็นเพื่อน  คือดูแลบ้าง ไม่ดูแลบ้าง คนที่เลี้ยงดูสัตว์เหมือนลูกอาจมีราวร้อยละ 20-30 โดยเฉพาะผู้มีรายได้สูง และอาศัยในเมืองใหญ่หรือตามหัวเมืองต่างจังหวัด เกิดโรงพยาบาลสัตว์แบบไฮเอนด์ และโรงพยาบาลที่ทำธุรกิจเป็นเครือข่ายทั่วไป  ไม่ต่างจากโรงพยาบาลคน  โรงพยาบาลสัตว์ขนาดใหญ่มีเครื่องมือเครื่องใช้พร้อม  เช่น ห้องปฏิบัติการตรวจเลือด  มีเครื่องเอ็มอาร์ไอเป็นของตัวเอง  ในขณะเดียวกัน ก็ยังมีที่ทางสำหรับโรงพยาบาลขนาดกลางและคลินิกขนาดเล็กให้เติบโตได้อีก ขณะที่สัตว์เลี้ยงมีแนวโน้มเจ็บป่วยด้วยโรคเฉพาะที่คล้ายคลึงกับมนุษย์ เช่น มะเร็ง เบาหวาน ผิวหนัง โรคไต และโรคหัวใจ มากขึ้น อาหารและข้าวของเครื่องใช้บางอย่างของสัตว์เลี้ยงมีราคาสูงกว่าของคนด้วยซ้ำ

ความที่สัตวแพทย์เป็นคนกลางระหว่างมนุษย์กับสัตว์ ไม่ว่าจะเป็นระดับครัวเรือนหรือสังคม ความสัมพันธ์ระหว่างคนกับสัตว์เป็นอย่างไร ลึกซึ้ง ฉาบฉวย หรือหลากหลายเพียงใด ธุรกิจของสัตวแพทย์ก็ดูจะเป็นไปเช่นนั้นด้วย ในศตวรรษที่ 21 นี้  หน้าที่ ขอบเขตงาน และความชำนาญของวิชาชีพสัตวแพทย์เดินทางมาไกลและซับซ้อนกว่าที่เคยเป็นเมื่อสองสามชั่วอายุคนก่อนหลายเท่าพันทวี

นสพ.เบญจพล หล่อสัญญาลักษณ์ ใช้เลเซอร์ช่วยลดอาการอักเสบและกระตุ้นกล้ามเนื้อให้สิงโตที่มีปัญหาทางระบบประสาทและกล้ามเนื้อ

 

อ่านเพิ่มเติม : การล่าจะช่วยปกป้องสัตว์ป่าได้จริงหรือกว่าจะมาเป็นเจน กูดดอลล์

เรื่องแนะนำ

หนูยักษ์ที่ตกลงมาเป็นหนูชนิดใหม่

เรื่อง เจสัน บิตเทล เป็นเวลากว่า 20 ปีมาแล้ว ที่ชาวเกาะโซโลมอนบอกเล่าถึงเรื่องราวของหนูขนาดใหญ่ที่อาศัยอยู่บนยอดไม้ แต่ยังไม่มีใครพิสูจน์ได้ว่า สิ่งมีชีวิตชนิดนี้ยังคงอยู่หรือไม่ จนกระทั่งเมื่อเดือนพฤศจิกายน ปี 2015 คนงานตัดไม้บนเกาะวังกูนู ร่วงตกลงมาจากต้นไม้พร้อมกับมีหนูตัวหนึ่งหล่นลงมาด้วย โชคไม่ดีนักที่เจ้าหนูยักษ์ตัวนั้นเสียชีวิตหลังจากตกลงมา แต่ก็ยังพอมีเรื่องโชคดีอยู่บ้าง ฮิกูนา จัดจ์ เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าที่ทำงานอยู่ในเขตอนุรักษ์ใกล้ๆ ได้เป็นประจักษ์พยานในการพบเห็นหนูชนิดนี้ก่อนมันจะตาย การที่เขาทราบว่า เขาพบกับสิ่งมีชีวิตที่แสนพิเศษ เขาจึงจัดการตระเตรียมหนูยักษ์ให้อยู่ในสภาพสมบูรณ์ และส่งมันไปยังพิพิธภัณฑ์ควีนส์แลนด์ ในประเทศออสเตรเลีย “ผมรู้ทันทีว่ามันต้องเป็นชนิดพันธุ์ใหม่” ไทโรน ลาเวอรี ผู้เชี่ยวชาญด้านสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม กล่าวหลังจากได้รับตัวอย่างหนู เมื่อโตเต็มวัย หนูยักษ์วังกูนู (Uramis vika) มีน้ำหนักราวหนึ่งกิโลกรัม ความยาวจากปลายจมูกถึงหางประมาณ 45 เซนติเมตร ซึ่งมีขนาดใหญ่เป็นสี่เท่าของหนูที่เราพบทั่วไปตามบ้านเรือน และมันเป็นสัตว์ฟันแทะชนิดใหม่ที่มีการค้นพบบนหมู่เกาะโซโลมอนในรอบ 80 ปี   ชีวิตบนต้นไม้ แม้ว่าจะมีตัวอย่างให้ศึกษาเพียงตัวเดียว แต่นักวิทยาศาสตร์ก็สามารถคาดเดาพฤติกรรมของหนูยักษ์ชนิดนี้ได้ ตัวอย่างเช่น หางที่ไร้ขนและเรียวยาวช่วยในการทรงตัวขณะที่มันไต่ไปบนยอดไม้ ด้านหลังของฝ่าเท้าขนาดใหญ่พบปุ่มนูน และมีกรงเล็บโค้งงอ ซึ่งอาจจะเป็นการปรับตัวสำหรับการใช้ชีวิตที่ต้องอยู่บนต้นไม้ ลาเวอรีอธิบาย เขาและจัดจ์ตีพิมพ์การค้นพบครั้งนี้ลงใน Journal of […]

ช่วยสมเสร็จตกบ่อ

เจ้าหน้าที่ในจังหวัดสุมาตราตะวันตก ของอินโดนีเซีย ช่วยกันนำตัวของสมเสร็จขึ้นมาจากบ่อน้ำหลังมันพลัดตกลงไป สมเสร็จตัวนี้กำลังถูกย้ายไปยังศูนย์อนุรักษ์ของจังหวัด แต่ระหว่างทางมันหนีออกมา เมื่อเจ้าหน้าที่ออกตามหาก็มาพบมันในสภาพนี้เข้า สมเสร็จที่มีงวงสั้นๆ คล้ายช้างนี้ แท้จริงแล้วเป็นญาติของม้าและแรด พวกมันเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมกินพืชที่มีขนาดใหญ่เมื่อโตเต็มที่อาจหนักถึง 800 ปอนด์ ทั้งนี้มันได้รับบาดเจ็บที่ขาและบั้นท้ายจากอุบัติเหตุดังกล่าว ทางเจ้าหน้าที่จะส่งตัวมันไปยังศูนย์ฟื้นฟู ซึ่งคาดว่าหลังพักรักษาตัว 1 – 2 เดือน มันจะถูกปล่อยตัวกลับคืนสู่ป่าอีกครั้ง   อ่านเพิ่มเติม : แจกความสดใสด้วยความร่าเริงของควอกก้าน้อย, ลิงหายากจากป่าแอมะซอน ถูกพบอีกครั้งในรอบ 80 ปี

สปีชีส์ใหม่ๆ ของสัตว์และพืชถูกค้นพบทุกวันในป่าแอมะซอน

โดย ซาร่าห์ กิบเบ็นส์ ภายในป่าแอมะซอนเต็มไปด้วยสิ่งมีชีวิตมากมาย ผลจากการค้นพบที่ผ่านมา นักวิจัยรายงานว่าพวกเขาค้นพบสปีชีส์ใหม่ๆ ของสัตว์และพืชทุกวัน โดยเฉลี่ย นั่นคือข้อสรุปจากการทำงานตลอด 2 ปีทีผ่านมาของ องค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล หรือ WWF องค์กรเพื่อสิ่งแวดล้อมที่ตั้งอยู่ในบราซิล WWF ติดตามรายงานการค้นพบสัตว์มีกระดูกสันหลังและพืชสายพันธุ์ใหม่ๆ จากป่าแอมะซอน ในปี 2014 และปี 2015 จากรายงานทีมนักวิจัยค้นพบสิ่งมีชีวิตสายพันธุ์ใหม่รวมทั้งสิ้น 381 ชนิด โดยเป็น พืช 216 ชนิด ปลา 93 ชนิด สัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก 32 ชนิด สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม 20 ชนิด สัตว์เลื้อยคลานอีก 19 ชนิด และนกอีก 1 ชนิด อย่างไรก็ตามการค้นพบสิ่งมีชีวิตใหม่ๆ จากป่าแอมะซอนนี้ไม่ใช่เรื่องน่าประหลาดใจ ป่าแห่งนี้มีพื้นที่กว้างถึง 4 ล้านตารางไมล์ แอมะซอนคือบ้านของพืชและสัตว์หลากหลายสายพันธุ์ที่คิดเป็นสัดส่วน 10% จากทั้งหมดของโลก แต่ความประหลาดใจคือการที่สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมและสัตว์เลื้อยคลานขนาดใหญ่บางชนิดนั้น สามารถหลบซ่อนตัวอยู่ได้จนมาถึงปัจจุบันต่างหาก คำบอกกล่าวจากพาโบล […]