ฟอสซิลญาติแพนด้าอายุ 22,000 ปี - National Geographic Thailand

ฟอสซิลญาติแพนด้าอายุ 22,000 ปี

ฟอสซิลญาติแพนด้าอายุ 22,000 ปี

ในเดือนสิงหาคม ปี 2014 Yingqi Zhang นักบรรพชีวินวิทยา และทีมวิจัยขุดค้นลงไปในหลุมลึกของ ไจแกนโทพิเธคัส (Gigantopithecus) ไพรเมตขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมาบนโลก พวกเขากลับขึ้นมาพร้อมกับโครงกระดูกจำนวนหนึ่งที่บังเอิญโชคร้ายตกเป็นเหยื่อของกับดับตามธรรมชาตินี้

กระดูกส่วนใหญ่เป็นของเอปสายพันธุ์ที่สูญพันธุ์ไปแล้ว แต่ทีมวิจัยต้องตกตะลึงเมื่อพวกเขาพบขากรรไกรของแพนด้าโบราณอายุ 22,000 ปะปนอยู่ในโครงกระดูกของเหยื่อเหล่านั้นด้วย ส่งผลให้ตัวอย่างชิ้นที่ถูกค้นพบนี้เป็นตัวอย่างที่เก่าแก่ที่สุดของหมีแพนด้า

อย่างไรก็ดี เพียงการค้นพบฟอสซิลแค่ชิ้นเดียวยังเร็วเกินไปที่จะสรุปว่ามันเป็นสัตว์สายพันธุ์ใหม่หรือไม่ ทว่าผลจากการวิเคราะห์ทางดีเอ็นเอเผยให้เห็นว่ากระดูกชิ้นนี้เป็นของสัตว์ในวงศ์แพนด้ายักษ์ที่ไม่เคยเป็นที่รู้จักมาก่อน และแยกสายวิวัฒนาการออกจากแพนด้าปัจจุบันเมื่อราว 183,000 ปีก่อน

เจ้าสัตว์โบราณตัวนี้น่าจะมีความสามารถในการปรับตัวเป็นพิเศษ เพื่อเอื้อให้มันดำรงชีวิตในป่าเขตร้อนได้ ซึ่งนักวิทยาศาสตร์สันนิษฐานว่าในอดีตลายสีขาวดำของแพนด้านั้นน่าจะมีความหลากหลายมากกว่าที่เห็นกันในปัจจุบัน รายงานการค้นพบล่าสุดนี้ถูกเผยแพร่ลงในวารสาร Current Biology

ขณะนี้แม้ข้อสรุปเกี่ยวกับความหลากหลายของแพนด้าจะยังไม่ชัดเจน แต่ทีมวิจัยกำลังพยายามอย่างหนักในการสกัดเอาดีเอ็นเอออกมาจากฟอสซิล รายงานจาก Russell Ciochon นักบรรพมานุษยวิทยา จากมหาวิทยาลัยไอโอวา ผู้ไม่ได้มีส่วนร่วมในการวิจัยกล่าว

“เราไม่ได้แค่พยายามสกัดดีเอ็นเอออกจากฟอสซิลในเขตร้อนเท่านั้น แต่ยังเป็นการทำงานกับตัวอย่างที่เก่ามากๆ อีกด้วยค่ะ” Qiaomei Fu นักพันธุกรรม หนึ่งในผู้นำการวิเคราะห์ดีเอ็นเอในงานวิจัยชิ้นนี้กล่าว

 

สมบัติที่ซ่อนอยู่ภายใน

ปัจจุบันแพนด้าสมัยใหม่อาศัยอยู่ในพื้นที่ของสามมณฑล ในภาคกลางของจีนได้แก่ มณฑลเสฉวน, ส่านซี และกานซู่ แต่ย้อนกลับไปในอดีตสายพันธุ์ของพวกมันแพร่กระจายไปอย่างกว้างขวาง นักวิทยาศาสตร์พบตัวอย่างฟอสซิลของแพนด้าทั่วประเทศจีน, เมียนมา และทางตอนเหนือของเวียดนาม นอกจากนั้นยังไกลไปถึงในฮังการี และในสเปน

เมื่อทีมวิจัยของ Zhang พบฟอสซิลในมณฑลกว่างซี ทางตอนใต้ของจีน พวกเขาตื่นเต้นกันมากที่ได้พบกับบรรพบุรุษของพวกมัน เนื่องจากแพนด้าถือเป็นสัตว์สัญลักษณ์สำคัญของจีน และในพื้นที่ดังกล่าวปัจจุบันก็ไม่มีแพนด้าหลงเหลืออีกแล้ว ที่น่าทึ่งก็คือเมื่อพิจารณาลักษณะของฟอสซิลแล้วพบว่ามันดูคล้ายคลึงกับแพนด้าสมัยใหม่อย่างมาก และเนื่องจากตัวอย่างที่พบเป็นเพียงส่วนหนึ่งของกระดูกเท่านั้น ไม่ใช่หัวกะโหลก Zhang จึงไม่ได้ค้นคว้าอะไรเพิ่มเติม แต่โฟกัสการวิจัยไปที่ไจแกนโทพิเธคัสแทน

เป็นเวลากว่าปีครึ่งที่ฟอสซิลชิ้นดังกล่าวถูกห่อด้วยกระดาษชำระ ตั้งอยู่อย่างสงบนิ่งภายในกล่องพลาสติก ณ ห้องทำงานของ Zhang ในสถาบันวิทยาศาสตร์กรุงปักกิ่ง ด้าน Fu เองพยายามที่จะสกัดเอาดีเอ็นเอออกมาหลายต่อหลายครั้ง แต่ความร้อนและความชื้นของสภาพอากาศเป็นอุปสรรค และทำให้งานดังกล่าวเป็นเรื่องท้าทายมาก

จากนั้นทีมวิจัยใช้เทคโนโลยีซีทีสแกนเพื่อเข้าถึงกระดูกของหูชั้นในรูปหอยโข่งที่เรียกว่าคอเคลีย ซึ่งเป็นจุดที่รู้กันดีว่าเก็บรักษาดีเอ็นเอเอาไว้ ภารกิจครั้งนี้ได้ผล และในที่สุดทีมงานก็สามารถจัดลำดับจีโนมของแพนด้าขึ้นมาได้

ญาติแพนด้า
ฟอสซิลขากรรไกรของแพนด้ายักษ์ที่มีชีวิตอยู่เมื่อ 22,000 ปีก่อน
ภาพถ่ายโดย Yingqi Zhang และ Yong Xu

 

เจ้าสัตว์ขนฟู

ผลการวิจัยครั้งนี้ต่อยอดจากงานวิจัยก่อนหน้าที่สกัดดีเอ็นเอของฟอสซิลแพนด้าอายุ 5,000 ปี และ 8,500 ปี ทีมวิจัยพบว่าตัวอย่างจากหมีแพนด้าสองตัวนี้น่าจะเป็นพี่สาวของแพนด้าสมัยใหม่ ที่แยกสายวิวัฒนาการออกจากกันเมื่อราว 62,000 ปีก่อน

ด้าน Robert Fleischer ผู้อำนวยการศูนย์อนุรักษ์พันธุกรรม จากสถาบันชีววิทยา Smithsonian กล่าวเสริมว่าการศึกษาฟอสซิลของแพนด้าสองตัวดังกล่าวช่วยเสริมฐานข้อมูลของแพนด้ายักษ์ให้กระจ่างชัดเจนขึ้น “มันน่าสนใจมากที่จะนำข้อมูลที่ได้มาเปรียบเทียบกับแพนด้าสมัยใหม่” โดย Fleischer ให้เหตุผลว่าการเปรียบเทียบจะช่วยให้เห็นภาพว่าแพนด้าโบราณมีลักษณะเป็นอย่างไร ตลอดจนทราบว่าสัตว์โบราณเหล่านี้ปรับตัวให้อาศัยในสภาพเขตร้อนได้อย่างไร

ด้าน Fu วางแผนที่จะเก็บตัวอย่างของจีโนมเพิ่มเติมจากฟอสซิล ด้วยความคาดหวังที่ว่าในอนาคตพวกเขาอาจได้คำตอบใหม่ๆ ว่าในอดีตนั้นแพนด้ามีลายขาวดำหรือไม่ ทั้งยังช่วยเติมเต็มช่องว่างที่หายไปของสัตว์โบราณในวงศ์แพนด้า และที่สำคัญก็คือการเข้าใจพวกมันมากยิ่งขึ้นซึ่งจะนำไปสู่หนทางใหม่ๆ ในการอนุรักษ์สัตว์ขนฟูเหล่านี้ จากความเสี่ยงที่จะสูญพันธุ์

เรื่อง Maya Wei-Haas

 

อ่านเพิ่มเติม

ลิงโคลนนิ่ง คู่แรกในจีน

เรื่องแนะนำ

นิคมลับของเพนกวินในแอนตาร์กติกา

นิคมลับของเพนกวินในแอนตาร์กติกา นักวิทยาศาสตร์ประกาศการค้นพบอาณานิคมขนาดยักษ์ของเพนกวิน บริเวณพื้นที่อ่าวทางตะวันตกของทวีปแอนตาร์กติกา สถานที่ดังกล่าวคือเกาะแดนเจอร์ บ้านของเพนกวินอาเดลีจำนวนมากกว่า 1.5 ล้านตัว ด้วยการวิจัยทางภาคพื้นและภาพถ่ายจากดาวเทียมช่วยให้นักวิทยาศาสตร์สามารถคำนวณจำนวนของเพนกวินในนิคมดังกล่าวออกมาได้ การค้นพบนิคมลับของพวกมันครั้งนี้จะช่วยให้แผนงานอนุรักษ์ทางสิ่งแวดล้อมของพื้นที่ในแอนตาร์กติกาขยายพื้นที่ไปมากขึ้น ซึ่งแน่นอนว่าต้องครอบคลุมอาณาจักรของเพนกวินอาเดลีแห่งนี้ด้วยเช่นกัน หลังช่วงหลายปีที่ผ่านมาจำนวนประชากรของเพนกวินอาเดลีในแอนตาร์กติกาตะวันตกกำลังลดลงจากผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ   อ่านเพิ่มเติม ค้นพบนิคมขนาดยักษ์ของเพนกวินในแอนตาร์กติกา

สำรวจโลก : ทำไมหมีดำตัวนี้ถึงมีขนสีขาว

เรื่อง แพทริเซีย เอดมันด์ส เป็นเวลาหลายพันปีมาแล้วที่ชาวคีตาซูบนชายฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิกของแคนาดารู้จักหมีชนิดนี้และตำนานของมัน ตามที่เล่าขาน กาเรเวนผู้สร้างสรรพสิ่งได้เปลี่ยน โลกจากหินที่เย็นจนเป็นนํ้าแข็งให้กลายเป็นสวนเขียวชอุ่ม แต่เพื่อเตือนใจถึงสมัยนํ้าแข็ง กาเรเวนจึงทำให้หมีดำหนึ่งตัวในทุกๆ สิบตัวเป็นสีขาว ชื่ออย่างเป็นทางการของมันคือหมีเคอร์โมดี (Kermode bear) แต่คนท้องถิ่นเรียกว่าหมีศักดิ์สิทธิ์ จากสกุลและชนิดพันธุ์ มันคือหมีดำ แต่ถ้าทั้งพ่อและแม่ (ไม่ว่าจะสีอะไรก็ตาม) มีการกลายพันธุ์ในยีน ซึ่งส่งผลกระทบต่อการผลิตสารสี ลูกของพวกมันจะมีขนสีขาว เพื่อยืนยันเรื่องนี้นักวิจัยเก็บตัวอย่างขนหมีแล้วนำมาวิเคราะห์ดีเอ็นเอ จากหมี 220 ตัว มี 22 ตัวที่ได้รับยีนขนสีขาวมาจากทั้งพ่อและแม่ และหมีทั้ง 22 ตัวนั้นมีสีขาว ฤดูผสมพันธุ์ของพวกมันอยู่ในช่วงเดือน พฤษภาคมถึงกรกฎาคม เช่นเดียวกับหมีทุกชนิด เอ็มบริโอที่ได้รับการผสมแล้วจะเลื่อนเวลาการฝังตัวในผนังมดลูกของหมีเพศเมียออกไป ถ้าหมีเพศเมียไม่แข็งแรงพอที่จะตั้งท้อง เอ็มบริโอจะไม่ฝังตัวและ มันจะไม่ตกลูกในปีนั้น แต่ถ้ามันมีสุขภาพดีและแข็งแรง เอ็มบริโอจะฝังตัวในฤดูใบไม้ร่วง และลูกหมีครอกละหนึ่งถึงห้าตัวจะลืมตามาดูโลกในฤดูหนาวปีนั้น   อ่านเพิ่มเติม : สำรวจโลก : สัตว์ก็มีหัวใจ, สำรวจโลก : เพราะน้ำคือชีวิต

วันโชคดีของงูในท้อง

เมื่องูที่ถูกเขมือบซึ่งเกือบจะหายเข้าไปในท้องของงูอีกตัว เอาชีวิตรอดออกมาได้อย่างคาดไม่ถึง เรื่อง  คริสตินา นูเนซ 29 พฤษภาคม  2017: ฉากที่เกิดขึ้นข้างถนนในรัฐเทกซัสกลายเป็นเหตุการณ์ “บิ๊กเซอร์ไพรส์” สำหรับคริสโตเฟอร์ เรโนลด์สและภรรยา งูขนาดเขื่องตัวหนึ่ง (ยังไม่ทราบชนิดแน่ชัด) ซุกตัวอยู่ใต้ร่มไม้โดยมีอะไรบางอย่างโผล่ออกมาจากปาก ไม่นานหลังจากเรโนลด์สเริ่มใช้กล้องบันทึกภาพ เจ้างูตัวนั้นก็เริ่มขย้อนงูอีกตัวหนึ่งออกมา และที่น่าประหลาดใจยิ่งกว่านั้นคือ เจ้างูที่ถูกกินยังมีชีวิตอยู่เสียด้วย เรย์โนลด์สสันนิษฐานว่า การปรากฏตัวและจับจ้องของมนุษย์อาจทำให้เจ้างูสีดำเกิดความเครียดจนยอมสละอาหารมื้อนี้และล่าถอยไป เขาพูดทีเล่นทีจริงว่า นี่คงเป็น “วันโชคดีแบบสุดๆ” ของเจ้างูที่เป็นเหยื่อ แม้ยังไม่ทราบแน่ชัดว่า งูทั้งสองชนิดในภาพคืองูอะไร แต่พฤติกรรมลักษณะนี้ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ เหตุการณ์ทำนองนี้เคยเกิดขึ้นและมีผู้บันทึกภาพไว้หลายครั้ง  เช่น งูเหลือมในอินเดียขย้อนแอนทิโลปทั้งตัวออกมา (ชมวิดีโอเพิ่มเติมได้ที่ Watch a Python Devour, Then Regurgitate, an Antelope) เรย์โนลด์สอาจพูดถูกที่ว่า การปรากฏตัวของเขาทำให้งูนักล่าตัวนี้ยอมสละอาหารมื้อใหญ่ เคนนีย์ คริสโก ผู้เชี่ยวชาญด้านสัตว์เลื้อยคลานและผู้จัดการด้านสัตว์จัดแสดงที่พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาฟลอริดา ซึ่งเคยให้ความเห็นกับเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก เกี่ยวกับคลิปงูเหลือมขย้อนแอนทิโลปเมื่อปีที่แล้ว  บอกว่า พฤติกรรมลักษณะนี้ของงูถือเป็นกลไกป้องกันตนเอง (defense mechanism) งูเป็นสัตว์ที่ไม่เคี้ยวอาหาร พวกมันจึงต้องใช้เวลาค่อนข้างมากในการย่อยอาหารที่กลืนกินเข้าไป ทว่าในหลายกรณี […]

ทำไมชอบดูนก

ทำไมชอบดูนก “ดูนก ไปทำไม” โดยทั่วไปเมื่อถามคำถามนี้กับบรรดานักดูนก  เรามักได้เหตุผลเบื้องต้นประมาณว่า  เพราะนกน่ารัก… เพราะอยากเป็นนก…  เพราะได้ไปอยู่ในป่า…  ดูนกแล้วมีสมาธิ… ชอบอิริยาบถของนก… เพราะได้ตื่นเช้า… ได้หัดสังเกต… รู้จักเฝ้ารอ… ไม่เอาแต่ใจ… ไม่เร่งรีบ… ดูแล้วมีความสุข… รู้สึกสบายใจ เรื่อยไปจนถึงคำตอบห้วนๆว่า ไม่มีเหตุผลอะไร แค่ชอบ แต่ทำไมคนเหล่านั้นถึงยอมตื่นแต่เช้ามืดไปเดินท่อมๆ เงียบๆ ทนทาก/ยุง/เห็บกัด หรือไม่ก็นั่งรอในบังไพรนานเป็นชั่วโมงๆ เพื่อให้ได้เห็นนกสักตัว  คนดูนกมักตอบคนไม่ดูอย่างกำปั้นทุบดินว่า  ต้องลองไปดูนกเอง นกเป็นสิ่งมีชีวิตล้ำเลิศที่มนุษย์เฝ้ามองมาทุกสมัย  วิวัฒนาการสองขาหน้าของนกได้ชื่อว่าเป็นวิวัฒนาการที่สร้างสรรค์ที่สุด  คนทุกยุคฝันอยากมีปีกบินได้เหมือนนก แต่บรรพบุรุษของนกกลับเป็นสัตว์เลื้อยคลานอย่างไดโนเสาร์  มีทั้งขนาดใหญ่ยักษ์วิ่งได้แต่บินไม่ได้ และขนาดเล็กจิ๋วเท่าแมลงภู่  มีทั้งสีสันฉูดฉาด  แพรวพราว ขาวปลอดและดำปลอด อายุวัต เจียรวัฒนกนก นักวาดภาพธรรมชาติอายุ 27 ปี บอกว่า  ที่ยังชอบดูนกมาถึงทุกวันนี้  เพราะยังมีสิ่งให้ค้นหาอยู่ไม่รู้จบ  “ยิ่งดู ยิ่งรู้สึกอยากเจอตัวนั้น อยากเจอตัวนี้  นกทั่วโลกมีหมื่นกว่าชนิด ในเมืองไทยพันกว่า  พอเราไปดูนก เราก็ไปอยู่ในธรรมชาติ  ช่วงที่ไม่มีนก เราก็ได้ดูอย่างอื่นด้วย ทำให้เราสังเกตต้นไม้ใบหญ้า สัตว์ประเภทอื่นๆ […]