สีผิวที่แตกต่าง - Page 2 of 2 - National Geographic Thailand

สีผิวที่แตกต่าง

สีผิวที่แตกต่าง
คนเก็บของป่าล่าสัตว์ชาวฮัดชาในแทนซาเนียอย่าง ออนโดชี สเตฟาโน เป็นหนึ่งในบรรดาเครือญาติใกล้ชิดที่ยังมีชีวิตอยู่ของมนุษย์กลุ่มแรกที่เดินทางออกจากทวีปแอฟริกา

บนเส้นทางอพยพตรงไหนสักแห่ง บางทีอาจเป็นตะวันออกกลาง นักเดินทางกลุ่มนั้นได้พบและผสมพันธุ์กับมนุษย์ชนิดพันธุ์อื่น นั่นคือนีแอนเดอร์ทัล และยังพบกับมนุษย์เดนีโซแวนซึ่งอยู่ไกลออกไปทางตะวันออกด้วย เชื่อกันว่ามนุษย์ทั้งสองชนิดพันธุ์วิวัฒน์ขึ้นในยูเรเชียจากมนุษย์ โฮโม ไฮเดลเบอร์เกนซิส ซึ่งอพยพออกจากแอฟริกาก่อนหน้านั้นนานแล้ว นักวิทยาศาสตร์บางคนยังเชื่อว่า การอพยพครั้งใหญ่เมื่อ 60,000 ปีก่อน แท้จริงแล้วเป็นคลื่นระลอกที่สองของมนุษย์สมัยใหม่ที่ทิ้งแอฟริกาไป ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง เมื่อพิจารณาจากจีโนมของเราที่ไม่ใช่ชาวแอฟริกันในทุกวันนี้ คลื่นผู้อพยพระลอกสองย่อมต้องมหาศาลกว่าระลอกแรกเป็นอันมาก

ลูกหลานของผู้อพยพเหล่านั้นแพร่กระจายไปทั่วโลก พอถึง 50,000 ปีก่อน พวกเขาเดินทางถึงออสเตรเลีย 5,000 ปีต่อมาหรือ 45,000 ปีก่อน ได้ลงหลักปักฐานในไซบีเรีย และล่วงถึง 15,000 ปีที่แล้ว ก็เดินทางถึงอเมริกาใต้ ขณะเคลื่อนย้ายพวกเขาก่อร่างสร้างกลุ่มใหม่ๆซึ่งเริ่มโดดเดี่ยวทางภูมิศาสตร์จากกลุ่มอื่นๆ และได้รับชุดพันธุกรรมที่กลายพันธุ์อย่างเด่นชัดมาด้วย

การเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยเหล่านี้ส่วนใหญ่มักไม่เกิดประโยชน์หรือให้โทษ แต่บางโอกาสการกลายพันธุ์ที่เกิดขึ้นกลายเป็นข้อได้เปรียบในสิ่งแวดล้อมใหม่ ภายใต้แรงกดดันของการคัดเลือกโดยธรรมชาติ (natural selection) การกลายพันธุ์ที่เป็นประโยชน์แพร่กระจายอย่างรวดเร็วในหมู่ประชากรท้องถิ่นนั้นๆ ตัวอย่างเช่นในพื้นที่สูงซึ่งมีระดับออกซิเจนต่ำ สำหรับกลุ่มคนที่อพยพสู่ที่ราบสูงเอธิโอเปีย ทิเบต หรือที่ราบสูงอัลติปลาโนบนเทือกเขาแอนดีส การกลายพันธุ์ชั้นเลิศช่วยให้พวกเขาเผชิญกับอากาศที่เบาบางได้ เช่นเดียวกับที่ชาวอินูอิตซึ่งได้รับอาหารจากทะเลที่อุดมด้วยกรดไขมัน ก็มีการเปลี่ยนแปลงของยีนที่ช่วยให้พวกเขาปรับตัวกับอาหารประเภทนั้นได้

ทั่วโลกในปัจจุบัน สีผิวของคนเรามีความหลากหลายอย่างมาก ความแตกต่างส่วนใหญ่สัมพันธ์กับละติจูด บริเวณใกล้เส้นศูนย์สูตรที่มีแสงแดดจัด ทำให้ผิวคล้ำมีประโยชน์ในการปกป้องรังสีอัลตราไวโอเลต ส่วนบริเวณใกล้ขั้วโลกที่มีปัญหาเรื่องแสงแดดน้อยเกินไป ผิวสีซีดกว่าย่อมช่วยผลิตวิตามินดีได้ดีกว่า ยีนหลายชนิดทำงานร่วมกันเพื่อกำหนดสีผิว และกลุ่มคนที่แตกต่างกันอาจมีส่วนผสมของการกลายพันธุ์ได้หลายแบบด้วย

สีผิวที่แตกต่าง
แม้แต่ทุกวันนี้มนุษย์นีแอนเดอร์ทัลก็อยู่ในตัวพวกเราส่วนใหญ่: ในเมืองดึสเซลดอร์ฟ ประเทศเยอรมนี ประติมากรรมชิ้นหนึ่งจากพิพิธภัณฑ์นีแอนเดอร์ทัลที่อยู่ใกล้เคียง ดึงดูดความสงสัยและการรับรู้จากผู้คนที่เดินผ่านไปมา มนุษย์กลุ่มแรกที่เดินทางออกจากแอฟริกาบางส่วนได้พบและผสมพันธุ์กับมนุษย์นีแอนเดอร์ทัล ด้วยเหตุนี้ คนที่ไม่ใช่ชาวแอฟริกันในปัจจุบันทุกคนจึงมีดีเอ็นเอของมนุษย์นีแอนเดอร์ทัลอยู่เล็กน้อยด้วยยีนเหล่านั้นอาจช่วยกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันและระดับวิตามินดีของพวกเขา แต่ก็ทำให้เสี่ยงต่อการเป็นโรคจิตเภทและมีไขมันที่พุงเกินขนาดด้วย

เมื่อคนเราพูดถึงเชื้อชาติ โดยทั่วไปมักจะอ้างอิงถึงสีผิว และในขณะเดียวกันก็หมายถึงบางอย่างที่มากกว่าสีผิว วิทยาศาสตร์ในปัจจุบันบอกเราว่า ความแตกต่างที่มองเห็นระหว่างมนุษย์ล้วนเป็นอุบัติเหตุทางประวัติศาสตร์ที่สะท้อนว่า บรรพบุรุษของเราจัดการกับการสัมผัสแสงอาทิตย์ได้อย่างไร ไม่มีอะไรมากกว่านั้น

เรื่อง เอลิซาเบท โคลแบร์

ภาพถ่าย โรบิน แฮมมอนด์

 

อ่านเพิ่มเติม

บรรพบุรุษชาวอังกฤษมีผิวดำ, ผมหยิก และตาสีฟ้า

เรื่องแนะนำ

หลัก 3H’s ที่ช่วยแก้ปัญหาวิกฤตสิ่งแวดล้อมของ ทรู คอร์ปอเรชั่น

เมื่อบริษัทเทคโนโลยีมีส่วนร่วมในการทำงานด้านสิ่งแวดล้อมได้ True Corporation : ทรู คอร์ปอเรชั่น คือ ผู้ให้บริการด้านการสื่อสารโทรคมนาคม และเทคโนโลยีดิจิทัลครบวงจร นับเป็นรายเดียวในประเทศ และเป็นผู้นำธุรกิจคอนเวอร์เจนซ์ไลฟ์สไตล์ สร้างพื้นฐานระบบเทคโนโลยีดิจิทัล เชื่อมโยงผู้คน องค์กร เศรษฐกิจ สังคมเข้าด้วยกัน เพื่อรองรับสังคมดิจิทัลเต็มรูปแบบในอนาคต โดยเฉพาะเป้าหมายขององค์กรคือการสร้างการมีส่วนร่วมกับผู้คนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย สร้างผลิตภัณฑ์ทางเทคโนโลยีที่รับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน True Sustainability Goals จึงเป็นพันธกิจที่พวกเขายึดถือเพื่อส่งต่อความเชื่อดังกล่าว ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมให้เกิดขึ้น ภายใต้หลักการ “3H’s” คือ “HEART, HEALTH, HOME” ซึ่งบูรณาการมาจาก ทั้งปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง หลักสากล 10 ประการของสหประชาชาติ ไปจนถึงเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนขององค์กรสหประชาชาติ ทั้ง 17 ประการ โดยหมวดที่ให้ความสำคัญด้านสิ่งแวดล้อมโดยเฉพาะ ได้แก่ HOME ซึ่งมีเป้าหมายโดยเริ่มจากการจัดการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สู่ Carbon Neutral หรือลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สุทธิ ทั้งทางตรงและทางอ้อม (Scope 1 & 2) […]

นักล่าน้ำผึ้ง คนสุดท้าย

เมาลิ ธัน ห้อยต่องแต่งอยู่กลางเวหาสูง 90 เมตรบนบันไดเชือกไม้ไผ่ พลางสำรวจผาหินแกรนิตช่วงที่เขาต้องปีนเพื่อไปยังจุดหมาย นั่นคือรังผึ้งหลวงหิมาลัยใต้หินแกรนิตที่ยื่นออกมา ผึ้งเหล่านี้คอยเฝ้ารักษาน้ำผึ้งเมา (mad honey) ซึ่งมีคุณสมบัติเหมือนสารก่อประสาทหลอน และขายในตลาดมืดเอเชียได้ราคากิโลกรัมละ 30 ถึง 40 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราวหกเท่าของราคาน้ำผึ้งทั่วไปที่ขายในท้องตลาดเนปาล สำหรับเมาลิแล้ว การเก็บน้ำผึ้งเป็นเพียงวิธีเดียวในการหาเงินซึ่งเขาจำเป็นต้องใช้ซื้อหาอาหารและสิ่งของจำเป็นบางอย่างที่ทำเองไม่ได้ ซึ่งรวมถึงเกลือและน้ำมันประกอบอาหาร แต่ไม่ว่าเงินจะสำคัญสำหรับเขาและคนอื่นๆในหมู่บ้านของเขาที่อยู่ไกลออกไปเบื้องล่างมากเพียงใดก็ตาม เมาลิคิดว่าถึงเวลาที่จะเลิกทำงานนี้แล้ว ด้วยวัย 57 ปี เขาแก่เกินกว่าจะเสี่ยงกับการเก็บน้ำผึ้งตามฤดูกาลที่อันตรายนี้ หลายศตวรรษมาแล้วที่ชาวกูลุงอยู่อย่างโดดเดี่ยวจากโลกภายนอก เพราะบ้านของพวกเขาอยู่ท่ามกลางป่าทึบภายในโกรกธารลึกซึ่งเกิดจากฝีมือสลักเสลาของแม่น้ำหองคู แม้เมานต์เอเวอเรสต์จะอยู่ห่างออกไปทางเหนือเพียงหุบเขาเดียวจากบริเวณเชิงเทือกเขาหิมาลัยแห่งนี้ ทว่าที่นี่ก็ยังคงโดดเดี่ยวและห่างไกล ทว่าในแต่ละปีโลกภายนอกคืบคลานเข้ามาใกล้ทุกที มีถนนดินสายหนึ่งที่ย่นเวลาเดินเท้ามาสู่หมู่บ้านสัททีของเมาลิ ได้ภายในสองวัน และกำลังเริ่มทำเส้นทางเดินป่าของนักท่องเที่ยวซึ่งจะเข้าไปลึกถึงตอนบนของหุบเขา เส้นทางนี้จะเชื่อมหมู่บ้านสัททีและหมู่บ้านข้างเคียงอื่นๆกับเส้นทางเดินป่ายอดนิยม สี่สิบสองปีมาแล้วนับตั้งแต่เมาลิฝันเห็นสิ่งที่นำเขามาสู่เส้นทางสายนี้ ตอนนั้นเขาอายุ 15 ปี เป็นคืนหลังจากที่เขาช่วยพ่อเก็บรวงผึ้งครั้งแรก “ผมเห็นผู้หญิงสวยสองคนครับ” เขาเล่า “ทันใดนั้นผมรู้สึกว่าตัวเองติดอยู่ในใยแมงมุมข้างหน้าผาแห่งหนึ่ง ผมพยายามดิ้นให้หลุด ตอนที่เห็นลิงสีขาวตัวใหญ่ตัวหนึ่งอยู่ข้างบน มันหย่อนหางลงมา หญิงสองคนนั้นช่วยผมคว้าหางไว้ได้ ลิงดึงผมขึ้นไป แล้วผมก็หลุดออกมาครับ” เหล่าผู้อาวุโสซึ่งหนึ่งในนั้นคือพ่อของเขาเองบอกเขาว่า ลิงนั้นคือรังเกมิ วิญญาณที่คอยเฝ้าปกปักฝูงผึ้งและลิง บางครั้งก็เป็นพลังงานอันกราดเกรี้ยวที่สิงสถิตอยู่ตามสถานที่อันตรายต่างๆซึ่งน้อยคนจะกล้าย่างกรายเข้าไป พวกผู้อาวุโสพูดให้เขาเชื่อมั่นว่า เขาได้รับการรับรองแล้วว่าจะปีนป่ายหน้าผาไปได้อย่างปลอดภัย […]

SeaYouTomorrow Camp บทเรียนหน้าบ้าน ของเยาวชนเกาะพีพี และผู้นำสิงห์ เอสเตท

บ้านที่เป็นที่อยู่อาศัยของครอบครัว บ้านที่เป็นพื้นที่ต้อนรับนักท่องเที่ยว และบ้านที่เป็นหัวใจของระบบนิเวศ อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงมากที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย ด้วยทัศนียภาพพร้อมกับความอุดมสมบูรณ์ทางธรรมชาติทั้งบนดินและใต้ทะเลที่ตรึงตาตรึงใจนักท่องเที่ยว หากแต่หน้าที่ของการปกปักรักษาสิ่งแวดล้อมไม่ใช่เป็นเพียงแค่คนในพื้นที่หรือคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง แต่เป็นหน้าที่ของเราทุกคนที่จำเป็นจะต้องสร้างระบบนิเวศของจิตสำนึกและการตระหนักถึงกิจกรรมในชีวิตประจำวัน ไปจนถึงกิจกรรมการท่องเที่ยวที่ช่วยถนอมโลกใบนี้ให้มากขึ้น นี่จึงเป็นที่มาที่สิงห์ เอสเตท ตัวแทนเจ้าภาพโรงแรมทราย พีพี ไอส์แลนด์​ วิลเลจ ได้รวบรวมผู้นำระดับหัวหน้างาน 15 ท่าน พร้อมกับตัวแทนนักเรียนในพื้นที่เกาะพีพี มาปลูกองค์ความรู้ด้านการอนุรักษ์ร่วมกันผ่านค่าย “SeaYouTomorrow Camp Fighting Climate Crisis แคมป์ผู้นำ และเยาวชน รวมพลังต้านวิกฤติโลกร้อน”   Change Agent ผู้กำหนดโลก เด็กคือ Change Agent ผู้กำหนดการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญของโลกในวันข้างหน้า และด้วยช่วงวัยที่พร้อมเปิดรับกับการเรียนรู้ทุกรูปแบบ ทำให้ อเล็กซ์ เรนเดล จัดตั้ง EEC THAILAND (Environment Education Centre) ผ่านการทำค่ายที่มอบประสบการณ์การเรียนรู้และการลงมือทำให้กับเด็กมาเกือบ 7 ปีแล้ว ควบตำแหน่งทูตสันถวไมตรีประจำประเทศไทย จากโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ (UNEP) เขาจึงกลายมาเป็นพาร์ทเนอร์สำคัญในการจัดกิจกรรมแคมป์ในครั้งนี้ แต่จะอาศัยเพียงกำลังของเด็ก เพื่อรอการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นในอนาคตเห็นจะไม่เพียงพอ […]

พลัดที่นาคาที่อยู่ สูญสิ้นแม้ความหวัง

“เต้น!” เสียงตะโกนจากเจ้าหน้าที่ทหาร ผู้แกว่งปืนในมือไปยังเด็กหญิงที่กำลังหวาดกลัวจนตัวสั่นเทิ้ม อฟีฟาเพิ่งจะอายุได้ 14 ปี เธอถูกจับกุมอยู่ในนาข้าวรวมกับเด็กหญิงและผู้หญิงคนอื่นๆ อีกหลายสิบคน ทั้งหมดเป็นชนกลุ่มน้อยชาติพันธุ์โรฮิงญา บรรดาทหารที่บุกรุกหมู่บ้านของพวกเธอในเช้าวันหนึ่งของเดือนตุลาคมที่ผ่านมา กล่าวว่า พวกเขากำลังตามหาตัวผู้ก่อการร้ายติดอาวุธที่สังหารเจ้าหน้าที่ชายแดนตายไป 9 ราย เด็กผู้ชายและผู้ชายในหมู่บ้านพากันหวาดกลัว ดังนั้นพวกเขาจึงหนีไปซ่อนตัวในป่า และทหารเหล่านี้จึงหันมาข่มขวัญผู้หญิงและเด็กๆ แทน หลังจากถูกค้นตัว อฟีฟาเห็นทหารลากหญิงสาว 2 คนเข้าไปในทุ่งนาลึก ก่อนที่พวกเขาจะมุ่งความสนใจมาที่เธอ “ถ้าแกไม่เต้น” หนึ่งในนั้นกล่าว แล้วเอานิ้วลากไปที่ลำคอของตัวเอง “เราจะฆ่าเธอ” อฟีฟาร้องไห้น้ำตานองหน้า เธอเริ่มแกว่งตัวไปมา พวกทหารปรบมือเป็นจังหวะ บางคนหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาถ่ายคลิปวิดีโอไว้ ผู้บัญชาการของพวกเขาสอดแขนเข้ามาโอบเอวของเธอ “แบบนี้ดีกว่าใช่ไหม?” เขาพูดพร้อมรอยยิ้ม เหตุการณ์ทำนองนี้เป็นจุดเริ่มต้นของความรุนแรงล่าสุดที่เกิดขึ้นจากการปราบปรามชาวโรฮิงญาจำนวนกว่า 1.1 ล้านคน ที่อาศัยอยู่ในรัฐยะไข่ ทางตะวันตกของเมียนมา สหประชาชาติออกมากล่าวว่า ชาวโรฮิงญาเหล่านี้เป็นชนกลุ่มน้อยที่ถูกข่มเหงมากที่สุดในโลก พวกเขาเป็นชาวมุสลิมที่อาศัยอยู่ในประเทศที่พุทธศาสนาเป็นใหญ่ ชาวโรฮิงญาอ้างว่าพวกเขาเป็นชนพื้นเมืองของรัฐยะไข่ และหลายคนก็สืบเชื้อสายมาจากบรรพบรุษที่เข้ามาตั้งถิ่นฐานตั้งแต่ศตวรรษที่ 19 ถึงต้นศตวรรษที่ 20 แม้พวกเขาจะมีรากเหง้าที่ยาวนาน แต่กฏหมายตั้งแต่ปี 1982 ไม่ได้ให้สิทธิชาวโรฮิงญาเป็นพลเมืองของประเทศ ปัจจุบันพวกเขายังคงมีสถานะเป็นผู้อพยพผิดกฎหมาย และในบังกลาเทศเองก็รองรับชาวโรฮิงญากว่าครึ่งล้านคนที่หลบหนีเข้าไปอาศัยอยู่ การปะทะกันระหว่างชาวพุทธและชาวมุสลิม เมื่อ […]