ต้นไม้สื่อสารกันได้ - National Geographic Thailand

ต้นไม้สื่อสารกันได้

ต้นไม้สื่อสารกันได้

ต้นไม้พูดได้! แต่ไม่ใช่เปล่งคำพูดออกมาให้เราฟังเช่นในภาพยนตร์ การสื่อสารของต้นไม้เกิดขึ้นที่ใต้ผืนดิน ณ เครือข่ายรากของพวกมันต่างหาก

ซูซาน ซิมาร์ด นักนิเวศวิทยาป่าไม้ ติดตามสารเคมีจำเพาะบางอย่าง และพบว่าต้นไม้ในป่าสนดักลาสของแคนาดากำลังพูดคุยกันใต้ดิน ด้วยการสร้างความสัมพันธ์แบบพึ่งพาอาศัยกันที่เรียกว่า “ไมคอร์ไรซา” (mycorrhiza) ร่วมกับราเพื่อส่งสัญญาณต่างๆ และแบ่งปันทรัพยากรระหว่างกัน

เริ่มต้นด้วย “ต้นแม่” ต้นไม้ที่มีขนาดใหญ่ที่สุด สูงที่สุด และได้รับแสงแดดในการผลิตอาหารมากกว่าที่มันต้องการ กลุ่มราหรือไมซีเลียมที่ห่อหุ้มปลายรากของต้นแม่จะส่งธาตุอาหารจากดินให้แลกกับน้ำตาลที่ต้นไม้ผลิตได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ราขาดแคลน จากนั้นราจะส่งน้ำตาลให้กับต้นไม้เล็กกว่าที่อ่อนแอ และอยู่ในร่มเงาของต้นไม้ใหญ่ ด้วยวิธีการนี้ช่วยให้ต้นไม้ใหญ่สามารถแบ่งปันสารอาหารไปยังต้นไม้อื่นๆ ได้ โดยผ่านเครือข่ายของราที่อาศัยอยู่บริเวณราก

นอกจากนั้นหากต้นไม้เผชิญกับความเครียดหรือภัยคุกคามก็ยังสามารถส่งสัญญาณเคมีเตือนต้นไม้ต้นอื่นได้ด้วยเช่นกัน ด้านนักวิจัยพบว่าป่าที่มีการเชื่อมโยงเครือข่ายกันในลักษณะนี้จะช่วยให้ต้นไม้อยู่รอดได้ดีกว่า และหากต้นแม่ถูกโค่นลง ต้นไม้เล็กๆ ก็จะตายตามอีกด้วย

 

อ่านเพิ่มเติม

ค้นพบต้นไม้เก่าแก่ที่สุดในยุโรป และยังคงเติบโตอยู่

เรื่องแนะนำ

พลังของมนุษยชาติ

โลกของเราเต็มไปด้วยความงดงาม แต่ขณะเดียวกันก็ทรงไว้ซึ่งพลานุภาพอันยิ่งใหญ่ มีพลังทางธรรมชาติหลายอย่างที่สามารถสร้างความเสียหายใหญ่หลวง การทำลายล้าง และความพินาศย่อยยับ พลังที่ดูเหมือนไม่มีอะไรจะหยุดยั้งได้ แต่สำหรับทุกปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ ก็มีพลังหนึ่งที่ทรงพลานุภาพไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน นั่นคือ… จิตวิญญาณแห่งความเป็นมนุษย์ที่ทอแสงอยู่ในชุมชนท้องถิ่น มีคนที่พร้อมจะเสี่ยงชีวิตเพื่อช่วยคนแปลกหน้าที่ประสบอุทกภัย เจ้าหน้าที่กู้ภัยผู้ไม่เกรงกลัวความตายเสี่ยงชีวิตช่วยเหลือผู้รอดชีวิตจากซากปรักในเหตุแผ่นดินไหวหรือเจ้าหน้าพิทักษ์ป่าที่ต้องต่อกรกับไฟที่โหมกระหน่ำและเผาผลาญทุกสิ่งในเส้นทางยังมีที่อีกแห่งหนึ่งที่คุณยังสามารถพบหรือสัมผัสกับพลังนี้ได้ แม้พายุจะพัดผ่านไปแล้ว นั่นคือชุมชนของนักวิจัย นักวิทยาศาสตร์ และนักสำรวจนานาชาติ ที่เพียรพยายามอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันในการเรียนรู้ และทำความเข้าใจในทุกวิถีทางเท่าที่ทำได้ เพื่อทำนาย เตรียมความพร้อม และช่วยให้พวกเรารอดชีวิตในปรากฏการณ์ทำลายล้างต่างๆ ความรู้ที่พวกเขาสั่งสม เรื่องราวที่พวกเขาบอกเล่า คอยย้ำเตือนให้พวกเรารู้เสมอว่ายังมีพลังอีกอย่างในธรรมชาติที่ไม่มีสิ่งใดหยุดยั้งได้ในโลกของเรา พลังนั้นยิ่งใหญ่กว่าเฮอร์ริเคน แผ่นดินไหว หรือสึนามิ พลังนั้นคือ…. มนุษยชาติ   อ่านเพิ่มเติม : เมื่อพายุมาทุกคนวิ่งหนี แต่พวกเขาพุ่งเข้าใส่เพื่อการวิจัย, ‘สืบ’ สานงานอนุรักษ์

ขยะพลาสติก : ศิลปะแฝงแง่มุมชวนคิด

"พลาสติกจะกลายเป็นศิลปวัตถุแห่งยุคสมัยของเรา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในมหาสมุทรที่ซึ่งวัสดุเหล่านี้รุกรานระบบนิเวศและล่องลอยไปทั่วโลก ขยะพลาสติกมากกว่าห้าล้านล้านชิ้นกระจายตัวอยู่ในทะเล และทุกปีจะมีขยะพลาสติก แปดล้านตันถูกทิ้งเพิ่มลงไป" เพื่อส่งสารนี้ออกไป ศิลปินคนหนึ่งออกรวบรวมขยะพลาสติกจากชายหาดแห่งหนึ่งในนิวยอร์ก แล้วนำกลับมาสร้างงานศิลปะสีสันสดใสเพื่อฝากแง่มุมชวนคิดเกี่ยวกับผลกระทบจากขยะพลาสติก

พบแมงกะพรุนในทะเลสาบอินโดนีเซีย

พบแมงกะพรุนในทะเลสาบอินโดนีเซีย ปกติแล้วแมงกะพรุนเป็นสัตว์ที่พบได้ในทะเลหรือมหาสมุทร แต่ฟุตเทจอันน่าทึ่งจากเกาะปาปัวนิวกีนี ในอินโดนีเซียนี้ เผยให้เห็นว่าแมงกะพรุนเองก็อาศัยอยู่ในทะเลสาบน้ำเค็มเช่นกัน ทะเลสาบน้ำเค็มเหล่านี้อยู่ใกล้ทะเลมากๆ มีชื่อเรียกภาษาอังกฤษว่า Marine lakes ทั่วโลกของเรามีทะเลสาบแบบนี้ราว 200 แห่ง แต่มีเพียงไม่ถึง 20 แห่งที่มีสภาพแวดล้อมเหมาะสมสำหรับแมงกะพรุน เช่นในคลิปวิดีโอนี้ ในระหว่างการสำรวจทะเลสาบบนเกาะปาปัวนิวกินี นักสำรวจของเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิกพบว่านอกเหนือจากแมงกะพรุนแล้ว ทะเลสาบแห่งนี้ยังมีระบบนิเวศที่สมบูรณ์อย่างมาก อย่างไรก็ตามข่าวดีนี้มาพร้อมกับความกังวลว่าการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ และอุณหภูมิของน้ำทะเลที่สูขึ้นอาจส่งผลกระทบต่อแมงกะพรุนเหล่านี้ในอนาคต เนื่องจากพวกมันอาศัยอยู่ในพื้นที่ปิด   อ่านเพิ่มเติม เป็นคุณจะทำอย่างไร? เมื่อปากจระเข้อยู่ใกล้แค่เอื้อม

คุยกับ ซิลเวีย เอิร์ล “เจ้าหญิงแห่งห้วงลึก”

นักสมุทรศาสตร์ ซิลเวีย เอิร์ล ได้สมญาว่า “เจ้าหญิงแห่งห้วงลึก” หรือ “Her Deepness” จากการอุทิศตนเพื่อการสำรวจและการอนุรักษ์มหาสมุทรของเธอ เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก มีโอกาสได้พูดคุยกับเธอ แบบสบายๆ (และไม่ต้องเปียกน้ำ) เมื่อไม่นานมานี้ NG: ซิลเวีย เราได้ยินข่าวลือว่าจริงๆ แล้วคุณเกิดใต้นํ้า และคุณยังมีเหงือกเหมือนปลา ที่ผ่านมาคุณเสแสร้งมาตลอดว่าเป็นมนุษย์ ที่เห็นเดินดินอยู่นี่เป็นภาพลวงตาใช่ไหม ซิลเวีย: เป็นอย่างนั้นได้ก็ดีสิ!   NG: เกิดอะไรขึ้นกับคุณตอนเป็นเด็ก ทำไมจู่ๆ การใช้ชีวิตอยู่บนบกถึงกลายเป็นเรื่องที่มีความสำคัญรองลงไปสำหรับคุณ ซิลเวีย: สมัยเด็กๆ ที่ชายฝั่งนิวเจอร์ซีย์ มีอยู่ครั้งหนึ่งฉันถูกคลื่นซัดจมนํ้า ฉันหายใจ ไม่ออก จนกระทั่งนิ้วเท้าสัมผัสพื้น ถึงทะลึ่งพรวดขึ้นมาได้ ตอนนั้นเองที่ฉันรู้สึกว่า มันทั้งสนุกและเจ๋งสุดๆ หลังจากนั้น พอครอบครัวย้ายไปอยู่ฟลอริดาตอนฉันอายุ 12 หลังบ้าน เราคืออ่าวเม็กซิโก คุณก็รู้นี่นาว่า เด็กๆ คือ นักสำรวจโดยธรรมชาติ พวกเขาเป็นนัก วิทยาศาสตร์มาตั้งแต่ต้น ชอบถามคำถามไม่หยุดหย่อน ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นเรื่องใหม่และน่าทึ่งไปเสียหมด   NG: ถ้าเป็นเด็กๆ […]