รถยนต์ไร้คนขับ เทคโนโลยีแห่งอนาคตที่เป็นประโยชน์หรือความเสี่ยง

รถยนต์ไร้คนขับ เทคโนโลยีแห่งอนาคตที่เป็นประโยชน์หรือความเสี่ยง

รถยนต์ไร้คนขับ เป็นหนึ่งในเทคโนโลยีที่คาดว่าจะเข้ามาเปลี่ยนชีวิตมนุษย์ในช่วงทศวรรษ 2020 ผู้ผลิตรถยนต์หลายบริษัทกำลังพัฒนานวัตกรรมนี้ออกมาอย่างต่อเนื่อง แต่เราจะสามารถเชื่อมั่นเทคโนโลยีนี้ได้มากแค่ไหน

หนึ่งในการคิดค้นนวัตกรรมของมนุษยชาตินับตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันคือเรื่องของการเดินทาง นับตั้งแต่สัตว์พาหนะ การเทียมเกวียนสัตว์ รถจักรไอน้ำ มาจนถึงเทคโนโลยีรถยนต์ในปัจจุบัน ซึ่งดูเหมือนเป็นสิ่งที่มนุษย์ขาดไปไม่ได้เสียแล้ว และในปัจจุบันก็ได้มีการพูดถึงการพัฒนา รถยนต์ไร้คนขับ นวัตกรรมล้ำสมัยที่ปรากฏเป็นภาพจินตนาการในภาพยนตร์หลาย ๆ เรื่อง จนเราคาดหวังว่ารถยนต์ไร้คนขับจะเป็นนวัตกรรมที่เปลี่ยนโลกไปไม่ต่างจากโทรศัพท์สมาร์ตโฟน แต่ในช่วงเวลา 3 – 4 ปีที่ผ่านมาก็ได้ปรากฏข้อมูลการเกิดอุบัติเหตุในการทดสอบรถยนต์ไร้คนขับขึ้นอยู่บ้าง หลายคนจึงอาจเกิดคำถามว่าเทคโนโลยีนี้จะทำให้ชีวิตเราดีขึ้น หรือเราต้องคอยระวังอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นเช่นเดียวกับเทคโนโลยีอื่น ๆ

หลักกิโลเมตรที่หนึ่งในการเดินทางของรถยนต์ไร้คนขับ

คำนิยามสำคัญของนวัตกรรมชนิดนี้คือยานพาหนะใดๆ ก็ตามที่สามารถทำงานได้เองโดยไม่ต้องมีผู้ควบคุมดังที่เราอาจเคยจินตนาการกันไว้ ตามประวัติศาสตร์ปรากฏหลักฐานว่ามีการทดลองรถยนต์ไร้คนขับ มาตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 1920 ในประเทศสหรัฐอเมริกา จนกระทั่งในปี 1977 The Tsukuba Mechanical Engineering Lab in Japan ได้ประดิษฐ์รถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยตัวเองเต็มรูปแบบได้สำเร็จ ทำความเร็วได้ 30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

แต่อย่างไรก็ตาม นวัตกรรมรถยนต์ไร้คนขับนี้เริ่มมีการพูดถึงมากขึ้นเมื่อ Google บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีได้ตัดสินใจพัฒนารถยนต์ไร้คนขับในปี 2009 ด้านเทสลามอเตอร์ บริษัทผลิตรถยนต์ไฟฟ้าชื่อดังก็ตั้งเป้าหมายที่จะผลิตรถยนต์ไฟฟ้าที่สามารถขับเคลื่อนได้ด้วยตัวเอง ในขณะที่บริษัทผลิตรถยนต์ชั้นนำอื่น ๆ ก็ประกาศว่าจะพัฒนารถยนต์ไร้คนขับเป็นของตัวเองเช่นเดียวกัน

รถยนต์ไร้คนขับ, ระบบการทำงาน, ขับเคลื่อนอัตโนมัติ
แผนผังอธิบายการทำงานของระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติของรถยนต์ไร้คนขับ ขอบคุณภาพจาก www.aaam.org

ระบบการทำงานของนวัตกรรมแห่งอนาคต

รถยนต์ไร้คนขับใช้ระบบปฏิบัติการขับเคลื่อนที่เรียกว่า Automated Driving Systems หรือ ADSs โดยในขณะนี้ มีเทคโนโลยีระบบการขับเคลื่อนอัตโนมัติ Advanced Driver Assistance Systems หรือ ADAS เป็นเครื่องมือควบคุมการขับขี่ ซึ่งเปรียบเทียบได้กับระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติของเครื่องบิน โดยระบบ ADAS มีส่วนประกอบ เช่น ระบบควบคุมการขับขี่อัตโนมัติ ระบบหลีกเลี่ยงการชน ระบบช่วยจอด ระบบคุมการขับขี่ในช่องทางจราจร และบรรดาเซนเซอร์ต่าง ๆ ที่ติดตั้งอยู่รอบรถเพื่อตรวจสอบวัตถุในระยะไกลและใกล้ เป็นต้น โดยองค์กรบริหารความปลอดภัยบนท้องถนนของสหรัฐอเมริกา (National Highway Traffic Safety Administration – NHTSA) ได้แบ่งระดับการพัฒนารถยนต์ไร้คนขับ 6 ระดับ คือ

ระดับ บทบาทหน้าที่ของระบบ
0 รถยนต์ที่มนุษย์ต้องควบคุมทุกอย่างด้วยตัวเอง ตั้งแต่การบังคับทิศทาง เบรก สตาร์ตเครื่อง อันเป็นรถยนต์แบบดั้งเดิม
1 ระบบผู้ช่วยคนขับรถ เป็นระดับที่มนุษย์ยังต้องควบคุมรถยนต์ แต่ก็มีระบบการช่วยเหลือคนขับอัตโนมัติบางอย่าง เช่นการแจ้งเตือนให้เปลี่ยนเลน ที่ปรากฏให้เห็นในรถยนต์ทุกวันนี้
2 ระบบอัตโนมัติบางส่วน เป็นระดับที่รถยนต์ทำงานบนเครื่องมือการใช้งานในระบบอัตโนมัติ เช่นการเร่งความเร็วหรือหมุนพวงมาลัยรถ และคนขับสามารถปล่อยมือจากพวงมาลัยได้ระยะเวลาหนึ่ง แต่ผู้ขับยังต้องมีส่วนในการควบคุมและต้องคอยเฝ้าดูสภาพแวดล้อมรอบรถ
3 ระบบอัตโนมัติแบบมีเงื่อนไข เป็นระดับที่คนขับยังจำเป็น โดยไม่ต้องคอยเฝ้าดูสภาพแวดล้อมรอบรถ แต่คนขับยังต้องพร้อมเข้ามาควบคุมรถแทนได้อยู่ตลอด
4 ระบบอัตโนมัติระดับสูง รถยนต์นั้นสามารถใช้งานการขับขี่ทุกอย่างได้เองภายใต้ในเงื่อนไขที่กำหนดไว้ และมีตัวเลือกให้คนขับรถเข้ามาควบคุมแทนได้
5

ระบบอัตโนมัติโดยสมบูรณ์แบบ เป็นระดับที่รถยนต์สามารถขับขี่ได้ด้วยตัวเองในทุกเงื่อนไข

ประโยชน์ของรถยนต์ไร้คนขับ

ผู้พัฒนารถยนต์ไร้คนขับเชื่อว่าประโยชน์สูงสุดของมันคือลดอุบัติเหตุบนท้องถนน ซึ่งมักเกิดจากมนุษย์ อีกทั้งยังสามารถแบ่งเบาภาระในชีวิตประจำวันของมนุษย์ได้อีกทางหนึ่ง โดยเฉพาะผู้สูงอายุ ซึ่งมักมีอุปสรรคในการขับรถเนื่องจากข้อจำกัดทางร่างกาย และทำให้รถยนต์ขับเคลื่อนได้ตามกฎจราจร การสัญจรสะดวก การจราจรไม่ติดขัด เพราะรถทุกคันสามารถขับเคลื่อนได้อย่างเป็นระเบียบด้วยระบบไร้คนขับ ทั้งนี้ยังช่วยให้คนพิการ เช่น คนพิการทางสายตาสามารถใช้รถยนต์ได้ง่ายและปลอดภัยต่อพวกเขา

รถยนต์ไร้คนขับ กูเกิ้ล
Eric Schmidt อดีตประธานกรรมการบริหารบริษัท Google ทดลองนั่งรถยนต์ขับเคลื่อนตัวเองของ Google ในสำนักงานใหญ่ที่เมืองเมาน์เทนวิว รัฐแคลิฟอร์เนีย เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2015 (ภาพถ่ายโดย JUSTIN SULLIVAN, GETTY IMAGES)

อุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นเมื่อไร้คนขับ

รถยนต์ไร้คนขับก็เป็นเช่นเดียวกับนวัตกรรมเปลี่ยนโลกอื่นๆ ที่ไม่สามารถเกิดขึ้นได้โดยง่าย และมีอุปสรรคในการทดสอบและพัฒนามากมาย ดังเช่นเมื่อเดือนมีนาคม ปี 2018 ได้เกิดอุบัติเหตุ รถยนต์ไร้คนขับของผู้ให้บริการรถยนต์ร่วมโดยสาร (Ride Sharing) อย่างอูเบอร์ (Uber) ที่ในอยู่ระหว่างการทดสอบระบบ พุ่งชนเอเลน เฮิร์ซเบิร์ก สตรีวัย 49 ปี ระหว่างกำลังจูงจักรยานข้ามถนนรัฐแอริโซนา ตอนกลางคืน ก่อนที่เธอจะเสียชีวิตที่โรงพยาบาล แม้ความเห็นจากตำรวจผู้สอบสวนจะกล่าวว่าอุบัติเหตุครั้งนี้อูเบอร์อาจจะไม่มีความผิด เนื่องจากเป็นเวลากลางคืนที่ทัศนวิสัยต่ำมากและผู้เสียชีวิตได้ข้ามถนนในระยะกระชั้นชิด แต่เหตุการณ์นี้ก็ทำให้ผู้คนตั้งคำถามว่านวัตกรรมรถยนต์ไร้คนขับนี้จะเป็นไปได้หรือไม่ และถ้าเกิดขึ้นจริง มันจะมีโอกาสเป็นเทคโนโลยีที่ทำร้ายเรา เช่นเดียวกับความกังวลของผู้ที่หวาดกลัวภัยของหุ่นยนต์ หรือปัญญาประดิษฐ์หรือไม่

แต่ถึงอย่างนั้น บรรดาผู้พัฒนารถยนต์ไร้คนขับนี้ยังยืนยันว่า ข้อดีของมันคือความปลอดภัย และส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุน้อยกว่าเมื่อเทียบกับรถยนต์ที่ควบคุมโดยมนุษย์ เพราะยานพาหนะเหล่านี้ถูกออกแบบให้ขับตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด อีกทั้งความแม่นยำของบรรดาเซนเซอร์ในรถจะส่งผลให้มันหยุดรถทันทีเมื่อมีความเสี่ยงการเกิดอุบัติเหตุ เพียงแต่เรายังต้องเฝ้ารอให้ระบบพัฒนาเสร็จอย่างสมูบรณ์แบบเสียก่อน อย่างไรก็ตาม เราคงต้องตระหนักถึงความจริงข้อหนึ่งว่าต่อให้รถยนต์ไร้คนขับจะออกแบบมาดีแค่ไหน ก็ไม่สามารถยืนยันได้ว่าจะสามารถหลีกเลี่ยงอุบัติเหตุได้ 100%

รถยนต์ไร้คนขับ
รถยนต์ไร้คนขับ Nuvo จอดอยู่ที่หน้าร้าน Fry’s supermarket ซึ่งเป็นรถใช้สำหรับส่งสินค้าของบริษัท Kroger ในมลรัฐแอริโซนา สหรัฐอเมริกา ขอบคุณภาพจาก https://www.forbes.com/sites/lanabandoim/2018/12/19/kroger-is-using-unmanned-autonomous-vehicles-to-deliver-groceries-in-arizona/#132d16bc2f57

จุดหมายที่ใกล้จะถึง

ไม่ว่าเราจะชอบมัน หรือวิตกกังวลไปกับรถยนต์ไร้คนขับ แต่ดูเหมือนว่านวัตกรรมนี้เตรียมพร้อมที่จะเข้ามาในชีวิตของเราแล้ว ผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ระดับโลกอย่าง General Motors และบริษัทผลิตรถยนต์หลายแห่งทั้งในยุโรป ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ต่างประกาศว่าจะพัฒนารถยนต์แบบไร้คนขับโดยสมบูรณ์และพร้อมวางตลาดในช่วงปี 2020 – 2021 โดยในขณะนี้ได้มีบริษัทที่ให้บริการรถยนต์ร่วมโดยสาร (Ride Sharing) บางบริษัท เริ่มทดลองการให้บริการด้วยรถยนต์ไร้คนขับแล้ว ในอีกด้านหนึ่ง บริษัทค้าปลีกยักษ์ใหญ่ของจีนอย่างอาลีบาบาได้เริ่มพัฒนารถหุ่นยนต์ไร้คนขับ ชื่อว่า G Plus เพื่อส่งของให้กับลูกค้าที่สั่งซื้อของทางอินเทอร์เน็ต เช่นเดียวกับ Kroger ร้านค้าปลีกรายใหญ่ในสหรัฐอเมริกาที่เริ่มเปิดตัวรถยนต์ไร้คนขับสำหรับใช้ขนส่งของไปยังบ้านลูกค้าเมื่อราวปลายปี 2018 ที่มลรัฐแอริโซนา มลรัฐที่สามารถออกใบอนุญาตทดสอบรถยนต์ไร้คนขับบนถนนจริงได้แล้ว

ดูเหมือนว่าการเดินทางบนเส้นทางรถยนต์ไร้คนขับของเหล่านักประดิษฐ์กำลังมุ่งไปสู่จุดหมายอย่างแน่นอน แต่ทว่างานหนักหนาที่ยังรอพวกเขาอยู่คือจะทำให้สังคมยอมรับและไว้วางใจให้มันเป็นผู้ช่วยในชีวิตของเราได้อย่างไร เมื่อถึงเวลานั้น รถยนต์ไร้คนขับอาจกลายมาเป็นเป็นนวัตกรรมที่พลิกโฉมโลกมนุษย์ของเราไปได้อย่างสิ้นเชิง

แหล่งข้อมูล

ทำไมจึงเป็นการยาก ที่จะสร้างรถยนต์ไร้คนขับจริง ๆ บนท้องถนน

ทำความรู้จัก Self-Driving Car ฉบับเบื้องต้น

รถยนต์ไร้คนขับของ UBER ชนคนเสียชีวิตในรัฐแอริโซนาระหว่างทดสอบระบบ

Are Self-Driving Cars Safe?

Autopilot แบบ 4.0 ไร้คนขับ เทคโนโลยียานยนต์ที่กำลังมาแรง

AUTOMATED DRIVING SYSTEMS 2.0

Automated Driving Systems (ADS) – An Introduction to Technology and Vehicle Connectivity – Part 3

The (Long) Road to Self-Driving Cars


อ่านเพิ่มเติม : ส่องอนาคตของรถยนต์ไฟฟ้า มาแน่ในอีกไม่กี่ปี

รถยนต์ไฟฟ้า

เรื่องแนะนำ

แมลงสาบมีดีอะไรถึงอยู่มาได้หลายล้านปี ชมคลิปวิดีโอที่เผยความทรหดทนทายาดของสัตว์ที่ได้ชื่อว่า อึดที่สุดชนิดหนึ่งในโลก

แมลงสาบคือสัตว์จอมทรหดที่แทบไม่มีอะไรหยุดยั้งได้ ชมการทดสอบด่านพิสูจน์ความอึดของแมลงสาบภายใต้สถานการณ์ต่างๆ ด่านแรก: การแทรกตัวผ่านช่องแคบ 3 มิลลิเมตร ผล:  คุณแทบหยุดยั้งพวกมันไม่ได้   ด่านที่สอง: แมลงสาบวิ่งผ่านอุโมงค์ความสูงต่างๆ ตั้งแต่  12 / 9 / 6 และ 4 มิลลิเมตร ผล:  คุณจับไม่ได้  ไล่ไม่ทัน  แมลงสาบสามารถวิ่งด้วยความเร็วสูงสุดถึง 50 ความยาวช่วงตัวต่อวินาที เทียบเท่ากับมนุษย์วิ่งด้วยความเร็ว 200 ไมล์ (321 กิโลเมตร) ต่อชั่วโมง และมีเพียงที่ว่างแคบๆเท่านั้นจะชะลอความเร็วของมันได้   ด่านที่สาม: ทดสอบแรงอัด โจทย์:  แมลงสาบสามารถต้านทานแรงอัดมากกว่า 900 เท่าของน้ำหนักตัวได้โดยปราศจากการบาดเจ็บ และพวกมันยังใช้เวลาฟื้นตัวสั้นมาก   บทสรุปและบทเรียน: ความสามารถขั้นเทพเหล่านี้ของแมลงสาบเป็นแรงบันดาลใจให้นักวิจัยพัฒนาหุ่นยนต์ที่ปฏิบัติภารกิจค้นหาและช่วยเหลือที่ในอนาคตอาจนำไปใช้ค้นหาผู้รอดชีวิตในพื้นที่คับแคบในเวลาอันรวดเร็ว หมายเหตุ:  ไม่มีแมลงสาบตัวใดในการทดลองนี้ได้รับอันตราย… เพราะอะไรนะหรือ คุณก็เห็นแล้วว่าพวกมันทนทายาดขนาดไหน   อ่านเพิ่มเติม : ปลา “เดิน” ได้ไม่ได้มีแค่ปลาตีนกับปลาหมอ นะครัช มารู้จักกับปลาหิน […]

เซลล์พืช และส่วนประกอบภายในเซลล์

โครงสร้างเซลล์พืช มีรูปร่างคงที่ มีความแข็งแรง และมีออร์แกเนลล์พิเศษที่สำคัญต่อกระบวนการสังเคราะห์แสง สำหรับพืชก็ประกอบขึ้นด้วยเซลล์เช่นกัน แต่ส่วนประกอบภายใน เซลล์พืช จะแตกต่างออกไปจากเซลล์สัตว์ ทำให้เซลล์พืชและเซลล์สัตว์มีลักษณะและสมบัติบางอย่างที่แตกต่างกัน โดย โครงสร้างเซลล์พืช ประกอบไปด้วย 1. ผนังเซลล์ (Cell wall) เป็นส่วนที่อยู่ชั้นนอกสุดของเซลล์ จะพบใน เซลล์พืช แต่ไม่พบในเซลล์สัตว์ เป็นโครงสร้างที่กำหนดขอบเขต และรูปร่างของสิ่งมีชีวิต มีหน้าที่เพิ่มความแข็งแรง ค้ำจุนโครงสร้างของเซลล์ ทำให้เซลล์คงรูป และป้องกันการสูญเสียน้ำของเซลล์พืช ในผนังเซลล์ประกอบด้วยเซลลูโลส (Cellulose) และเพกติน (Pectin) 2. เยื่อหุ้มเซลล์ (Cell membrane) ประกอบด้วยฟอสโฟลิพิด (Phospholipid bilayer) และโปรตีนเป็นส่วนมาก ทำหน้าที่ห่อหุ้มส่วนที่เป็นของเหลวและออร์แกเนลล์ภายใน ทั้งยังเป็นเยื่อเลือกผ่าน ควบคุมการเข้าออกของสารต่าง ๆ จากสิ่งแวดล้อมเข้าสู่เซลล์ 3. นิวเคลียส (Nucleus) มีลักษณะค่อนข้างกลม ทำหน้าที่ควบคุมการทำงานของเซลล์ และการถ่ายทอดพันธุกรรมจากพ่อแม่ไปสู่ลูกหลาน 4. ไซโทพลาซึม (Cytoplasm) เป็นของเหลวที่อยู่ภายในเซลล์ ประกอบด้วยออร์แกเนลล์ และสารประกอบต่าง ๆ […]

ความงามอันพรั่นพรึงเมื่อสายฟ้าฟาด

พายุเหล่านี้มีพลังทำลายล้างอันรุนแรง ทว่าก็งดงามจับใจในเวลาเดียวกัน ต้องขอบคุณช่างภาพเหล่านี้ที่ยอมเสี่ยงชีวิตบันทึกความงามของพวกมันมาให้เราได้ชมกัน

เตือนภัยพายุสายฟ้า

พายุสายฟ้าที่เกิดจากภูเขาไฟในไอซ์แลนด์ เมื่อปี 2010 ทำให้สายการบินต้องสูญเสียรายได้มหาศาล นักวิทยาศาสตร์พยายามหาวิธีการป้องกันและพยากรณ์การเกิดของปรากฏการณ์ธรรมชาตินี้

Follow Me

NATIONAL GEOGRAPHIC ASIA

Contact

เว็บไซต์ : ngthai.com

บริษัท อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน)

Tel : 02-422-9999 ต่อ 4244

© COPYRIGHT 2019 AMARIN PRINTING AND PUBLISHING PUBLIC COMPANY LIMITED.