ศิลปะ Archives - National Geographic Thailand

ลายเส้นขยุกขยิกอายุ 73,000 ปี ศิลปะเก่าแก่ที่สุด?

มนุษย์โบราณคนหนึ่งหยิบเอาดินเหลืองขึ้นมาขูดขีดลงบนหิน ต่อมาอีก 73,000 ปี ทีมนักโบราณคดีค้นพบผลงานของเขาปะปนอยู่กับข้าวของอื่นๆ ในถ้ำของแอฟริกาใต้

อลังการศิลปะบนใบไม้

บางครั้งงานศิลปะชิ้นเอกอาจแขวนอยู่ในพิพิธภัณฑ์ แต่บางครากลับเพียงห้อยลงมาจากกิ่งไม้ หรือเพียงประดับอยู่รอบๆ ลำต้นเรียวเล็ก

วาดมังกรด้วยการลงแปรงเพียงครั้งเดียว

วาดมังกรด้วยการลงแปรงเพียงครั้งเดียว ศิลปะอันงดงามน่าทึ่งที่ต้องอาศัยความฝึกฝนจนชำนาญนี้มีชื่อเรียกว่า “Hitofude-ryu” เกิดขึ้นครั้งแรกในสมัยเอโดะ (ปีคริสต์ศักราช 1603 – 1867) โดยชาวญี่ปุ่นมีความเชื่อกันว่าการสร้างงานศิลปะลักษณะนี้จะช่วยบันดาลโชคด้านทรัพย์สินเงินทองและความรักให้แก่ตัวศิลปิน ความโดดเด่นของงานศิลปะแขนงนี้ก็คือ การวาดภาพของลำตัวมังกรด้วยการลงพู่กันหรือแปรงเพียงครั้งเดียวเท่านั้น ลวดลายและเกล็ดอันละเอียดอ่อของมังกรที่เกิดขึ้นบนภาพนั้นต้องอาศัยประสบการณ์สั่งสมนานนับปี จากนั้นศิลปินจะเพิ่มรายละเอียดอื่นๆ ตลอดจนถ้อยคำอวยพรลงไปในชิ้นงาน ซึ่งขึ้นอยู่กับลูกค้ากำหนด มาชมฝีมือของศิลปินด้าน Hitofude-ryu กันว่าจะงดงามเพียงใด ทั้งนี้การสร้างชิ้นงานต้องใช้สมาธิ และความตั้งใจอย่างมาก นั่นทำให้ปกติแล้วศิลปินจะผลิตผลงานได้เพียง 3 – 5 ภาพต่อวันเท่านั้น   อ่านเพิ่มเติม ภาพวาดอันน่าทึ่งจากศิลปินออทิสติก

สุดยอดภาพเขียนพาโนรามาของอุทยานแห่งชาติ

ผลงานที่น่าตื่นตาตื่นใจเหล่านี้เป็นของ Heinrich Berann ศิลปินชาวออสเตรเลีย ผู้ถ่ายทอดความงดงามของอุทยานแห่งชาติหลายแห่งลงบนภาพเขียนเมื่อสามสิบปีก่อน

ไอศกรีมจากขยะพลาสติก

ไอศกรีมจากขยะพลาสติก ใครๆ ก็ชื่นชอบไอศกรีม แต่หากมาได้เห็น ไอศกรีมจากขยะพลาสติก เหล่านี้คงกินไม่ลง อันที่จริงมันกินไม่ได้ด้วย แต่ถูกสร้างขึ้นเพื่อกระตุ้นให้ผู้คนตระหนักถึงปัญหาขยะล้นเมืองในปัจจุบัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับปัญหาขยะพลาสติก ผลงานไอศกรีมที่กินไม่ได้เหล่านี้เป็นฝีมือของนักศึกษาศิลปะชาวไต้หวัน พวกเขาตระเวนรวบรวมตัวอย่างของน้ำจากแหล่งน้ำต่างๆ กว่าร้อยแห่งทั่วประเทศ จากนั้นนำมาแช่แข็งเอาไว้ในแม่พิมพ์ และเคลือบด้วยเรซิ่นเพื่อให้คงรูปถาวร แน่นอนว่าดูด้วยตาก็พอจะรู้ว่าของหวานเหล่านี้ไม่น่าลิ้มลอง แต่พึงระวังไว้ให้ดี หากมนุษย์เรายังคงไม่เปลี่ยนพฤติกรรมในการบริโภคที่มากเกินจำเป็นกันตั้งแต่ตอนนี้ นี่อาจเป็นอนาคตของไอศกรีมที่ลูกหลานเราจะได้กินก็เป็นได้   อ่านเพิ่มเติม แพขยะพลาสติกแห่งแปซิฟิกไม่ใช่ในแบบที่คุณคิด

อัจฉริยะปีกัสโซ

ขอเชิญพบกับอัจฉริยะรวยเสน่ห์ผู้มีอารมณ์แปรปรวนกวนโทสะ ในขณะเดียวกันก็เป็นคนเอาจริงเอาจัง เหล่านี้คือตัวตนของ "ปีกัสโซ" ศิลปินระดับโลกผู้มากพรสวรรค์

ดอกไม้สวย ร้อนหรือหนาวก็ยังสวย

ดอกไม้สวย ร้อนหรือหนาวก็ยังสวย คลิปวิดีโอนี้คือสิ่งยืนยันได้ดีว่าดอกไม้สวย แม้ไปอยู่ที่ใดก็ยังคงความสวยงาม วิดีโออาร์ทชิ้นนี้เป็นผลงานของ Thomas Blanchard นักทำภาพยนตร์อิสระที่ใช้เทคนิคไทม์แลปส์ถ่ายภาพของดอกไม้ท่ามกลางไฟ, น้ำแข็ง และหมอกควันหลากสีสัน ผลงานที่ออกมานั้นสร้างความตื่นตาตื่นใจยิ่งนัก โดยตัวเขากล่าวว่าต้องการสื่อความหมายถึงฤดูกาลที่ผันเปลี่ยนไปตามการโคจรของโลกรอบดวงอาทิตย์ จะเป็นอย่างไรลองไปชมกัน   อ่านเพิ่มเติม ดอกไม้เรืองแสง

ความงามของปฏิกิริยาเคมี

ความงามของปฏิกิริยาเคมี เมื่อนึกถึงวิชาเคมีคงไม่มีใครคิดถึงความสวยงามก่อนเป็นอันดับแรก อย่างไรก็ตามนักวิทยาศาสตร์จาก Beauty of Science ศูนย์การเรียนรู้เพื่อสาขาวิชาวิทยาศาสตร์ได้สร้างวิดีโออันแสนงดงามของปฏิกิริยาเคมี ในระดับไมโครสโคปขึ้นมาให้ได้ชมกัน แล้วคุณผู้อ่านจะเปลี่ยนใจว่าปฏิกิริยาเคมีก็เป็นเรื่องสวยงามได้เช่นกัน โดยจากวิดีโอเป็นปฏิกิริยาเคมีระหว่างโลหะทองแดงกับซิลเวอร์ไนเตรท และสังกะสีกับตะกั่วไนเตรทตามลำดับ จึงเกิดเป็นผลึกเงินและตะกั่วขึ้น จะสวยงามแค่ไหนลองไปชมกัน   อ่านเพิ่มเติม บินทะยานชมเนบิวลาแบบ 3 มิติ

วิวัฒนาการมนุษย์ผ่านศิลปะบนใบหน้า

วิวัฒนาการมนุษย์ ผ่านศิลปะบนใบหน้า Emma Allen ศิลปินสาวนึกใคร่ครวญถึงวิวัฒนาการของเราในอนาคต ท่ามกลางเทคโนโลยีมากมาย น่าสงสัยอย่างมากว่าในอีกหลายปีข้างหน้ามนุษย์เราจะมีลักษณะเป็นอย่างไร? เธอถ่ายทอดจินตนาการของตนเองออกมาผ่านศิลปะการแต่งแต้มสีสันบนใบหน้าซึ่งผนวกเข้ากับเทคนิคการตัดต่อวิดีโอ ไล่เรียงตั้งแต่สมัยบรรพยรุษของเรายังเป็นเพียงสัตว์เซลล์เดียว วิวัฒน์ขึ้นมาเรื่อยๆ สู่การใช้ชีวิตบนบก และพัฒนามาเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมและไพรเมตในที่สุด และในตอนท้ายวิดีโอ นี่อาจเป็นเราในอนาคตเมื่อหลอมรวมตัวตนเข้ากับเทคโนโลยีอย่างแท้จริง…   อ่านเพิ่มเติม บรรพบุรุษชาวอังกฤษมีผิวดำ, ผมหยิก และตาสีฟ้า

สำรวจโลก : แด่ปักษาผู้สูญสิ้น

แด่ปักษาผู้สูญสิ้น นกคาราคาราเกาะกวาดาลูเปกลายเป็นของลํ้าค่า ทันทีเมื่อมันใกล้สูญพันธุ์ ย้อนหลังไปเมื่อ ปี 1876 นกนักล่าในวงศ์เหยี่ยวชนิดนี้เคยมีอยู่มากมายบนเกาะกวาดาลูเปของเม็กซิโก แต่ถูกกำจัดอย่างเป็นระบบทั้งด้วยการยิงและวาง ยาเบื่อ พอถึงปลายศตวรรษที่สิบเก้า นกถิ่น เดียวชนิดนี้ก็หายากมาก และกลายเป็นที่หมายตาของนักสะสม ผู้คนเริ่มดักจับเพื่อนำไปขายให้ผู้เสนอราคาสูง ๆ แต่แล้วพวกมันก็ สูญพันธุ์ไปในที่สุด เมื่อหลายปีก่อน ลอเรล รอท โฮป ศิลปินที่เรียนรู้ด้วยตนเอง และเคยทำงานเป็นเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า เริ่มเฝ้าสังเกตนกพิราบในเมือง “ฉันเริ่มคิดถึงวิธีการที่คนเราให้ค่ากับสิ่งต่าง ๆ ที่หายาก และไม่แยแสอะไรที่มีอยู่ดาษดื่น และนั่นก็ส่งผลต่อทัศนคติของเรา ที่มีต่อสัตว์ป่า” เธอกล่าวและเสริมว่า “ฉันจึง อยากนำทั้งสองสิ่งนี้มาอยู่ด้วยกัน” โฮปเริ่มถักโครเชต์เพื่อสร้างงานศิลปะที่เธอเรียกว่า “Biodiversity Reclamation Suits for Urban Pigeons” อธิบายง่าย ๆ คือการสร้างเรือนขนหรือ “เสื้อคลุม” ของนกหายากหรือที่สูญพันธุ์ไปแล้ว เพื่อนำไปประดับหรือตกแต่งบนประติมากรรมนกพิราบซึ่งเป็นนกที่พบเห็นได้ทั่วไป งานชิ้นแรกของเธอประกอบด้วย “นกพิราบในฐานะตัวแทนชนิดพันธุ์ที่ประสบความสำเร็จด้านการปรับตัว กับนกโดโด ในฐานะตัวแทนของชนิดพันธุ์ที่สูญสิ้นไปแล้ว” งานของโฮปเริ่มจากการขึ้นรูปและหล่อตัวนกพิราบจากเรซิน จากนั้นจึงเลือกลายปักและสีสันเพื่อสร้าง “แบบสเก็ตช์โครเชต์สามมิติ” ของเรือนขนนกที่สูญพันธุ์ไปแล้ว เธอจะลองสวม […]

เหตุใดแผนที่เก่าจึงเติมสิ่งแปลกๆ ลงในช่องว่าง

เหตุใดแผนที่เก่าจึงเติมสิ่งแปลกๆ ลงในช่องว่าง แผนที่โลกของ Caspar Vopel ในปี 1558 แสดงให้เห็นว่ามหาสมุทรอินเดียเต็มไปด้วยสัตว์ประหลาดน่าฉงน ปลาดาบขนาดใหญ่เตรียมปะทะเข้ากับเรือเดินสมุทร ถัดไปมีตัววอลรัสกำลังต่อสู้กับงูยักษ์ที่โผล่ขึ้นมาจากน้ำ และพระราชาผู้ยิ่งใหญ่ขี่สัตว์ประหลาดหน้าหมูกำลังโบกสะบัดธง Vopel นักเขียนแผนที่ชาวเยอรมัน ผู้อยู่เบื้องหลัง แผนที่เก่า ชิ้นนี้ไม่ได้อธิบายว่าเหตุใดเขาจึงวาดสิ่งเหล่านี้ขึ้นมา แต่เชื่อกันว่าเขาน่าจะได้รับอิทธิพลมาจาก horror vacui รูปแบบงานซิลปะหนึ่งในประวัติศาสตร์ เมื่อบรรดาศิลปินต่างรู้สึกไม่ชอบใจที่จะทิ้งพื้นที่ว่างในผลงานของพวกเขา Chet Van Duzer นักประวัติศาสตร์การเขียนแผนที่ค้นพบแผนที่ที่แตกต่างกันจำนวนหลายสิบแผ่น ทั้งหมดล้วนเติมเต็มพื้นที่ว่างด้วยภูเขาที่ไม่มีอยู่จริง, สัตว์ประหลาด, เมือง และอื่นๆ อีกมากมาย Van Duzer แสดงการค้นพบของเขาในการประชุมการเขียนแผนที่ที่มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด นักวิชาการบางท่านระบุว่าความชิงชังที่ผู้สร้างมีต่อช่องว่างเหล่านี้ สร้างอิทธิพลต่อการออกแบบแผนที่ในสมัยก่อน แต่ Van Duzer การสร้างแผนที่รูปแบบ horror vacui เป็นที่แพร่หลายในการทำแผนที่ช่วงศตวรรษที่ 16 – 17 ยกตัวอย่างเช่นแผนที่ของ Vopel ซึ่งไม่ใช่มีแค่สัตว์ประหลาดและเรือเท่านั้น แต่ยังมีกล่องข้อความที่ระบุคุณสมบัติของที่ดินอีกด้วย อันที่จริงข้อมูลเพิ่มเติมเหล่านี้ Vopel สามารถใส่ไว้ที่ขอบของแผนที่ได้ แต่เขากลับเลือกที่จะใส่มันไว้ในมหาสมุทรแทน องค์ประกอบเหล่านี้ทำให้แผนที่โลกดังกล่าวเหลือพื้นที่ว่างน้อยที่สุด หนึ่งในเหตุผลที่ผู้สร้างแผนที่ทำแบบนี้ […]

สำรวจอาชีพแปลก : คนเล่นงิ้ว

สำรวจอาชีพแปลก : คนเล่นงิ้ว ที่ไหนมีศาลเจ้า ที่นั่นมีงิ้ว อุปรากรนี้เป็นมรดกทางศิลปะและวัฒนธรรมของชาวจีนที่สืบทอดกันมานานหลายพันปี  มีจุดเริ่มต้นจากการแสดงในราชสำนักของจีนที่ต่อยอดพัฒนาเรื่อยมาจนกลายเป็นหนึ่งในภาพแทนวัฒนธรรมหลัก ปัจจุบันงิ้วไม่ได้เล่นให้คนในราชสำนักดูอีกต่อไป หากเป็นการแสดง การละเล่นสำคัญที่เชื่อกันว่าจะทำให้เทพเจ้าที่สถิติอยู่ในศาลเจ้านั้นๆ ได้รับความเพลิดเพลิน พร้อมคาดหวังว่าเทพเจ้าจะนำพาซึ่งความสุขความเจริญกลับมาให้ การแสดงงิ้วเข้ามาสู่ประเทศไทยพร้อมๆ กับการหลั่งไหลเข้ามาตั้งถิ่นฐานของชาวจีน งิ้วกลายเป็นเครื่องแสดงถึงซึ่งการเฉลิมฉลองในงานเทศกาลตามศาลเจ้าต่างๆ  ย้อนกลับไปในสมัยรัชกาลที่ 5 ถือได้ว่าเป็นช่วงเวลาที่เฟื่องฟูที่สุดของงิ้ว มีนักแสดงงิ้วชาวจีนเดินทางเข้ามาเปิดการแสดงในไทยจำนวนมาก ธัชชัย อบทอง ผู้จัดการและนักแสดงจากคณะงิ้วไซ้ ย่ง ฮง เล่าให้ฟังว่า ในสมัยก่อนจะมี “เด็กงิ้ว” คือเด็กที่พ่อแม่นำมาฝากไว้กับโรงงิ้วด้วยเหตุผลหลายประการ เช่น ฐานะยากจน  เด็กๆ เหล่านี้จะกินอยู่หลับนอนที่โรงงิ้ว พร้อมฝึกฝนวิชาไปในตัวจากบรรดาอาจารย์ และเมื่อมีความสามารถพอที่จะแสดงหน้าโรงได้แล้วก็จะได้รับค่าจ้างเป็นรายเดือน  ปัจจุบันในประเทศไทยไม่มีอาจารย์สอนงิ้วรุ่นใหม่ๆ แล้ว สร้างความกังวลว่าศิลปะการแสดงงิ้วอันเป็นมรดกตกทอดของชาวจีนนี้กำลังเสี่ยงต่อการเลือนหายไปด้วยหลายปัจจัย ทั้งการขาดนักแสดงและผู้ชมรุ่นใหม่ๆ ไปจนถึงการไม่มีโรงเรียนสอนศาสตร์วิชางิ้วอย่างเป็นทางการอย่างที่นาฏศิลป์ไทยมีหลักสูตรการเรียนรู้ระบุไว้ให้เด็กๆ ได้เรียนในโรงเรียนหรือมหาวิทยาลัย  ปัญหาดังกล่าวเกิดจากการที่คนไทยมองว่าการแสดงงิ้วนั้นไม่ใช่มรดกทางวัฒนธรรมของไทยเอง คนเล่นงิ้วรุ่นเก่าหวังอยากให้คนไทยเชื้อสายจีนรุ่นใหม่ๆ ช่วยกันสืบทอดวัฒนธรรมนี้ให้ยังคงอยู่ต่อไป ในขณะเดียวกันคณะงิ้วเองก็จำต้องปรับเปลี่ยนรูปแบบไปตามกาลเวลาด้วยเช่นกัน มองไปที่เวที ผู้ชมจะเห็นท่าทางอันแสนพลิ้วไหว ได้ยินเสียงก้องดังกังวานไพเราะ  แต่กว่าจะมาเป็นนักแสดงงิ้วไม่ใช่เรื่องง่าย  ศาสตร์การเล่นงิ้วจำต้องใช้พลังในร่างกายอย่างมหาศาล ทั้งยังต้องฝึกร้อง ฝึกพูดและฝึกท่าทางอยู่หลายปีกว่าจะได้โอกาสแสดงจริง แต่ในมุมของนักแสดงแล้วสิ่งเหล่านี้คุ้มค่าเมื่อแลกกับการมีสถานะเป็นดั่งดาราโทรทัศน์ในสายตาของแฟนๆ งิ้ว และยังได้เดินทางไปท่องเที่ยวในสถานที่ต่างๆ–หากคณะที่เขาหรือเธออยู่นั้นโด่งดังและมีงานทั้งปี นักแสดงงิ้วเหล่านี้เป็นใคร? มีจุดเริ่มต้นอย่างไรจึงมาทำอาชีพคนเล่นงิ้วได้? […]

นาฏยโนรา จิตวิญญาณแห่งแดนใต้

เรื่องและภาพ ชาญพิชิต พงศ์ทองสำราญ (รางวัลชมเชยโครงการ 10 ภาพเล่าเรื่องปี 7) “ให้รักษาไว้ อย่าให้สูญหาย” เป็นพระราชกระแสรับสั่งของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ที่ตรัสกับนายเฉลิม แก้วพิมพ์ หนึ่งในโนราสามคนที่มีโอกาสรำถวายหน้าพระพักตร์เมื่อกว่า 40 ปีที่แล้ว  เป็นสิ่งยืนยันว่าโนราไม่ใช่เป็นเพียงการร่ายรำ หากเป็น “ราก-วิถี-จิตวิญญาณ” ของนาฏยศาสตร์และศิลปะโบราณแห่งแผ่นดินขวานทอง เชื่อว่าโนราเกิดขึ้นครั้งแรกในช่วงปี 1820 ตรงกับสมัยสุโขทัยตอนต้น แพร่ขยายจากหัวเมืองพัทลุงสู่เมืองอื่นๆ จนกลายเป็นละครชาตรี  ในอดีตคนนิยมรำโนรากันมาก ลูกหลานจึงเรียกบรรพบุรุษที่นับถือว่า “ครูหมอโนรา” หรือ “ครูหมอตายาย” เมื่อทำดีจะได้รับการปกป้อง หากทำสิ่งไม่ควรจะถูกลงโทษ  ความเชื่อดังกล่าวหยั่งลึกดังเห็นจากพิธีกรรม “โนราโรงครู” อันเชื่อมโยงความสมัครสมานสามัคคี การนับถือครูบาอาจารย์ บรรพบุรุษ และการทำความดีไว้ด้วยกัน  แม้ปัจจุบันทุกฝ่ายจะให้ความสำคัญกับศิลปะแขนงนี้จนเกิดคณะโนราเยาวชนมากมาย แต่คุณค่าแบบเดิมของโนรากำลังเปลี่ยนไป เมื่อเด็กรุ่นใหม่ที่ร่ายรำได้งดงามกลับขับกลอนโนราสุดไม่เป็น การแสดงถูกตัดทอนให้สั้นลงเพื่อเน้นความสนุกสนาน ตลอดจนการปรับรูปทรงและสีสันของชุดโนราให้เปลี่ยนไปจากเดิม ทำให้เกิดคำถามปลายเปิดต่อการอนุรักษ์และการพัฒนานาฏยศาสตร์โนราในอนาคตข้างหน้า  

ภาพเปลือยโมนาลิซาอาจเป็นผลงานของ ดา วินชี เอง

ภาพเปลือยโมนาลิซาอาจเป็นผลงานของ ดา วินชี เอง โดย คริสตินา นูเนช ภาพวาดด้วยดินสอที่เป็นที่รู้จักในฐานะ “ภาพเปลือยของโมนาลิซา” ถูกเชื่อกันมาอย่างยาวนานว่าเป็นผลงานของหนึ่งในลูกศิษย์ของ ลีโอนาร์โด ดา วินซี แต่ผู้เชี่ยวชาญจากพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ในกรุงปารีสชี้ว่าผลงานชิ้นนี้อาจเป็นผลงานของดา วินชีเอง เป็นการยากที่จะมองข้ามจุดคล้ายคลึงกันของผู้หญิงที่โด่งดังที่สุดในผลงานของดา วินชี เมื่อศตวรรษที่ 16 กับผู้หญิงในภาพเขียน “โมนนา แวนนา” (Monna Vanna) ภาพสเก๊ตช์ที่ถูกเก็บอยู่ในพิพิธภัณฑ์ Condé ทางตอนเหนือของกรุงปารีส ตั้งแต่ปี 1862 รอยยิ้มไม่เต็มที่เหนือคางที่ได้รูป ตลอดจนองศาของการวางมือก็เหมือนกันพอดิบพอดี ความคล้ายคลึงดังกล่าวดึงดูดความสนใจของบรรดานักวิจัยในการหาคำตอบของผลงานชิ้นนี้ ที่มีแผนจะจัดแสดงภายในนิทรรศการของพิพิธภัณฑ์ Condé ในปี 2019 นี้ เนื่องในโอกาสครบรอบ 500 ปี นับตั้งแต่ศิลปินเอกชาวอิตาลีแห่งยุคเรเนซองส์เสียชีวิตลง ภาพเขียนถูกสร้างสรรค์ขึ้นในช่วงเวลาเดียวกับ “โมนาลิซา” ในช่วงที่ดา วินชี ยังมีชีวิต และตัวกระดาษเองก็ถูกผลิตขึ้นในอิตาลี รายงานจาก Mathieu Deldicque รองผู้ดูแลพิพิธภัณฑ์ Condé ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวรอยเตอร์ นับตั้งแต่ศตวรรษที่ 20 […]

Follow Me

NATIONAL GEOGRAPHIC ASIA

Contact

เว็บไซต์ : ngthai.com

บริษัท อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน)

Tel : 02-422-9999 ต่อ 4244

© COPYRIGHT 2018 AMARIN PRINTING AND PUBLISHING PUBLIC COMPANY LIMITED.