Explorer Awards 2018: ปองพล อดิเรกสาร - National Geographic Thailand

Explorer Awards 2018: ปองพล อดิเรกสาร

ปองพล อดิเรกสาร

นักท่องโลก นักเขียน พิธีกรรายการสารคดี ช่างภาพแนวธรรมชาติและสัตว์ป่า

หลายคนรู้จักผู้ชายคนนี้ในฐานะอดีตนักการเมืองแถวหน้า ผู้เคยดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีมาแล้วหลายกระทรวง ขณะที่แฟนหนังสือรู้จักเขาในนามปากกา Paul Adirex จากผลงานนวนิยายทั้งภาษาอังกฤษและภาษาไทย เช่น Until the Karma Ends (ตราบจนสิ้นกรรม), The Pirates of Tarutao (โจรสลัดแห่งตะรุเตา), The King Kong Effect  (พิษหอยมรณะ) และ Mekong (แม่โขง) เป็นต้น แต่สำหรับ เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย และแฟนรายการมากมายของเขา ปองพล อดิเรกสาร เป็นทั้งพิธีกรและผู้ผลิตรายการสารคดีอย่าง สุดหล้าฟ้าเขียว และ เรื่องเล่าข้ามโลก ทั้งยังเป็นช่างภาพแนวธรรมชาติและสัตว์ป่าชั้นแนวหน้าคนหนึ่งของเมืองไทยด้วย

 

นิยามของคำว่า “นักสำรวจ”

‘นักท่องเที่ยว’ หรือ ‘นักเดินทาง’ ส่วนใหญ่ไปเที่ยวเพื่อความบันเทิง ความเพลิดเพลิน ไม่ได้เจาะจงเป็นเรื่องเป็นราวแต่นักสำรวจเราเจาะจงว่า เราต้องการอะไร เช่น การเดินทางทริปนี้ ผมต้องการไปดูสัตว์อะไร นกอะไร หรืออะไรเป็นพิเศษผมก็จะเน้นตรงนั้น ผมยังนึกเปรียบเทียบระหว่าง ‘เรือสำราญ’ กับ ‘เรือสำรวจ’ เรือสำราญก็คือสำหรับนักท่องเที่ยว มีสิ่งอำนวยความสะดวก มีการแสดง ความบันเทิงต่างๆ แต่เรือสำรวจไม่มีสิ่งเหล่านั้น คงมีสิ่งอำนวยความสะดวก ที่พัก อาหารการกิน แล้วที่สำคัญคือมีห้องสมุดใหญ่ซึ่งในนั้นมีทั้งภาพ หนังสือ วิดีโอ ภาพยนตร์ ให้เราได้ศึกษาหาความรู้ได้

อย่างที่ผมเดินทางไปขั้วโลกเหนือ ขั้วโลกใต้ ไซบีเรีย ผมไปเรือสำรวจ ใช้ชีวิตอยู่บนนั้น 11 วันบ้าง 14 วันบ้าง เขาจะบรรยายล่วงหน้าว่า แต่ละวันที่เราจะออกไปสำรวจ เราพบเจอสัตว์อะไรบ้าง แล้วเขาก็พยายามพาเราไปพบจนได้เหมือนกัน นั่นคือเรือสำรวจ แล้วบนเรือจะมีนักธรรมชาติวิทยาประจำ 5-6 คน ซึ่งคนเหล่านี้จะเป็นทั้งคนขับเรือยางพาพวกเราออกไปดูสัตว์ต่างๆ และทำหน้าที่เป็นไกด์ด้วย

ปองพล อดิเรกสาร

 

คุณสมบัติที่ดีของ “นักสำรวจ”

เรื่องหนึ่งที่ผมเห็นว่าสำคัญคือ การเตรียมตัว อย่างก่อนหน้าออกเดินทางสำรวจ ผมจะให้เวลากับการค้นคว้าข้อมูลเบื้องต้นว่า ทริปนี้ผมจะมีโอกาสได้พบเจออะไรบ้าง ถ้ามีคนถามผมว่า คุณสมบัติที่ดีของนักถ่ายภาพสัตว์ป่า ผมก็จะตอบว่า สิ่งแรกเลยคือคุณต้องหาสัตว์ให้เจอ ฟังดูเหมือนกำปั้นทุบดิน แต่นั่นเป็นเรื่องจริง เพราะไม่ว่าคุณจะเตรียมอุปกรณ์อะไรไปมากมาย แต่ถ้าไม่พบสัตว์ที่เป็นเป้าหมายสักตัว ก็คงเสียเที่ยว ผมจึงเน้นเรื่องนี้ ต้องค้นคว้า ถาม เช่น ผมจะส่งรายชื่อสัตว์ที่ผมอยากเห็น อยากบันทึกภาพไปล่วงหน้า เมื่อไปถึงแล้ว ผมก็ต้องสอบถามกับเจ้าหน้าที่ในท้องถิ่นอย่างละเอียดว่า เขาเคยเห็นสัตว์เหล่านี้บ้างไหม ที่ไหน และเมื่อไหร่ เห็นกลางวัน กลางคืน สภาพแสงเป็นอย่างไร เพราะเราถ่ายภาพ แสงเป็นเรื่องสำคัญที่สุด ทั้งหมดนี้คือสิ่งที่นักสำรวจต้องเตรียมตัว ยังไม่ต้องพูดถึงเรื่องอุปกรณ์ เสื้อผ้า อะไรต่างๆ ที่เหมาะสมกับพื้นที่และสภาพอากาศ รวมไปถึงข้อห้ามต่างๆ

 

การสำรวจกับการเขียนหนังสือ

การเดินทางให้ทั้งแรงบันดาลใจและข้อมูลอะไรมากมาย ทั้งเกร็ดต่างๆ ที่นำมาเขียน เวลาไปผมจะมีสมุดบันทึก แล้วก็ถ่ายภาพ เดี๋ยวนี้ทำงานง่ายขึ้น เรามีกล้องสารพัด มือถือก็เป็นกล้องได้ พบเห็นอะไรก็ถ่ายเก็บไว้เป็นหลักฐาน ป้ายข้อมูลความรู้ต่างๆ ของสถานที่ หรือคำอธิบายสัตว์ ซึ่งบางทีเราไม่พบในหนังสือ แต่เราจะไปได้จากสถานที่จริง

 

การส่งต่อแรงบันดาลใจแก่ลูกหลาน

ตอนที่ผมถ่ายทำรายการ สุดหล้าฟ้าเขียว ลูกสาวคนหนึ่งซึ่งเป็นผู้ดำเนินรายการร่วมกับผม เดินทางไปด้วยแทบทุกทริป บุกป่า ฝ่าดง นอนเรือสำรวจ ผมคิดว่าพอเขาได้เห็นได้สัมผัสด้วยตัวเอง การพูดจาก็มีความเชื่อมั่น มีความน่าเชื่อถือ แล้วบางทีผมก็นำหลานไปด้วย พาไปแอฟริกามาแล้ว ไปซาฟารี ไปกาลาปากอส ให้เขาได้เห็น สอนให้ถ่ายภาพ บางคนวาดภาพเก่ง ก็สอนให้วาดภาพ เพื่อจะทำหนังสือ ทำอะไรต่อไป นี่เป็นการปลูกฝังเริ่มต้นให้กับเด็กๆ ผมคิดว่าโดยธรรมชาติของเด็กมีความสนใจอยู่แล้ว เพียงแต่เราชี้นำเขาให้ถูกเท่านั้น

“นักท่องเที่ยวหรือนักเดินทาง ส่วนใหญ่ไปเที่ยวเพื่อความเพลิดเพลิน ไม่ได้เจาะจงเป็นเรื่องเป็นราว  แต่สำหรับผม นักสำรวจเราจะเจาะจง เรารู้ว่ามุ่งหน้าไปที่ไหน เพื่อต้องการสิ่งใด”

ปองพล อดิเรกสาร

 

เสน่ห์ของการถ่ายภาพสัตว์ป่า

ผมคิดว่าเราไม่ได้ถ่ายภาพอย่างเดียว การที่เราเข้าไปใกล้ชิดกับสัตว์ป่า เราได้เรียนรู้ว่า เขามีชีวิตของเขา ไม่ต่างจากเราเลย เขามีชีวิต มีครอบครัว มีความเป็นอยู่ มีอารมณ์ มีความอยากต่างๆ เหมือนเรา เพราะฉะนั้นนี่คือเข้าใจ ยิ่งผมไปจับเรื่องสัตว์ป่าใกล้สูญพันธุ์ ต้องเรียนรู้ว่าทำไมเขาถึงใกล้สูญพันธุ์ เขาถูกมนุษย์ล่า หรืออะไรเกิดขึ้นกับเขา นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้น

อย่างผมไปดูการอพยพประจำปีของแอนติโลป วีลเดอบีสต์ จากแทนซาเนียเข้าไปเคนยา เราต้องตามดู ได้เห็นกับตาว่า ลูกวีลเดอร์บีสต์พอเกิดมาภายใน 10 นาทีเดินได้เลย ภายในครึ่งชั่วโมงวิ่งได้ ลูกยีราฟเหมือนกัน ออกจากท้องแม่เดินโซเซ สักครู่เดียวก็ตามแม่ กินนมแม่ได้ ความที่เขาเป็นสัตว์ถูกล่า เป็นเหยื่อของสัตว์นักล่า ธรรมชาติจึงสร้างให้เขาต้องป้องกันตัว ผิดกับพวกเราซึ่งเป็นไพรเมต ต้องเลี้ยงลูกนาน ต้องคอยประคบประหงมดูแล นี่คือสิ่งที่เราได้เห็น ไม่ว่าสัตว์บก สัตว์น้ำ หรือแม้แต่นก จับคู่ผสมพันธุ์มีลูก ต้องหาอาหารมาเลี้ยงดูลูก ยิ่งผมได้ไปเห็น ก็ยิ่งทำให้เข้าใจพฤติกรรมของเขา และทำให้คิดว่า บางครั้งเราไม่ควรเข้าไปรบกวน และควรช่วยเหลือเขาด้วยซ้ำไป

 

อ่านเพิ่มเติม

ภาพถ่ายสะท้อนโลกของสินค้าต้องห้ามจากสัตว์ป่า

เรื่องแนะนำ

สำรวจโลก : บันทึกภาคสนาม

บนเส้นทางของเต่าทะเล เรื่อง มารีอานา ฟูเอนเตส การยกเต่าทะเลหนักหลายสิบกิโลกรัมขึ้นเรือไม่ใช่เรื่องง่าย แต่นั่นคือสิ่งที่มารีอานา ฟูเอนเตส นักชีววิทยาทางทะเลเชิงอนุรักษ์ทำเพื่อช่วยเหลือสัตว์เลื้อยคลานใกล้สูญพันธุ์เหล่านี้ เต่าทะเลอาศัยอยู่ในน่านนํ้าอุ่นทั่วโลก ตอนนี้ ฟูเอนเตสพุ่งเป้าไปที่ประเทศหมู่เกาะ อย่างบาฮามาส ที่ซึ่งรัฐบาลประกาศกันพื้นที่ในทะเลร้อยละ 20 ของประเทศให้เป็นเขตคุ้มครอง เต่าทะเลไม่ใช่สัตว์ชนิดแรกที่ฟูเอนเตสหลง รัก “ตอนแรกฉันอยากศึกษากระเบนราหูค่ะ” เธอบอกพลางนึกถึงความหลังเมื่อครั้งที่ได้ ใกล้ชิดกับกระเบนราหูตัวหนึ่ง ในขณะเป็น นักศึกษาฝึกงานในบราซิล ฟูเอนเตสเริ่มหันมาสนใจเต่าทะเลซึ่งอาจมีอายุยืนได้กว่าร้อยปี “ความจริงที่ว่าพวกมันคือผู้รอดชีวิต ทำให้ฉันอยากอนุรักษ์พวกมันไว้” ฟูเอนเตสบอก   แผนภูมิจุดบนยักษ์แห่งท้องทะเล เรื่อง แบรด นอร์แมน ฉลามวาฬเป็นสัตว์ทะเลที่ได้ชื่อว่าลี้ลับที่สุดชนิดหนึ่ง แต่แบรด นอร์แมน นักชีววิทยาทางทะเลชาวออสเตรเลีย ใช้เวลาเกือบ 25 ปี ค่อยๆ เผยความลับของพวกมันทีละน้อย ลวดลายที่คล้ายกลุ่มดาวบนผิวหนังของฉลามวาฬเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวคล้ายกับลายนิ้วมือของมนุษย์ ด้วยสิ่งนี้ นอร์แมนได้ให้ความช่วยเหลือผู้เชี่ยวชาญโดยใช้อัลกอริทึมทางดาราศาสตร์ในการพัฒนาเครื่องมือค้นหา เพื่อสแกนและระบุอัตลักษณ์ของฉลามวาฬแต่ละตัว นำไปสู่องค์ความรู้ในการติดตามฝูงฉลามวาฬและการอนุรักษ์ นอร์แมนผู้ได้รับรางวัลโรเล็กซ์เอนเทอร์ไพรส์ (Rolex Awards for Enterprise) มุ่งมั่นทำงานเพื่อผลักดันให้ฉลามวาฬได้รับการบรรจุเป็นสัตว์ใกล้สูญพันธุ์ เขาพูดถึงความพยายามในการคลี่คลายความลับเกี่ยวกับการอพยพของพวกมัน ว่า “เราหวังจะพบกุญแจไขปริศนาข้อใหญ่ที่สุด นั่นคือ […]

10 อันดับสึนามิร้ายแรงที่สุดในประวัติศาสตร์

คลื่นสึนามิรุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์เท่าที่เคยมีการบันทึกมานั้นเพิ่งจะเกิดขึ้นเมื่อ 14 ปีนี้เอง และประเทศไทยเราเองก็ได้รับผลกระทบอย่างใหญ่หลวงด้วยเช่นกัน

ปะการังเทียมช่วยปลาเขตร้อนปรับตัวในการเปลี่ยนแปลงของสภาวะภูมิอากาศ

ซากเรือในทะเลของมลรัฐนอร์ทแคโรไลนาถูกล้อมรอบไปด้วยฝูงปลา และมีฉลามที่มีจำนวนประชากรคงที่ว่ายอยู่ล้อมรอบ ซากเรือได้กลายเป็นปะการังเทียมที่ช่วยรักษาชีวิต และเป็นที่อยู่ของสัตว์ทะเลที่ต้องอาศัยอยู่กับน้ำทะเลที่กำลังอุ่นขึ้น ภาพถ่ายโดย DAVID DOUBILET, NAT GEO IMAGE COLLECTION ในสภาวะที่น้ำทะเลกำลังอุ่นขึ้นได้ส่งผลกระทบต่อปะการัง ซากเรืออับปาง ที่เป็น ปะการังเทียม สามารถเป็นที่อาศัยหลบภัยของบรรดาสัตว์ทะเลได้ งานศึกษาชิ้นใหม่ที่ปรากฏในวารสาร Nature Communication Biology โดยเทย์เลอร์ แพกซ์ตัน นักนิเวศวิทยาจาก ศูนย์วิทยาศาสตร์มหาสมุทรชายฝั่งในเมืองโบฟอร์ต มลรัฐนอร์ทแคโรไลนา และเอเวอรี แพกซ์ตัน นักนิเวศวิทยาทางทะเลของ ห้องปฏิบัติการทางทะเล มหาวิทยาลัยดุค (the Duke University Marine Laboratory) แสดงให้เห็นว่า ปะการังเทียมในน้ำลึกของชายฝั่งในมลรัฐนอร์ทแคโรไลนา สามารถเพิ่มจำนวนปลาเขตร้อนและกึ่งเขตร้อนในทางตอนเหนือของพื้นที่ชายฝั่งได้ โดยการค้นพบครั้งนี้มีความเกี่ยวข้องอย่างมีสำคัญสำหรับสายพันธุ์ปลาที่อยู่ในน้ำอุ่น   เนื่องจากอุณหภูมิของมหาสมุทรสูงขึ้น ปะการังเทียมสามารถช่วยเหลือการย้ายถิ่นเพื่อค้นหาที่อยู่อาศัยที่เหมาะสมสำหรับสายพันธุ์สัตว์เหล่านี้ได้ในอนาคต ปะการัง ที่เกิดขึ้นโดยไม่ตั้งใจ (และเพื่อการพักผ่อนหย่อนใจ) ปะการังหิน (rocky reef) ที่เกิดขึ้นโดยธรรมชาติบริเวณชายฝั่งในมลรัฐนอร์ทแคโรไลนามีลักษณะใกล้เคียงกับแนวปะการัง แต่ปะการังเขตร้อน (tropical reef) นั้นไม่เหมือนปะการังหินที่โครงสร้างของมันเกิดขึ้นจากหิน หรือสารตั้งต้นที่ไม่มีชีวิตประเภทอื่นๆ ซึ่งปะการังหินนั้นสามารถก่อรูปทรงได้หลายแบบ […]

ลุ่ม แม่น้ำโขง กำลังอยู่ในภาวะแห้งแล้งขั้นอันตราย

ชาวประมงบนริมฝั่ง แม่น้ำโขง ที่จังหวัดหนองคาย ประเทศไทย เมื่อวันที่ 10 มกราคม ที่ผ่านมา ภาพถ่ายโดย SOE ZEYA TUN, REUTERS แม่น้ำโขง สายนี้หล่อเลี้ยงอารายธรรมมาเป็นเวลานับพันปี ขณะนี้กำลังแห้งแล้ง และไม่อาจทนกับการจู่โจมการจากการก่อสร้างเขื่อน การทำประมงเกินขนาด และการขุดทราย (sand mining) ได้อีกต่อไป กรุงพนมเปญ, กัมพูชา – เป็นเวลาหลายเดือนมาแล้วที่บรรดาโลมาอิรวดี (Irrawaddy dolphin) ว่ายน้ำมาติดตาข่ายดักปลาของชาวประมงซึ่งถูกพบเห็นในแม่น้ำโขงที่กำลังอยู่ในภาวะวิกฤต เป็นจุดที่ห่างจากแหล่งอาศัยดั้งเดิมทางตอนเหนือของกัมพูชา นักอนุรักษ์ธรรมชาติต่างพยายามช่วยเหลือบรรดาสัตว์ที่กำลังสุ่มเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ในแม่น้ำแห่งนี้แม้จะต้องแข่งกับเวลาที่กำลังหมดลง สำหรับชาวกัมพูชา โลมามีบทบาทในเชิงเปรียบเทียบตามความเชื่อ มันแสดงให้เห็นถึงความผิดปกติของลำน้ำโขง ชะตาชีวิตของปลาเหล่านี้ขึ้นอยู่กับความสมดุลของธรรมชาติ แม่น้ำโขงก็เช่นกัน สัญญาณเหล่านี้กำลังแสดงให้เห็นว่า แม่น้ำที่ได้ชื่อว่ามีระบบนิเวศอุดมสมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งของโลกกำลังอยู่ในภาวะที่บีบคั้นในระดับลุ่มแม่น้ำ เป็นเวลาหลายปีมาแล้วที่วิกฤตสิ่งแวดล้อมกำลังปรากฏขึ้นลางๆ ในเส้นทางน้ำที่มีความยาวกว่า 4,300 กิโลเมตร และไหลผ่านถึง 6 ประเทศ แม่น้ำโขงไม่อาจทนกับการจู่โจมการจากการก่อสร้างเขื่อน การทำประมงเกินขนาด และการขุดทรายได้อีกต่อไป อย่างไรก็ตาม แม้จะอยู่ในภาวะอ่อนแอ แม่น้ำสายนี้ก็ยังคงทรงพลังเนื่องจากมีผู้คนกว่า 60 ล้านคนที่ยังคงพึ่งพิงแม่น้ำสายนี้ในการหล่อเลี้ยงชีวิต แต่ในปี 2019 […]