ชุดภาพถ่ายเมือง รีสอร์ตร้าง ในสหรัฐอเมริกา - National Geographic Thailand

ชุดภาพถ่ายเมืองรีสอร์ตร้างในสหรัฐอเมริกา

ชุดภาพถ่ายเมืองรีสอร์ตร้างในสหรัฐอเมริกา

พาโบล เมาเรอร์ ใช้เวลาสามปีตามถ่ายภาพตามเมืองตากอากาศที่เทือกเขาโพโคนอสและแคตสกิลส์  เขาเป็นไม่กี่คนที่ย่างกรายเข้าไปยังที่ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นสถานที่พักผ่อนที่โด่งดัง แต่วันนี้กลายเป็นซากปรักหักพังไปแล้ว

วันที่เคยรุ่งโรจน์ รีสอร์ตในโพโคนอสในเพนน์ซิลเวเนียและแคตสกิลส์ในนิวยอร์กเป็นดังภาพสัญลักษณ์ของการหย่อนใจในทศวรรษที่ 1950  วันนี้ รีสอร์ตอย่างเพนน์ฮิลล์ในเพนน์ซิลเวเนียและกรอสซิงเงอร์กับโฮโมแว็กในนิวยอร์กถูกทิ้งร้าง มีขยะเกลื่อนกลาด และมีพืชพรรณที่ถูกทอดทิ้งขึ้นปกคลุม

เมาเรอร์สนุกกับการสำรวจสถานที่ที่ถูกทิ้งร้าง  เขาค้นพบตึกร้างที่ถูกลืมได้ด้วยการแค่ขึ้นรถขับออกไป  ระหว่างสำรวจสำนักงานที่ถูกทอดทิ้งของอดีตรีสอร์ตเพนน์ฮิลส์ เขาพบแผงไม้ขีดไฟของรีสอร์ตที่มีภาพสระว่ายน้ำในร่มอยู่บนปก  พอสำรวจรีสอร์ตต่อไปอีก เขาก็พบกับมุมเดิมที่สระว่ายน้ำถูกถ่ายเอาไว้บนปกแผงไม้ขีดไฟ เขาจึงเก็บภาพที่มุมเดียวกันแต่เป็นหลายทศวรรษถัดมา

รีสอร์ตร้าง

รีสอร์ตร้าง
บ้านบนฝั่งทะเลสาบอีเกิลที่รีสอร์ตเบิร์ชวู้ด

“ผมเกิดความคิดว่าจะเสาะหาของสะสมของโรงแรมในยุคนั้น และซื้อโปสการ์ดจากอีเบย์และร้านขายของเก่าในพื้นที่” เมาเรอร์กล่าว  ด้วยภาพถ่ายเก่าๆ พวกนั้น เขาตามหาสถานที่ดั้งเดิมของมัน และสร้างสรรค์ภาพถ่ายชุดเปรียบเทียบ “before-and-after” “ภาพเหล่านี้ทำให้เกิดอารมณ์ที่ยากจะอธิบาย มันออกจะอาดูร”   ด้วยความคิดที่จะบันทึกความรู้สึกนี้เองที่พาให้ช่างภาพผู้นี้ที่อาศัยอยู่ในวอชิงตันดีซีต้องย้อนกลับมายังรีสอร์ตเหล่านี้หลายครั้งหลาหนในรอบ 3 ปีเพื่อนำเสนอการเปลี่ยนผ่านของกาลเวลา

สำหรับเมาเรอร์ สถานที่และห้องที่ถูกทอดทิ้งแต่ละแห่งแต่ละห้องที่เมาเรอร์สำรวจล้วนมีความหมายในตัวเอง แต่มีอยู่ห้องหนึ่งที่สะท้อนบางอย่างดังก้องเป็นพิเศษกว่าห้องอื่นๆ

รีสอร์ตร้าง

รีสอร์ตร้าง
พรมสีน้ำตาล แดง และส้มในห้องอาหารที่โพโคโนสกลายเป็นสีเขียวของมอสที่เข้ายึดครองสถานที่แห่งนี้

“รางโบว์ลิ่ง”ที่โฮโมแวคที่แคตสกิลส์ติดอยู่ในใจเมาเรอร์ “ผมไปที่นั่นช่วงคริสตมาส  ตอนที่ครอบครัวผมออกไปนอกเมืองกันและผมไม่มีอะไรทำ ผมขึ้นไปที่นั่นและโยนโบว์ลิ่ง  มันเป็นขณะที่เหนือจริงสำหรับชิตผม  มันรู้สึกเหมือนว่าผมเพิ่งอยู่ที่นั่นเมื่อไม่นานมานี้เอง”  โฮโมแวคเป็นหนึ่งในบรรดาโรงแรมแห่งอื่นๆ ในแคตสกิลส์ที่ได้ชื่อว่าโด่งดังในทศวรรษที่ 1930-1980  รายงานชิ้นหนึ่งของสถาบันแคตสกิตส์ มหาวิทยาลัยบราวน์ระบุว่าผู้มาเยือนเริ่มเบื่อหน่ายกับวิถีเก่าๆ และการท่องเที่ยวที่ราคาถูกกว่าก็ทำให้ผู้คนเดินทางไปยังที่หมายที่ไกลกว่าได้อีกด้วย  ในทำนองเดียวกัน รีสอร์ตเพนน์ฮิลส์ในโพโคนอสก้ค่อยๆ เสื่อมความนิยมลงในปลายศตวรรษที่ 20 และปิดตัวลงใน ค.ศ. 2009

ตั้งแต่เมาเรอร์ตีพิมพ์ผลงาน เขาได้รับอีเมลและข้อความจากผู้คนที่บอกว่าเคยไปพักร้อนที่รีสอร์ตเก่าร้างเหล่านั้น  “ผู้คนเชื่อมโยงซากปรักหักพังในภาพถ่ายเหล่านี้กับความเสื่อมสลายทั่วไป” เมาเรอร์อธิบายถึงการตอบรับเหล่านั้น “บางอย่างที่เคยยิ่งใหญ่ถูกปล่อยทิ้งให้เสื่อมโทรมไป  ผมคิดว่าคนจำนวนมากคิดว่าภาพเหล่านี้เป็นสัญลักษณ์ว่าเราเคยหมดเปลืองมากขนาดไหน

เรื่อง ซาร่าห์ กิบเบ็นส์

ภาพ พลาโบล อิเกลเซียส เมาเรอร์

รีสอร์ตร้าง

รีสอร์ตร้าง
สระว่ายน้ำในร่มที่กรอสซิงเงอร์ เปิดเมื่อ ค.ศ. 1958 เอลิซาเบท เทย์เลอร์ เข้าร่วมพิธีเปิดและฟลอเรนซ์ แชดวิก ผู้หญิงคนแรกที่ว่ายน้ำข้ามช่องแคบอังกฤษจากทั้งสองฝั่งลงสระเป็นคนแรก

รีสอร์ตร้าง

รีสอร์ตร้าง
ศูนย์เทนนิสในร่มที่กรอสซิงเงอร์

รีสอร์ตร้าง

รีสอร์ตร้าง
รางโบว์ลิงสี่เลนที่โรงแรมโฮโมแวคถูกทิ้งร้างในถิ่นที่เคยเฟื่องฟู

รีสอร์ตร้าง

รีสอร์ตร้าง
ค็อกเทลเลาจน์ในรีสอร์ตที่โพโคโนส

รีสอร์ตร้าง

รีสอร์ตร้าง
สระว่ายน้ำในร่มที่โรงแรมเพนน์ฮิลส์และกระท่อมในโพโคโนส

รีสอร์ตร้าง

รีสอร์ตร้าง
สระว่ายน้ำอินดอร์ในกรอสซิงเกอร์ สระแห่งนี้ร้างผู้คนลงในช่วงทศวรรษ 90 และทรุดโทรมจนเกินกว่าที่จะซ่อมแซม

 

อ่านเพิ่มเติม

ยานร้างกลางทะเลทราย

เรื่องแนะนำ

การปฏิวัตินีโอลิทิค คืออะไร

ผู้หญิงกำลังใช้เคียวเก็บเกี่ยวธัญพืชใน Tras os Monte ในโปรตุเกส ภาพถ่ายโดย VOLKMAR K. WENTZEL, NAT GEO IMAGE COLLECTION การปฏิวัตินีโอลิทิคซึ่งมีอีกชื่อหนึ่งว่า การปฏิวัติเกษตรกรรม คือการเปลี่ยนจากการล่าสัตว์และหาของป่าไปสู่การทำเกษตรกรรม ซึ่งได้เปลี่ยนแปลงมนุษยชาติไปตลอดกาล เชื่อกันว่า การปฏิวัตินีโอลิทิค (Neolithic) หรือ การปฏิวัติเกษตรกรรม เกิดขึ้นเมื่อราว 12,000 ปีก่อน มันเป็นช่วงเวลาคาบเกี่ยวระหว่างการสิ้นสุดของยุคน้ำแข็งครั้งสุดท้ายกับการเริ่มต้นของสมัย (Epoch) ทางธรณีวิทยาที่ในยุคปัจจุบันคือโฮโลซีน (Holocene) การปฏิวัติในครั้งนี้เปลี่ยนแปลงการกินอยู่ และการมีปฏิสัมพันธ์ของมนุษย์ไปตลอดกาล และได้เบิกทางสู่อารยธรรมมนุษย์สมัยใหม่ ในยุคนีโอลิทิค นักล่าหาของป่า (Hunter-Gatheres) เร่ร่อนอยู่ตามธรรมชาติเพื่อตามล่าและหาอาหาร แต่ได้มีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เกิดขึ้น นักล่าอาหารกลายเป็นเกษตรกร และเปลี่ยนแปลงจากวิถีชีวิตนักล่าหาของป่ามาอยู่เป็นหลักเป็นแหล่งมากขึ้น สาเหตุของการตั้งรกราก แม้ว่าช่วงเวลาและสาเหตุที่แน่นอนของการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตดั้งเดิมที่เคยเป็นมาจะยังเป็นเรื่องที่ถกเถียงกันอยู่ โดยมีการคาดเดาว่าการเพาะปลูกของมนุษย์เกิดขึ้นครั้งแรกในบริเวณพระจันทร์เสี้ยวอันอุดมสมบูรณ์ (Fertile Crescent หรือบริเวณเมโสโปเตเมีย) ในแถบตะวันออกกลาง อันเป็นบริเวณที่ผู้คนหลายกลุ่มพัฒนาการเกษตรตามแบบของตัวเอง จึงเป็นไปได้ว่า “การปฏิวัติเกษตรกรรม” เป็นการปฏิวัติที่มีการพัฒนาในตัวเองอยู่หลายครั้ง มีหลายสมมติฐานที่ให้คำตอบว่าเหตุใดมนุษย์จึงหยุดเร่ร่อนเพื่อหาอาหารและเริ่มเพาะปลูก ความกดดันทางประชากร (Population Pressure) อาจทำให้เกิดการแย่งชิงอาหารที่มากขึ้น […]

เทคโนโลยีกำลังเปลี่ยนแปลงการเดทแบบชาวเขมร

เทคโนโลยีกำลังเปลี่ยนแปลงการเดทแบบชาวเขมร ชาวเกรือง ซึ่งเป็นชนพื้นเมืองในกัมพูชา มีประเพณีแปลกที่ให้เสรีภาพกับเรื่องเพศแบบสุดๆ เมื่อลูกสาวของพวกเขาโตเป็นสาว พ่อแม่ของเด็กหญิงจะปลูกกระท่อมหลังเล็กๆ ไว้ให้ เพื่อใช้สำหรับเป็นสถานที่ทดลองหลับนอนกับหนุ่มๆ ในหมู่บ้านที่เธอสนใจ โดยไม่มีข้อติเตียนจากสังคมแต่อย่างใด ด้วยวิธีการนี้พวกเขาเชื่อว่าจะช่วยให้ลูกของตนได้พบคนรักที่ถูกใจที่สุด และได้อยู่กินร่วมกันไปเป็นคู่แท้จนแก่เฒ่า ทว่าด้วยเทคโนโลยีอย่างโทรศัพท์มือถือ และโซเชียลมีเดียกำลังเข้ามาเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรม ทุกวันนี้คนรุ่นใหม่ไม่ต้องรอให้มีกระท่อมอีกต่อไป พวกเขาติดต่อสื่อสารกับคนที่สนใจได้เลยด้วยอุปกรณ์ตรงหน้า ถ้าเช่นนั้นแล้วกระท่อมรักเหล่านี้จะยังมีความหมายใดอีกหรือไม่? ติดตามเรื่องราวความเปลี่ยนแปลงนี้ได้ผ่านภาพยนตร์สั้นที่จัดทำขึ้นโดย Charlotte Pert   อ่านเพิ่มเติม Gen Love – รักเข้มข้น

ทำไมชอบดูนก

ทำไมชอบดูนก “ดูนก ไปทำไม” โดยทั่วไปเมื่อถามคำถามนี้กับบรรดานักดูนก  เรามักได้เหตุผลเบื้องต้นประมาณว่า  เพราะนกน่ารัก… เพราะอยากเป็นนก…  เพราะได้ไปอยู่ในป่า…  ดูนกแล้วมีสมาธิ… ชอบอิริยาบถของนก… เพราะได้ตื่นเช้า… ได้หัดสังเกต… รู้จักเฝ้ารอ… ไม่เอาแต่ใจ… ไม่เร่งรีบ… ดูแล้วมีความสุข… รู้สึกสบายใจ เรื่อยไปจนถึงคำตอบห้วนๆว่า ไม่มีเหตุผลอะไร แค่ชอบ แต่ทำไมคนเหล่านั้นถึงยอมตื่นแต่เช้ามืดไปเดินท่อมๆ เงียบๆ ทนทาก/ยุง/เห็บกัด หรือไม่ก็นั่งรอในบังไพรนานเป็นชั่วโมงๆ เพื่อให้ได้เห็นนกสักตัว  คนดูนกมักตอบคนไม่ดูอย่างกำปั้นทุบดินว่า  ต้องลองไปดูนกเอง นกเป็นสิ่งมีชีวิตล้ำเลิศที่มนุษย์เฝ้ามองมาทุกสมัย  วิวัฒนาการสองขาหน้าของนกได้ชื่อว่าเป็นวิวัฒนาการที่สร้างสรรค์ที่สุด  คนทุกยุคฝันอยากมีปีกบินได้เหมือนนก แต่บรรพบุรุษของนกกลับเป็นสัตว์เลื้อยคลานอย่างไดโนเสาร์  มีทั้งขนาดใหญ่ยักษ์วิ่งได้แต่บินไม่ได้ และขนาดเล็กจิ๋วเท่าแมลงภู่  มีทั้งสีสันฉูดฉาด  แพรวพราว ขาวปลอดและดำปลอด อายุวัต เจียรวัฒนกนก นักวาดภาพธรรมชาติอายุ 27 ปี บอกว่า  ที่ยังชอบดูนกมาถึงทุกวันนี้  เพราะยังมีสิ่งให้ค้นหาอยู่ไม่รู้จบ  “ยิ่งดู ยิ่งรู้สึกอยากเจอตัวนั้น อยากเจอตัวนี้  นกทั่วโลกมีหมื่นกว่าชนิด ในเมืองไทยพันกว่า  พอเราไปดูนก เราก็ไปอยู่ในธรรมชาติ  ช่วงที่ไม่มีนก เราก็ได้ดูอย่างอื่นด้วย ทำให้เราสังเกตต้นไม้ใบหญ้า สัตว์ประเภทอื่นๆ […]

พบภาพเขียนสีโบราณรูปล่าวาฬบนผนังถ้ำในชิลี

พบ”ภาพเขียนสีโบราณ”รูปล่าวาฬบนผนังถ้ำในชิลี เมื่อรวม”ภาพเขียนสีโบราณ”กับเครื่องใช้ไม้สอยเก่าแก่อย่างฉมวกที่ทำขึ้นหยาบๆ กับแพเรื่องราวยุคโบราณก็ปรากฏ พรานโบราณแทงวาฬด้วยฉมวกที่ทำหยาบๆ จากแพไม้ อาจเป็นการฆ่าที่น่ายินดีสำหรับนักล่า-เก็บของป่าซึ่งอาศัยอยู่ในเขตแห้งแล้งที่สุดอย่างทะเลทรายอะตาคามาของชิลี เมื่อ 1,500 ปีก่อน ชั่วขณะเช่นนั้นถูกหยุดไว้กับกาลเวลาโดยฝีมือศิลปินโบราณตั้งแต่ 1,500 ปีที่ผ่านมา  ภาพวาดสีแดงสดใสบนผนังหิน วาดด้วยสีไอเอิร์นออกไซด์ ทำให้เราได้เห็นภาพการล่าดั้งเดิมอยู่  นักโบราณคดีกล่าวว่ามีทั้งภาพวาฬ ปลากระโทงดาบ สิงโตทะเล และฉลาม จากการศึกษาชิ้นใหม่ที่ตีพิมพ์ใน Antiquity พูดถึงความสำคัญของการล่าทางทะเลสำหรับนักล่า-เก็บของป่าในยุคนี้ และเรื่องน่าตื่นเต้นที่ภาพเหล่านี้เล่าเอาไว้ นักโบราณคดีต้นศตวรรษที่ 20 พบภาพเขียนผนังถ้ำชุดนี้พบครั้งแรกในเขตดังกล่าวของชิลี ที่หุบเขาเอลเมดาโน ซึ่งกั้นอยู่ระหว่างมหาสมุทรกับทะเลทราย จะมีก็แต่ชาวปาโปโซซึ่งเป็นคนท้องถิ่นเท่านั้นที่รู้ว่ามีภาพพวกนี้บนผนังถ้ำมานานนับพันปี งานวิจัยชิ้นใหม่มุ่งศึกษาศิลปะผนังถ้ำที่พบห่างออกไปทางตอนเหนือหลายกิโลเมตรที่พื้นที่ชื่อ Izcuna แต่เมื่อหากเอ่ยถึงช่วงเวลาของภาพวาด ก็มักจะเรียกกันว่า “ศิลปะเอลเมดาโน” ในหุบเขา Izcuna ภาพวาดจำนวน 328 ภาพถูกพบบนก้อนหินที่แตกต่างกัน 24 แท่ง  หลายชิ้นถูกไอน้ำที่เมฆแคมาคาคาส ซึ่งก่อตัวเหนือชายฝั่งชิลีและเคลื่อนเข้าสู่แผ่นดิน แต่ก็ไม่หนักหนาเกินกว่าจะระบุยุคสมัยของภาพได้ ศิลปะที่พบได้ทั่วไปคือภาพซิลลูเอตของปลาขนาดใหญ่ นอกนั้นเป็นภาพการล่าด้วยแพและฉมวก  มีภาพสัตว์บกอยู่บ้าง แต่การค้นพบภาพชีวิตในมหาสมุทรบนผนังถ้ำถือว่าเป็นของหายาก นักวิจัยชื่อเบนฆามิน บาลเยสเตอร์ สังเกตว่าปลาหรือวาฬมักถูกวาดเป็นภาพขนาดใหญ่เมื่อเทียบกับนักล่าและแพของพวกเขา ทำให้เหยื่อดูเป็นศัตรูที่น่ากลัว  “โดยรวมแล้ว การล่าเป็นตัวแทนของปฏิบ้ติการระดับบุคคลที่ชำนาญและต้องฉายเดี่ยวได้แค่สองสามคนที่ถูกคัดมาแล้ว” มากกว่าความเป็นศิลปะ […]