ประวัติศาสตร์มีชีวิต ณ พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาใหม่แกะกล่องของอาบูดาบี

ประวัติศาสตร์มีชีวิต ณ พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาใหม่แกะกล่องของอาบูดาบี

“ทีมภัณฑารักษ์ของที่นี่อยากให้ผู้ชมได้ใกล้ชิด

กับสิ่งมีชีวิตน่าทึ่งที่สุดเท่าที่เคยพบในโลก

การจะทำเช่นนั้นได้ต้องอาศัยการวาดฝัน

พิพิธภัณฑ์อันทะเยอทะยานที่สุดเท่าที่เคยสร้างกันมา”

บรรดาไดโนเสาร์กำลังเหินฟ้ามาจากทั่วโลกด้วยความเร็ว 885 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทั้ง ดิปโลโดคัส, สเตโกซอรัส ฝูงไทรเซราทอปส์ และไทแรนโนซอรัส เร็กซ์ อีกหนึ่งคู่ พวกมันอยู่ในคิวรอจัดแสดงของพิพิธภัณฑ์ ร่วมกับตัวอย่างอื่นๆ อีกหลายพันตัวอย่าง บางส่วนกำลังรอขึ้นเครื่องบิน และบางส่วนกำลังบินมา ที่เหลือกำลังถูกรื้อจากลังไม้ ตรวจสอบสภาพ สแกนภาพสามมิติ และเคลื่อนย้ายออกไปโดยเร็วเพื่อประกอบขึ้นใหม่ในพื้นที่จัดแสดงของพิพิธภัณฑ์ พร้อมกับเปิดพื้นที่ให้ตัวอย่างใหม่ๆ ที่เพิ่งมาถึง

ขณะนั้นเป็นช่วงต้นเดือนพฤศจิกายน ปี 2025 และเหลือเวลาอีก 20 วันก่อนที่พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาอาบูดาบี หรือเอ็นเอชเอ็มเอดี (Natural History Museum Abu Dhabi: NHMAD) จะเปิดให้สาธารณชนเข้าชม อาคารขนาด 35,000 ตารางเมตรที่กำลังก่อสร้างและเติมเต็มด้วยวัตถุจัดแสดง ภายใต้กรอบเวลาห้าปี ซึ่งแม้แต่คณะผู้จัดการพิพิธภัณฑ์ยังยอมรับว่า “สั้นมากอย่างบ้าคลั่ง” หากโชคเข้าข้าง ตัวอย่างหรือวัตถุจัดแสดงหลักชิ้นสุดท้าย ซึ่งได้แก่ไดโนเสาร์กลุ่มซอโรพอดขนาด 23 เมตรตัวสุดท้ายในจำนวนห้าตัวที่จะคอยต้อนรับผู้มาเยือนตรงทางเข้า จะมาถึงทันเวลาให้จัดแสดงเพียงหนึ่งหรือสองวันก่อนการเปิดอย่างไม่เป็นทางการ แต่ขณะนี้ ดิปโลโดคัส ตัวนั้นยังอยู่ในแคนาดา

เมคาโน บริษัทสถาปัตยกรรมจากเนเธอร์แลนด์ ออกแบบรูปทรงภายนอกของพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาให้ดูเหมือนหมวดหินธรรมชาติ โดยมีสวนพฤกษศาสตร์พันธุ์ไม้พื้นเมืองทอดลงมาจากระเบียง เพื่อลดทอนความแข็งกระด้างของเส้นสายตัวอาคาร
หางไดโนเสาร์ซอโรพอดกระหวัดขึ้นสู่เพดานรวงผึ้งในโถงทางเข้าหลักของพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาอาบูดาบี ที่เพิ่งเปิดเมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ขณะก้าวเข้าสู่โถงทางเข้า ผู้ชมจะเดินผ่านฝูงยักษ์ใหญ่ตัวยาว 23 เมตร ซึ่งประกอบด้วย ดิปโลโดคัสสองตัว แบรคิโอซอรัสหนึ่งตัว แคมาราซอรัสหนึ่งตัว และบาโรซอรัสหนึ่งตัว เป็นตัวอย่างจัดแสดงชุดแรกจากจำนวนมากมายในจุดหมายท่องเที่ยวแห่งใหม่ของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

พิพิธภัณฑ์แห่งใหม่นี้ตั้งอยู่บนเกาะชื่อ ซาดิยาต ซึ่งมีทางน้ำนอกชายฝั่งอ่าวเปอร์เซียคั่นแยกจากมหานครอาบูดาบี เมืองหลวงของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) ในย่านเดียวกันนั้นยังมีพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์อาบูดาบีที่เปิดเมื่อปี 2017 เสริมด้วยพิพิธภัณฑ์กุกเกนไฮม์อาบูดาบี และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติแห่งใหม่ สองแห่งหลังกำลังเร่งสร้างให้แล้วเสร็จพร้อมกับพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยา พื้นที่ส่วนใหญ่ที่เหลือของเกาะก็อยู่ระหว่างก่อสร้างเช่นกัน โดยมีทั้งโรงแรมระดับไฮเอนด์และที่พักอาศัยเพื่อรองรับฝูงชนที่สถาบันอันเลื่องชื่อเหล่านี้คาดการณ์ว่าจะดึงดูดเข้ามา

พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาดังกล่าวจะเป็นแห่งแรกที่มีขนาดใหญ่ระดับนี้ในภูมิภาคตะวันออกกลาง ผู้วางแผนโครงการตั้งเป้าที่จะจัดหา “ตัวอย่างจัดแสดงน่าทึ่งที่สุดบางส่วนเท่าที่มนุษยชาติรู้จัก” เช่น ชิ้นส่วนของอุกกาบาตเมอร์ชิสันที่ประกอบด้วยสสารจากเอกภพยุคก่อนกำเนิดดวงอาทิตย์ของเรา หรือฟอสซิลม้าแคระที่ครั้งหนึ่เคยท่องอยู่   ในดินแดนอาบูดาบีนี้เอง นอกจากนี้ พวกเขายังต้องการจัดตัวอย่างเหล่านี้ในรูปแบบหรือวิธีการที่นำพาผู้เข้าชมให้ได้ใกล้ชิดกับโลกธรรมชาติอย่างลึกซึ้งยิ่งกว่าที่พิพิธภัณฑ์ชื่อดังระดับโลกแห่งอื่นๆ เคยอาจหาญทำมา

ผู้ขับเคลื่อนความทะเยอทะยานนี้ คือบุรุษที่เจ้าหน้าที่พิพิธภัณฑ์เรียกขานว่า “ท่านประธาน” ซึ่งก็คือ มุฮัมมัด คาลิฟา อัล มูบารัก ผู้บริหารสูงสุดของกรมวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว ตลอดจนหน่วยงานอื่นๆ อีกหลายแห่ง รวมถึงบริษัทที่กำกับดูแลการก่อสร้างพิพิธภัณฑ์ด้วย

เมื่อเดือนกันยายน ปี 2021 ซากวาฬสีน้ำเงินเพศเมียตัวยาว 25 เมตร ถูกคลื่นซัดมาเกยตื้นที่โนวาสโกเชียในแคนาดา ตอนนี้มันลอยอยู่ราวสามเมตรเหนือศีรษะผู้ชม ในฐานะส่วนหนึ่งของนิทรรศการแสดงสิ่งมีชีวิตบนพื้นทะเลที่สะพรั่งอยู่รายรอบซากวาฬตกที่ก้นทะเล

อัล มูบารักกล่าวด้วยสำเนียงภาษาอังกฤษแบบอเมริกันที่ติดตัวมาจากสมัยเรียนมหาวิทยาลัยในบอสตันว่า ความหวังของเขาก็คือ เด็กทุกคนที่มาเยือนจะกลับออกไปพร้อมความคิดว่า “ฉันต้องทำทุกวิถีทางอย่างสุดกำลังเพื่อปกป้องสิ่งที่มีอยู่ในตอนนี้ ไม่ว่าจะเป็นมหาสมุทร ทะเลทราย หมู่แมกไม้อันงดงาม ฉันต้องรักษาสิ่งเหล่านี้ ฉันต้องปกปักสิ่งมีชีวิตทุกชนิดพันธุ์ไว้ให้ได้”

บางทีวันนั้นอาจมาถึงในไม่ช้า แต่ ณ ตอนนี้ เหลือเวลาอีกเพียง 20 วัน เวลาช่างน้อยนิด และดิปโลโดคัส ก็ไม่ใช่สิ่งเดียวที่ยังขาดหายไปจากพื้นที่จัดแสดง

นาฬิกาของพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาอาบูดาบีเริ่มเดินเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม ปี 2020 ในห้องประมูลอันว่างเปล่าของแมนแฮตตันเนื่องจากการระบาดใหญ่ทั่วโลก เมื่อรายการสุดท้ายของค่ำคืนนั้นถูกนำมาเคาะประมูล ซึ่งได้แก่ฟอสซิลของ ไทแรนโนซอรัส เร็กซ์ เจ้าของสมญานามว่า สแตน ผู้โด่งดัง สงครามห้ำหั่นราคายาวนานถึง 20 นาทีก็อุบัติขึ้น และจบลงด้วยข้อเสนอชนะการประมูล ซึ่งเมื่อรวมค่าธรรมเนียมต่างๆ แล้ว มีมูลค่าสูงถึง 31.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ถือเป็นราคาสูงสุดเท่าที่เคยมีการจ่ายเพื่อครอบครองไดโนเสาร์ตัวหนึ่งในเวลานั้น เหล่านักบรรพชีวินวิทยาที่เดือดดาลต่างแสดงความกังวลผ่านรายงานข่าวว่า สแตนจอาจสูญหายจากวงการวิทยาศาสตร์ไปอยู่ในกรุสะสมส่วนตัวของมหาเศรษฐีรายใดก็ไม่อาจทราบได้ และพิพิธภัณฑ์ต่างๆ กำลังถูกผลักออกไปจากตลาดเพราะสู้ราคาไม่ไหว

อันที่จริง ผู้ซื้อนิรนามรายนั้นก็คืออาบูดาบีนั่นเอง ภายใต้ตรรกะที่ขยับเขยื้อนไม่ได้ของแผนงานห้าปี จุดเริ่มต้นนี้เป็นตัวกำหนดให้พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาต้องเปิดให้บริการภายในไตรมาสสุดท้ายของปี 2025 ในอาบูดาบีตอนนั้น ตามที่เจ้าหน้าที่พิพิธภัณฑ์คนหนึ่งบอกผมในภายหลัง ผู้คนมัก “ต้องการให้สิ่งต่างๆ เกิดขึ้นอย่างฉับไว สร้างผลกระทบสูง และประกาศศักดาไปในตัว”

เจ้าหน้าที่จัดเตรียมตัวอย่างของพิพิธภัณฑ์กำลังง่วนอยู่กับกระดูกขาของช้างโบราณสี่งาที่ขุดพบในบริเวณที่ปัจจุบันคืออาบูดาบี สจวร์ต แคมป์เบลล์ จากบริษัทรีเสิร์ชแคสติ้งอินเตอร์เนชันแนล (อาร์ซีไอ) บอกว่า งานของเจ้าหน้าที่จัดเตรียมตัวอย่างต้องอาศัย “ความอดทนในการเปลี่ยนสิ่งที่ดูเหมือนก้อนหินที่เมื่อทำเสร็จแล้ว คุณจะอุทานว่า ‘โอ้โห นี่มันกระดูกหน้าแข้งนี่นา’ ”

เพื่อให้เป็นไปตามแผน อาบูดาบีหันไปพึ่งสตรีผู้เพิ่งเสร็จสิ้นภารกิจปรับปรุงครั้งใหญ่ให้พิพิธภัณฑ์แห่งชาติไอร์แลนด์ จูดิท แมกอาเลสเตอร์ เซ็นสัญญาเข้าทำงานในฐานะพนักงานหมายเลขหนึ่งในปี 2021 โดยรับหน้าที่กำกับดูแลทั้งงานก่อสร้าง การเงิน การจัดจ้าง การจัดซื้อจัดหา และอะไรก็ตามแต่ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ในฐานะผู้จัดการโครงการ แมกอาเลสเตอร์นำพาความสดใสร่าเริงที่เหมือนจะติดต่อกันได้มาสู่การก่อร่างสร้างพิพิธภัณฑ์แห่งใหม่แทนที่จะเป็นความอกสั่นขวัญแขวน เธอคือ “หัวใจที่สูบฉีดชีวิตให้กับพิพิธภัณฑ์นี้ครับ” ฟิลลิป แมนนิง กล่าว เขาเป็นผู้ให้คำแนะนำแก่ทีมงานมาตั้งแต่เริ่มแรกในช่วงว่างจากการสอนที่มหาวิทยาลัยแมนเชสเตอร์ ก่อนจะมารับตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายวิทยาศาสตร์เต็มตัวในปี 2024

สำหรับพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ เงินไม่ใช่ปัญหาแบบที่มักประสบกันเป็นปกติในวงการธรรมชาติวิทยา “ในยุโรป    พวกเขาจะโยนเงินให้คุณ 25 ยูโร แล้วบอกว่า ‘อ่ะ เอาไปจัดนิทรรศการ’ ” เจ้าหน้าที่คนหนึ่งกล่าวติดตลก “เอ้อ แต่มันมีค่าโสหุ้ยด้วย พวกเขาก็เลยหักคืนไปร้อยละ 40” อย่างไรก็ตาม แมกอาเลสเตอร์เล่าว่า ไม่นานหลังจากเป็นที่รู้กันว่า อาบูดาบีคือผู้ประมูลได้สแตนไป เหล่าผู้ค้าฟอสซิลก็เริ่ม “เพิ่มเลขศูนย์” ต่อท้ายราคาบอกขาย พิพิธภัณฑ์ได้รับ “การเสนอขายตัวอย่างในราคาที่บ้าเลือดมากค่ะ ซึ่งหากเป็นที่อื่นทุกแห่งในโลกก็คงเสนอราคากันแค่เศษเสี้ยวของตัวเลขนั้น”

เธอโกรธมาก และ “ไม่ใช่แค่เรื่องเงินทองพวกนี้ด้วย” ถึงตอนนั้น ทีมงานพิพิธภัณฑ์เริ่มตระหนักว่า ไม่ควรเป็นตัวปั่นราคาตลาดโลกเสียเองจนพิพิธภัณฑ์อื่นๆ เสียโอกาสเพราะสู้ราคาไม่ไหว “ฉะนั้น ใช่ค่ะ มีการเจรจาต่อรองกันเยอะมาก เป็นการเจรจาที่หนักหน่วงถึงขั้นที่พวกเรา หมายถึงตัวฉันเอง ต้องผิดใจ” กับพวกผู้ค้าไปช่วงหนึ่งแมกอาเลสเตอร์เล่า เธอทำตามคำแนะนำของแมนนิงและคนอื่นๆ ที่มีเส้นสายกว้างขวางในวงการฟอสซิล โดยเริ่มหันไปซื้อจากผู้คนในแหล่งขุดค้นโดยตรง “พวกเขารู้ที่มาที่ไปทุกอย่างด้วยค่ะ” เธอเสริม

อาลีน ทุกห์มาเนียน เจ้าหน้าที่ฝ่ายทะเบียน ตรวจสอบฟอสซิลของ เชนสเตียแมกซิมัส ที่เพิ่งแกะออกจากกล่องปลาขนาดใหญ่มีก้านครีบตัวนี้มาจากช่วงปลายยุคจูแรสซิกถึงต้นยุคครีเทเชียส

การซื้อตรงจากแหล่งขุดค้นช่วยให้การตรวจสอบความถูกต้องทำได้ง่ายขึ้น เป้าหมายคือเพื่อหลีกเลี่ยง “การปล้นสะดมแบในยุคอาณานิคม” ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของวัตถุสะสมในพิพิธภัณฑ์มากมายในอดีต ตลอดจนตัวอย่างที่มีประวัติการครอบครองซับซ้อนคลุมเครือ “เราอยากทำทุกอย่างถูกต้องตั้งแต่แรก” แมกอาเลสเตอร์กบอกและเสริมว่า “และต้องแน่ใจได้ว่า พิพิธภัณฑ์ของเราขาวสะอาดและเชื่อถือได้ในแง่นี้”

ครั้งหนึ่ง พิพิธภัณฑ์เคยได้รับข้อเสนอขาย อาร์คีออปเทอริกซ์ ตัวหนึ่ง ซึ่งเท่าที่ทราบเป็นหนึ่งในตัวอย่างเพียง 14 ตัวอย่างของนกยุคจูแรสสิกเลื่องชื่อชนิดนี้ มันจะเป็นการได้มาชนิดที่เรียกได้ว่าครั้งหนึ่งในชีวิต เสียแต่ว่ามีประวัติการครอบครองที่ยุ่งเหยิงเหลือเกิน “เอกสารอะไรก็แทบไม่มี จดหมายหลายฉบับที่ส่งถึงกันระหว่างชาวเยอรมันสองคนก็เล่าแค่ว่า ‘เพื่อนของผมเป็น …’ โน่นนี่นั่นไปเรื่อย” แมกอาเลสเตอร์เล่า “สุดท้ายเราจำเป็นต้องปฏิเสธไปค่ะ มันเสี่ยงเกินไปสำหรับเรา”

ทีมงานกำลังเก็บงานติดตั้งนิทรรศการว่าด้วยการสำรวจชีวิตนอกโลก ที่ครบครันด้วยการนำเสนอหินและแร่จากอวกาศ โดยมีตัวเอกเป็นอุกกาบาตเมอร์ชิสันอายุเก่าแก่ถึงเจ็ดพันล้านปี และการจัดแสดงดวงจันทร์โดยใช้สื่อปฏิสัมพันธ์

อีกดีลหนึ่งเป็นการเสนอขายคอลเลกชันฟอสซิลสภาพสมบูรณ์เป็นพิเศษของอิกทีโอซอร์ แอมโมไนต์ และฟอสซิลยุคจูแรสสิกอื่นๆ จากเมืองโฮลซ์มาเดิน ทางตอนใต้ของเยอรมนี ซึ่งก็ล่มเช่นกันเพราะปัญหาด้านเอกสารระหว่างเจรจากับตัวแทนจำหน่ายรายหนึ่ง แต่ต่อมามันก็กลับเข้าสู่ตลาดอีกครั้งโดยเจ้าของดั้งเดิมเป็นผู้แสนอขายเอง “ซึ่งช่วยตัดปัญหาซับซ้อนออกไปได้มหาศาลเลยค่ะ” เธอบอก “อันที่จริง ของจะมาถึงวันจันทร์หน้านี้แล้วค่ะ” ซึ่งหมายความว่าอีกเพียง 15 วันก่อนวันเปิด จะมีลังไม้ขนาดมหึมา 25 ลังลำเลียงเข้ามาทางท่าขนถ่ายสินค้า

ความทะเยอทะยานที่กลายเป็นความจริงขึ้นในประเทศนี้ขยายไปไกลกว่าแค่ส่วนจัดแสดงสาธารณะของพิพิธภัณฑ์ ซึ่งยังกำลังดำเนินงานเพื่อก้าวสู่การเป็นศูนย์วิจัยสำคัญอันเพียบพร้อมไปด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัยที่สุดบนจุดตัดระหว่างกลุ่มประเทศซีกโลกใต้และซีกโลกเหนือ ชื่อของเทคโนโลยีเหล่านี้ ไม่ว่าจะเป็น มัลดี-ทอฟ, ไมโคร-เอ็กซ์อาร์เอฟ หรืออะไรอื่นทำนองนี้ จะเอื้อให้พิพิธภัณฑ์สามารถเพิ่มมิติทางความหมายใหม่ๆ ให้กับเหล่าฟอสซิลได้อย่างมหาศาล เช่น การฉายแสงซินโครตรอน (synchrotron) ไปบนฟอสซิล จะเผยให้เห็นสารเคมีที่ไดโนเสาร์ใช้สร้างร่างกายของมันตอนมีชีวิตอยู่ เทียบกับที่ซึมแทรกเข้าไปในภายหลังเมื่อมันกลายเป็นฟอสซิลแล้ว นั่นหมายความว่า งานของแมนนิงไม่ได้จำกัดแค่จัดหาและจัดแสดงตัวอย่างเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการ “สร้างหลักประกันแห่งอนาคต” ให้แก่พวกมันด้วย เพื่อให้มั่นใจว่าข้อมูลทางวิทยาศาสตร์อันล้ำค่าที่บรรจุอยู่ในตัวพวกมันจะไม่ได้รับความเสียหายในระหว่างขั้นตอนเตรียมการเพื่อจัดแสดง

ออริกซ์อาระเบียหรือที่รู้จักในชื่อ ยูนิคอร์นแห่งทะเลทราย ได้รับการปล่อยคืนสู่ธรรมชาติอีกครั้งหลังจากเคยสูญพันธุ์ไป ปัจจุบันมีออริกซ์อาระเบียราวหนึ่งพันตัวอาศัยอยู่ในคาบสมุทรอาหรับ ออริกซ์สตัฟฟ์ตัวนี้มาอยู่ในพิพิธภัณฑ์ร่วมกับตัวอย่างอื่นๆ จากทั่วโลก

นอกจากอัล มูบารักแล้ว หัวหน้างานส่วนใหญ่ของพิพิธภัณฑ์ล้วนมาจากต่างประเทศ ซึ่งไม่ใช่เรื่องแปลกสำหรับประเทศที่ประชากรถึงร้อยละ 89 เป็นชาวต่างชาติที่เข้ามาพำนักอาศัย แต่ขณะนี้ พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาอาบูดาบีมีผู้ช่วยภัณฑารักษ์ชาวเอมิเรตส์ถึงห้าคนทำหน้าที่ศึกษาทุกอย่าง ตั้งแต่แมงมุมจากคาบสมุทรอาหรับไปจนถึงโครงกระดูกวาฬบรูด้ายาว 15 เมตรที่พบในป่าชายเลน ห่างจากพิพิธภัณฑ์ไปเพียง 15 นาที “เรามีอาสาสมัครถึง 120 คน” มาช่วยลำเลียงกระดูกเหล่านั้นออกมาจากป่า นูรา อัลบาลูชี ผู้ช่วยภัณฑารักษ์ที่สนใจสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมในทะเลเป็นพิเศษ กล่าว “แถมยังมีพ่อแม่พากันมากับลูกๆ มันน่าทึ่งมากค่ะ ที่ได้เห็นทุกคนร่วมแรงร่วมใจกันและมาช่วยสนับสนุนพวกเรา” ความหวังก็คือ เหล่าผู้ช่วยภัณฑารักษ์ชาวเอมิเรตส์จะมีตำแหน่งสูงขึ้น เมื่อพวกเขาสั่งสมประสบการณ์และได้วุฒิการศึกษาขั้นสูงในสาขาที่ตนเชี่ยวชาญ

เรื่อง ริชาร์ด คอนนิฟ        

ภาพถ่าย เครก คัตเลอร์  

แปล  อัครมุนี วรรณประไพ


อ่านเพิ่มเติม : เปิดประตูพิพิธภัณฑ์ วาติกัน หนึ่งในนครที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลก

Recommend