“นาคาไททัน ชัยภูมิเอนซิส
อาจครองตำแหน่งไดโนเสาร์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุด
เท่าที่เคยมีการค้นพบในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้“
คณะวิจัยที่นำโดย ดร.ศิตะ มานิตกุล นักสำรวจของเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก (National Geographic Explorer) และนักวิจัยจากศูนย์วิจัยและการศึกษาบรรพชีวินวิทยา มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ร่วมกับคุณธิติวุฒิ เศรษฐพานิชสกุล จาก University College London (UCL) ได้ค้นพบไดโนเสาร์คอยาวชนิดใหม่ ซึ่งคาดการณ์ว่ามีความยาวกว่า 27 เมตร และมีน้ำหนักเกือบ 30 ตัน
“จากการวัดขนาดกระดูกที่ขุดค้นได้ในเบื้องต้น บ่งชี้ว่านี่อาจเป็นไดโนเสาร์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยพบในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้” ดร.ศิตะ มานิตกุลกล่าว

ย้อนกลับไปในปี 2559 ฟอสซิสของนาคาไททันถูกค้นพบโดยบังเอิญโดยคุณถนอม หลวงนันท์ ชาวบ้านพนังเสื่อ จังหวัดชัยภูมิ ดร.ศิตะเล่าว่า “คุณพ่อถนอมไปหาปลาที่สระน้ำสาธารณะประโยชน์ของหมู่บ้าน แล้วเจอกับกองหินประหลาด” จากนั้นคุณพ่อถนอมได้แจ้งการค้นพบนี้ไปยังกรมทรัพยากรธรณี ซึ่งในเวลาต่อมากองหินประหลาดเหล่านั้นได้รับการยืนยันว่าเป็นฟอสซิลไดโนเสาร์ และเมื่อดร.ศิตะได้เห็นหลักฐานด้วยตาตัวเอง เขาก็รู้ทันทีว่าเจ้าของร่างนี้ต้องมีขนาดมหึมาอย่างแน่นอน
คณะผู้วิจัยตั้งชื่อไดโนเสาร์ชนิดใหม่นี้ว่า นาคาไททัน ชัยภูมิเอนซิส (Nagatitan chaiyaphumensis) เพื่อเป็นเกียรติแก่สถานที่ค้นพบและหยิบยกชื่อของ “พญานาค” สัตว์ในตำนานพื้นบ้านของภาคอีสานมาตั้งเป็นชื่อสกุล
“นี่คือตัวอย่างไดโนเสาร์ซอโรพอดที่สมบูรณ์ที่สุดเท่าที่เคยพบในหมวดหินโคกกรวด” เปโดร โมโช นักบรรพชีวินวิทยาจากมหาวิทยาลัยลิสบอน ประเทศโปรตุเกส ผู้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการศึกษานี้ให้ความเห็น ก่อนเสริมว่า “ก่อนหน้านี้เราพบเพียงเศษเสี้ยวของโครงกระดูกไดโนเสาร์ขนาดใหญ่ในไทยเท่านั้น แต่การค้นพบครั้งใหม่นี้มีความสมบูรณ์กว่ามาก จนเผยให้เห็นรูปลักษณ์ของยักษ์ระดับ ‘ไททัน’ ที่ไม่เคยมีใครพบเห็นมาก่อนในประเทศไทย”


ยักษ์ใหญ่แห่งยุคครีเทเชียส
ร่องรอยของนาคาไททันที่ทีมวิจัยพบ คือเศษเสี้ยวของกระดูกสันหลัง ซี่โครง กระดูกสะโพก และชิ้นส่วนรยางค์ที่ถูกฝังอยู่ในชั้นหินโคกกรวดอายุเก่า 113 ล้านปี จากการตรวจสอบพบว่า “รยางค์หน้า” หรือขาหน้าด้านขวาของมันมีความยาวมากกว่าไดโนเสาร์ซอโรพอดขนาดยักษ์ที่เพิ่งถูกค้นพบก่อนหน้านี้อย่าง Patagotitan และ Dreadnoughtus เสียอีก แม้ว่าโดยรวมแล้วตัวของนาคาไททันอาจจะยังไม่ใหญ่เท่ากับ “ไททันโนซอร์” ที่พบในอเมริกาใต้ แต่ก็เป็นเรื่องน่าแปลกที่พวกมันสามารถวิวัฒนาการสู่ความยิ่งใหญ่อย่างเป็นเอกเทศจากซอโรพอดยักษ์ในยุคสมัยหรือสถานที่อื่น
พอล อัพเชิร์ช นักบรรพชีวินวิทยาจาก University College London หนึ่งในผู้ร่วมวิจัย อธิบายว่า นาคาไททันจัดอยู่ในกลุ่มที่เรียกว่า ซอมโฟสพอนไดไล (Somphospondyli) ไดโนเสาร์กลุ่มนี้มักจะมีขาหน้าที่ยาวกว่าซอโรพอดกลุ่มอื่น และมีลักษณะการวางเท้าตอนยืนที่กว้าง ส่วนความแตกต่างทางสรีระอื่น ๆ อาจสังเกตได้ยากหากดูเพียงรูปลักษณ์ภายนอกของสัตว์ที่ยังมีชีวิต แต่ร่องรอยเพียงเล็กน้อยเหล่านี้คือหลักฐานที่ยืนยันว่า นาคาไททันคือสมาชิกของกลุ่มไดโนเสาร์ขนาดยักษ์ที่แพร่กระจายไปทั่วทุกสารทิศเมื่อราว 110 ถึง 120 ล้านปีก่อน ในช่วงต้นของยุคครีเทเชียส


ความยิ่งใหญ่เชิงวิวัฒนาการ
สภาพแวดล้อมของประเทศไทยในยุคครีเทเชียสอาจเป็นคำตอบว่า เหตุใดนาคาไททัน จึงมีขนาดมหึมาได้ถึงเพียงนี้
ในช่วงเวลาที่มันยังมีชีวิตอยู่ แผ่นดินไทยตั้งอยู่ใกล้เส้นศูนย์สูตรมากกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน หลักฐานที่พบในหมวดหินเดียวกับที่ฝังร่างนาคาไททันบ่งชี้ว่า ภูมิภาคนี้เคยปกครองด้วยพื้นที่กึ่งแห้งแล้งที่เต็มไปด้วยพุ่มไม้และผืนป่าโปร่ง ในขณะที่โลกกำลังอยู่ในสภาวะ “เรือนกระจก” (Hothouse state) ซึ่งงานวิจัยล่าสุดชี้ให้เห็นว่าสภาวะเช่นนี้เองคือสวรรค์ที่เอื้อให้ไดโนเสาร์ซอโรพอดขนาดยักษ์เจริญเติบโตได้อย่างเต็มที่
เหล่าสัตว์กินพืชร่างยักษ์เหล่านี้สามารถเคลื่อนที่ผ่านป่าโปร่งได้อย่างง่ายดายและมีประสิทธิภาพ พวกมันแทะเล็มยอดไม้สูงและก้มลงกินพืชระดับล่างอย่างหญ้าถอดปล้อง (Horsetails) หรือเฟิร์น การหากินและการเหยียบย่ำของพวกมันยังมีส่วนช่วยรักษาให้สภาพที่อยู่อาศัยคงความโปร่งแบบทุ่งสะวันนา แทนที่จะกลายเป็นป่าทึบที่เดินลำบาก

ทีมวิจัยเชื่อว่านาคาไททันคือจุดเริ่มต้นของยุคทองแห่งการวิวัฒนาการทางขนาดร่างกาย เพราะเมื่อคณะนักวิจัยลองเปรียบเทียบมันกับซอโรพอดขนาดยักษ์ชนิดอื่นในเอเชีย พวกเขาก็พบว่าไดโนเสาร์เหล่านี้มีขนาดใหญ่ขึ้นไปอีกในช่วงเวลาอันอบอุ่นของยุคครีเทเชียสที่ตามหลังยุคของนาคาไททัน
“ซอโรพอดอย่าง Ruyangosaurus มีน้ำหนักเกือบ 60 ตัน และถูกจัดเป็นหนึ่งในไดโนเสาร์ที่ตัวใหญ่ที่สุดในเอเชียช่วงยุคครีเทเชียส” ดร.ศิตะกล่าว ข้อมูลเหล่านี้ช่วยสนับสนุนแนวคิดที่ว่า สภาพที่อยู่อาศัยซึ่งอบอุ่น เปิดโล่ง และค่อนข้างแห้งแล้ง คือปัจจัยสำคัญที่สร้างสภาวะในอุดมคติให้พวกซอโรพอดวิวัฒนาการจนมีขนาดร่างกายที่ใหญ่โตมโหฬารอย่างที่เห็น
เรื่อง Riley Black
ภาพถ่ายโดย Tanintorn Ketburana
ภาพประกอบโดย ไดโนเสาร์เล่าแบบไทย ๆ และ Patchanop Boonsai
แปลและเรียบเรียง อรณิชา เปลี่ยนภักดี
อ่านเพิ่มเติม : ‘130 ล้านปีแห่งความลับ’
การปะติดปะต่อปริศนาไดโนเสาร์ในไทย
และความเป็นไปได้ในการพบไดโนเสาร์สายพันธุ์ใหม่
