อาลัย “อินูกา” หมีขั้วโลกตัวแรกที่เกิดในเขตร้อน

อาลัย อินูกา หมีขั้วโลกตัวแรกที่เกิดในเขตร้อน

เมื่อวันที่ 25 เมษายน 2018 เป็นวันสุดท้ายของ “อินูกา” หมีขั้วโลกชื่อดังแห่งประเทศสิงคโปร์ โดยมันได้จากโลกนี้ไปท่ามกลางความดูแลจากบรรดาเจ้าหน้าที่ที่ผูกพัน หลังสุขภาพย่ำแย่ลงอย่างหนักจากความชรา ด้วยอายุ 27 ปี ของหมีขั้วโลกตัวนี้้ทียบเท่าได้กับมนุษย์ที่มีอายุ 70 ปี

อินูกาถือเป็นหมีขั้วโลกตัวแรกที่เกิดในสวนสัตว์ของสิงคโปร์ ทั้งยังเป็นหมีขั้วโลกตัวแรกที่เกิดในภูมิภาคเขตร้อนอีกด้วย อินูกาเป็นดาวเด่นของสวนสัตว์ที่มีผู้ชมเดินทางมาชมมันมากมาย ท่ามกลางเสียงวิจารณ์จากบรรดานักอนุรักษ์สัตว์ป่า

ผลการตรวจร่างกายล่าสุดเผยให้เห็นว่า อินูกา ทุกข์ทรมานจากโรคข้อต่ออักเสบ, ฟันผุและการติดเชื้อในหู รวมไปถึงขาของมันยังไม่สามารถรับน้ำหนักตัวได้ไหว และยังมีบาดแผลบริเวณอุ้งเท้าและหน้าท้องอีกด้วย

“แม้ว่าเราจะต้องการยื้อชีวิตของอินูกาไว้ให้นานที่สุด แต่การช่วยมันไม่ให้ต้องทุกข์ทรมานก็คือความรับผิดชอบของเราเช่นกัน” Cheng Wen-haur ผู้อำนวยการสวนสัตว์กล่าว ดังนั้นแล้วในการรักษาครั้งล่าสุด เมื่ออาการของอินูกายังคงไม่ดีขึ้น ในที่สุดสัตวแพทย์และเจ้าหน้าที่จึงตัดสินใจไม่ปลุกมันขึ้นจากฤทธิ์ของยาสลบ และปล่อยให้อินูกาได้จากไปอย่างสงบ ซึ่งจากภาพถ่ายแสดงให้เห็นมือของเจ้าหน้าที่หญิงท่านหนึ่งที่ยังคงแตะอุ้งเท้าของมันไว้จวบจนวาระสุดท้ายของชีวิต

อินูกา
หนึ่งในเจ้าหน้าที่ผู้ดูแลแตะที่อุ้งเท้าของมันและกล่าวคำบอกลา
ขอบคุณภาพถ่ายจาก Wildlife Reserves Singapore

ด้านชาวสิงคโปร์จำนวนมากพากันไว้อาลัยให้แก่การจากไปของหมีขั้วโลกผู้โด่งดัง โดยทางสวนสัตว์จะมีการจัดพิธีรำลึกถึงอินูกาอย่างเป็นทางการในวันที่ 26 เมษายน

ความตายของอินูกาถือเป็นการสิ้นสุดโชว์หมีขั้วโลกจากสวนสัตว์ในสิงคโปร์ด้วย ทั้งนี้ปกติแล้วหมีขั้วโลกตามธรรมชาติจะมีอายุราว 15 – 18 ปีเท่านั้น แต่อินูกามีอายุถึง 27 ปี ซึ่งถือว่าแก่ชรามาก ปัจจุบันมีหมีขั้วโลกอาศัยอยู่ตามธรรมชาติราว 22,000 ตัว ในถิ่นอาศัยที่มีภูมิอากาศหนาเย็น เช่นในขั้วโลกเหนือ, แคนาดา และรัสเซีย มีสถานะมีแนวโน้มใกล้สูญพันธุ์ (Vulnerable)

การเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศคือปัจจัยสำคัญที่กำลังคร่าชีวิตของหมีขั้วโลก เมื่อแผ่นน้ำแข็งที่เป็นถิ่นอาศัยและหากินของพวกมันละลายหดตัวลง ส่งผลให้หมีขั้วโลกต้องว่ายน้ำไกลขึ้นเพื่อหาอาหาร ก่อนหน้านี้ภาพถ่ายของหมีขั้วโลกผอมโซก็กลายเป็นไวรัลที่ชวนให้ผู้คนบนโลกออนไลน์หันมาตระหนักถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อสิ่งแวดล้อมจากกิจกรรมในชีวิตประจำวันของตนมาแล้ว

(ชะตากรรมของ แรดขาวเหนือ จะเป็นอย่างไร เมื่อตัวผู้ตัวสุดท้ายของสายพันธุ์ตายลง)

อินูกา
เจ้าหน้าที่สวนสัตว์วางดอกไม้ไว้อาลัยหน้าภาพถ่ายของอินูกา ในสวนสัตว์สิงคโปร์
ขอบคุณภาพถ่ายจาก Gaya Chandramohan
อินูกา
พิธีรำลึกถึงอินูกาถูกจัดขึ้นเมื่อวันที่ 26 เมษายน 2018
ขอบคุณภาพถ่ายจาก Gaya Chandramohan
อินูกา
เด็กๆ ร่วมรำลึกถึงหมีขั้วโลกที่โด่งดังที่สุดในสิงคโปร์ด้วย
ขอบคุณภาพถ่ายจาก Gaya Chandramohan

 

ขอบคุณข้อมูล

https://www.straitstimes.com/singapore/inuka-died-surrounded-by-his-keepers-singapore-zoo-releases-photos-of-polar-bears-last

https://www.channelnewsasia.com/news/singapore/inuka-polar-bear-private-memorial-singapore-zoo-10177758

http://www.bbc.com/news/world-asia-43890078

 

อ่านเพิ่มเติม

“หมีขั้วโลกผอมโซ” ประจักษ์พยานของภาวะโลกร้อน

เรื่องแนะนำ

กาลาปาโกสแดนวิกฤติ

เรื่อง คริสโตเฟอร์ โซโลมอน ภาพถ่าย ทอมัส พี. เพสแชก จอน วิตแมน ตรวจสอบมาตรวัดความดันอากาศ  ขยับตีนกบให้เข้าที่ แล้วหงายหลังทิ้งตัวลงสู่มหาสมุทรแปซิฟิก ใกล้ๆกันนั้น มหาสมุทรซัดสาดเกาะอิสลาบีเกิล ซึ่งเป็นหนึ่งในเกาะน้อยใหญ่นับร้อยที่ประกอบกันขึ้นเป็นหมู่เกาะกาลาปาโกส จังหวัดหนึ่งของประเทศเอกวาดอร์และทอดตัวคร่อมเส้นศูนย์สูตรพอดี บนชะโงกหินเหนือฟองคลื่นที่ซัดกระเซ็น นกบูบีตีนน้ำเงินเต้นรำด้วยท่วงท่างุ่มง่าม สิงโตทะเลกาลาปาโกสสองตัวกำลังทะเลาะกันบนโขดหินที่อยู่ต่ำลงมา ภาพที่เห็นและเสียงที่ได้ยินน่าจะเป็นเช่นเดียวกับเมื่อครั้งที่ชาร์ลส์ ดาร์วิน แล่นเรือมาที่นี่เมื่อเกือบ 200 ปีก่อน  สิ่งมีชีวิตเหล่านี้ปรับตัวให้เข้ากับเกาะที่มีสภาพแวดล้อมรุนแรงได้เป็นอย่างดี ประหนึ่งว่าทนทานต่ออะไรก็ได้  ไม่เว้นแม้แต่กาลเวลา ทันใดนั้น วิตแมนก็ทะลึ่งพรวดขึ้นมาเหนือน้ำ “เริ่มแล้วครับ” เขาบอกผมด้วยสีหน้าบูดบึ้ง เขาคว้ากล้องวิดีโอจากเรือที่พาไปดำน้ำ  แล้วหายลงไปใต้น้ำอีกครั้ง ผมกระโดดตามเขาไป  ที่ระดับความลึกห้าเมตรใต้ผิวน้ำ วิตแมนชี้ให้ผมดูปะการังโขด Porites lobata   ซึ่งควรมีรูปร่างเหมือนเจดีย์สีเขียวอมเหลือง แต่แทนที่จะเป็นเช่นนั้น  มันกลับกลายเป็นสีขาวตัดกับสีชมพูและสีเขียวเข้มของปะการังอื่นๆบนพื้นทะเล  ปะการังกลุ่มนี้กำลังฟอกขาวอันเป็นผลกระทบจากอุณหภูมิน้ำทะเลที่อุ่นเกินไป มันจะตายในไม่ช้า วิตแมนและคณะกำลังเฝ้าสังเกตการเปลี่ยนแปลงในบริเวณต่างๆ เช่นที่เกาะอิสลาบีเกิล  พวกเขาพบปัญหานี้ได้ไม่ยาก  และกำลัง “วัดไข้” ชุมชนก้นทะเลแห่งนี้ ทั้งในแง่รูปธรรมตามตัวอักษรและอุปมาอุปไมย  ในช่วงที่เกิดปรากฏการณ์เอลนีโญเมื่อปี 2016 ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ทางสภาพภูมิอากาศที่นับว่ารุนแรงที่สุดในรอบ 20 ปีของที่นี่ […]

นกในเมืองใหญ่ : นกทำอย่างไรเมื่อเมืองขยายตัว

นกในเมืองใหญ่ : นกทำอย่างไรเมื่อเมืองขยายตัว เมื่อนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ กำจัดพืชพรรณตามธรรมชาติเพื่อแบ่งที่ดินเป็นแปลงย่อยๆ นกจับคอนบางชนิดยังใช้ชีวิตอย่างสุขสบายดี นกในเมืองใหญ่ที่เป็นยอด “นักปรับตัว” เหล่านี้พบสถานที่ทางเลือกอื่นๆเพื่อทำรังและกระทั่งขยายพันธุ์อยู่ใกล้ๆมนุษย์ จอห์น มาร์ซลัฟฟ์ อาจารย์ ด้านวิทยาศาสตร์สัตว์ป่าจากมหาวิทยาลัยวอชิงตัน กล่าว แต่นกจับคอนชนิดอื่นๆ หนีไปเสาะหาถิ่นอาศัยที่ไม่ถูกรบกวน แม้ว่าอาจหมายถึงการทิ้งคู่ผสมพันธุ์และสูญเสียโอกาสในการสืบพันธุ์  มาร์ซลัฟฟ์บอก  ท่ามกลางการขยายตัวของเมือง  เป็นที่รู้กันว่า นกในเมืองใหญ่ที่เป็นชนิดพันธุ์  “นักหลีกเลี่ยง” อย่างนกกระจิ๊ดเหลืองหน้าผากดำในภาพนี้  มีจำนวนลดลงอย่างเห็นได้ชัด มาร์ซลัฟฟ์และเพื่อนร่วมงานใช้เวลา 12 ปีเก็บรวบรวมข้อมูลเพื่อการศึกษาชิ้นหนึ่งในจำนวนที่ยังมีอยู่น้อยนั่นคือเรื่องการขยายตัวของเมืองส่งผลกระทบต่อการกระจายตัวของชนิดพันธุ์นกจับคอนอย่างไร นักวิจัยระบุสถานที่ สามลักษณะ ได้แก่ เขตสงวนในป่า ที่ดินแปลงย่อยๆที่มีอยู่แต่เดิม และ “สถานที่ที่มีการเปลี่ยนแปลง” ซึ่งผืนป่ากำลังถูกเปลี่ยนเป็นที่ดินแปลงย่อยๆ ที่นั่นพวกเขา จับและติดห่วงที่ขาของนกนักหลีกเลี่ยงและนักปรับตัวรวมทั้งหมดเกือบ 3,000 ตัว จากนั้นติดตามว่าพวกนกไปที่ไหนและให้กำเนิดลูกที่โตพอจะบินหรือไม่ โดยทั่วไป ชนิดพันธุ์ที่ศึกษาจะอยู่กับคู่ผสมพันธุ์ตัวหนึ่งในบริเวณหนึ่ง แต่เมื่อการพัฒนากำจัดต้นไม้เตี้ยๆ ที่นกนักหลีกเลี่ยงชอบทำรังออกไป นักวิจัยพบเห็นนกย้ายที่อยู่ใหม่และ “แยกทางกัน” หรือไม่กลับมาอยู่กับคู่ตัวเดิมอีก เมื่อการตามหาคู่ใหม่และอาณาเขตใหม่ขัดจังหวะฤดูผสมพันธุ์ นกนักหลีกเลี่ยง “มักจะล้มเหลวในการให้กำเนิดลูกสำหรับนกที่มีชีวิตอยู่ห้าหรือหกปี นี่เป็นอันตรายใหญ่หลวงสำหรับนกในเมืองใหญ่ครับ” มาร์ซลัฟฟ์บอก เรื่อง แพทริเซีย เอดมันด์ส […]