เรื่องรักของเพนกวิน - National Geographic Thailand

เรื่องรักของเพนกวิน

เรื่องรักของเพนกวิน

บางครั้งความโรแมนติกไม่จำเป็นต้องมีบทพูด เชิญพบกับความรักอันยิ่งใหญ่ของเพนกวินเจนทูแห่งแอนตาร์กติก เรื่องราวของมันเริ่มต้นเหมือนคู่รักมนุษย์ เมื่อเพนกวินเจนทูต้องการที่จะลงหลักปักฐานกับใคร ตัวผู้จะออกตามหาก้อนหินที่สวยงาม เกลี้ยงเกลาที่สุดมามอบให้ตัวเมียที่หมายปอง หากตัวเมียมีใจมันจะรับเอาก้อนหินมาไว้ในรัง จากนั้นพวกมันก็จะผูกพันเป็นคู่ผัวเดียวเมียเดียวไปตลอดชีวิต

เมื่อมีลูกด้วยกันแล้ว พวกมันจะสลับกันออกไปหาอาหารมาเลี้ยงลูกๆ ตัวที่เหลืออยู่จะคอยอยู่บนเกาะ เพนกวินเจนทูแม้เดินอุ้ยอ้ายแต่พวกมันว่ายน้ำเก่งมาก และยังเป็นเพนกวินที่ว่ายน้ำได้เร็วที่สุดถึง 36 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พวกมันจะเก็บอาหารไว้ในท้องจากนั้นก็ว่ายฝ่าคลื่นลมกลับมายังเกาะที่มีเพนกวินอาศัยอยู่เป็นล้านตัว พวกมันจะเปล่งเสียงร้องหากัน และน่าทึ่งที่ท่ามกลางเสียงดังระงมเพนกวินสามารถจดจำเสียงร้องของคู่มันได้อย่างแม่นยำ เมื่อพบกันแล้วมันจะอ้าปากให้ลูกน้อยได้กินอาหาร เป็นอันสิ้นสุดการเดินทางอันแสนเหน็ดเหนื่อยตลอดวัน

 

อ่านเพิ่มเติม

ค้นพบฟอสซิลเพนกวินที่มีขนาดเท่ากับมนุษย์

เรื่องแนะนำ

ภาพถ่ายทางอากาศเผยให้เห็นแดนอัศจรรย์ทางธรรมชาติของอาร์กติก

เรื่อง ซาราห์ พอลเจอร์ ภาพถ่าย โฟลรียอง เลอดู ภูมิภาคอาร์กติกที่มีความเป็นธรรมชาติและสวยงาม จับใจช่างภาพ โฟลรียอง เลอดู ตั้งแต่เขาอายุสิบขวบ “ขนาดของภูมิทัศน์และชนิดพันธุ์อันเหลือเชื่อซึ่งอาศัยอยู่ที่นั่นดึงดูดผมมายังอาร์กติก ผมรู้สึกประทับใจอย่างลึกซึ้งตอนที่ออกเดินทางครั้งแรกไปยังภูมิภาคเหนือเส้นอาร์กติกเซอร์เคิล และความรู้สึกนั้นรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่องเมื่อผมสำรวจไปไกลขึ้นครับ” เลอดูบอก ทุกวันนี้ เลอดูเดินทางผ่านไอซ์แลนด์ กรีนแลนด์ แคนาดา และไกลออกไป เขาให้ความสนใจกับการถ่ายภาพฟุตเทจของภูมิทัศน์และสัตว์ป่า ขณะทำงานเป็นช่างภาพข่าวในกองทัพเรือของฝรั่งเศส เลอดูฝึกฝนทักษะในโครงการถ่ายภาพส่วนตัวซึ่งเขาถ่ายภาพวัฒนธรรมอินูอิตของกรีนแลนด์และความสัมพันธ์ของผู้คนเหล่านั้นกับผืนดิน เลอดูส่งภาพถ่ายหลายภาพเข้าร่วมในโครงการประกวด National Geographic Nature Photographer of the Year ประจำปี 2017 ในปี 2017 เลอดูออกเรือเพื่อตามหาหมีขั้วโลกใกล้กับเทรมเบลย์ซาวด์ของแคนาดา หลังจากค่ำคืนที่ไม่ประสบความสำเร็จ ในวันรุ่งขึ้นเลอดูและทีมของเขาพบกับชิ้นส่วนน้ำแข็งขนาดใหญ่ซึ่งทำให้มีความหวัง เพราะน้ำแข็งนั้นเหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับให้หมีขั้วโลกออกล่าเหยื่อ เมื่อเข้าไปใกล้บริเวณนั้น พวกเขาพบว่าพวกเขากำลังตามหาหมีขั้วโลกสี่ตัวที่กระโดดจากพืดน้ำแข็งแผ่นหนึ่งไปยังอีกแผ่นหนึ่งเพื่อมองหาแมวน้ำ เพื่อหามุมมองใหม่ๆของภาพ เลอดูจึงถ่ายภาพหมีท่องไปตามน้ำแข็งจากข้างบนโดยใช้โดรน เลอดูเข้าใกล้ถิ่นอาศัยทุกแห่งด้วยความระมัดระวัง เขาทำวิจัยเรื่องพฤติกรรมของสัตว์และใช้เวลาเรียนรู้เกี่ยวกับสัตว์ป่าก่อนที่จะออกภาคสนาม เขามุ่งถ่ายภาพเรื่องราวที่ใหญ่ขึ้นของภูมิภาคอาร์กติกและสรรพสัตว์ซึ่งอาศัยอยู่ที่นั่นแม้ว่าจะเป็นไปได้ยาก แล้วโครงการต่อไปของเขาคืออะไร เลอดูวางแผนจะทำโครงการถ่ายภาพอาร์กติกในระยะยาว โดยการถ่ายฟุตเทจทางอากาศในช่วงเวลาที่แตกต่างกันของปี ในขณะเดียวกัน เขากับเพื่อนร่วมงานจะนำเที่ยวอาร์กติกเพื่อช่วยให้ความรู้แก่ผู้มาเยือนและแบ่งปันความหลงใหลในการถ่ายภาพของเขา   อ่านเพิ่มเติม : มหัศจรรย์แห่งชีวิตใต้ทะเล, ชมสุดยอดภาพถ่ายสัตว์แห่งปีที่คุณต้องหันมาสนใจ

เคยเห็นกันไหม? ตัวอาร์ดวาร์ก

เคยเห็นกันไหม? ตัวอาร์ดวาร์ก ลูกอาร์ดวาร์กน้อยจากสวนสัตว์ซินซิเนติตัวนี้มีชื่อแสนเท่ว่า “Winsol” โดยเกิดจากการเอาคำสองคำในวันที่มันเกิดมารวมกันคือคำว่า “winter” และ “solstice” ในวันที่มันลืมตาดูโลกนั้น Winsol มีน้ำหนัก 1.3 กิโลกรัม อาจดูน้อยนิดแต่ไม่ต้องห่วงเพราะน้ำหนักนี้จะเพิ่มเป็น 65 กิโลกรัม เมื่อมันเติบโตเป็นอาร์ดวาร์กตัวเต็มวัย อาร์ดวาร์กเป็นสัตว์ที่ค่อนข้างซื่อและไม่ระวังตัว ดังนั้นเจ้าหน้าที่สวนสัตว์จึงต้องระวังไม่ให้แม่ของมันเองกลิ้งหรือเหยียบเจ้าWinsol ทั้งนี้อาร์ดวาร์กน้อยตัวนี้เป็นอาร์ดวาร์กตัวแรกที่ถือกำเนิดในสวนสัตว์นับตั้งแต่ปี 1994 เป็นต้นมา โดยเจ้าตัวนี้มีเอกลักษณ์คือเดินไวเป็นพิเศษ ปกติแล้วอาร์ดวาร์กเป็นสัตว์ที่อาศัยในทวีปแอฟริกา มันมีฉายาว่า “หมูดิน” จากจมูกและปากที่ยาวเป็นท่อ ใบหูยาวเหมือนลา อุ้งเท้าคล้ายกระต่าย และมีหางคล้ายหนู ออกหากินในตอนกลางคืน โดยจะใช้หูรับฟังเสียงของแมลงที่เคลื่อนไหวใต้ดิน ปัจจุบันนักวิทยาศาสตร์กังวลว่าในอนาคตอาร์ดวาร์กอาจกลายเป็นสัตว์เสี่ยงสูญพันธุ์เนื่องจากไม่สามารถปรับตัวให้ทันกับสภาพอากาศในแอฟริกาที่ร้อนขึ้นทุกๆ ปี รวมถึงปัญหาจากการถูกจับเพื่อบริโภค   อ่านเพิ่มเติม : พบกับปลาประหลาดที่สุดในโลก, ชมการเติบโตอันน่าอัศจรรย์ของตัวอ่อนผึ้ง