สิ่งมีชีวิตไม่มีสมอง เหล่านี้ทำสิ่งที่น่าทึ่งได้ - National Geographic Thailand

สิ่งมีชีวิตไม่มีสมองเหล่านี้ทำสิ่งที่น่าทึ่งได้

สิ่งมีชีวิตไม่มีสมอง เหล่านี้ทำสิ่งที่น่าทึ่งได้

ปฏิเสธไม่ได้ว่าสติปัญญาของมนุษย์นั้นทำให้สายพันธุ์โฮโมเซเปียนส์ของเราโดดเด่นขึ้นมาจากทุกสรรพชีวิตบนโลกนี้ สมองของเราคือความสำเร็จทางวิวัฒนาการอย่างแท้จริง ที่ช่วยให้เราสร้างสรรค์สิ่งต่างๆ ในขณะเดียวกันก็ทำลายล้างหลายสิ่งบนโลกใบนี้

กว่าจะมาเป็นมันสมองสมัยใหม่เช่นทุกวันนี้ได้ มันเดินทางบนเส้นทางของวิวัฒนาการมานานถึง 520 ล้านปี และแม้ว่าสมองของเราจะเลิศล้ำเพียงใด แต่อย่าลืมว่าเราไม่ใช่สัตว์เพียงชนิดเดียวบนโลกที่มีความเฉลียวฉลาด

“สติปัญญา” คำๆ นี้ขึ้นอยู่กับว่าคุณจะนิยามมันอย่างไร นักวิทยาศาสตร์พบว่ากระบวนการตัดสินใจและการเรียนรู้สามารถพบได้ในสิ่งมีชีวิตไม่มีสมองเช่นกัน และนี่คือตัวอย่างของชีวิตเหล่านั้นที่มีความฉลาด แม้จะปราศจากอวัยวะอย่างสมองก็ตาม

 

เขาวงกตเมือก

ถ้าพูดถึงอัจฉริยะ คุณอ่านคิดถึงนักวิทยาศาสตร์ชื่อดัง หรือนักดนตรีชื่อก้องโลกก่อนเป็นอันดับแรก แน่นอนว่าคงไม่มีใครคิดถึงเมือกวุ้นสีเหลืองที่เติบโตอยู่ตามซากพืชที่กำลังย่อยสลายบนพื้นป่าในละแวกบ้านคุณ

เจ้าสิ่งมีชีวิตนี้มีชื่อเรียกว่า “ราเมือก” (Slime Molds) หรือ Physarum polycephalum สัตว์เซลล์เดียวที่อาศัยอยู่รวมกัน ในหนึ่งราเมือกอาจพบเซลล์ได้ตั้งแต่พันไปจนถึงล้านเซลล์ ราเมือกสามารถปลดปล่อยสปอร์ได้ไกลหลายฟุต นอกจากนั้นพวกมันยังสามารถเคลื่อนที่ไปพร้อมๆ กันเพื่อหาอาหาร และยังสามารถเปลี่ยนรูปร่างได้ ด้วยการทำงานร่วมกันเป็นหนึ่งเดียวในแบบที่นิยามได้ว่ามีสติปัญญา

งานวิจัยในปี 2016 พบว่า ราเมือกสามารหาอาหารที่ตั้งอยู่ยังทางออกเขาวงกตได้ ด้วยการเติบโตขยายเครือข่ายของมันไปเรื่อยๆ และเมื่อเมือกส่วนหนึ่งพบอาหารแล้ว นักวิทยาศาสตร์พบว่ามันสื่อสารกับเมือกส่วนที่เหลือไม่ให้ไปผิดทาง หรือไปยังที่ที่เคยสำรวจมาแล้ว นอกจากนั้นพวกมันยังมีหน่วยความจำเพื่อใช้ในการนำทางพวกมันไปยังสิ่งแวดล้อมใหม่หรือใช้ในการมองหาอาหาร และสามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมนั้นๆ ได้ด้วยการหลอมรวมตนเองเข้ากับราเมือกอื่นๆ

สิ่งมีชีวิตไม่มีสมอง
ราเมือกสามารถหาอาหาร (วัตถุสีเหลืองและชมพู) ในเขาวงกตได้
ภาพถ่ายโดย Yang Joon Kim

แต่ทักษะที่ทำให้มนุษย์ต้องอึ้งก็คือในการทดลองที่ให้ราเมือกออกสำรวจอาหารที่ทิ้งไว้ในแต่ละจุด ราเมือกกระจายกิ่งก้านสาขาออกไป และเมื่อพบอาหารมันจะสร้างเครือข่ายใหม่ขึ้นมา ซึ่งนักวิทยาศาสตร์พบว่ายเครือข่ายของมันเป็นรูปแบบเดียวกับเส้นทางรถไฟใต้ดินของกรุงโตเกียว ความสามารถของมันนี้เทียบได้กับคอมพิวเตอร์ แม้ว่าพวกมันจะเป็นสิ่งมีชีวิตไม่มีสมองก็ตาม ซึ่งขณะนี้บรรดานักวิจัยทั่วโลกกำลังพยายามถอดรหัสความอัจฉริยะของพวกมัน เพื่อนำองค์ความรู้ที่ได้มาพัฒนาหุ่นยนต์ให้ดียิ่งขึ้น

 

แมงกะพรุนขี้เซา

การนอนหลับไม่ใช่กิจกรรมที่มนุษย์และสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทำเท่านั้น ในช่วงสองทศวรรษที่ผ่านมา นักวิทยาศาสตร์พบว่าพฤติกรรมการนอนหลับพบได้ในแมลงวันผลไม้, หนอนตัวกลม หรือแม้แต่สัตว์ไม่มีสมองอย่าง แมงกะพรุน

ในหนึ่งวัน ชีพจรของแมงกะพรุนหัวคว่ำหรือ Cassiopea จะเต้นทุกๆ วินาที แต่ในช่วงกลางคืนชีพจรของมันจะเต้นช้าลง 30% พฤติกรรมลักษณะนี้บ่งชี้ว่ามันกำลังนอนหลับ และเช่นเดียวกับสัตว์ชนิดอื่นๆ เมื่อแมงกะพรุนหัวคว่ำนอนหลับมันจะตอบสนองต่อสิ่งเร้าภายนอกน้อยลง และหากมันถูกกวนการหลับ ในวันต่อมามันยังเฉื่อยชาอีกด้วย เรียกได้ว่าไม่ต่างจากมนุษย์ที่อดหลับอดนอนตลอดคืน

สิ่งมีชีวิตไม่มีสมอง
แมงกะพรุนหัวคว่ำ ภาพถ่ายโดย Norbert Wu

งานวิจัยครั้งนี้เผยแพร่ลงใน Current Biology เมือปี 2017 และนับเป็นครั้งแรกที่นักวิทยาศาสตร์ค้นพบพฤติกรรมการนอนหลับในสัตว์ที่ไม่มีระบบประสาทกลาง บ่งชี้ว่าการนอนของเรานั้นอาจถือกำเนิดในบรรพบุรุษของสัตว์ตั้งแต่เมื่อ 600 ล้านปีก่อน

กลไกการนอนหลับของแมงกะพรุนเป็นอย่างไร เรื่องนี้ยังมีคำตอบไม่ชัดเจนนัก แต่เราทุกคนรู้ดีว่าการนอนมีประโยชน์อย่างไม่ต้องสงสัย ตั้งแต่การฟื้นฟูระบบประสาท ช่วยเพื่มประสิทธิภาพความทรงจำ ไปจนถึงรักษาพลังงานในร่างกาย

 

ต้นไม้นับจำนวน

ต้นไม้ไม่มีระบบประสาท แต่นั่นไม่ได้หมายความว่ามันคิดไม่เป็น? นั่นคือข้อสงสัยที่คาใจบรรดาผู้ศึกษาในสาขาประสาทชีววิทยาพืช และทุกวันนี้เห็นได้ชัดว่าบรรดาพืชพันธุ์หลายชนิดมีสติปัญญาที่น่าอัศจรรย์ ยกตัวอย่างเช่น ต้น Lavatera cretica ที่สามารถหมุนใบไม้ในช่วงกลางคืนให้เตรียมรับแสงแดดสำหรับเช้าวันใหม่ได้ หรือหน่อต้นข้าวโพดเองก็สามารถจดจำทิศทางของแสงที่จะมาได้

Monica Gagliano นักชีววิทยาจากมหาวิทยาลัยเวสเทิร์นออสเตรเลีย ชี้ว่าต้นไม้สามารถเรียนรู้พฤติกรรมได้ไม่ต่างจากสุนัขของพาฟลอฟ (การทดลองให้สุนัขหลั่งน้ำลายเมื่อได้ยินเสียงกระดิ่ง) ในการศึกษาที่เผยแพร่ลงใน Scientific Reports เมื่อปี 2016 Gagliano และทีมวิจัยของเธอพบว่าต้นถั่วลันเตาสามารถปรับตัวให้ตอบสนองต่อสิ่งเร้าสองอย่างที่ต่างกันได้ คืดพัดลม และแสงสีฟ้า

อีกงานวิจัยจากมหาวิทยาลัย Würzburg ในเยอรมนี แสดงให้เห็นว่าต้นกาบหอยแครงรู้จักการนับจำนวน เมื่อแมลงสัมผัสกับเส้นขนในใบที่เป็นกับดักของมัน สัญญาณจะถูกส่งให้เตรียมปิดกับดัก ทีมนักวิจัยพบว่าหากเส้นขนสองเส้นถูกสัมผัสภายในเวลา 15 วินาที กับดักจะปิดทันที และหากแมลงตัวดังกล่าวยังคงดิ้นรนต่อไปและสัมผัสเส้นขนอีกมากกว่า 3 ครั้ง ต้นกาบหอยแครงจะปล่อยน้ำย่อยออกมา เพื่อย่อยสลายเหยื่อและดูดกินเอาสารอาหาร

อาจฟังดูเล็กๆ น้อยๆ แต่สติปัญญาเหล่านี้ก็น่าสะพรึงกลัวไม่ใช่น้อยเลยทีเดียว…

เรื่อง มิคาเอล เกรสโค

 

อ่านเพิ่มเติม

นกแสนรู้ : ไขปริศนาความฉลาดของนก

 

เรื่องแนะนำ

นักวิจัยไทยค้นพบ จิ้งจกนิ้วยาว ชนิดใหม่ของโลก

เมื่อเร็วๆ นี้ นักวิจัยชาวไทยค้นพบ จิ้งจกนิ้วยาว ชนิดใหม่ของโลก ที่พบในอำเภอลานสกา จังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นจิ้งจกที่มักอาศัยอยู่ในซอกหินของภูเขาหินแกรนิตที่มีธารน้ำ หากพิจารณาตามภูมิศาสตร์ของประเทศไทยจะพบว่า ที่ตั้งของประเทศไทยเอื้อให้เกิดความหลากหลายทางชีวภาพอย่างมาก การค้นพบชนิดพันธุ์ใหม่ในประเทศไทย นับเป็นเรื่องที่แสดงให้เห็นถึงความหลากหลายทางชีวภาพ โดยเฉพาะการค้นพบสัตว์ชนิดใหม่ในกลุ่มที่ยังไม่มีข้อมูลทางชีววิทยามากนัก อย่างกลุ่มสัตว์เลื้อยคลาน เช่น จิ้งจก งู กิ้งก่า และเต่า เป็นต้น “จุดเริ่มของการศึกษาสัตว์เลื้อยคลานในกลุ่มตุ๊กแกและจิ้งจก เริ่มจากแรงบันดาลใจที่ร่วมทำงานวิจัยของอาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์ ผศ.ดร.อัญชลี เอาผล ผู้ที่ศึกษาและทำงานวิจัยด้านชีววิทยาของสัตว์เลื้อยคลานกลุ่มตุ๊กแกและจิ้งจกในประเทศไทย” ดร.นที อำไพ นักวิจัย อาจารย์ภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ และผู้ค้นพบจิ้งจกชนิดพันธุ์ใหม่ของโลก กล่าวและเสริมว่า “ในปัจจุบัน ข้อมูลด้านชีววิทยาของสัตว์กลุ่มนี้ค่อนข้างน้อย จึงมีความสนใจที่อยากศึกษาสัตว์กลุ่มนี้ในประเทศให้มากขึ้นครับ” ในปี 2010 ผู้เชี่ยวชาญด้านสัตว์เลื้อยคลาน Dr. L. Lee Grismer จากประเทศสหรัฐอเมริกา ร่วมกับนักวิจัยชาวไทย ศึกษาอนุกรมวิธาน (การจัดจำแนกสิ่งมีชีวิต) ของ จิ้งจกนิ้วยาว สกุลนีมาสพิส (Cnemaspis) และระหว่างนั้นได้รายงานการค้นพบจิ้งจกนิ้วยาวชนิดใหม่เพิ่มเติมหลายชนิดในประเทศไทย ซึ่งบางชนิดจัดเป็นชนิดพันธุ์ซ่อนเร้น (cryptic species) […]

ความรู้ประจำวัน: นกที่วางไข่ในรังนกตัวอื่น

ความรู้ประจำวัน: นกที่วางไข่ในรังนกตัวอื่น ใช่ว่านกทุกชนิดจะสร้างรังเป็นของตัวเอง พบกับนกที่มีพฤติกรรม “ฝากเลี้ยง” ด้วยการหย่อนไข่ของมันไว้ในรังของนกตัวอื่นๆ กลยุทธ์ก็คือแม่นกจะมองหารังที่มีไข่รูปร่างและลวดลายคล้ายกับไข่ของมันเอง แม่นกจะอาศัยช่วงเวลาที่เจ้าของรังไม่อยู่เข้าไปวางไข่อย่างรวดเร็ว และเขี่ยไข่เดิมให้ตกออกไปจากรังโดย มันคือ นกคัคคู ที่มีถิ่นอาศัยอยู่ในสหรัฐอเมริกา นกที่ขึ้นชื่อด้านพฤติกรรมดังกล่าว และพวกมันสามารถวางไข่ได้ทุกวันราวกับแม่ไก่เลยทีเดียว ลูกนกคัคคูจะเติบโตเร็วมาก พวกมันจะถีบไข่ใบอื่น หรือลูกนกตัวอื่นให้ตกลงไปจากรังเพื่อให้มันสามารถรับอาหารจากแม่เลี้ยงได้เพียงตัวเดียว โดยที่แม่นกไม่ได้ทราบเลยว่ากำลังเลี้ยงลูกเลี้ยงอยู่ และบางครั้งมันเติบโตจนมีขนาดใหญ่กว่าแม่เลี้ยงเสียอีกซึ่งขนาดอันใหญ่โตนี้ ก็เป็นผลมาจากการที่เหลือมันเพียงตัวเดียวแล้วในรังนั่นเอง   อ่านเพิ่มเติม นกโดโดที่โด่งดังที่สุดไม่ได้ตายตามธรรมชาติ แต่ถูกฆาตกรรม

ภาพความสนิทสนมของคนรักงูกับสัตว์เลี้ยงแสนรัก

โดย อเล็กซานดรา เกโนวา ภาพถ่าย จาน่า โรมาโนว่า งูเป็นที่น่าหลงใหลและน่ารังเกียจผ่านสายตามนุษย์มานานนับสหัสวรรษ ในอารยธรรมกรีกโบราณ งูคือสัญญาณแห่งความอุดมสมบูรณ์และการเกิดใหม่ ในขณะที่บรรดาชาวคริสต์มองว่างูคือสัญลักษณ์ของการหลุดพ้น ทุกวันนี้งูไม่ใช่แค่อยู่ในวัฒนธรรมป๊อป แต่พวกมันคือสัตว์เลี้ยงประจำบ้าน จาน่า โรมาโนว่า ช่างสาวภาพชาวรัสเซียผู้เป็นโรคกลัวงู เริ่มต้นโปรเจคเก็บภาพระยะยาวของงูและเจ้าของตามบ้าน ซึ่งการเลี้ยงงูกลายมาเป็นเรื่องปกติธรรมดา เมื่อสหภาพโซเวียตล่มสลายลง “ฉันต้องการสำรวจความหวาดกลัวของตนเองและหาคำตอบว่าทำไมผู้คนถึงเก็บสิ่งมีชีวิตนี้ไว้เป็นสัตว์เลี้ยง” เธอกล่าว แต่ภาพถ่ายของโรมาโนว่าไม่ใช่ภาพถ่ายของงูแบบทั่วๆ ไป “ภาพถ่ายของงูในสิ่งแวดล้อมต่างๆ” ผลักการมีส่วนร่วมของผู้ชมออกไป เธอกล่าว ในบรรดารูปที่น่าสนใจของเธอ งูโบอาตัวอ้วนเลื้อยไปมารอบๆ ตู้ไม้, งูเหลือมเลื้อยพันเตารีดที่ตั้งเอาไว้ และงูข้าวโพดเลื้อยไปมาระหว่างแม่เหล็กที่ติดบนตู้เย็นลายเสือดาว   แก้ปัญหาความกลัวงู การถ่ายภาพให้งูกลมกลืนไปกับลวดลายและพื้นหลังไม่ได้แค่เป็นเรื่องน่าสนใจ แต่ยังเป็นการท้าทายตัวเธอเองอีกด้วย “ในตอนแรกเริ่ม ฉันไม่แม้แต่จะมองภาพของพวกมันด้วยซ้ำ” เธอกล่าว “ทุกวันนี้ถ้าให้เลี้ยงสักตัวเป็นสัตว์เลี้ยง ก็โอเคนะ” จากการสำรวจผ่านโปรเจคดังกล่าว เธอสามารถวิเคราะห์จุดเริ่มต้นของความกลัวงูออกมาได้ “ความกลัวงูส่วนใหญ่เกิดขึ้นจากประสบการณ์ผ่านวัฒนธรรม” เธอกล่าว “เช่นในหนังสยองขวัญ, พ่อแม่ที่เตือนลูกๆ ว่างูเป็นสัตว์อันตรายหรือแม้กระทั่งข่าวปลอมๆ ที่ว่างูกลืนเจ้าของลงท้องไป” โรมาโนว่ายังประหลาดใจมากที่พบว่าผู้ชายจำนวนมากเลี้ยงงูเป็นสัตว์เลี้ยง “ฉันคิดมาตลอดว่าผู้หญิงน่าจะเลี้ยงงูเยอะกว่า เพราะภาพถ่ายจำนวนมากของงูที่กำลังพันรอบตัวพวกเธอ”   สเตอริโอไทป์แบบโซเวียต อีกหนึ่งความท้าทายของเธอในการทำโปรเจคนี้คือ “การแสวงหาความงดงามของยุคหลังโซเวียต” “มันมีความเชื่อหรือภาพลักษณ์ที่มองว่าชาวรัสเซียและบรรดาอดีตประเทศโซเวียตเป็นคนยังไง” […]