ธรรมชาติอันน่าจับใจใน ทะเลทรายนามิเบีย - National Geographic Thailand

ธรรมชาติอันน่าจับใจในทะเลทรายนามิเบีย

ธรรมชาติอันน่าจับใจใน ทะเลทรายนามิเบีย

สำหรับ Thomas Peschak ในฐานะช่างภาพแล้ว การบันทึกภาพอันหายากและน่าตื่นตาตื่นใจแทบจะเป็นดั่งกิจวัตรประจำวัน และทะเลทรายนามิบ ในนามิเบียคือหนึ่งในจุดหมายปลายทางของกิจวัตรนั้น ตัวเขาเรียกสถานที่ลึกลับนี้ว่า “โลกแห่งนามิเบีย” พร้อมระบุว่าประสบการณ์ที่ได้รับจากการผจญภัยใน ทะเลทรายนามิเบีย ครั้งนี้ แทบจะเทียบเท่ากับการท่องอวกาศเลยทีเดียว

Peschak คุ้นเคยกับภูมิอากาศแห้งแล้งเป็นอย่างดี ช่างภาพหนุ่มเดินทางไปเยือนผืนทะเลทรายแห่งนี้มาแล้ว 16 ครั้ง ในรอบ 20 ปีที่ผ่านมา “มันเป็นสถานที่ที่ผมหลงใหล” เขากล่าว และแตกต่างจากงานอื่นๆ ที่เขาทำในภูมิประเทศใต้น้ำเสียเป็นส่วนใหญ่ ชุดภาพถ่ายในดินแดนอันกว้างใหญ่ของนามิเบียเหล่านี้จึงค่อนข้างท้าทายตัวช่างภาพด้วยพอสมควร

(รู้หรือไม่เหตุใดจิ้งจอกทะเลทรายจึงมีใบหูใหญ่?)

ทะเลทรายนามิเบีย
งูหางกระดิ่งไซด์ไวน์ดิ้ง เมื่อโตเต็มที่จะมีขนาดราว 20 – 25 เซนติเมตร เจ้าตัวนี้กำลังเตรียมที่จะมุดเข้าเนินทรายของอุทยาน Namib-Naukluft ในทะเลทรายนามิเบีย

ภูมิประเทศอันร้อนระอุและแห้งผากของทะเลทรายนามิเบียได้ทำหน้าที่เป็นเกราะปกป้องบรรดาสิ่งมีชีวิตในนั้นด้วยตัวมันเอง Peschak บรรยายว่านามิเบียเปรียบเสมือนชีวิตที่ถูกมองผ่านกล้องสลับลาย ภูมิประเทศอันเป็นเอกลักษณ์นี้ก่อตัวขึ้นตั้งแต่ 55 ล้านปีก่อน เอื้อให้บรรดาสัตว์และพืชที่อาศัยอยู่ในผืนทะเลทรายปรับตัววิวัฒนาการจนมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เชื่อกันว่าทะเลทรายนามิเบียเป็นหนึ่งในทะเลทรายที่เก่าแก่ที่สุดในโลกที่ยังคงอยู่ในปัจจุบัน

กระแสน้ำเย็นจากมหาสมุทรแอตแลนติกหล่อเลี้ยงทะเลทรายที่แห้งผากแห่งนี้ และก่อให้เกิดแม่น้ำออเรนจ์ทางตอนใต้สำหรับภูมิประเทศที่ตลอดปีอาจไม่มีฝนตกลงมาเลยแม้แต่หยดเดียว Peschak ใช้เวลาหลายสัปดาห์ขับรถตะลอนไปตามชายฝั่งและทะเลทรายนามิบ ความกว้างใหญ่ไพศาลของผืนทรายทำให้เขารู้สึกว่าตัวเองมีขนาดเล็กลงเรื่อยๆ อย่างไม่น่าเชื่อว่าในโลกที่แทบจะทุกพื้นที่ถูกมนุษย์ครอบครองหมดแล้ว จะยังมีพื้นที่กว้างใหญ่ไพศาลขนาดนี้หลงเหลืออยู่ มันกว้างเสียจนให้ความรู้สึกราวกับว่าเหลือคุณคนเดียวบนโลกใบนี้

เรื่อง Austa Somvichian-Clausen

ภาพถ่าย Thomas P. Peschak

ทะเลทรายนามิเบีย
เนินทรายถูกขนาบข้างด้วยสีเขียวของต้นหญ้าหลังฝนตก ซึ่งเป็นเหตุการณ์พิเศษที่เกิดขึ้นไม่บ่อยนัก
ทะเลทรายนามิเบีย
แมงมุมไวท์เลดี้ “เต้นรำ” บนผืนทราย เพื่อป้องกันตัวมันเองจากนักล่า หรือไม่ก็เป็นวิธีหนึ่งในการล่าเหยื่อ
ทะเลทรายนามิเบีย
พายุทรายที่เกิดขึ้นย้ำเตือนว่าภูมิประเทศแห่งนี้ไม่ได้สงบนิ่งเสมอไป
ทะเลทรายนามิเบีย
อุทยาน Namib-Naukluft ของทะเลทรายนามิเบียอุดมไปด้วยสิ่งมีชีวิตที่มีเอกลักษณ์โดดเด่น, แปลกประหลาด ในขณะเดียวกันก็มีเสน่ห์ เช่น กิ้งก่าแคระ Namaqua ที่อยู่ระหว่างช่วงลอกคราบ
ทะเลทรายนามิเบีย
กระแสลมจากมหาสมุทรแอตแลนติกที่พัดเข้าหาชายฝั่งทะเลทรายนามิบนั้นเปลี่ยนแปลงรูปร่างของเนินทรายในทุกนาที
ทะเลทรายนามิเบีย
ด้วง Tok Tokkies หรือ ด้วง Tenebrinoud มีชีวิตอยู่ได้ด้วยไอน้ำเพียงน้อยนิด มันเป็นหนึ่งในสิ่งมีชีวิตที่ปรับตัวเข้ากับผืนทราย
ทะเลทรายนามิเบีย
ความสวยงามของนาเกลือในอ่าว Walvis สัดส่วนเกลือในแอฟริกาใต้มาจากนามิเบียถึง 90% ความหลากหลายของสาหร่ายและแพลงก์ตอนสามารถมองเห็นได้ผ่านสีของนาเกลือเหล่านี้
ทะเลทรายนามิเบีย
บริเวณที่ทะเลทรายที่เก่าแก่ที่สุดในโลกมาปะทะเข้ากับมหาสมุทรแอตแลนติก สถานที่แห่งนี้เรียกว่า “Long Wall” ย้อนกลับไปเมื่อ 500 ล้านปีก่อน แนวชายฝั่งแห่งนี้เคยติดกับแนวชายฝั่งของอเมริกาใต้ ก่อนที่การเคลื่อนที่ของแผ่นเปลือกโลกจะแยกพวกมันออกจากกัน
ทะเลทรายนามิเบีย
นกพิลิแกนขาวกำลังหาปลาในอ่าว Walvis ของนามิเบีย นกสายพันธุ์นี้มักชุมนุมอยู่ตามท่าเรือและตามเรือประมง

 

เรื่องแนะนำ

ซากม้าเหยื่อปอมเปอี

ซากม้าเหยื่อปอมเปอี มีการค้นพบซากม้าสองตัวถูกขังไว้ในคอกม้าช่วงที่ชาวเมืองอาจกำลังเตรียมตัวหนีจากภูเขาไฟระเบิดที่ทำลายล้างเมืองปอมเปอี หนึ่งในอาณาจักรโรมันโบราณ เมื่อปี ค.ศ. 79 นักโบราณคดีได้สร้างแบบจำลองของซากม้าที่พบเจอ โดยการฉีดปูนปลาสเตอร์เข้าไปในช่องว่างของซากม้าที่กลายเป็นชั้นขี้เถาแข็งตัว การค้นพบครั้งนี้เป็นการพบโดยบังเอิญจากที่มีหัวขโมยพยายามขุดหาโบราณวัตถุ จนเมื่อตำรวจสอบสวนจึงพบซากม้าตัวนี้เข้าในที่สุด ทั้งนี้เทคโนโลยีในปัจจุบันช่วยให้การศึกษาทางโบราณคดีก้าวหน้า และได้ข้อมูลใหม่ๆ มากมาย ขณะนี้ทีมนักโบราณคดีกำลังเข้าสำรวจพื้นที่ทางตอนเหนือของเมืองปอมเปอีที่ถูกถล่มจากภูเขาไฟวิสุเวียสในครั้งนั้นจนเรียบเป็นหน้ากลอง ด้วยความหวังว่าจะพบข้อมูลใหม่ๆ เพิ่มมากขึ้นเกี่ยวกับเหตุระเบิดภูเขาไฟในอดีต   อ่านเพิ่มเติม เหยื่อในปอมเปอีคนนี้ ไม่ได้ตายเพราะหินทับ

“10 year challenge” สิบปีที่ผ่านมากับสปีชีส์ที่หายไป

สิบปีนั้นนานพอที่หลายสิ่งจะเปลี่ยนไป รายนามเหล่านี้คือบรรดาสัตว์สูญพันธุ์ในช่วงทศวรรษผ่านมา น่าเศร้าที่ "10 year challenge" ของพวกมันมีเพียงรูปอดีต ปราศจากรูปปัจจุบัน...

เคยเห็นลูกแมงกะพรุนไฟกันไหม?

เคยเห็น ลูกแมงกะพรุนไฟ กันไหม? เจ้าสิ่งมีชีวิตตัวจ้อยที่แหวกว่ายไปมาในน้ำเหล่านี้คือ ลูกแมงกะพรุนไฟ สัตว์แปลกที่ไม่มีกล้ามเนื้อ มันสมอง และหัวใจ โดยจากในวิดีโอเป็นตัวอ่อนในขั้นอีฟีราที่กำลังจะพัฒนาไปเป็นตัวเต็มวัยแล้วในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า โดยเมื่อถึงเวลานั้นมันจะมีขนาดตัวที่ใหญ่กว่าที่เห็นถึง 700 เท่าเลยทีเดียว วงจรชีวิตของแมงกะพรุนนั้นก็แปลกพอๆ กับร่างกายของมัน เมื่อตัวอ่อนถือกำเนิดขึ้นจากไข่มันจะลอยไปหาที่ที่เหมาะสมและฝังตัวเป็น “พลานูลา” จากนั้นพลานูลาจะเติบโตเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีหน้าตาคล้ายกับดอกไม้ทะเลเล็กๆ เราเรียกขั้นนี้ว่า “โพลิป” จากนั้นเมื่อเติบโตขึ้นลูกแมงกะพรุนจิ๋วที่เรียกว่า “อีฟีรา” หรือ “เมดูซ่า” จะหลุดออกมาและล่องลอยไปตามกระแสน้ำ เติบโตเป็นแมงกะพรุนในที่สุด   อ่านเพิ่มเติม พบลูกสิงโตขาวในป่าแอฟริกาใต้

ค้นพบแตนเบียนพันธุ์ใหม่ในฟอสซิลดักแด้

ค้นพบแตนเบียนพันธุ์ใหม่ในฟอสซิลดักแด้ ในฟอสซิลดักแด้แมลงวันโบราณจำนวน 1,510 ชิ้น ที่ถูกค้นพบในฝรั่งเศส ทีมนักวิทยาศาสตร์พบว่ามีอยู่ 55 ชิ้นที่ถูกรุกรานจากปรสิตที่ไม่ได้รับเชิญ มันคือแตนเบียนโบราณ แม่แตนเบียนจะฉีดไข่เข้าไปยังดักแด้ เมื่อลูกของมันเติบโตก็จะกินเจ้าบ้านเป็นอาหาร จากฟอสซิลเหล่านี้ นักวิทยาศาสตร์พบแตนเบียนถึง 4 สายพันธุ์ที่ไม่เคยถูกพบมาก่อน ทั้งนี้แตนเบียนอาจดูเป็นวายร้าย แต่นี่คือส่วนหนึ่งของวงจรชีวิตมันที่ต้องอาศัยอยู่ในร่างกายของสิ่งมีชีวิตอื่น เพื่อเติบโต ทว่าแตกต่างจากปรสิตอื่นๆ ที่ทำให้เจ้าบ้านป่วยหรืออ่อนแอลง แตนเบียนฆ่าเจ้าบ้านเหล่านั้นทั้งหมด เพื่อความอยู่รอดของตน   อ่านเพิ่มเติม ครั้งแรกที่พบฟอสซิลลูกงูในก้อนอำพัน

Follow Me

NATIONAL GEOGRAPHIC ASIA

Contact

เว็บไซต์ : ngthai.com

บริษัท อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน)

Tel : 02-422-9999 ต่อ 4244

© COPYRIGHT 2019 AMARIN PRINTING AND PUBLISHING PUBLIC COMPANY LIMITED.