ชีวิตรักคือเคล็ดลับสุขภาพดีของนางพญามด - National Geographic Thailand

ชีวิตรักคือเคล็ดลับสุขภาพดีของนางพญามด

ชีวิตรักคือเคล็ดลับสุขภาพดีของนางพญามด

เมื่อสัมผัสแบคทีเรียหรือไวรัสปริมาณเล็กน้อย สิ่งมีชีวิตจะสร้างความต้านทานจุลชีพก่อโรคชนิดเดียวกันนั้นในปริมาณมากขึ้นในภายหลัง สิ่งนี้เรียกว่า “การกระตุ้นให้เกิดภูมิคุ้มกันโรค” เพื่อศึกษากลไกนี้ในสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง นักวิจัยชาวสวิสและปานามาเลือกสัตว์สองชนิดที่มีเวลาในการสร้างภูมิคุ้มกันอย่างเต็มที่ ได้แก่ นางพญามดชนิด Lasius niger (ภาพปก) และ Formica selysi ซึ่งอาจมีชีวิตอยู่ได้นานกว่า 20 ปี

นางพญามดแต่ละชนิดถูกแบ่งออกเป็นสองกลุ่ม คือ “เจ้าหญิง” วัยเยาว์ที่ยังไม่เคยผสมพันธุ์ และนางพญาที่ผสมพันธุ์แล้ว หรือมดเพศเมียที่เคยจับคู่ผสมพันธุ์กับมดเพศผู้ และเก็บสเปิร์มจากการผสมพันธุ์ครั้งก่อนไว้ใน “ถุงสเปิร์ม” ซึ่งจะผสมพันธุ์กับไข่หลายสิบล้านฟองตลอดชั่วชีวิตของมัน

นักวิจัยเพาะเลี้ยงเชื้อราที่คร่าชีวิตแมลงในธรรมชาติได้ในเวลาราวหนึ่งสัปดาห์ ก่อนอื่นพวกเขาให้เชื้อราอ่อนๆปริมาณเล็กน้อยแก่นางพญามดแต่ละกลุ่ม จากนั้นให้เชื้อราปริมาณมากในสัปดาห์ต่อมา จำนวนมดที่รอดชีวิตแสดงว่ามีเพียงกลุ่มเดียวที่ได้รับภูมิคุ้มกันจากกระบวนการกระตุ้น คือนางพญามด Lasius niger ที่ผสมพันธุ์แล้ว อย่างไรก็ตาม ในทั้งสองชนิด นางพญามดที่ผสมพันธุ์แล้วรอดชีวิตจากการสัมผัสเชื้อรามากกว่าพี่น้องของมันที่ยังไม่เคยผสมพันธุ์อย่างมีนัยสำคัญ

 

ข้อมูลน่าสนใจ

มดดำสวนไม่ได้แค่ออกหาอาหาร พวกมันเพาะเลี้ยงอาหารด้วย พวกมันมักอาศัยอยู่ข้างๆคอโลนีของเพลี้ยอ่อน ซึ่งหลั่งสารที่เรียกว่า มูลน้ำหวาน (honeydew) ที่มดกินออกมา พวกมด “รีดนม” เพลี้ยอ่อน โดยการใช้หนวดตีแมลงตัวจ้อยนี้ เพื่อเก็บเพลี้ยอ่อนไว้ใกล้ตัว มดอาจกัดปีกของพวกมันจนขาด ยิ่งไปกว่านั้นมดยังปกป้องฝูงเพลี้ยอ่อนจากแมลงนักล่าอื่นๆที่จะมาขโมยด้วย

 

ถิ่นอาศัย/ถิ่นกระจายพันธุ์

มดดำสวน (Lasius niger) อยู่ในยุโรปและบางส่วนของอเมริกาเหนือและเอเชีย เราพบพวกมันได้ใต้กระถางต้นไม้ในสวน ตามรอยแยกของทางเท้าในเมือง และในบ้านของเรา

เรื่อง แพทริเซีย เอดมันด์ส

 

อ่านเพิ่มเติม

เซ็กส์ของแมลงวันผลไม้ ไขปริศนาอาการติดยา

เรื่องแนะนำ

Explorer Awards 2019 : ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.พิไล พูลสวัสดิ์

"เมื่อสำรวจ เราจะได้รู้แจ้งเห็นจริง รู้ว่าสิ่งไหนเป็นอันตรายหรือน่าเป็นห่วง เราจะรู้จากการสำรวจ จากการศึกษาเรียนรู้ ซึ่งจะพัฒนาให้เราได้องค์ความรู้และนำไปสู่การอนุรักษ์ได้” คมความคิดจากศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร. พิไล พูลสวัสดิ์ ผู้อุทิศชีวิตให้กับการศึกษาวิจัยนกเงือก จนเป็นที่ยกย่องและยอมรับในระดับนานาชาติ เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย ขอร่วมแสดงมุทิตาจิตกับ ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร. พิไล พูลสวัสดิ์ ในโอกาสที่ได้รับรางวัล National Geographic Thailand Explorer Awards 2019

หมาขนเกรียนเม็กซิกันนี้มีประวัติอันยาวนาน

หมาขนเกรียนเม็กซิกันนี้มีประวัติอันยาวนาน สำหรับชนชาติโบราณอย่างชาวแอซเท็กและชาวมายาแล้ว เพื่อนที่ดีที่สุดของพวกเขาคือผู้ติดตามที่ไร้ขนอย่างหมาขนเกรียนเม็กซิกัน พวกมันคอยช่วยเสาะหาอาหารและนำทางพวกเขาไปยังโลกหลังความตาย เพื่อนผู้นี้เป็นที่รู้จักดีในชื่อ สุนัขขนเกรียนเม็กซิกัน หรือ Xoloitzcuintli (อ่านออกเสียงว่า show-low-itz-QUEENT-ly) คำๆ นี้มาจากสองคำรวมกันในภาษาแอซเท็ก คือ Xolotl หมายถึงเทพแห่งแสงสว่างและความตาย ส่วน itzcuintli มีความหมายว่าสุนัข ตามความเชื่อของชาวแอซเท็ก สุนัขสายพันธุ์นี้ถูกสร้างขึ้นโดยเทพเจ้าเพื่อปกป้องและนำทางดวงวิญญาณของมนุษย์ไปยังโลกหลังความตาย Xoloitzcuintli คือหนึ่งในสายพันธู์สุนัขที่เก่าแก่ที่สุดในทวีปอเมริกา นักวิจัยเชื่อว่าบรรพบรุษของพวกมันอพยพมาจากเอเชียและพัฒนาจนเป็นสายพันธุ์ดังกล่าวเมื่อราว 3,500 ปีก่อน สุนัขพันธุ์นี้มีเอกลักษณ์อันโดดเด่นคือไร้ขน (บางชนิดมีขนอยู่หย่อมหนึ่งที่บนหัวและหาง) อันเป็นผลจากวิวัฒนาการซึ่งรวมไปถึงการปราศจากฟันกรามน้อย ลักษณะที่โดดเด่นของฟันนี้ช่วยให้การระบุตัวตนของมันในทางโบราณคดีเป็นไปได้ง่ายดายขึ้น เจ้าสุนัข Xolos ปรากฏตัวบ่อยครั้งผ่านงานศิลปะในยุคเมโซอเมริกัน ด้วยลักษณะที่โดดเด่นคือหูแหลมตั้งและผิวหนังอันไร้ขนของพวกมัน ชิ้นงานที่ถูกพูดถึงบ่อยที่สุดคือรูปปั้นเซรามิกขนาดเล็กที่มีชื่อว่า Colima Dogs ที่ถูกพบทางตะวันตกของเม็กซิโก นักโบราณคดีประเมินว่าในสมัย 300 ปีก่อนคริสต์กาลจนถึงคริสต์กาลที่ 300 กว่า 75% ของการทำพิธีศพจะบรรจุหุ่นจำลองของสุนัขพันธุ์นี้ลงไปด้วย เพื่อช่วยนำทางดวงวิญญาณไปยังโลกหลังความตาย สุนัขสายพันธุ์นี้กลายเป็นที่สนใจเมื่อคณะเดินทางจากยุโรปมาถึงทวีปอเมริกา ในจำนวนนี้รวมไปถึงคริสโตเฟอร์ โคลัมบัสและคณะนักบวชชาวสเปนในศตวรรษที่ 16 ซึ่งมีบันทึกเรื่องราวของสุนัขเหล่านี้ไว้ว่า ชาวแอซเท็กโบราณห่มผ้าให้พวกมันในตอนกลางคืนเพื่อช่วยให้มันอุ่น นอกจากนั้นการที่มันปราศจากขนส่งผลให้ร่างกายของมันเป็นตัวนำความร้อนชั้นดี พวกเขาใช้มันเปรียบเสมือนขวดน้ำร้อนแก่บรรดาผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุ “สุนัขรู้ดีว่าคุณกำลังป่วยอยู่” Kay […]

ทำความรู้จักกับอิกทิโอซอรัส

ทำความรู้จักกับ อิกทิโอซอรัส ในโลกดึกดำบรรพ์ทั่วแผ่นดินถูกไดโนเสาร์ยึดครอง ในขณะที่ท้องฟ้าก็เป็นของเทอโรซอร์ แล้วผืนน้ำล่ะ? ใครกันที่เป็นเจ้าของ มันคือ “อิกทิโอซอรัส” สัตว์เลื้อยคลานในยุคไดโนเสาร์ ซึ่งอันที่จริงมันดำรงอยู่มาก่อนไดโนเสาร์เสียอีก อิกทิโอซอรัสเริ่มปรากฏขึ้นบนโลกเมื่อราว 251 ล้านปีก่อน ในช่วงต้นของยุคไทรแอสซิก หรือราว 20 ล้านปีก่อนที่โลกจะมีไดโนเสาร์ ชื่ออันน่าจดจำของมันมาจากภาษากรีก โดยคำว่า อิกทิโอ แปลว่าปลา ส่วนคำว่าซอรัส หมายถึงกิ้งก่า ย้อนกลับไปดูบนเส้นทางวิวัฒนาการของมันจะเห็นว่าร่างกายของอิกทิโอซอรัสนั้นคล้ายกับกิ้งก่ามาก แต่เมื่อเวลาผ่านไป 100 ล้านปี รูปร่างของมันก็คล้ายปลามากขึ้นเรื่อยๆ พวกมันมีกะโหลกศีรษะยาว และดวงตาขนาดใหญ่ เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของการมองเห็น ช่วยให้มันสามารถล่าเหยื่อในโลกใต้ทะเลที่มีแสงสว่างไม่มากนัก นักวิทยาศาสตร์เชื่อกันว่ามันเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีดวงตาขนาดใหญ่ที่สุดในโลกเท่าที่เคยมีมา ด้วยเส้นผ่านศูนย์กลางดวงตา 10 นิ้ว (วาฬสีน้ำเงินสัตว์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในปัจจุบันมีเส้นผ่านศูนย์กลางดวงตา 6 นิ้ว) ในขณะเดียวกันอิกทิโอซอรัสก็เป็นสัตว์ที่มีความหลากหลายมาก พวกมันมีขนาดตัวตั้งแต่ 2 ฟุต ไปจนถึง 85 ฟุต หรือราว 26 เมตร และด้วยวิวัฒนาการหลายล้านปีที่ปรับเปลี่ยนมันให้กลายมาเป็นนักล่าอันน่าหวาดหวั่นแห่งท้องทะเลโดยเฉพาะ พวกมันทำความเร็วได้ถึง 35 กิโลเมตรต่อชั่วโมง นั่นทำให้พวกมันอยู่ ณ […]