วิทยาศาสตร์เบื้องหลัง สัตว์ทำนายผลบอลโลก - National Geographic Thailand

วิทยาศาสตร์เบื้องหลังสัตว์ทำนายผลบอลโลก

วิทยาศาสตร์เบื้องหลัง สัตว์ทำนายผลบอลโลก

ปกติแล้ว อคิลลิส เป็นแมวขนสีขาวหูหนวกที่อาศัยอยู่ชั้นใต้ดินของพิพิธภัณฑ์เซ็นต์ปีเตอร์สเปิร์ก มันมีหน้าที่ไล่จับหนู แต่สำหรับฟุตบอลโลก 2018 แล้ว มันมีหน้าที่สำคัญในฐานะ สัตว์ทำนายผลบอลโลก ว่าประเทศใดจะเป็นผู้ชนะในแต่ละแมตช์ของการแข่งขัน

โดยผู้ฝึกสอนเล่าว่าแมวทำนายผลการแข่งขันแมตช์ต่อไปได้โดยเลือกกินอาหารในหนึ่งชามจากที่มีอยู่สองชามซึ่งมีธงชาติของทีมที่จะแข่งขันตั้งอยู่ ที่ผ่านมาอคิลลิสสามารถทำนายผลการแข่งขันถูกต้องได้หลายแมตช์ เช่นแมตช์ที่รัสเซียเอาชนะซาอุดิอาระเบียและอียิปต์ อิหร่านเอาชนะโมร็อกโก และบราซิลเอาชนะคอสตราริกา แต่มันก็ทำนายผลบอลผิดพลาดบ้างเช่นทำนายว่าสวิตเซอร์แลนด์จะชนะสวีเดน หรือทำนายว่าไนจีเรียจะชนะอาร์เจนติน่า

ปีที่แล้ว แมวตัวนี้ทำนายผลบอลถูกต้องสามแมตช์จากสี่แมตช์ในการแข่งขันฟุตบอลฟีฟ่าคอนเฟเดอเรชันส์คัพ แต่ถึงแม้ว่าหลายคนจะยกว่าแมวตัวนี้เป็นหมอดูที่มีความแม่นยำสูงเหมือนมีญาณทิพย์ แต่ผู้เชี่ยวชาญกลับออกมากล่าวว่าอคิลลิสไม่สามารถทายผลการแข่งขันฟุตบอลโลกได้จริง

 

ความนึกคิดของสัตว์ตระกูลแมว

คริสติน วิตาเล นักวิจัยเกี่ยวกับแมว จากห้องปฏิบัติการการสื่อสารระหว่างมนุษย์กับสัตว์ที่มหาวิทยาลัยรัฐออริกอนกล่าวว่า “ฉันไม่เชื่อในเรื่องที่แมวสามารถทำนายผลบอลโลกได้ เพราะว่าขณะนี้ยังไม่มีงานวิจัยรองรับ” วิตาเลยังพูดต่อไปอีกว่า แมวก็เหมือนกับมนุษย์ที่เลือกข้างที่ชอบและมีอคติกับอีกข้างหนึ่ง ดังนั้นอคิลลิสจึงอาจจะเลือกชามเฉพาะที่มันชอบได้ ซึ่งไม่เกี่ยวกับการทายผลฟุตบอลโลกของทีมชาติต่างๆ เลย นอกจากนี้ อคิลลิสยังสามารถเลือกชามตามที่คนอยากให้เลือกโดยทิ้งสิ่งเร้าที่แมวชอบเพื่อดึงดูดให้แมวมาเลือกชามนั้นๆ ได้

ในช่วงต้นคริสตวรรษที่ 19 ผู้คนสมัยนั้นเชื่อว่า ม้าชื่อ “เคลฟเวอร์แฮนส์” สามารถคิดคณิตศาสตร์ได้ เมื่อคนสอนมันเรื่องการบวกลบเลข แฮนส์สามารถตอบถูกทุกครั้ง แต่เมื่อคนซ่อนตัวไม่ให้แฮนส์เห็น มันก็เริ่มจะตะกุกตะกักไปไม่เป็น  มันกลายเป็นว่า ม้าได้รับสัญญาณท่าทางบอกใบ้จากที่คนพยายามสื่อสาร เช่น การเอนตัวเล็กน้อย หรือ การมองด้วยสายตาที่ตื่นเต้น เช่นเดียวกับอคิลลิสที่มีเชาว์ปัญญาสามารถตอบสนองกับผู้ฝึกสอนของมันและแฟนกีฬาได้ โดยผ่านการกำหนดชามที่อคิลลิสจะเลือกตามที่คนนั้นๆ ต้องการ

แมวยังรู้วิธีการแยกแยะจำนวน และยังเสริมอีกว่าผู้ฝึกสอนอาจใส่อาหารในปริมาณที่มากขึ้นลงในชามนั้นๆ ซึ่งอคิลลิสจะเลือกกินชามที่ใส่อาหารที่มีจำนวนมากกว่า วิตาเลยังเสริมว่า “สัตว์ตระหนักรู้ถึงสิ่งเร้ารอบตัวมันได้ ในขณะที่มนุษย์อาจสัมผัสไม่ได้ โดยมันจะเรียนรู้สิ่งรอบตัวมัน นำทุกอย่างมาเชื่อมต่อกัน และแสดงออกมาเป็นเชาว์ปัญญาของพวกมัน”

 

มองไปถึงอนาคต

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่มีการตั้งคำถามเกี่ยวกับเชาว์ปัญญาของสัตว์ ย้อนกลับไปในปีค.ศ. 2005 “ออสการ์” แมวพยาบาล เริ่มเป็นที่รู้จักของคนทั่วโลกด้วยความสามารถที่สามารถพยากรณ์ความตายของของผู้ป่วยโรคอัลไซเมอร์ระยะสุดท้ายได้ โดยเจ้าแมวจะเดินดมและสังเกตคนไข้ แล้วก็จะขดตัวนอนอยู่ใกล้ๆ กับคนไข้บางคน ซึ่งมักจะเสียชีวิตภายใน 2-3 ชั่วโมงต่อมา

เดวิด โดซ่า นักวิจัยด้านสุขภาพ ได้เล่าในบล็อกการรักษาผู้ป่วยระยะสุดท้ายบล็อกหนึ่งว่า ออสการ์มีความแม่นยำในการพยากรณ์ความตายของผู้ป่วยได้มากถึง 30 ศพ

สัตว์อื่นๆ ก็เคยถูกนำมาให้ทายผลกีฬาเช่นเดียวกับอคิลลิส เช่น ปลาหมึก “พอล” ทำนายผลการแข่งขันในฟุตบอลโลก 2010 และล่าสุด หมูชื่อ “มาร์คัส” ก็ยังทำนายผลบอลโลก 2018 อีกด้วย รวมถึงยังทำนายผู้ชนะของทัวร์นาเมนต์การแข่งขันเทนนิสวิมเบิลดัน และผลการโหวตเบร็กซิตอีกด้วย

“มันเป็นปรากฎการณ์ทางวัฒนธรรมหนึ่งที่น่าสนใจที่พวกเรานำสัตว์มาถามและพยากรณ์สิ่งต่างๆ” วิตาเลกล่าว

โลริ มาริโน นักประสาทวิทยา และผู้เชี่ยวชาญเรื่องพฤติกรรมและสติปัญญาสัตว์ กล่าวว่า “อาจจะมีบางคนที่ชอบสัตว์ในเรื่องแบบนี้” และยังกล่าวต่อไปอีกว่า “ซึ่งผมเองคิดว่า มันจะเป็นเรื่องในทางลบมากกว่าทางบวก”

ด้านมาริโนกล่าวว่า “ไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ยืนยันความสามารถในการพยากรณ์ในอนาคต”และทิ้งท้ายว่า “ช่วยปล่อยให้สัตว์เป็นสิ่งที่ธรรมชาติให้มันเป็น และหยุดทำให้พวกมันเป็นสิ่งของหรือสินค้าเสียที”

เรื่อง เอไลนา ซาโคส

 

อ่านเพิ่มเติม

ทำไมคุณฝึกแมวแล้วไม่ได้ผล

เรื่องแนะนำ

สำรวจโลก : พิราบตรวจอากาศ

พิราบตรวจอากาศ เช้าอากาศสดใสวันหนึ่งของฤดูใบไม้ผลิปี 2016 นกพิราบสื่อสาร 10 ตัวถูกปล่อยขึ้นสู่ฟากฟ้าเหนือ กรุงลอนดอน บางตัวได้รับการติดอุปกรณ์ ขนาดจิ๋วที่ทำหน้าที่รวบรวมข้อมูลปริมาณไนโตรเจนไดออกไซด์และโอโซนในอากาศของมหานครแห่งนี้ นี่เป็นภารกิจแรกของโครงการ “พิราบตรวจอากาศ” (Pigeon Air Patrol) นับตั้งแต่ยุคโบราณ ผู้คนใช้ประโยชน์จากนกที่มีพรสวรรค์ด้านการนำทางนี้ เจงกิสข่านและชาวโรมันใช้พวกมันเป็นผู้ส่งสาร ฝรั่งเศสถึงกับมอบเหรียญกล้าหาญให้นกพิราบสองตัวที่รับใช้ชาติในสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง และในระหว่างสงครามโลกครั้งที่สอง นกพิราบถูกฝึกให้นำจรวดไปยังเป้าหมายด้วยการจิกไปที่ เป้าหมายบนจอซึ่งติดตั้งไว้ภายในหัวจรวด (ระบบนำวิถีด้วยวิทยุทำให้พวกมันไม่ถูกนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์นี้ แต่เทคโนโลยีที่ใช้ในการฝึกก็มีส่วนเกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีจอสัมผัสหรือทัชสกรีนในปัจจุบัน) โครงการพิราบตรวจอากาศสมัยใหม่ได้รับการพัฒนาโดยห้องปฏิบัติการพลูมแลบส์ (Plume Labs) ของโรเมน ลาคอมบ์ เพื่อช่วย สร้างความเข้าใจให้สาธารณชนเกี่ยวกับอากาศที่ พวกเขาหายใจ การศึกษาชิ้นหนึ่งประมาณการว่า มลพิษในอากาศของลอนดอนเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตถึง 9,416 รายในแต่ละปี โครงการพิราบตรวจอากาศได้ผลเกินคาดจนสามารถชักจูงให้อาสาสมัครที่เป็นมนุษย์สวมใส่อุปกรณ์แบบเดียวกัน ซึ่งนับแต่นั้นสามารถทำแผนที่คุณภาพอากาศของเส้นทางต่างๆ ในลอนดอนรวมแล้ว 2,100 กิโลเมตร “เราใช้อะไรที่ตรงข้ามกับเทคโนโลยีเพื่อทำ สิ่งที่ลํ้าสมัยเอามาก ๆ” ลาคอมบ์บอก ก่อนจะทิ้งท้ายว่า “ถ้านกพิราบช่วยให้คนหันมาสนใจปัญหานี้ได้ ก็จะเป็นอะไรไปเล่า” เรื่อง นีนา สตรอคลิก ภาพถ่าย: DIGITASSLBI; APIC/HULTON ARCHIVE/GETTY IMAGES […]

เคยเห็นลูกแมงกะพรุนไฟกันไหม?

เคยเห็น ลูกแมงกะพรุนไฟ กันไหม? เจ้าสิ่งมีชีวิตตัวจ้อยที่แหวกว่ายไปมาในน้ำเหล่านี้คือ ลูกแมงกะพรุนไฟ สัตว์แปลกที่ไม่มีกล้ามเนื้อ มันสมอง และหัวใจ โดยจากในวิดีโอเป็นตัวอ่อนในขั้นอีฟีราที่กำลังจะพัฒนาไปเป็นตัวเต็มวัยแล้วในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า โดยเมื่อถึงเวลานั้นมันจะมีขนาดตัวที่ใหญ่กว่าที่เห็นถึง 700 เท่าเลยทีเดียว วงจรชีวิตของแมงกะพรุนนั้นก็แปลกพอๆ กับร่างกายของมัน เมื่อตัวอ่อนถือกำเนิดขึ้นจากไข่มันจะลอยไปหาที่ที่เหมาะสมและฝังตัวเป็น “พลานูลา” จากนั้นพลานูลาจะเติบโตเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีหน้าตาคล้ายกับดอกไม้ทะเลเล็กๆ เราเรียกขั้นนี้ว่า “โพลิป” จากนั้นเมื่อเติบโตขึ้นลูกแมงกะพรุนจิ๋วที่เรียกว่า “อีฟีรา” หรือ “เมดูซ่า” จะหลุดออกมาและล่องลอยไปตามกระแสน้ำ เติบโตเป็นแมงกะพรุนในที่สุด   อ่านเพิ่มเติม พบลูกสิงโตขาวในป่าแอฟริกาใต้

นวัตกรรมใหม่ช่วยสัตว์ใต้ทะเลลึกขึ้นสู่ผิวน้ำอย่างปลอดภัย

นวัตกรรมใหม่ช่วยสัตว์ใต้ทะเลลึกขึ้นสู่ผิวน้ำอย่างปลอดภัย อุปกรณ์ชิ้นนี้เป็นผลงานการประดิษฐ์ของสถาบันวิทยาศาสตร์แคลิฟอร์เนียร่วมกับพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำมอนเทอเรย์เบย์ ซึ่งจะช่วยในการเก็บตัวอย่างสัตว์ใต้ทะเลลึกให้พวกมันขึ้นสู่ผิวน้ำได้อย่างปลอดภัย นวัตกรรมใหม่นี้เป็นท่อแรงดันที่มีชื่อสั้นๆ ว่า SubCAS เนื่องจากการที่บรรดาสัตว์น้ำใต้ทะเลลึกเหล่านี้อาศัยอยู่ที่ระดับความลึกมากกว่า 30 เมตร การเปลี่ยนแปลงความดันขณะขึ้นสู่ผิวน้ำเมื่อนักวิทยาศาสตร์เก็บพวกมันไปยังห้องปฏิบัติการอาจกลายเป็นเรื่องอันตรายต่ออวัยวะภายในได้ ดังนั้นหลักการทำงานของ SubCAS คือช่วยลดการเปลี่ยนแปลงความดันอย่างรวดเร็ว ด้วยฟองอากาศที่ล้อมรอบกระบอกบรรจุตัวอย่าง เมื่อนักดำน้ำดำลงไปยังความลึกราว 55 เมตร พวกเขาจะนำกระบอกบรรจุตัวอย่างสอดเข้าไปในกระบอกที่ใหญ่กว่า และใส่ฟองอากาศเข้าไปให้อยู่ในช่องงว่างระหว่างสองกระบอก เพื่อสร้างห้องปรับความดันขึ้นมา ตัวอย่างสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลลึกจะถูกบรรจุเข้าไปในกระบอกขนาดเล็ก เมื่อนักดำน้ำขึ้นสู่ผิวน้ำ ฟองอากาศจะขยายและรักษาความดันภายในกระบอกไว้ และเมื่อนักดำน้ำดำถึงระดับความลึก 30 เมตรจากผิวน้ำ พวกเขาจะค่อยๆ ปล่อยฟองอากาศออกมา กระบวนการนี้ใช้เวลาราว 2 – 3 วัน ตัวอย่างที่ถูกจับมาได้จึงจะสามารถปรับตัวเข้ากับความดันใหม่ใกล้ผิวน้ำ   อ่านเพิ่มเติม ทำไมสัตว์น้ำใต้ทะเลลึกจึงมักมีสีดำ?

เกมพัฒนาสุขภาพจิตแก่บรรดาหมาแก่

เกมพัฒนาสุขภาพจิตแก่บรรดาหมาแก่ ยินดีต้อนรับสู่ “Clever Dog Lab” ในกรุงเวียนนา ของออสเตรีย ขณะนี้บรรดานักวิทยาศาสตร์กำลังเล่นเกมกับสุนัขแต่หาใช่เพื่อความสนุกสนาน พวกเขากำลังทดสอบว่าความรู้ความเข้าใจยังคงสามารถพัฒนาได้หรือไม่ในสุนัขที่มีอายุมากแล้ว เช่นเดียวกันกับที่ผู้สูงอายุยังคงเล่นเกมบางเกมอยู่เพื่อป้องกันโรคสมองเสื่อม เกมนี้มีชื่อว่า “ซูโดกุสำหรับสุนัข” แม้ขณะนี้จะยังไม่มีการวัดผลที่แน่นอน แต่บรรดาเจ้าของสุนัขที่อาสาพาสุนัขของตนเข้าร่วม พวกเขาล้วนยินดีเป็นอย่างยิ่งหากวิธีนี้จะช่วยพัฒนาสุขภาพของเจ้าเพื่อนสี่ขาขนปุยในระยะยาว   อ่านเพิ่มเติม สุนัขหรือแมว ใครกันแน่ที่ฉลาดกว่า?

Follow Me

NATIONAL GEOGRAPHIC ASIA

Contact

เว็บไซต์ : ngthai.com

บริษัท อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน)

Tel : 02-422-9999 ต่อ 4244

© COPYRIGHT 2018 AMARIN PRINTING AND PUBLISHING PUBLIC COMPANY LIMITED.