สไปโนซอรัส ผู้น่าเกรงขามอาจเก้กังเมื่อต้องว่ายน้ำ - National Geographic

สไปโนซอรัสผู้น่าเกรงขามอาจเก้กังเมื่อต้องว่ายน้ำ

ภาพกราฟิกของสไปโนซอรัส ขณะใช้ชีวิตในแหล่งน้ำเพื่อล่าเหยื่อ
ศิลปกรรมโดย Davide Bonadonna

สไปโนซอรัส ผู้น่าเกรงขามอาจเก้กังเมื่อต้องว่ายน้ำ

ย้อนกลับไปเมื่อหลายร้อยล้านปีก่อน ไดโนเสาร์ความยาวมากกว่า 50 ฟุต กำลังเดินด้อมมองหาเหยื่ออยู่ยังบริเวณอ่าวโบราณของโมร็อกโกในปัจจุบัน ด้วยอาวุธอันตรายคือขากรรไกรยาวที่คล้ายกับจระเข้ มันคือ “สไปโนซอรัส” (Spinosaurus aegyptiacus) และประเด็นที่ว่าเจ้าไดโนเสาร์กินเนื้อตัวนี้สามารถล่าเหยื่อในน้ำได้หรือไม่นั้น เป็นข้อถกเถียงในวงการวิทยาศาสตร์มานาน

ในปี 2014 รายงานการค้นพบโดย Nizar Ibrahim นักสำรวจของเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ระบุว่า สไปโนซอรัสน่าจะใช้เวลาส่วนใหญ่ของชีวิตในน้ำ พวกมันว่ายน้ำตลอดจนดำน้ำได้เสียด้วยซ้ำ เพื่อล่าเหยื่อจำพวกปลา และนี่เป็นไดโนเสาร์บกตัวแรกที่เชื่อกันว่ามีความสามารถแบบนั้น อย่างไรก็ตามผลการศึกษาใหม่ล่าสุดชี้ว่า แม้ปลาจะเป็นอาหารหลักของสไปโนซอรัส แต่พวกมันไม่ใช่นักว่ายน้ำตัวยง

รายงานการวิเคราะห์ทางบรรพชีวินวิทยานี้ถูกเผยแพร่ลงในวารสาร PeerJ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 16 สิงหาคม 2018 ด้วยโปรแกรมจำลองการว่ายน้ำของมันผ่านระบบคอมพิวเตอร์ ผลการวิจัยชี้ว่าสไปโนซอรัสน่าจะถนัดลอยตัวในน้ำมากกว่า ทว่าด้วยน้ำหนักตัวที่มากอาจส่งผลให้ร่างกายของมันเอียงไปมา

“งานวิจัยของผมขัดแย้งกับสมมุติฐานของ Ibrahim และหากทีมของเขาไม่สามารถหาหลักฐานใหม่ๆ มาล้มล้างได้ ไดโนเสาร์ตัวนี้ก็คือไดโนเสาร์ที่ว่ายน้ำไม่ได้” Don Henderson ภัณฑารักษ์ด้านไดโนเสาร์ จากพิพิธภัณฑ์บรรพชีวินวิทยา Royal Tyrrell ในรัฐแอลเบอร์ตา แคนาดากล่าว

ขณะนี้แม้จะยังไม่มีข้อยืนยันที่ชัดเจนว่าสไปโนซอรัสเคลื่อนไหวในน้ำอย่างไร ทว่ารายงานการค้นพบใหม่อาจพอยุติข้อถกเถียงเกี่ยวกับการหาอาหารของไดโนเสาร์กินเนื้อขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมานี้ได้ “ร่างกายของสไปโนซอรัสแสดงให้เห็นชัดเจนว่าไม่ได้มมีขึ้นเพื่อปรับตัวสำหรับการดำและว่ายน้ำ” Tom Holtz นักบรรพชีวินวิทยา จากมหาวิทยาลัยแมรี่แลนด์ ผู้ไม่ได้มีส่วนร่วมในงานวิจัย เสนอความคิดเห็น

 

ไม่มีวันจมที่แท้จริง?

พิจารณาแบบยังไม่คำนึงถึงว่าไดโนเสาร์เหล่านี้ว่ายน้ำอย่างไร ทั้งสไปโนซอรัส และไดโนเสาร์อื่นๆ ในวงศ์สไปโนซอร์อาศัยอยู่ในระบบนิเวศที่ต้องมีแหล่งน้ำ จากหลักฐานทางฟอสซิล เกล็ดปลาถูกพบในท้องของสไปโนซอรัส และโครงกระดูกของพวกมันก็ปรากฏในพื้นที่ที่เคยเป็นชายฝั่งหรือเส้นทางที่แม่น้ำไหลผ่านมาก่อน

ขากรรไกรของสไปโนซอรัสมีความคล้ายคลึงกับปลาไหลหอก (Pike Conger eels) ทั้งคู่มีปากเรียวแหลม มีฟันรูปกรวยผิวเรียบ ซึ่งช่วยในการจับปลาลื่นๆ ในน้ำ นอกเหนือไปกว่านั้น องค์ประกอบทางเคมีที่ได้จากฟอสซิลซึ่งยังคงหลงเหลือมาจนถึงปัจจุบันชี้ว่าเจ้าสิ่งมีชีวิตสายพันธุ์นี้ใช้ชีวิตส่วนใหญ่ในน้ำเช่นเดียวกับจระเข้ ในปัจจุบัน

“เราพบเอกสารงานวิจัยที่น่าตื่นเต้นมากมายบรรยายหลักฐานว่าเจ้าตัวนี้ชอบน้ำมากแค่ไหน” Ibrahim กล่าว ในฐานะของนักบรรพชีวินวิทยา จากมหาวิทยาลัย Portsmouth “ส่วนรายละเอียดที่ว่าพวกมันว่ายน้ำอย่างไรนั้นยังคงต้องพึ่งพาการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ที่ซับซ้อนมากยิ่งขึ้น”

สไปโนซอรัส
โครงกระดูกของสไปโนซอรัส ไดโนเสาร์กินเนื้อขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีการค้นพบมา
ภาพถ่ายโดย Rebecca Hale

ในการหาคำตอบ Henderson สร้างโมเดลสามมิติของสไปโนซอรัสขึ้นมา โดยอ้างอิงข้อมูลจากการค้นพบฟอสซิลของ Ibrahim เมื่อปี 2014 ตัวเขามุ่งความสนใจไปที่กระโดงบนหลังของมัน ซึ่งมีน้ำหนักมากถึงร้อยปอนด์ และมีขนาดยาวหลายฟุต นอกจากนั้นเขายังสร้างโมเดลจำลองของแอลลิเกเตอร์และเพนกวินจักรพรรดิขึ้นมาด้วย เพื่อตรวจสอบโมเดลให้มีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น

เริ่มแรก Henderson ตรวจสอบว่า เมื่อลอยตัวอยู่ในน้ำ สไปโนซอรัสจะคงส่วนหัวของมันให้ลอยพ้นผิวน้ำได้อย่างไร ผลปรากฏว่าแบบจำลองของเขาระบุว่ามันทำได้ แต่ไม่ได้ดีไปกว่าไดโนเสาร์สายพันธุ์อื่นๆ อย่างทีเร็กซ์ หรือแบรีออนิกซ์ ญาติของมันในวงศ์สไปโนซอร์ และยังพบว่าร่างกายของสไปโนซอรัสแทบจะเรียกได้ว่า “ไม่สามารถจมน้ำได้” แม้จะรวมน้ำหนักความหนาแน่นของกระดูก และปล่อยอากาศออกจากปอดไปแล้วราว 3 ใน 4 ก็ตาม ดูเหมือนว่าก็ยังเป็นการยากที่ไดโนเสาร์ตัวนี้จะดำลงไปยังใต้น้ำ ซึ่งนี่อาจเป็นอุปสรรคใหญ่ในการล่าเหยื่อของมัน

โมเดลของเขายังแสดงให้เห็นอีกว่า จุดศูนย์กลางมวลของสไปโนซอรัสอยู่ที่บริเวณเหนือพื้นที่ตรงกลางของเท้าหลัง นั่นหมายความว่ามันสามารถเดินด้วยขาหลังทั้งสองข้างอย่างแน่นอน ซึ่งจุดนี้ขัดแย้งกับงานวิจัยของ Ibrahim ที่ระบุว่าจุดศูนย์กลางอยู่บริเวณส่วนหน้าของร่างกาย บ่งชี้ว่าไดโนเสาร์ชนิดนี้ต้องเดินด้วยขาทั้งสี่ข้าง อันเนื่องมาจากว่าขาหลังของมันนั้นมีขนาดเล็ก และสั้นเมื่อเทียบกับบรรดาญาติๆ ของมัน “ขามันสั้นและอ้วนพี” Holtz กล่าวเสริม จึงเป็นที่มาของสมมุติฐานเดิมว่าขารูปลักษณ์เช่นนี้อาจจะเหมาะกับการว่ายน้ำมากกว่า

ในขั้นต่อมา Henderson มองหาว่า สไปโนซอรัสสามารถทรงตัวในน้ำได้มากน้อยแค่ไหน เขาวิเคราะห์โมเดลตามแนวขวางของสไปโนซอรัส เทียบกับแอลลิเกเตอร์สายพันธุ์อเมริกัน ผลการทดสอบแอลิเกเตอร์โยกตัวโงนเงนไปมา จนในที่สุดก็เจอจุดที่สมดุล แต่สำหรับสไปโนซอรัสมันเอียงไปทางด้านหนึ่ง และคงตัวตรงอยู่แบบนั้น

“ทุกวันนี้บรรดาสัตว์ที่มีพฤติกรรมชอบอาศัยอยู่ในน้ำอย่างเต่า หรือสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมในน้ำ พวกมันไม่ต้องพยายามฝืนให้ร่างกายตั้งตรงในน้ำ” Henderson กล่าว “การตั้งตัวในน้ำไม่ใช่ท่าตามธรรมชาติของสัตว์”

 

ชีวิตในน้ำ

ในระหว่างการให้สัมภาษณ์ Ibrahim น้อมรับผลการวิจัยใหม่นี้ แต่ยังคงมีความกังวลในหลายประเด็น

ประเด็นสำคัญ เขาชี้ว่า Henderson ไม่ได้สร้างโมเดลการวิจัยจากการลงพื้นที่สำรวจฟอสซิลด้วยตัวเอง การวิจัยทางคอมพิวเตอร์ไม่อาจใช้ฟอสซิลอ้างอิงจากแหล่งเดียวได้ “การใช้โมเดลมันเจ๋งมาก แต่จำเป็นต้องมีมากกว่านี้ทั้งโมเดล และฟอสซิล” Ibrahim กล่าว “ทุกวันนี้คำตอบของโลกดึกดำบรรพ์ยังคงอยู่ในกระดูก ไม่ใช่ในคอมพิวเตอร์ ”

ด้าน Holtz เสริมว่า เป็นไปได้หรือไม่ที่สไปโนซอรัสอาจกำลังอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการวิวัฒนาการไปสู่สัตว์ที่มีพฤติกรรมอาศัยอยู่ในน้ำอย่างแท้จริง “แน่นอนว่าคุณไม่มีเครื่องมือที่เพียบพร้อมเลยหรอก สำหรับพฤติกรรมที่เพิ่งเริ่มต้น” ก่อนหน้านี้ Henderson เองเคยจินตนาการว่าสไปโนซอรัสอาจจะคล้ายกับหมีกริซลี่ ซึ่งมีอาหารหลักคือปลา และพวกมันเองก็ไม่มีปัญหาในการเดินลงหรือเดินขึ้นจากน้ำแต่อย่างใด

David Hone นักบรรพชีวินวิทยา จากมหาวิทยาลัยควีนแมรี่ ในกรุงลอนดอน เสริมว่า การหาวิธีการว่ายน้ำของสัตว์ไม่ได้เรียบง่ายเหมือนใช้กระดาษลิตมัสทดสอบ (กระดาษที่ใช้ทดสอบความเป็นกรดเป็นด่าง) “นกยางเองก็ว่ายน้ำไม่เก่ง แต่มันใช้เวลาแทบทั้งชีวิตเดินหาปลาในแหล่งน้ำตื้น” เขากล่าว “สัตว์ที่มีพฤติกรรมชอบอาศัยอยู่ในน้ำ (semi-aquatic) อาจมีแรงขับให้วิวัฒนาการบางอย่าง แต่นี่เรากำลังพูดถึงสัตว์ที่มีระบบนิเวศเชื่อมโยงกับแหล่งน้ำไม่ใช่หรือ?”

เรื่องมิคาเอล เกรสโค

 

อ่านเพิ่มเติม

เป็นไปได้ไหมที่มนุษย์กับ ไดโนเสาร์ จะอยู่ร่วมโลกกัน?

 

เรื่องแนะนำ

จะเป็นอย่างไรเมื่อสัตว์ป่าเห็นตัวเองในกระจก?

จะเป็นอย่างไรเมื่อสัตว์ป่าเห็นตัวเองในกระจก? กิจกรรมเวิร์คช็อปถ่ายภาพสัตว์ป่าภายใต้ชื่อ Untamed นี้ได้ทดลองวางกระจกบานใหญ่เอาไว้ ด้วยความคาดหวังที่จะเข้าใจในสติปัญญาของบรรดาแมวใหญ่ที่อาศัยอยู่ภายในผืนป่าอเมซอนให้ดียิ่งขึ้น ผลการทดลองทั้งแมวใหญ่และสัตว์อื่นๆ มีปฏิกิริยาต่อเงาสะท้อนของตนเองที่หลากหลายต่างกันไป บางตัวหวาดกลัว บางตัวเกิดความสงสัย เป็นเรื่องยากที่จะให้สัตว์แยกแยะ หรือจดจำภาพของตนเองในกระจก ในโลกนี้มีสัตว์เพียงไม่กี่ชนิดที่ทำได้ ส่วนในมนุษย์ก็ต้องรอให้ทารกนั้นๆ มีอายุราว 18 ถึง 24 เดือน ถึงจะสามารถเข้าใจได้ว่าสิ่งที่พวกเขาเห็นในกระจกคืออะไร สำหรับในโลกของสัตว์ โลมา ช้าง และลิงบางสายพันธุ์สามารถรู้ได้ว่าพวกมันกำลังมองตัวเองอยู่ ส่วนสัตว์บางชนิดทำได้แค่ยืนงุนงงอยู่หน้ากระจกเท่านั้น   อ่านเพิ่มเติม ทำไมอัณฑะสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมบางชนิดอยู่ในร่างกาย?

การล่าสัตว์จะช่วยปกป้องสัตว์ป่าได้จริงหรือ

การล่าสัตว์จะช่วยปกป้องสัตว์ป่าได้จริงหรือ ช้างทยอยปรากฏตัวเป็นโขลงเล็กๆ  พวกมันเดินอ้อยอิ่งหาแหล่งน้ำอยู่ใกล้แอ่งที่คลุ้งไปด้วยฝุ่น ด้วยอุณหภูมิในเดือนกันยายนที่สูงถึง 40 องศาในช่วงกลางวัน ช้างจึงเดินหากินอยู่ตรงชายขอบทะเลทรายคาลาฮารี ประเทศนามิเบีย ในเขตอนุรักษ์สัตว์ป่าที่มีชุมชนเป็นผู้ดำเนินการชื่อ ไนไน (Nyae Nyae) ซึ่งปัจจุบันมีชนพื้นเมืองเผ่าซานราว 2,800 คนอาศัยอยู่อย่างแร้นแค้น ช้างทิ้งกิ่งไม้หักและมูลอุ่นๆไว้ตามทางที่เดินผ่านไป เมื่อได้กลิ่นเหงื่อของเราผสมกับกลิ่นหญ้าที่ถูกแดดแผดเผา พวกมันก็พากันออกวิ่งพลางส่งเสียงร้องแปร๋นๆ หนีหายไปทันที ในเวลาต่อมา ตรงขอบฟ้า ช้างอำพรางตัวอยู่ในร่มเงาของต้นอะเคเชีย  สำหรับสัตว์ตัวใหญ่ขนาดนั้น ถ้าตาไม่แหลมคมจริง คงแทบมองไม่เห็นพวกมัน และตอนนี้ดวงตาที่ว่านั้นเป็นของชายชื่อดาม นักแกะรอยชาวซานในท้องถิ่น เจ้าของรูปร่างเตี้ยล่ำ ผู้ยืนอยู่บนหลังรถแลนด์ครูสเซอร์ ดามโน้มตัวออกไปจนเกือบสุดทางด้านขวาของรถ พลางสอดส่ายสายตามองหารอยเดินบนพื้นทราย เขาตบประตูรถ  แล้วรถก็เบรกดังเอี๊ยด ดามกระโดดลงจากรถไปตรวจสอบรอยเท้า ขอบรอยมีลักษณะเป็นลอนหยักลาดเข้าด้านใน และมีวงกลมเล็กๆอยู่ตรงกลาง เขาชี้มือชี้ไม้ แล้วฟีลิกซ์ มาร์นเวกเคอเคอ พรานอาชีพและมัคคุเทศก์ในการเดินทางครั้งนี้  ก็โดดผลุงออกจากประตูด้านคนขับ  มาร์นเวกเคอในวัย 40 ปี มีร่างกายกำยำ ผิวแดงก่ำ และผมสีทอง สวมหมวกผ้าและกางเกงขาสั้น บุคลิกท่าทางแนบเนียนดูราวกับส่งตรงมาจากบริษัทคัดเลือกนักแสดง เขายืนมองรอยเท้าสักครู่ สีหน้าแสดงความกังขาแต่แล้วก็พยักหน้าเห็นพ้องด้วย ถ้าป่าทะเลทรายในไนไนเป็นบ้านของครอบครัวชาวซาน มันก็ยังเป็นบ้านของช้างป่าขนาดใหญ่ที่สุดในโลกที่เหลืออยู่เช่นกัน รอยเท้านี้เป็นเครื่องพิสูจน์ พวกเราที่เหลือลงจากรถ  […]

สำรวจโลก : แด่ปักษาผู้สูญสิ้น

แด่ปักษาผู้สูญสิ้น นกคาราคาราเกาะกวาดาลูเปกลายเป็นของลํ้าค่า ทันทีเมื่อมันใกล้สูญพันธุ์ ย้อนหลังไปเมื่อ ปี 1876 นกนักล่าในวงศ์เหยี่ยวชนิดนี้เคยมีอยู่มากมายบนเกาะกวาดาลูเปของเม็กซิโก แต่ถูกกำจัดอย่างเป็นระบบทั้งด้วยการยิงและวาง ยาเบื่อ พอถึงปลายศตวรรษที่สิบเก้า นกถิ่น เดียวชนิดนี้ก็หายากมาก และกลายเป็นที่หมายตาของนักสะสม ผู้คนเริ่มดักจับเพื่อนำไปขายให้ผู้เสนอราคาสูง ๆ แต่แล้วพวกมันก็ สูญพันธุ์ไปในที่สุด เมื่อหลายปีก่อน ลอเรล รอท โฮป ศิลปินที่เรียนรู้ด้วยตนเอง และเคยทำงานเป็นเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า เริ่มเฝ้าสังเกตนกพิราบในเมือง “ฉันเริ่มคิดถึงวิธีการที่คนเราให้ค่ากับสิ่งต่าง ๆ ที่หายาก และไม่แยแสอะไรที่มีอยู่ดาษดื่น และนั่นก็ส่งผลต่อทัศนคติของเรา ที่มีต่อสัตว์ป่า” เธอกล่าวและเสริมว่า “ฉันจึง อยากนำทั้งสองสิ่งนี้มาอยู่ด้วยกัน” โฮปเริ่มถักโครเชต์เพื่อสร้างงานศิลปะที่เธอเรียกว่า “Biodiversity Reclamation Suits for Urban Pigeons” อธิบายง่าย ๆ คือการสร้างเรือนขนหรือ “เสื้อคลุม” ของนกหายากหรือที่สูญพันธุ์ไปแล้ว เพื่อนำไปประดับหรือตกแต่งบนประติมากรรมนกพิราบซึ่งเป็นนกที่พบเห็นได้ทั่วไป งานชิ้นแรกของเธอประกอบด้วย “นกพิราบในฐานะตัวแทนชนิดพันธุ์ที่ประสบความสำเร็จด้านการปรับตัว กับนกโดโด ในฐานะตัวแทนของชนิดพันธุ์ที่สูญสิ้นไปแล้ว” งานของโฮปเริ่มจากการขึ้นรูปและหล่อตัวนกพิราบจากเรซิน จากนั้นจึงเลือกลายปักและสีสันเพื่อสร้าง “แบบสเก็ตช์โครเชต์สามมิติ” ของเรือนขนนกที่สูญพันธุ์ไปแล้ว เธอจะลองสวม […]