ดำน้ำตัวเปล่าแก้เชือกให้ฉลามวาฬ - National Geographic Thailand

ดำน้ำตัวเปล่าแก้เชือกให้ฉลามวาฬ

ดำน้ำตัวเปล่าแก้เชือกให้ฉลามวาฬ

ครอบครัวนักดำน้ำชาวฮาวายบังเอิญพบเข้ากับพี่ยักษ์ใหญ่แห่งท้องทะเลที่กำลังต้องการความช่วยเหลือ ฉลามวาฬความยาว 6 เมตรตัวนี้มีเชือกเส้นหนาพันรัดอยู่รอบคอ ดังนั้น Kapua Kawelo และ Joby Rohrer ผู้เป็นนักชีววิทยาที่รักการดำน้ำจึงตัดสินใจช่วยเหลือมัน โดยให้ลูกชายวัย 17 ปีของพวกเขาบันทึกภาพไว้

หลังการดำน้ำขึ้นลงอยู่ 5 ครั้ง ในที่สุด Kawelo ก็สามารถแกะเชือกออกมาได้ และดูเหมือนว่าฉลามวาฬเองจะรู้ว่ามนุษย์กำลังทำอะไรอยู่ มันจึงให้ความร่วมมือว่ายน้ำนิ่งอยู่แบบนั้นรอจนเชือกหลุด หลังว่ายนำเชือกกลับเข้าฝั่งพวกเขาพบว่าเชือกเส้นนั้นหนักถึง 60 กิโลกรัม อย่างไรก็ดีผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าการแกะเชือกหรือขยะออกจากสัตว์น้ำควรทำโดยผู้ที่ได้รับการฝึกฝนมาแล้วจะเป็นการปลอดภัยกว่า

 

อ่านเพิ่มเติม

ฉลามวาฬ ยักษ์ใหญ่ผู้ใกล้สูญพันธุ์

เรื่องแนะนำ

สำรวจโลก : บันทึกภาคสนาม

บนเส้นทางของเต่าทะเล เรื่อง มารีอานา ฟูเอนเตส การยกเต่าทะเลหนักหลายสิบกิโลกรัมขึ้นเรือไม่ใช่เรื่องง่าย แต่นั่นคือสิ่งที่มารีอานา ฟูเอนเตส นักชีววิทยาทางทะเลเชิงอนุรักษ์ทำเพื่อช่วยเหลือสัตว์เลื้อยคลานใกล้สูญพันธุ์เหล่านี้ เต่าทะเลอาศัยอยู่ในน่านนํ้าอุ่นทั่วโลก ตอนนี้ ฟูเอนเตสพุ่งเป้าไปที่ประเทศหมู่เกาะ อย่างบาฮามาส ที่ซึ่งรัฐบาลประกาศกันพื้นที่ในทะเลร้อยละ 20 ของประเทศให้เป็นเขตคุ้มครอง เต่าทะเลไม่ใช่สัตว์ชนิดแรกที่ฟูเอนเตสหลง รัก “ตอนแรกฉันอยากศึกษากระเบนราหูค่ะ” เธอบอกพลางนึกถึงความหลังเมื่อครั้งที่ได้ ใกล้ชิดกับกระเบนราหูตัวหนึ่ง ในขณะเป็น นักศึกษาฝึกงานในบราซิล ฟูเอนเตสเริ่มหันมาสนใจเต่าทะเลซึ่งอาจมีอายุยืนได้กว่าร้อยปี “ความจริงที่ว่าพวกมันคือผู้รอดชีวิต ทำให้ฉันอยากอนุรักษ์พวกมันไว้” ฟูเอนเตสบอก   แผนภูมิจุดบนยักษ์แห่งท้องทะเล เรื่อง แบรด นอร์แมน ฉลามวาฬเป็นสัตว์ทะเลที่ได้ชื่อว่าลี้ลับที่สุดชนิดหนึ่ง แต่แบรด นอร์แมน นักชีววิทยาทางทะเลชาวออสเตรเลีย ใช้เวลาเกือบ 25 ปี ค่อยๆ เผยความลับของพวกมันทีละน้อย ลวดลายที่คล้ายกลุ่มดาวบนผิวหนังของฉลามวาฬเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวคล้ายกับลายนิ้วมือของมนุษย์ ด้วยสิ่งนี้ นอร์แมนได้ให้ความช่วยเหลือผู้เชี่ยวชาญโดยใช้อัลกอริทึมทางดาราศาสตร์ในการพัฒนาเครื่องมือค้นหา เพื่อสแกนและระบุอัตลักษณ์ของฉลามวาฬแต่ละตัว นำไปสู่องค์ความรู้ในการติดตามฝูงฉลามวาฬและการอนุรักษ์ นอร์แมนผู้ได้รับรางวัลโรเล็กซ์เอนเทอร์ไพรส์ (Rolex Awards for Enterprise) มุ่งมั่นทำงานเพื่อผลักดันให้ฉลามวาฬได้รับการบรรจุเป็นสัตว์ใกล้สูญพันธุ์ เขาพูดถึงความพยายามในการคลี่คลายความลับเกี่ยวกับการอพยพของพวกมัน ว่า “เราหวังจะพบกุญแจไขปริศนาข้อใหญ่ที่สุด นั่นคือ […]

เดินขบวนไปสู่การสูญพันธุ์

เพนกวินจักรพรรดิ กำลังเผชิญกับความท้าทายระดับเผ่าพันธุ์ ตอนแรก จุดสีดำของ เพนกวินจักรพรรดิ จุดหนึ่งปรากฏขึ้นอยู่ไกลๆ  แล้วจุดอื่นๆ ก็เข้ามาสมทบกันมากขึ้น จนกลายเป็นขบวนแถวคดเคี้ยวข้ามภูมิทัศน์น้ำแข็งสีขาวโพลนที่เพิ่งก่อตัวขึ้น “แล้วจู่ๆ คุณก็ได้ยินเสียงร้องเสียงแรกๆ” ช่างภาพสเตฟาน คริสต์มันน์ เล่า  นั่นคือตอนที่เขาฉุกคิดขึ้นได้ “ว้าว! พวกนกกลับมากันแล้ว” เวลานั้นเป็นช่วงปลายเดือนมีนาคมที่อ่าวอาตกา ในภูมิภาคควีนมอดแลนด์ของแอนตาร์กติกา ห่างจากปลายด้านใต้สุดของทวีปแอฟริกาไปทางตะวันตกเฉียงใต้ 4,325 กิโลเมตร  คริสต์มันน์รอนก เพนกวินจักรพรรดิ กลับจากการหากินในทะเลมานานกว่าสองเดือน  พวกมันเป็นนกเพนกวินขนาดใหญ่ที่สุด สูงประมาณหนึ่งเมตรขณะยืน และหนักได้ถึง 41 กิโลกรัม สเตฟานวางแผนจะอยู่กับคอโลนีที่อ่าวอาตกาซึ่งมีนกเพนกวินประมาณ 10,000 ตัวตลอดฤดูหนาวเป็นครั้งที่สอง  เขาเคยมาที่นี่แล้วในช่วงฤดูหนาวเมื่อห้าปีก่อน และกลับมาอีกเพื่อบันทึกวัฏจักรการผสมพันธุ์ของนกเพนกวินจักรพรรดิให้ครบถ้วนสมบูรณ์ ซึ่งเป็นสิ่งที่ช่างภาพสัตว์ป่าน้อยคนนักเคยทำมาก่อน  ด้วยอุณหภูมิต่ำกว่าศูนย์อย่างน้อย 45 องศาเซลเซียสกับพายุหิมะที่ส่งเสียงหวีดหวิว ส่งผลให้ทัศนวิสัยลดลงเหลือไม่ถึงหนึ่งเมตรฤดูหนาวในแอนตาร์กติกาจึงไม่เหมาะกับคนใจเสาะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงเดือนกรกฎาคมและสิงหาคมที่อากาศหนาวเย็นที่สุด “พูดจริงๆ นะครับ อยู่ไปสักพักคุณก็ชินเอง” คริสต์มันน์บอกฉันเรียบๆ สิ่งที่นกเพนกวินจักรพรรดิไม่ชินง่ายๆ คือการที่น้ำแข็งทะเลอันเป็นฐานที่มั่นคงปลอดภัยสำหรับผสมพันธุ์และออกล่าสัตว์ในน่านน้ำรอบๆ กำลังหดตัวลงและเป็นไปได้ว่าอาจสูญสิ้นไป แม้จะเป็นนักว่ายน้ำชั้นยอด นกเพนกวินจักรพรรดิตัวเต็มวัยใน 54 คอโลนีรอบแอนตาร์กติกา คิดเป็นคู่ผสมพันธุ์ประมาณ 256,500 คู่ […]

ตามหาแมลงกลางพงไพรแอมะซอน

การทดลองแนวทางใหม่ในผืน ป่าแอมะซอน พบแมลงนับร้อยชนิดอาศัยอยู่ในบริเวณที่สูงขึ้นไปจากผืนป่า เช้าอากาศปลอดโปร่งวันหนึ่งของเดือนมกราคมที่มาเนาส์ เมืองท่าของบราซิลซึ่งแวดล้อมไปด้วยป่าดิบชื้น ฉันกับนักกีฏวิทยากลุ่มหนึ่งแยกย้ายกันไปซื้อข้าวของในซูเปอร์มาร์เก็ตเพื่อใช้ระหว่างการสำรวจใน ป่าแอมะซอน ยี่สิบนาทีต่อมา ระหว่างเข้าแถวรอจ่ายเงิน เห็นได้ชัดเจนว่า เรามีความคิดแตกต่างกันเกี่ยวกับสิ่งที่จะไปทำ ฉันได้ถั่วลิสง ลูกเกด และสเปรย์กันแมลง ส่วนนักกีฏวิทยาซึ่งทุกคนเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านแมลงวัน (dipterist) ซื้อผักผลไม้ช้ำๆถุงใหญ่ เนื้อไก่ใกล้หมดอายุหลายถาด และเนื้อปลาพีค็อกแบสเป็นชิ้นๆห่ออยู่ในพลาสติกใส “ผมขอมะเขือเทศช้ำที่สุดที่มีในร้าน มันฝรั่งและหัวหอมเอาแบบยิ่งเน่ายิ่งดี แมลงวันชอบของแบบนั้นแหละครับ” ดัลตง ดี โซซา อามอริง ศาสตราจารย์ด้านกีฏวิทยาจากมหาวิทยาลัยเซาเปาลู บอก อามอริงเล่าว่า ผู้เชี่ยวชาญด้านแมลงวันมักใช้อาหารเน่าเหม็นเป็นเหยื่อล่อสำหรับกับดักบนพื้นดิน ซึ่งงานวิจัยส่วนใหญ่ของพวกเขามุ่งเน้น แต่ในการสำรวจครั้งนี้ เขาและเพื่อนร่วมงาน ได้แก่ ไบรอัน บราวน์ ภัณฑารักษ์แผนกกีฏวิทยาที่พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาของลอสแอนเจลิสเคาน์ตี สตีเวน มาร์แชลล์ ศาสตราจารย์ กิตติคุณจากมหาวิทยาลัยเกวลฟ์ในออนแทรีโอ จูเซ อัลเบร์ชีโน ราฟาเอล จากสถาบันวิจัยป่าแอมะซอนแห่งชาติ (อินปา) และผู้ช่วยวิจัยอีกสองคน มีภารกิจใหม่ที่แตกต่างออกไป เรามุ่งหน้าไปทางตะวันตกเฉียงเหนือเป็นเวลาสองชั่วโมงสู่หอคอยเหล็กสูง 40 เมตรที่สร้างขึ้นในผืนป่าบริสุทธิ์ของป่าดิบชื้น หอคอยซึ่งสร้างเมื่อปี 1979 นี้ใช้วัดการแลกเปลี่ยนคาร์บอนไดออกไซด์ระหว่างต้นไม้กับบรรยากาศ จนไม่นานมานี้ […]

กระรอกน้อยติดล้อ

กระรอกน้อยติดล้อ นับเป็นการเดินทางอันแสนยาวนานกว่าเจ้ากระรอกน้อยผู้มีสองขาและอีกสองล้อจะได้ชีวิตใหม่คืนมา ที่จังหวัดบาตมัน ทางตะวันออกเฉียงใต้ของตุรกี Rüzgar Alkan วัย 19 ปีบังเอิญไปพบมันเข้า โดยที่ขาหน้าทั้งสองข้างของกระรอกตัวนี้ติดอยู่ในกับดักสัตว์ Alkan พาตัวมันส่งสัตวแพทย์ในเมือง แต่บาดแผลที่เกิดขึ้นนั้นรุนแรงเกินไป ดังนั้น Alkan จึงส่งต่อกระรอกต่อให้กับ Tayfun Demir ซึ่งเปิดศูนย์ดูแลกระรอกในนครอิสตันบูล ห่างออกไป 700 ไมล์ ณ ที่นั่น ผู้เชี่ยวชาญด้านกระดูกจากมหาวิทยาลัย Istanbul Aydın ร่วมกับนักกายภาพบำบัดช่วยกันเยียวยาเจ้ากระรอกน้อย หลังการผ่าตัดสองครั้ง ครั้งละหกชั่วโมงเพื่อรักษาบาดแผล ในที่สุดทีมงานได้ประดิษฐ์อุปกรณ์ที่จะช่วยให้กระรอกสามารถใช้ชีวิตได้เกือบเหมือนเดิม มันเป็นล้อเลื่อนที่ใช้แทนขาหน้าซึ่งช่วยให้มันสามารถวิ่งได้อีกครั้ง   อ่านเพิ่มเติม วีลแชร์เพื่อคอร์กี้พิการ