แม้โลกร้อนขึ้น แต่ ดาวขนนก จะยังอยู่ต่อไป - National Geographic Thailand

แม้โลกร้อนขึ้น แต่ดาวขนนกจะยังอยู่ต่อไป

แม้โลกร้อนขึ้น แต่ ดาวขนนก จะยังอยู่ต่อไป

ดาวขนนก สิ่งมีชีวิตอายุ 200 ล้านปี ที่มีหน้าตาเหมือนต้นไม้มากกว่าสัตว์อาจกลายเป็นราชาคนใหม่ของระบบนิเวศตามแนวปะการัง เพราะจากการศึกษาใหม่พบว่าพวกมันสามารถมีชีวิตต่อไปได้ แม้แนวปะการังจะพากันล้มตายจากอุณหภูมิของน้ำทะเลที่สูงขึ้นก็ตาม

Angela Stevenson นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยบริติช โคลอมเบีย ผู้ศึกษาไครนอยด์ หรือสัตว์ชั้นหนึ่งในไฟลัมเอไคโนดอร์มาทาที่ได้แก่ ดาวขนนกและพลับพลึงทะเลมาเป็นเวลามากกว่าสิบปี ปัจจุบันเธอยังคงทำงานวิจัยในสถานีที่ตั้งในจังหวัด Negros Oriental ของฟิลิปปินส์ ด้วยสภาพแวดล้อมของสถานที่แห่งนี้ช่วยให้ทีมวิจัยเฝ้าสังเกตพฤติกรรมตามธรรมชาติของดาวขนนกที่อาศัยอยู่บริเวณแนวปะการังชายฝั่ง

นักวิจัยศึกษาดาวขนนกจำนวน 8 สายพันธุ์ที่อาศัยในน้ำตื้นและน้ำลึก เฝ้าติดตามความสัมพันธ์ของพวกมันที่มีต่อกุ้ง, ปู และทากทะเลตัวเล็กๆ ที่อาศัยอยู่บนตัวมัน ตลอดจนการที่ดาวทะเลสามารถงอกแขนของมันใหม่ได้ แม้จะถูกตัดไปแล้วก็ตาม

ดาวขนนก
กุ้งตัวจิ๋วสีเหลืองเลือกดาวขนนกตัวนี้เป็นบ้านใหม่
ภาพถ่ายโดย Angela Stevenson

 

แขนไม่จำกัด

ดาวขนนกสามารถงอกแขนของมันใหม่ได้ โดยไม่มีข้อจำกัดตราบใดที่ยังอาศัยอยู่ในน้ำ บางสายพันธุ์ของไครนอยด์เมื่อโตเต็มที่อาจมีแขนมากถึง 150 แขน แม้จะใช้เวลานานก็ตาม เนื่องจากแขนเหล่านี้เติบโตอย่างค่อยเป็นค่อยไปเพียงไม่ถึง 1 มิลลิเมตรต่อวัน รายงานจาก Stevenson

ปลาคือศัตรูตัวฉกาจของดาวขนนก นอกจากนั้นดาวขนนกยังเผชิญกับบรรดาสัตว์ตัวจิ๋วอื่นๆ อย่างเช่น กุ้งและปูที่เกาะอาศัยอยู่บนแขนของมัน แม้จะเสี่ยงต่อการถูกกิน แต่ก็คุ้มค่าเนื่องจากกุ้งและปูเหล่านี้ไม่ต้องลงแรงออกไปหาอาหารเอง เมื่อดาวขนนกใช้แขนของมันดักจับเหยื่อจำพวกแพลงก์ตอนได้แล้ว บรรดาสิ่งมีชีวิตเล็กๆ ที่ใช้ดาวขนนกเป็นบ้านก็จะคอยกินอุจจาระของดาวทะเลเป็นอาหาร

ดาวขนนก
ดาวขนนกในน่านน้ำของฟิลิปปินส์นั้นอุดมสมบูรณ์มาก พวกมันมีสีสันตั้งแต่เหลือง, เขียว, แดง และชมพู
ภาพถ่ายโดย Angela Stevenson

บางทีการที่แขนของมันงอกได้ไม่จำกัดนี้อาจเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้ดาวขนนกยังคงอยู่ และจะอยู่ต่อไปอีกนาน หลังผ่านมาแล้ว 200 ล้านปี “เราไม่แน่ใจเกี่ยวกับอายุขัยที่แท้จริงของมัน นั่นทำให้ฉันเริ่มคิดว่าหรือมันจะเป็นอมตะ เพราะพวกมันยังคงเติบโตได้เรื่อยๆ ตราบใดที่ส่วน centradorsal (ส่วนกลางของร่างกายที่แขนงอกออกมา) ยังคงไม่ได้รับความเสียหาย” Stevenson กล่าว

อย่างไรก็ดีนักวิจัยบางท่านไม่มั่นใจกับความเป็นอมตะ Tomasz Baumiller ผู้เชี่ยวชาญไครนอยด์ จากมหาวิทยาลัยมิชิแกนกล่าวว่า แม้ตัวเขาจะไม่ทราบถึงขีดจำกัดของการงอกแขนใหม่ในดาวขนนก แต่นั่นไม่ได้แปลว่าสิ่งมีชีวิตนี้เป็นอมตะ “บางส่วนของร่างกายมันก็งอกใหม่ไม่ได้ และส่วน centrodorsal ก็เต็มไปด้วยเส้นประสาทและระบบต่างๆ มากมาย นั่นหมายความว่าร่างกายส่วนนั้นแก่ตัวลงได้” ขณะนี้ตัวเขากำลังศึกษาหาอายุขัยของสัตว์ชนิดนี้ ทว่าไม่มั่นใจว่าพวกมันเคยตายเพราะแก่ชราหรือไม่

 

เมื่อน้ำอุ่นขึ้น

ดูเหมือนว่าอุณหภูมิของน้ำที่สูงขึ้นจะทำอะไรไม่ได้กับเจ้าแขนไม่จำกัดนี้ “เราพบว่าบางสายพันธุ์มีชีวิตที่ดีขึ้นในน้ำอุ่น” Stevenson กล่าว “แขนของมันงอกเร็วขึ้นเมื่อน้ำอุ่นขึ้น” อ้างอิงจากผลการทดลองในห้องปฏิบัติการ เมื่ออุณหภูมิของน้ำเพิ่มขึ้น 2 องศาเซลเซียส นักวิจัยพบว่าน้ำอุ่นเป็นอันตรายต่อผู้ล่าอื่นๆ ที่ปกติแล้วกินลูกดาวขนนกเป็นอาหาร ดังนั้นการที่อุณหภูมิของน้ำสูงขึ้นจึงเอื้อโอกาสให้ลูกดาวขนนกเติบโตเป็นตัวเต็มวัยมากขึ้น

ล่าสุดดาวเทียม NOAA เพิ่งจะรายงานว่าช่วงเดือนมกราคมถึงเดือนมีนาคมที่ผ่านมา เป็นช่วงเวลาที่อุณหภูมิของมหาสมุทรสูงที่สุดเท่าที่เคยมีการบันทึกมา นับตั้งแต่ปี 1995 และแนวโน้มในอนาคตจะยิ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งในทางกลับกันน้ำอุ่นเหล่านี้คร่าชีวิตของปะการัง แต่สำหรับดาวขนนกพวกมันจะยังคงอยู่รอดต่อไป

“ฉันสงสัยว่าการตายของปะการังจะส่งผลกระทบอะไรต่อดาวขนนกบ้างไหม” Stevenson กล่าว “เพราะเท่าที่ดาวขนนกต้องการก็มีแค่กระแสน้ำที่ช่วยพัดพาอาหารมาให้มัน กับพื้นผิวบางอย่างให้เกาะติดไว้เท่านั้น” ด้าน Baumiller ระบุว่าทุกวันนี้ยังไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับประชากรของดาวขนนกมากพอที่จะสรุปผล สำหรับเขาเชื่อว่าการล้มหายตายจากของปะการัง จะส่งผลต่อความหลากหลายของดาวขนนกให้ลดลงอย่างแน่นอน

เรื่อง Lori Cuthbert

ดาวขนนก
กุ้งตัวจิ๋วที่พรางตัวให้มีสีสันเหมือนเจ้าบ้าน สัตว์ตัวเล็กที่เกาะกับดาวขนนกนี้จะคอยกินของเสียที่เจ้าบ้านปล่อยออกมา
ภาพถ่ายโดย Angela Stevenson
ดาวขนนก
ต้องดูใกล้มากๆ จึงจะเห็นทากทะเลเกาะติดอยู่กับดาวขนนก
ภาพถ่ายโดย Angela Stevenson

 

อ่านเพิ่มเติม

มหาสมุทรจะพอเลี้ยงประชากรโลกที่เพิ่มขึ้นไหม?

เรื่องแนะนำ

ไทม์แลปส์นกฟลามิงโกออกจากไข่

ไทม์แลปส์นกฟลามิงโกออกจากไข่ ทุกการถือกำเนิดคือเรื่องน่ายินดี! ชีวิตน้อยๆ นี้เริ่มต้นด้วยการเจาะเปลือกไข่ทีละน้อย จนในที่สุดก็ออกมาสู่โลกภายนอกได้ วิดีโอไทม์แลปส์ที่บันทึกเหตุการณ์ฟักออกจากไข่ของลูกนกฟลามิงโกตัวนี้ ถูกบันทึกไว้เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2018 ภายในสวนสัตว์และอควาเรียมโคลัมบัส และต้องใช้เวลาถึง 24 ชั่วโมงกว่ามันจะทำสำเร็จ ทางสวนสัตว์ตัดสินใจปกป้องไข่นกฟลามิงโกจากผู้ล่าอื่นๆ ด้วยการนำมันออกจากรังและใส่ตู้อบ เมื่อเวลาผ่านไป 28 วัน ก็ได้เวลาที่ลูกนกจะออกจากไข่ ซึ่งจากจำนวนไข่ 12 ใบในตู้อบ มีเพียงลูกนกแค่ 5 ตัวเท่านั้นที่รอดชีวิต และเจ้าตัวในวิดีโอนี้คือลูกนกที่มีขนาดเล็กที่สุดในบรรดาพี่น้องทั้งหมด มันหนักเพียงแค่ 85 กรัมเท่านั้น และสัตวแพทย์จะดูแลอย่างใกล้ชิดเพื่อช่วยให้มันรอดเติบโตต่อไป   อ่านเพิ่มเติม นกแก้ว: มวลมนุษย์แห่งโลกของนก

หนูสองตัวกลายมาเป็น 15,000 ตัวในหนึ่งปี

หนูสองตัวกลายมาเป็น 15,000 ตัวในหนึ่งปี หนูไปไหนมาไหนก็มีแต่คนรังเกียจ แต่หากคุณเกิดเป็นหนูที่อินเดีย ชีวิตคุณจะมีความสุขกว่าหนูในประเทศอื่นๆ เพราะผู้คนที่นั่นมีความเชื่อว่าหนูเป็นสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ อันเนื่องมาจากประชากรชาวอินเดียราว 80% นั้นนับถือศาสนาฮินดู ตามความเชื่อของพวกเขาหนูคือบริวารของพระพิฆเนศ เทพเจ้าแห่งศิลปวิทยา ว่าแต่ว่าหากหนูสามารถขยายเผ่าพันธุ์ของพวกมันได้ตามใจชอบโดยปราศจากผู้ล่าเช่นในวัดบางแห่งของอินเดีย พวกมันจะสามารถผลิตลูกหลานได้มากแค่ไหน? เฉลี่ยแล้วแม่หนูจะให้กำเนิดลูกหนู 12 ตัวต่อเดือน นั่นหมายความว่าในหนึ่งปีแม่หนูจะมีลูกประมาณ 144 ตัวต่อปี ลูกๆ ของพวกมันจะสามารถเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์และมีหลานให้แม่ได้ทันที เมื่ออายุได้ 2 เดือน เป็นเช่นนี้ต่อไปเรื่อยๆ นั่นหมายความว่าจากหนูเพียงคู่เดียว ภายในหนึ่งปีพวกมันสามารถให้กำเนิดหนูได้มากถึง 15,000 ตัวเลยทีเดียว ทีนี้คุณผู้อ่านพอเห็นภาพแล้วใช่ไหมว่าเหตุใดหนูจึงมีอยู่ทุกที่ทั่วโลก!   อ่านเพิ่มเติม : ฮิปโปเลียจระเข้เล่น, ท่าฉี่สุดแปลกของหมาใน

กลุ่มแม่ชีผู้ช่วยอะโซโลตล์ไม่ให้สูญพันธุ์

กลุ่มแม่ชีผู้ช่วยอะโซโลตล์ไม่ให้สูญพันธุ์ เจ้าสิ่งมีชีวิตหน้าตาประหลาดเหล่านี้มีชื่อเรียกว่า “อะโซโลตล์” พวกมันเป็นซาลาแมนเดอร์ที่มีมีถิ่นอาศัยเพียงที่เดียวในโลกคือ ในทะเลสาบ Pátzcuaro ของเม็กซิโก ทว่าตลอดช่วงระยะเวลาที่ผ่านมาการประมงเกินขนาด, การบุกรุกที่อยู่อาศัยของมัน ไปจนถึงการที่ต้องตกเป็นเหยื่อของสัตว์อื่นๆ ที่ตัวใหญ่กว่า ทำให้อะโซโลตล์เหล่านี้กำลังมีสถานะใกล้สูญพันธุ์ จากการศึกษาล่าสุดพบว่าในธรรมชาติมีอะโซโลตล์เหลืออยู่เพียงไม่ถึง 100 ตัวเท่านั้น นับเป็นโชคดีที่แม่ชีกลุ่มหนึ่งในเม็กซิโกร่วมมือกับองค์กรต่างประเทศในความพยายามที่จะอนุรักษ์สิ่งมีชีวิตสายพันธุ์นี้เอาไว้ พวกเธออาศัยอยู่ในอาศรมใกล้กับทะเลสาบ และใช้ซาลาแมนเดอร์สายพันธุ์นี้ในการผลิตยาแก้ไอมานานกว่า 150 ปี ทว่าทุกวันนี้พวกเธอไม่ได้ทำเช่นนั้นแล้ว แต่ดูแลมันเพื่อช่วยให้มันขยายพันธุ์เพิ่มจำนวนอีกครั้ง โดยมีเป้าหมายเพื่อให้อะโซโลตล์รอดพ้นจากการสูญพันธุ์ ด้านบรรดาผู้เชี่ยวชาญเองกล่าวยกย่องการทำงานของแม่ชีกลุ่มนี้ ในฐานะผู้มีบทบาทสำคัญที่ช่วยอนุรักษ์ซาลาแมนเดอร์หายากเหล่านี้   อ่านเพิ่มเติม ค้างคาว: นักล่าแห่งรัตติกาล