สัตว์มหัศจรรย์แห่งทะเลใต้ผืนน้ำแข็ง อาร์กติก - National Geographic

สัตว์มหัศจรรย์แห่งทะเลใต้ผืนน้ำแข็งอาร์กติก

สัตว์มหัศจรรย์แห่งทะเลใต้ผืนน้ำแข็ง อาร์กติก

ตามคำบอกเล่าของ Viktor Lyagushkin ช่างภาพชาวรัสเซีย สีของน้ำทะเลไวท์คือสีเขียว ต้องขอบคุณความอุดมสมบูรณ์ของไฟโทแพลงก์ตอนที่อาศัยอยู่ในทะเลใต้ผืนน้ำแข็งของภูมิภาค อาร์กติก

ตลอดระยะเวลา 28 วันในเดือนเมษายน Lyagushkin ใช้เวลาสามชั่วโมงหมดไปกับการดำน้ำสำรวจใต้ผืนน้ำแข็งที่ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของรัสเซีย เพื่อเก็บภาพของสัตว์มหัศจรรย์นานาชนิด ไม่ว่าจะเป็น นางฟ้าทะเล, แมงกะพรุน, กุ้งโครงกระดูก, ปะการังอ่อน ไปจนถึงดอกไม้ทะเล

ตัวเขาบรรยายถึงช่วงเวลาอันน่าตื่นตาตื่นใจนี้ว่าไม่ต่างจากอลิซตอนที่กระโดดลงโพรงกระต่าย แล้วไปเจอโลกอันแปลกประหลาดเบื้องล่าง แม้รู้ดีว่าการดำน้ำใต้น้ำแข็งคือเรื่องอันตราย ทว่าบางช่วงเวลาธรรมชาติอันงดงามดึงดูดความสนใจ และให้ความรู้สึกราวกับเขากำลังลอยล่องอยู่ในสรวงสวรรค์ “มันวิเศษมากที่ได้ถ่ายภาพนางฟ้าทะเล” Lyagushkin เล่าถึงประสบการณ์เมื่อนางฟ้าทะเลมาเริงระบำอยู่ที่หน้ากล้องของเขา ในอีกหนึ่งประสบการณ์ดำน้ำ เขาได้เห็นปรากฏการณ์หิมะใต้น้ำ เมื่อหิมะตกลงในช่องน้ำแข็ง และไม่ละลายในน้ำเค็ม ขณะที่ด้านล่างมีแนวปะการังอ่อนทอดยาวไปตามพื้นมหาสมุทร

การทำงานในสภาพอากาศแบบสุดขั้วเป็นเรื่องท้าทาย นอกเหนือจากอุณหภูมิต่ำกว่า 0 องศาเซลเซียสจะเป็นอันตรายต่อร่างกายแล้ว มันยังส่งผลต่ออุปกรณ์อีกด้วย Lyagushkin ทำงานร่วมกับผู้ช่วยช่างภาพอีก 1 – 2 คน ในการดำน้ำแต่ละครั้งพวกเขาใช้ถังออกซิเจนถึง 11 ถัง อีกทั้งยังต้องพึ่งพาสัญญาณมือที่คิดค้นกันขึ้นมาเองสำหรับสื่อสารใต้น้ำโดยเฉพาะ เพื่อระบุว่าวัตถุที่ต้องการถ่ายอยู่ตรงไหน ตลอดจนต้องการอุปกรณ์ใดเพื่มเติม

และแม้ว่าตัวเขาจะถ่ายภาพใต้น้ำมามาก แต่นี่เป็นครั้งแรกที่ Lyagushkin ทดลองใช้เลนส์ตาปลาแบบมาโคร ที่ช่วยให้เขาสามารถบันทึกรายละเอียดของสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กๆ ได้ ผลที่ได้คือภาพถ่ายอันน่าทึ่งของสรรพสัตว์ในสภาพแวดล้อมที่ไม่น่าเชื่อว่าจะมีสิ่งใดอาศัยอยู่

หวีวุ้น (Mnemiopsis ctenophore)
หวีวุ้น หรือ Mnemiopsis ctenophore พวกมันเป็นสัตว์กินเนื้อที่กินทุกอย่างที่มันสัมผัส ต่อให้เป็นหวีวุ้นด้วยกันก็ตาม

หนึ่งในรูปที่ช่างภาพชื่นชอบมากที่สุดคือภาพของหวีวุ้น (Mnemiopsis ctenophore) ที่กำลังลอยตัวใกล้น้ำแข็ง เขาตั้งชื่อให้มันว่า “Cosmic Brain” เพราะมันดูเหมือนหลุดออกมาจากนิยายวิทยาศาสตร์จริงๆ ด้วยขนาดเพียง 10 เซนติเมตรตรงหน้า ชวนให้ Lyagushkin คิดไปว่า นี่คือมันสมองยักษ์ของเอเลี่ยนที่อาศัยอยู่ในน้ำสีเขียวใช่ไหม?

ในชุดภาพถ่ายนี้ ตัวเขามุ่งนำเสนอ “โลกของสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กที่อาศัยอยู่บนโลกใบใหญ่ร่วมกับเรา” นอกเหนือจากการบันทึกภาพวิถีชีวิตตามธรรมชาติแล้ว ชุดภาพถ่ายนี้ยังกระตุ้นให้ผู้คนตระหนักถึงประเด็นการอนุรักษ์อีกด้วย เนื่องจากปัจจุบันเรามีองค์ความรู้เกี่ยวกับพวกมันน้อยมาก และยิ่งมีโอกาสเรียนรู้น้อยลงเรื่อยๆ เพราะการเปลี่บยแปลงของสภาพภูมิอากาศกำลังจะกวาดล้างพวกมันไปจากธรรมชาติ

ช่วงระยะเวลา 15 ปี ที่เขาเดินทางมาดำน้ำยังทะเลไวท์ Lyagushkin พบว่าฤดูการดำน้ำใต้ผืนน้ำแข็งหดสั้นลง อีกทั้งความนหาของผืนน้ำแข็งยังบางลงอีกด้วย มีอยู่ครั้งหนึ่งในเดือนกันยายนตัวเขาตั้งใจจะดำน้ำถ่ายภาพของแมงกะพรุน แต่กลับพบว่าพวกมันตายเป็นเบือจากอากาศผิดปกติในฤดูร้อน

เมื่ออันตรายจากภาวะโลกร้อนคืบคลานเข้ามาใกล้เช่นนี้ สำหรับ Lyagushkin แล้วในฐานะช่างภาพ “มันคงเป็นการดูแคลนความงดงามของพวกมัน หากเราไม่เริ่มต้นศึกษาและบันทึกภาพเอาไว้”

เรื่อง Sarah Stacke

กุ้งโครงกระดูก ดาวทะเล
กุ้งโครงกระดูกเกาะอยู่บนสาหร่ายทะเล (Laminaria saccharina) มันกำลังระแวดระวังภัยจากดาวทะเล
ดอกไม้ทะเล
ดอกไม้ทะเล หรือ Metridium senile ผู้ล่าที่คอยจับเหยื่อขนาดเล็กที่ลอยมาตามกระแสน้ำ
แมงกะพรุนสตอลค์
แมงกะพรุนสตอลค์ หรือ Lucernaria quadricornis พวกมันเปลี่ยนส่วนระฆังคว่ำให้เป็นขาเพื่อช่วยในการยึดเกาะกับก้อนหินหรือสาหร่ายทะเล
หวีวุ้น
ภาพนี้อาจดูเหมือนยานอวกาศที่เพิ่งออกมาจากรูหนอน แต่นี่คือ Beroe cucumis สัตว์ในวงศ์หนึ่งของหวีวุ้น
Myoxocephalus scorpius ปลาในวงศ์ปลาแมงป่อง
Myoxocephalus scorpius ปลาในวงศ์ปลาแมงป่อง มันค่อนข้างก้าวร้าวหวงอาณาเขต มีตัวหนึ่งโจมตี Viktor ผู้เป็นช่างภาพด้วยการพองตัว อ้าปาก และว่ายพุ่งเอาเงี่ยงพิษเข้าหมายจะตำ
หวีวุ้น
อีกหนึ่งสายพันธุ์ของหวีวุ้น มันใช้หนวดยาวๆ ของมันเหมือนแหในการดักจับเหยื่อกินเป็นอาหาร
แมงกะพรุนสตอลคฺ
แมงกะพรุนสตอลคฺใช้หนวดยึดเกาะ ในขณะที่หนวดที่เหลือก็ใช้ดักจับอาหาร
ดอกไม้ทะเล
Metridium senile ดอกไม้ทะเลชนิดหนึ่งที่มีหนวดพลิ้วไหวงดงาม
 ผีเสื้อทะเล
ความงดงามของนางฟ้าทะเล ในรัสเซียพวกมันจะถูกเรียกว่าปีศาจทะเลแทน มันเป็นสัตว์กินเนื้อที่กินแม้กระทั่งญาติของมันที่เรียกว่า ผีเสื้อทะเล
ปะการังอ่อน
ปะการังอ่อนในน่านน้ำลึกของทะเลไวท์ มันมีสีขาว, เหลือง, ชมพู และส้ม

 

อ่านเพิ่มเติม

สาหร่ายปริศนากำลังเปลี่ยน กรีนแลนด์ ให้เป็นสีชมพู

 

เรื่องแนะนำ

เปิดบัญชีแดง สิ่งมีชีวิต 31 สายพันธุ์ล่าสุดที่ สูญพันธุ์ จากโลกไปแล้วตลอดกาล

บัญชีแดง: สิ่งมีชีวิต 100,000 ชนิด อยู่ในภาวะเสี่ยง สูญพันธุ์ และ 31 สายพันธุ์ ล่าสุด! ที่ สูญพันธุ์ อันตรธานจากโลกไปแล้วตลอดกาล องค์กรระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ หรือ IUCN (International Union for Conservation of Nature) เปิดเผยข้อมูลส่งท้ายปี 2020 ด้วยรายชื่อสิ่งมีชีวิต 31 สายพันธุ์ ล่าสุด ใน Red List ที่สูญพันธุ์จากโลกไปแล้วอย่างถาวร ประกอบไปด้วย 1 สายพันธุ์ฉลาม แห่งทะเลจีนใต้ 15 สายพันธุ์ปลาน้ำจืดถิ่นเดียว แห่งประเทศฟิลิปปินส์ 3 สายพันธุ์กบ แห่งทวีปอเมริกากลาง 1 สายพันธุ์ค้างคาว แห่งประเทศออสเตรเลีย 11 สายพันธุ์พืชจากทั่วโลก Red List หรือบัญชีแดง ตั้งขึ้นในปี 1964 เพื่อเป็นแหล่งข้อมูลที่ครอบคลุมที่สุด เกี่ยวกับสถานะความเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ ของสิ่งมีชีวิตทุกชนิดบนโลก […]

รู้ได้อย่างไรว่าลิงตัวไหนอยากกัดคุณ?

เรื่อง ซาร่า กิบเบนส์ ด้วยความที่เป็นญาติใกล้ชิดที่สุดของมนุษย์ ไพรเมตบางชนิดมีพฤติกรรมที่คล้ายคลึงกับพวกเรา อย่างไรก็ตามการแปลความหมายที่เกิดขึ้นของสีหน้านั้น อาจนำไปสู่ความเข้าใจผิด และนำมาซึ่งภัยคุกคามต่อทั้งมนุษย์ และลิงได้ ผลการศึกษาใหม่จากมหาวิทยาลัยลินคอล์นพบว่า ยิ่งมนุษย์พยายามที่จะเดาความหมาย ของท่าทางที่ลิงบาร์บารี หรือลิงกังแสดงออกมามากเท่าไหร่ พวกเขาก็ยิ่งคาดเดาได้ผิดมากเท่านั้น โดย Laëtitia Maréchal หนึ่งในผู้วิจัย เชื่อว่าสาเหตุเป็นเพราะมนุษย์เราตีความท่าทางของสัตว์เอาโดยใช้ลักษณะของมนุษย์เองเป็นหลัก “บรรดานักท่องเที่ยวมักชอบคิดว่าท่าทางที่ลิงกังแสดงออกมานั้น พวกมันกำลังส่งจูบอยู่ และพวกเขาก็ส่งจูบกลับเป็นการตอบสนอง”เธอกล่าว ซึ่งในทางกลับกันท่าทางดังกล่าวเป็นสัญญาณเตือนจากพวกมันไม่ให้มนุษย์เข้ามาใกล้ ในการศึกษาเธอแบ่งผู้เข้าร่วมการทดลองทางออนไลน์ออกเป็น 3 กลุ่ม หนึ่งคือกลุ่มคนที่เคยทำงานร่วมกับสัตว์มาก่อนเป็นเวลาอย่างน้อย 2 เดือน สองคือกลุ่มคนที่เคยชมภาพถ่ายการแสดงสีหน้าของลิงมาก่อน และสุดท้ายกลุ่มที่ไม่เคยพบเห็นลิงตัวเป็นๆมาก่อนในชีวิต หลังให้พวกเขาชมภาพถ่าย ผลการศึกษาพบว่าผู้เข้าร่วมทุกคนนั้นตีความสัญญาณที่ส่งออกมาผิดพลาด กลุ่มที่มีความเชี่ยวชาญและทำงานร่วมกับสัตว์นั้น มีอัตราความผิดพลาดไม่เกิน 7% ในกลุ่มที่สองที่เคยชมภาพนั้นความผิดพลาดอยู่ที่ 20%และกลุ่มสุดท้ายผิดพลาดสูงถึง 40% นอกจากนั้น Maréchal ยังระบุว่าในการตีความไพรเมตอื่นๆอย่าง อุรังอุตัง และชิมแปนซี มนุษย์ก็มักจะตีความผิดในทำนองเดียวกัน “ถ้าลิงทำสีหน้าที่ดูเหมือนยิ้ม นั้นแปลว่ามันกำลังไม่ไว้วางใจ” เธอกล่าว “คุณอาจจะเคยเห็นภาพของลิงชิมแปนซียิ้มบนการ์ดวันเกิดแต่จริงๆแล้วมันคือสีหน้าของความทุกข์ตรม” ทั้งนี้ทางคณะนักวิจัยคาดหวังว่าการศึกษาครั้งนี้ จะมีประโยชน์สำหรับบรรดานักท่องเที่ยวในสวนสัตว์เปิด เพื่อป้องกันพวกเขาจากความเสี่ยงในการถูกลิงทำร้ายได้ แม้ว่าในตามธรรมชาติแล้วลิงกังจะเป็นสัตว์ที่ไม่ดุร้าย และจะตอบสนองหากถูกทำร้ายก่อนก็ตาม Agustín […]

5 สัตว์นำโชคจากทั่วทุกมุมโลก

สัญลักษณ์ที่สร้างเสริมความเป็นสิริมงคลนั้นยังมีอยู่อีกมากมาย รวมไปถึงสัตว์ต่างๆ ที่ถูกพิจารณาให้เป็นสัตว์นำโชคในวัฒนธรรมซึ่งแตกต่างกันจากทั่วทุกมุมโลก

หลักฐานใหม่ชี้ ยุงจดจำกลิ่นได้

หลักฐานใหม่ชี้ ยุงจดจำกลิ่นได้ ครั้งหน้าที่คุณสังเกตเห็นยุงบินมาเกาะที่แขน แม้คุณจะตบพลาด แต่บนความโชคร้ายก็ยังคงมีความโชคดี เพราะเจ้ายุงตัวนั้นคงไม่กลับมาดูดเลือดคุณอีกแล้ว ก็เรื่องอะไรจะยอมเสี่ยงที่จะโดนตบอีกล่ะว่าไหม เพราะแมลงเหล่านี้สามารถเรียนรู้ที่จะเชื่อมโยงกลิ่นกายของคุณเข้ากับสถานการณ์อันตราย เพื่อหลีกเลี่ยงที่จะเผชิญกับคุณอีกในอนาคต ผลการศึกษาใหม่นี้ถูกเผยแพร่ลงในวารสาร Current Biology นับเป็นครั้งแรกที่แสดงให้เห็นว่าเจ้าสัตว์ตัวจิ๋วอย่างยุงนั้นสามารถเรียนรู้และจดจำได้ “พวกมันเป็นเหมือนยุงของปัฟลอฟ” Jeff Riffel ผู้ศึกษาเกี่ยวกับระบบประสาทและพฤติกรรมจากมหาวิทยาลัยวอชิงตันกล่าว สำหรับ อีวาน ปัฟลอฟ คือนักจิตวิทยาชาวรัสเซียผู้โด่งดังจากการทดลองการขับน้ำลาย พฤติกรรมของสุนัข ภายใต้สถานการณ์รูปแบบเดียวกัน Riffel ทำการทดลองดูว่าแมลงจะสามารถเรียนรู้กลิ่นได้หรือไม่ (แมลงหลายชนิดฉลาดกว่าที่เราคิด พวกมันรู้จักนำร่างของเพื่อนที่ตายแล้วออกไปนอกรังเพื่อป้องกันโรคระบาด) ในการทดลองเขาให้ยุงไข้เหลือง (Aedes aegypti) รับกลิ่นต่างๆ รวมถึงกลิ่นกายของมนุษย์ พร้อมแรงสั่นสะเทือนเล็กน้อยเป็นเวลา 20 นาที ซึ่งค้ลายกับการขยับของแขนเพื่อที่จะตบ Riffel พบว่า ต่อมายุงที่เข้ารับการทดลองหลีกเลี่ยงที่จะเข้าใกล้กลิ่นเหล่านั้นเป็นเวลาถึง 24 ชั่วโมง ซึ่งเป็นวิธีไล่ยุงที่ได้ผลพอๆ กับการใช้สเปรย์ที่มีสาร DEET ซึ่งพบในสเปรย์กันยุงหลายชนิด ที่เป็นเช่นนี้มาจากสารโดพามีนในสมอง ทีมของ Riffel ทำการทดลองอีกครั้งแต่คราวนี้ยุงที่นำมาใช้มีข้อบกพร่องที่ทำให้สมองไม่สามารถหลั่งโดพามีนได้ ผลเป็นไปตามคาด ยุงกลุ่มดังกล่าวไม่เกิดการเรียนรู้ว่ากลิ่นเหล่านี้เป็นอันตราย และพวกมันบินกลับมาอีกครั้งในเวลาต่อมา อ่านเพิ่มเติม 10 “วิธีไล่ยุง” […]