ปลาไหลกัลเปอร์ทำนักวิทยาศาสตร์หยุดหัวเราะไม่ได้ - National Geographic Thailand

ปลาไหลกัลเปอร์ทำนักวิทยาศาสตร์หยุดหัวเราะไม่ได้

ปลาไหลกัลเปอร์ทำนักวิทยาศาสตร์หยุดหัวเราะไม่ได้

ทีมสำรวจใต้ทะเลลึกไม่เคยพบเห็นอะไรแบบนี้มาก่อน จากคลิปวิดีโอแล้วคุณผู้อ่านคิดว่าเจ้าสิ่งมีชีวิตที่มีรูปร่างหน้าตาเหมือนบอลลูนสีม่วงเข้มนี้คือตัวอะไร?

เมื่อมองเข้าไปใกล้ ทีมนักวิทย์จึงได้รู้ว่า ที่แท้เจ้าวัตถุทรงประหลาดนี้คือปลาไหลกัลเปอร์ (Eurypharynx pelecanoides) และส่วนบอลลูนที่เห็นก็คือปากของมัน ปลาไหลกัลเปอร์ที่มีถิ่นอาศัยในเขตใต้ทะเลลึกสามารถอ้าขยายปากของมันออกกว้างเพื่อกินเหยื่อที่มีขนาดใหญ่กว่าตัวมัน ภายในมีฟันซี่เล็กๆ เต็มปากที่ใช้จัดการกับเหยื่อ วิวัฒนาการนี้มีขึ้นเพื่อช่วยให้พวกมันเอาชีวิตรอดจากสภาพแวดล้อมอันยากลำบากของใต้ทะเลลึก นอกจากนั้นมันยังเป็นพวกที่กินไม่เลือกอีกด้วย

ทว่าสำหรับพฤติกรรมของปลาไหลกัลเปอร์ตัวนี้ เนื่องจากไม่มีเหยื่อในปาก ดังนั้นนักวิทยาศาสตร์จึงคิดว่าการพองปากของมันเป็นปฏิกิริยาตอบสนองเมื่อเผชิญกับภัยคุกคาม แน่นอนว่าพวกเขาไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้ รูปร่างที่ทั้งตลกและน่าทึ่งของมันยามขยายปากออกสุดนั้น ทำเอาทีมนักวิจัยถึงกับกลั้นขำไว้ไม่อยู่เลยทีเดียว

 

อ่านเพิ่มเติม

หมึกสาย: นักมายากลแปดหนวด

เรื่องแนะนำ

แมงกะพรุนทำสิ่งเหล่านี้ได้ แม้ไม่มีสมอง

เจ้าสัตว์ที่มีรูปร่างคล้ายถุง และประกอบด้วยน้ำกว่า 90% เหล่านี้คือหนึ่งในสัตว์อันตรายอย่างแท้จริงของท้องทะเล และเหล่านี้คือเรื่องที่คุณอาจยังไม่เคยรู้เกี่ยวกับแมงกะพรุน

บันทึกนักจับผีเสื้อ

บันทึกนักจับผีเสื้อ ภาพยนตร์สั้นเรื่องนี้จะพาคุณผู้อ่านไปสัมผัสกระบวนการจับและเปลี่ยนผีเสื้อให้กลายมาเป็นสินค้าและรายได้หลักของชุมชน ออกเดินทางเข้าดงพงไพรไปกับบรรดานักจับผีเสื้อบนเกาะสุลาเวสี ประเทศอินโดนีเซีย อันที่จริงมนุษย์เราจับผีเสื้อสวยๆ มานานแล้วแต่ครั้งโบราณกาล จนกระทั่งเมื่อถึงยุคของอินเตอร์เน็ต นักจับผีเสื้อเหล่านี้ไม่ได้ขายผีเสื้อสตัฟฟ์ให้แก่คนท้องถิ่นหรือนักท่องเที่ยวที่มาเยือนอีกต่อไป แต่พวกเขายังขายความสวยงามเหล่านี้ให้แก่คนต่างประเทศอีกด้วย ทว่ากฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการจับและค้าผีเสื้อนั้นเต็มไปด้วยความซับซ้อน และสินค้าที่ได้มาอย่างถูกกฎหมายเองก็ยากที่จะแยกแยะออกจากสินค้าตลาดมืด ยกตัวอย่างเช่นในผีเสื้อบางสายพันธุ์นั้นทางการอนุญาตให้ค้าขายได้เฉพาะจากฟาร์มเท่านั้น อย่างไรก็ดีประเด็นนี้ยากที่จะตรวจสอบ มาชมขั้นตอนการเปลี่ยนผีเสื้อตามธรรมชาติให้คงอยู่ชั่วนิรันดร์ในกรอบกระจกกัน ผีเสื้อเหล่านี้มีนักสะสมหรือนักธุรกิจบางคนยอมจ่ายเงินเป็นพันดอลลาร์เพื่อให้ได้ครอบครองความงดงามอันเปราะบางนี้   อ่านเพิ่มเติม ตามติดชีวิตนักจับผีเสื้อ

ยลโฉมฟอสซิลลูกงูที่พบในอำพัน

ยลโฉมฟอสซิลลูกงูที่พบในอำพัน เหมืองบริเวณหุบเขาโอคานากัน ในรัฐคะฉิ่น ทางตอนเหนือของเมียนมา นอกจากจะเป็นแหล่งผลิตแร่สำคัญแล้ว ช่วงหลายปีมานี้สถานที่ดังกล่าวยังมีความสำคัญในฐานะแหล่งข้อมูลใหม่ทางบรรพชีวินวิทยาอีกด้วย มีฟอสซิลสัตว์โบราณมากมายที่ถูกค้นพบและเก็บรักษาไว้อย่างดีในก้อนอำพัน ไม่ว่าจะเป็นหมัด, แมลง, กบ ไปจนถึงหางไดโนเสาร์ และฟอสซิลของลูกงูโบราณตัวนี้คือหนึ่งในฟอสซิลชิ้นล่าสุด นับเป็นครั้งแรกที่มีการค้นพบฟอสซิลลูกงูในก้อนอำพัน จากการตรวจสอบลูกงูตัวนี้มีชีวิตอยู่เมื่อ 99 ล้านปีก่อน มันมีความยาวเพียงแค่ 2 นิ้วเท่านั้น มีกระดูกสันหลังรวม 97 ข้อ นักบรรพชีวินวิทยาสันนิษฐานว่ามันเป็นลูกงูที่เพิ่งฟักไม่นาน และในบริเวณไม่ไกลกันนัก ทีมนักวิทยาศาสตร์ยังพบเกล็ดและผิวหนังของงูที่ถูกฝังอยู่ในอำพัน ซึ่งเชื่อกันว่าน่าจะเป็นของงูสายพันธุ์นี้ที่โตเต็มวัยแล้ว ต้องรอดูกันต่อไปว่าจะมีการค้นพบอะไรใหม่ๆ จากเหมืองมหัศจรรย์นี้อีก…   อ่านเพิ่มเติม ฟอสซิลทวดกบโบราณในอำพัน

เฮอร์ริเคนมีผลต่อการคัดเลือกทางธรรมชาติในกิ้งก่า

เฮอร์ริเคนมีผลต่อการคัดเลือกทางธรรมชาติในกิ้งก่า เหตุใดเจ้ากิ้งก่าเหล่านี้จึงถูกนำมาเกาะอยู่บนเสา แล้วถูกเป่าด้วยลมแรงจากเครื่องเป่าใบไม้? นี่อาจดูเหมือนการรังแกสัตว์ แต่แท้จริงแล้วทีมนักวิทยาศาสตร์กำลังทดลองอะไรบางอย่าง… ก่อนที่เฮอร์ริเคนเออร์มา กับเฮอร์ริเคนมารีอาจะเข้าพัดถล่มหมู่เกาะแคริบเบียนในปี 2017 นักวิทยาศาสตร์เดินทางไปที่หมู่เกาะ Turks และหมู่เกาะ Caicos เพื่อศึกษาเกี่ยวกับกิ้งก่าโดยเฉพาะ พวกเขารวบรวมกิ้งก่าอาโนล์จำนวนหนึ่ง และจับพวกมันเข้าร่วมการทดลอง โดยใช้เครื่องเป่าใบไม้จำลองสถานการณ์ว่ากำลังเกิดเฮอร์ริเคนขึ้น เพื่อสังเกตปฏิกิริยาของกิ้งก่า จากการทดลองทีมนักวิทยาศาสตร์พบว่า กิ้งก่าที่มีอุ้งตีน และขาหน้าที่ยาวกว่า มีโอกาสที่จะรอดชีวิตจากเฮอร์ริเคนได้มากกว่า เนื่องจากพวกมันมีความสามารถในการเกาะเกี่ยวเสาได้ดีกว่ากิ้งก่าทั่วไป สิ่งที่เกิดขึ้นนี้บ่งชี้ว่าภัยพิบัติทางธรรมชาติกลายมาเป็นปัจจัยสำคัญที่กดดันให้เกิด “การคัดเลือกทางธรรมชาติ” ของกิ้งก่าเหล่านี้เข้า (กิ้งก่าที่มีอุ้งตีนเล็ก ขาหน้าสั้นไม่สามารถรอดชีวิตจากพายุได้จึงล้มตายไปในที่สุด) ทั้งนี้ในการศึกษาครั้งต่อๆ ไป ทีมนักวิทยาศาสตร์ตั้งใจหาคำตอบเพิ่มเติมว่าภัยพิบัติอื่นๆ เช่น น้ำท่วม ดินถล่ม จะมีผลต่อวิวัฒนาการของสัตว์อย่างไรบ้าง   อ่านเพิ่มเติม ฟอสซิลรอยเท้าเก่าแก่ที่สุดของการวิ่งสองขาในกิ้งก่า