ปลาไหลกัลเปอร์ทำนักวิทยาศาสตร์หยุดหัวเราะไม่ได้ - National Geographic Thailand

ปลาไหลกัลเปอร์ทำนักวิทยาศาสตร์หยุดหัวเราะไม่ได้

ปลาไหลกัลเปอร์ทำนักวิทยาศาสตร์หยุดหัวเราะไม่ได้

ทีมสำรวจใต้ทะเลลึกไม่เคยพบเห็นอะไรแบบนี้มาก่อน จากคลิปวิดีโอแล้วคุณผู้อ่านคิดว่าเจ้าสิ่งมีชีวิตที่มีรูปร่างหน้าตาเหมือนบอลลูนสีม่วงเข้มนี้คือตัวอะไร?

เมื่อมองเข้าไปใกล้ ทีมนักวิทย์จึงได้รู้ว่า ที่แท้เจ้าวัตถุทรงประหลาดนี้คือปลาไหลกัลเปอร์ (Eurypharynx pelecanoides) และส่วนบอลลูนที่เห็นก็คือปากของมัน ปลาไหลกัลเปอร์ที่มีถิ่นอาศัยในเขตใต้ทะเลลึกสามารถอ้าขยายปากของมันออกกว้างเพื่อกินเหยื่อที่มีขนาดใหญ่กว่าตัวมัน ภายในมีฟันซี่เล็กๆ เต็มปากที่ใช้จัดการกับเหยื่อ วิวัฒนาการนี้มีขึ้นเพื่อช่วยให้พวกมันเอาชีวิตรอดจากสภาพแวดล้อมอันยากลำบากของใต้ทะเลลึก นอกจากนั้นมันยังเป็นพวกที่กินไม่เลือกอีกด้วย

ทว่าสำหรับพฤติกรรมของปลาไหลกัลเปอร์ตัวนี้ เนื่องจากไม่มีเหยื่อในปาก ดังนั้นนักวิทยาศาสตร์จึงคิดว่าการพองปากของมันเป็นปฏิกิริยาตอบสนองเมื่อเผชิญกับภัยคุกคาม แน่นอนว่าพวกเขาไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้ รูปร่างที่ทั้งตลกและน่าทึ่งของมันยามขยายปากออกสุดนั้น ทำเอาทีมนักวิจัยถึงกับกลั้นขำไว้ไม่อยู่เลยทีเดียว

 

อ่านเพิ่มเติม

หมึกสาย: นักมายากลแปดหนวด

เรื่องแนะนำ

เผยโฉมฟอสซิลไดโนเสาร์สภาพสมบูรณ์ที่สุดเท่าที่เคยค้นพบ

เผยโฉม ฟอสซิลไดโนเสาร์ สภาพสมบูรณ์ที่สุดเท่าที่เคยค้นพบ คนงานเหมืองในรัฐแอลเบอร์ตา ประเทศแคนาดาพบ ฟอสซิลไดโนเสาร์ ซึ่งมีสภาพดีที่สุดตัวหนึ่งเท่าที่เคยพบมา มันคือโนโดซอร์ (Nodosaur) ไดโนเสาร์หุ้มเกราะชนิดหนึ่งที่กินพืชเป็นอาหาร มีชีวิตอยู่เมื่อราว 110 ล้านปีก่อน เจ้าสัตว์ตัวนี้มีเดือยแหลมยาว 50 เซนติเมตรคู่หนึ่งโผล่ขึ้นมาจากบ่า ตอนมีชีวิต มันมีความยาว 5.5 เมตร และหนักเกือบ 1.3 ตัน ติดตามอ่านเรื่องราวการค้นพบสัตว์ยักษ์ตัวนี้ได้ในนิตยสาร เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย เดือนมิถุนายน 2560

หมาขนเกรียนเม็กซิกันนี้มีประวัติอันยาวนาน

หมาขนเกรียนเม็กซิกันนี้มีประวัติอันยาวนาน สำหรับชนชาติโบราณอย่างชาวแอซเท็กและชาวมายาแล้ว เพื่อนที่ดีที่สุดของพวกเขาคือผู้ติดตามที่ไร้ขนอย่างหมาขนเกรียนเม็กซิกัน พวกมันคอยช่วยเสาะหาอาหารและนำทางพวกเขาไปยังโลกหลังความตาย เพื่อนผู้นี้เป็นที่รู้จักดีในชื่อ สุนัขขนเกรียนเม็กซิกัน หรือ Xoloitzcuintli (อ่านออกเสียงว่า show-low-itz-QUEENT-ly) คำๆ นี้มาจากสองคำรวมกันในภาษาแอซเท็ก คือ Xolotl หมายถึงเทพแห่งแสงสว่างและความตาย ส่วน itzcuintli มีความหมายว่าสุนัข ตามความเชื่อของชาวแอซเท็ก สุนัขสายพันธุ์นี้ถูกสร้างขึ้นโดยเทพเจ้าเพื่อปกป้องและนำทางดวงวิญญาณของมนุษย์ไปยังโลกหลังความตาย Xoloitzcuintli คือหนึ่งในสายพันธู์สุนัขที่เก่าแก่ที่สุดในทวีปอเมริกา นักวิจัยเชื่อว่าบรรพบรุษของพวกมันอพยพมาจากเอเชียและพัฒนาจนเป็นสายพันธุ์ดังกล่าวเมื่อราว 3,500 ปีก่อน สุนัขพันธุ์นี้มีเอกลักษณ์อันโดดเด่นคือไร้ขน (บางชนิดมีขนอยู่หย่อมหนึ่งที่บนหัวและหาง) อันเป็นผลจากวิวัฒนาการซึ่งรวมไปถึงการปราศจากฟันกรามน้อย ลักษณะที่โดดเด่นของฟันนี้ช่วยให้การระบุตัวตนของมันในทางโบราณคดีเป็นไปได้ง่ายดายขึ้น เจ้าสุนัข Xolos ปรากฏตัวบ่อยครั้งผ่านงานศิลปะในยุคเมโซอเมริกัน ด้วยลักษณะที่โดดเด่นคือหูแหลมตั้งและผิวหนังอันไร้ขนของพวกมัน ชิ้นงานที่ถูกพูดถึงบ่อยที่สุดคือรูปปั้นเซรามิกขนาดเล็กที่มีชื่อว่า Colima Dogs ที่ถูกพบทางตะวันตกของเม็กซิโก นักโบราณคดีประเมินว่าในสมัย 300 ปีก่อนคริสต์กาลจนถึงคริสต์กาลที่ 300 กว่า 75% ของการทำพิธีศพจะบรรจุหุ่นจำลองของสุนัขพันธุ์นี้ลงไปด้วย เพื่อช่วยนำทางดวงวิญญาณไปยังโลกหลังความตาย สุนัขสายพันธุ์นี้กลายเป็นที่สนใจเมื่อคณะเดินทางจากยุโรปมาถึงทวีปอเมริกา ในจำนวนนี้รวมไปถึงคริสโตเฟอร์ โคลัมบัสและคณะนักบวชชาวสเปนในศตวรรษที่ 16 ซึ่งมีบันทึกเรื่องราวของสุนัขเหล่านี้ไว้ว่า ชาวแอซเท็กโบราณห่มผ้าให้พวกมันในตอนกลางคืนเพื่อช่วยให้มันอุ่น นอกจากนั้นการที่มันปราศจากขนส่งผลให้ร่างกายของมันเป็นตัวนำความร้อนชั้นดี พวกเขาใช้มันเปรียบเสมือนขวดน้ำร้อนแก่บรรดาผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุ “สุนัขรู้ดีว่าคุณกำลังป่วยอยู่” Kay […]

การสร้างโรงไฟฟ้าพลังน้ำอาจหมายถึงการจากไปอย่างไม่มีวันกลับของอุรังอุตังตาปานูลี

อุรังอุตังตาปานูลี เอปสายพันธุ์ใหม่ที่เพิ่งถูกค้นพบเมื่อปีที่แล้ว อาจจากไปอย่างไม่มีวันกลับ หลังจากการมาของโครงการการสร้างโรงไฟฟ้าพลังน้ำและเขื่อนในเกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย อุรังอุตังตาปานูลี เอปสายพันธุ์ใหม่ที่เพิ่งถูกค้นพบในปี 2560 และยังได้ขึ้นชื่อว่าเป็นเอปที่หายากที่สุดในโลก ดูท่าจะไม่รอดเสียแล้ว หลังจากได้มีโครงการสร้างโรงไฟฟ้าพลังน้ำและเขื่อนมูลค่ากว่า 1.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐท่ามกลางที่อยู่อาศัยที่เหลืออยู่อันน้อยนิดบนเกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย อุรังอุตังตาปานูลีเพียง 800 ตัวเท่านั้นที่ยังคงหลงเหลืออยู่ในป่าบาตังโตรู (Batang Toru) ในจังหวัดสุมาตราเหนือ โดยเป็นจุดที่มีความหลากหลายทางชีวภาพมากที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศอินโดนีเซีย อีกทั้งยังเป็นถิ่นอาศัยของสัตว์ป่าหายากอย่างเช่น เสือสุมาตรา และลิ่นซุนดา (หรือตัวนิ่ม) สัตว์ที่กำลังเผชิญกับความเสี่ยงอย่างรุนแรงต่อการสูญพันธุ์ และในบริเวณเดียวกันได้มีโครงการสร้างเขื่อนและโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ มูลค่ากว่าหลายล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ Indonesia Forum of the Environment กลุ่มสิ่งแวดล้อมที่ใหญ่ที่สุดของประเทศอินโดนีเซีย ได้ออกมาฟ้องร้องดำเนินคดีเพื่อให้หยุดการสร้างเขื่อน โดยมีหลักฐานว่าผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมที่จะตามมาจากโครงการนี้ ที่จะส่งผลกระทบเป็นบริเวณกว้าง อีกทั้ง นักวิทยาศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับโครงการออกมาเปิดเผยว่า ลายเซ็นต์ของเขาถูกปลอมแปลงเพื่อให้การขอรับใบอนุญาตที่สำคัญผ่านการอนุมัติ และเมื่อวันที่ 4 มีนาคม ที่ผ่านมา คณะกรรมการตัดสินได้ออกมาชี้แจงว่า ข้อขัดแย้งและผลกระทบที่องค์กรด้านสิ่งแวดล้อมกล่าวอ้างนั้น ไม่ถือว่าเป็นความจริงแต่อย่างใด ทางองค์กรมีแผนที่จะยื่นอุทธรณ์อย่างแน่นอน “เราจะใช้ช่องทางกฎหมายที่มีอยู่ทั้งหมดในการต่อสู้ครั้งนี้” Dana Prima Tarigan ผู้อำนวยการบริหารขององค์กรสิ่งแวดล้อมในจังหวัดสุมาตราเหนือ กล่าวกับผู้สื่อข่าว ทั้งที่เมื่อประมาณหนึ่งปีที่แล้ว ทั่วโลกเพิ่งจะรับรู้กันว่ามีการค้นพบเอปชนิดใหม่เกิดขึ้น […]

ธรรมเนียมการแข่งขันอูฐ

ธรรมเนียมการแข่งขันอูฐ ใครจะคิดว่าอูฐสามารถทำความเร็วได้มากถึง 65 กิโลเมตรต่อชั่วโมง นอกเหนือจากการเป็นสัญลักษณ์ของการปรับตัวให้สามารถใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางสภาพภูมิอากาศรุนแรงสุดขั้วอย่างทะเลทรายแล้ว อูฐยังเป็นสัตว์สำคัญของมนุษย์ที่อาศัยอยู่ในภูมิภาคตะวันออกกลาง พวกเขาใช้อูฐในการขนส่ง, ใช้เป็นอาหาร ไปจนถึงเป็นความบันเทิง เช่น การแข่งอูฐ ในโอมาน ซึ่งเป็นวัฒนธรรมแบบดั้งเดิมของผู้คนในภูมิภาคอาหรับ จากวิดีโอภาพมุมสูง การแข่งขันครั้งนี้ถูกบันทึกผ่านโดรนให้เรามีโอกาสได้ชมธรรมเนียมของชาวอาหรับกัน ปกติแล้วในการแข่งขันนิยมใช้อูฐหนอกเดียวมากกว่าอูฐสองหนอก ทว่าการแข่งจะต่างจากการแข่งขันสัตว์อื่นๆ เนื่องจากจ็อกกี้จะไม่ขึ้นขี่หลังอูฐ แต่จะใช้รีโมทคอนโทรลควบคุมแส้ให้ตวัดไปมาในอากาศเป็นการสั่งอูฐ โดยจ็อกกี้แต่ละคนนั้นจะนั่งอยู่ในรถยนต์ที่วิ่งขนานไปกับอูฐนั่นเอง หากสงสัยว่าเหตุใดอูฐจึงเอาชีวิตรอดท่ามกลางทะเลทรายได้ และเหล่านี้คือวิวัฒนาการที่มันปรับตัวขึ้นมาโดยเฉพาะ ภายในหนอกของอูฐประกอบด้วยไขมันที่มันจะนำมาใช้เมื่อไม่มีอาหารกิน นอกจากนั้นอูฐยังมีขนตายาวมากเพื่อป้องกันทรายพัดเข้าตา นอกจากนั้นอูฐยังสามารถอุดจมูกได้ทันทีที่ต้องการ พายุทรายจึงไม่มีผลใดๆ กับมัน และพวกมันยังมีมีพื้นเท้าที่กว้างกว่าสัตว์อื่นๆ ช่วยไม่ให้จมลงในทรายอ่อนๆ ได้อีกด้วย   อ่านเพิ่มเติม สัตว์เหล่านี้ดื่มน้ำด้วยวิธีแปลกๆ