ฉลามหูดำ สามารถพบได้ทั่วไปตามแถบชายฝั่งที่มีกระแสน้ำอุ่นทั่วโลก

ข้อมูลทั่วไปของ ฉลามหูดำ

ฉลามหูดำสามารถพบได้ทั่วไปตามแถบชายฝั่งที่มีกระแสน้ำอุ่นทั่วโลก จึงมักพบมันอยู่ใกล้กับผู้คน

ข้อมูลทั่วไป
ชื่อสามัญ: ฉลามหูดำ หรือฉลามครีบดำ (Blacktip Shark)
ชื่อวิทยาศาสตร์: Carcharhinus limbatus
ชั้น: ปลา
การกินอาหาร: สัตว์กินเนื้อ
ความยาว: สูงสุด 2.43 เมตร
น้ำหนัก: 30 ถึง 100 กิโลกรัม

ฉลามหูดำ, ฉลามครีบดำ, แนวปะการัง, ปลาฉลาม, อ่าวมาหยา
ฉลามหูดำตัวหนึ่งกำลังแหวกว่ายอยู่รอบแนวปะการัง เพื่อมองหาโอกาสดีๆ ในการโจมตีเหยื่อ

ที่อยู่อาศัยและการกระจายพันธุ์ 

เป็นสัตว์ที่ชอบอยู่ตามชายฝั่ง น้ำกร่อยแนวป่าชายเลน แนวปะการัง และชายฝั่งน้ำตื้นบริเวณปากแม่น้ำ ในช่วงฤดูร้อน ปลาฉลามหูดำบางตัวจะอพยพไปสู่กระแสน้ำที่เย็นกว่า เช่น แหลมค้อด รัฐแมสซาชูเสตต์ แต่บางตัวก็พบว่าอาศัยอยู่ในกระแสน้ำอุ่นตามแนวเส้นศูนย์สูตรตลอดทั้งปี มีรายงานว่า ปลาฉลามหูดำจะอาศัยอยู่เป็นฝูงแบบแยกเพศ ยกเว้นฤดูกาลผสมพันธุ์

การล่าและอาหาร

บางครั้ง ปลาฉลามหูดำพบได้เหนือผิวน้ำ โดยการกระโจนขึ้นเหนือผิวน้ำ แลัวพลิกตัวกลับลงสู่ผิวน้ำด้วยครีบหลัง การกระโจนเช่นนี้เป็นหนึ่งในกลยุทธ์การล่าเหยื่อที่อยู่ใกล้ๆ ผิวน้ำ ปลาฉลามหูดำมักจะโจมตีเหยื่อจากด้านล่างของเหยื่อ นอกจากฝูงปลาตามชายฝั่งแล้ว อาหารของปลาฉลามหูดำยังมีปลาโรนัน หมึก และครัสตาเชีย (กุ้ง กั้ง และปู) บางชนิด ฉลามหูดำเป็นปลาที่ชอบติดตามเรือประมงและคอยกินปลาที่ชาวประมงคัดทิ้งจากเรือ

การสืบพันธุ์โดยที่เซลล์สืบพันธุ์ไม่ได้ผสมกัน หรือ Parthenogenesis

ในปี 2008 หลักฐานทางพันธุกรรมชี้ให้เห็นว่า ฉลามเพศเมียให้กำเนิดลูกฉลามโดยไม่ได้รับการผสมพันธุ์กับเพศผู้ ทุกวันนี้ยังไม่มีข้อมูลที่ชัดเจนว่าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นบ่อยแค่ไหนในกลุ่มปลาฉลาม (อ่านเพิ่มเติม: ฉลามให้กำเนิดลูกโดยไม่ผ่านการผสมพันธุ์)

ปลาฉลาม, ฉลามหูดำ, ฉลามครีบดำ, ชายฝั่ง, อ่าวมาหยา, ชายฝั่งน้ำตื้น
ฉลามหูดำมีแหล่งอนุบาล และแหล่งอาศัยอยู่บริเวณ้ำตื้น จึงเสี่ยงต่อการคุคามจากิจกรรมของมนุษย์ เช่น การประมงเชิงพานิชย์ และการพัฒนาชายฝั่ง

การสืบพันธุ์

ระหว่างช่วงที่มีการรวมกลุ่มเพื่อผสมพันธุ์ นักวิทยาศาสตร์ได้มีโอกาสสำรวจพฤติกรรมในช่วงนี้ ฝูงฉลามทั้งเพศผู้และเพศเมียจะรวมตัวกันบริเวณชายฝั่งตื้นๆ และสร้างแหล่งอนุบาลตัวอ่อนขึ้น ฉลามเพศเมียจะให้ลูกออกมาประมาณสี่ถึงสิบตัวต่อคอก โดยฉลามเพศเมียจะเริ่มผสมพันธุ์เมื่ออายุได้สี่ปี และจะสืบพันธุ์ปีละครั้งตลอดช่วงชีวิต ลูกของปลาฉลามหูดำจะอยู่ในแหล่งอนุบาลจนกระทั่งเจริญสู่วัยเด็ก ซึ่งเป็นช่วงวัยที่เหมาะสม และมีความสามารถหลบหลีกผู้ล่าได้ (อ่านเพิ่มเติม: ฉลามหูดำว่ายน้ำเป็นระยะทางไกลเพื่อผสมพันธุ์)

การคุกคามและความอยู่รอด

ฉลามที่ชอบอยู่ใกล้แนวชายฝั่งส่งผลให้พวกมันถูกคุกคามจากการพัฒนาของชายฝั่ง (ท่าเรือ, การท่องเที่ยว และการประมง) ซึ่งอาจเป็นการทำลายแหล่งอนุบาลของตัวอ่อน และอาจเกิดปัญหาเรื่องจำนวนประชากรจากการทำประมงเชิงพานิชย์ ทั่วโลก ปลาฉลามหูดำจัดอยู่ในกลุ่มเสี่ยงต่อการถูกคุกคาม ตามบัญชีของไอยูซีเอ็น โดยปัจจัยหลักเกิดจากการล่าเพื่อนำครีบไปประกอบเป็นอาหาร

อ่านเพิ่มเติม: บันทึกภาคสนามนักอนุรักษ์: “ฉลาม” นักล่าผู้ตกเป็นเหยื่อ

ชมวิดีโอการช่วยชีวิต ฉลามหูดำ ได้ที่นี่

เรื่องแนะนำ

เหยื่อจ๋าระวังให้ดี!! ปลาแลมป์เพรย์ แวมไพร์กระหายเลือดแห่งโลกใต้น้ำ

คำเตือน!! โปรดระวังปลาแลมป์เพรย์ให้ดี ในขณะที่คุณไปเที่ยวลำธาร หรือแหล่งน้ำต่างๆ ถ้าคุณไม่อยากเป็นเหยื่อผู้โชคร้ายของแวมไพร์กระหายเลือดแห่งโลกใต้น้ำชนิดนี้

ความประทับใจไม่รู้ลืมจากช่างภาพหมีแพนด้า

Ami Vitale ใช้เวลาสามปีติดตามชีวิตของหมีแพนด้าในประเทศจีน ประสบการณ์ที่เธอได้รับนั้นเต็มไปด้วยความประทับใจ และใครจะคิดว่าการถ่ายภาพแพนด้านั้นไม่ใช่เรื่องง่ายๆ

บรรดาสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบกกำลังสูญเสียชีวิตครั้งใหญ่จากเชื้อก่อโรค

ภาพของกบมากมายที่ตายเนื่องจากเชื้อก่อโรคที่เป็นฟังไจ ไคทริด ชื่อว่า Batrachochytrium dendrobatidis (Bd) ภาพถ่ายโดย JOEL SARTORE, NAT GEO IMAGE COLLECTION ในขณะนี้มีการเปิดเผยว่า เชื้อก่อโรคในสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบกเป็นฟังไจกลุ่ม ไคทริด ทำให้สายพันธุ์ของกบและซาลาแมนเดอร์ลดลงไปอย่างน้อย 501 ชนิด เป็นเวลานับทศวรรษแล้วที่ “เพชฌฆาตเงียบ” ชนิดหนึ่งได้สังหารบรรดากบและซาลาแมนเดอร์รอบโลกด้วยวิธีการกินผิวหนังของพวกมันแบบเป็น ๆ ในขณะนี้ ทีมนักวิทยาศาสตร์ 41 คนจากทั่วโลก ประกาศว่าเพชฌฆาตนี้คือเชื้อก่อโรค (Pathogen) ซึ่งมนุษย์ได้ทำให้มันระบาดไปทั่วโลกโดยไม่ได้ตั้งใจนั้นได้ทำลายความหลากหลายทางชีวภาพของโลกมากกว่าโรคร้ายอื่น ๆ ที่โลกได้บันทึกเอาไว้ งานศึกษาครั้งใหม่ที่ตีพิมพ์ในวารสาร Science เมื่อเร็วๆ นี้ คือการสรุปจำนวนของเชื้อก่อโรค ซึ่งเป็นฟังไจในกลุ่ม ไคทริด (Chytrid) ที่ชื่อว่า Batrachochytrium dendrobatidis (Bd) และ Batrachochytrium salamandrivorans (Bsal) โดยฟังไจ ไคทริด เป็นเหตุให้สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำกว่า 501 ชนิด มีจำนวนที่ลดลง หรือ […]