ข่าวร้ายสำหรับวาฬ: ญี่ปุ่นจะกลับมาเริ่ม การล่าวาฬ เพื่อการพาณิชย์อีกครั้ง

ข่าวร้ายสำหรับวาฬ: ญี่ปุ่นจะกลับมาเริ่ม การล่าวาฬ เพื่อการพาณิชย์อีกครั้ง

ข่าวร้ายสำหรับวาฬ: ญี่ปุ่นจะกลับมาเริ่ม การล่าวาฬ เพื่อการพาณิชย์อีกครั้ง

ญี่ปุ่นประกาศถอนตัวจากคณะกรรมาธิการล่าวาฬระหว่างประเทศหรือไอดับเบิลยูซี (International Whaling Commission: IWC) และจะเริ่ม การล่าวาฬ เพื่อการพาณิชย์ในน่านน้ำของตนและเขตเศรษฐกิจจำเพาะอีกครั้งตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2019 นอกจากนี้ ในแถลงการณ์อย่างเป็นทางการ ญี่ปุ่นจะยุติกิจกรรมการล่าวาฬในมหาสมุทรแอนตาร์กติก (เนื่องจากเป็นเขตน่านน้ำสากลซึ่งปัจจุบันญี่ปุ่นยังคงล่าวาฬอยู่)  และจะล่าวาฬเฉพาะชนิดพันธุ์ที่ประชากรจัดอยู่ในสถานะ “สุขภาพดี” (healthy numbers)

การล่าวาฬ
วาฬมิงค์เช่นตัวที่เห็นอยู่นี้ซึ่งกำลังถูกนำขึ้นฝั่งที่ท่าเรือแห่งหนึ่งในญี่ปุ่น ตกเป็นเป้าของการล่า “เพื่อการวิจัยทางวิทยาศาสตร์” (ภาพถ่าย: KYODO NEWS, GETTY)
การล่าวาฬ
วาฬโบว์เฮดซึ่งอาศัยอยู่ในน่านน้ำเย็นจัดในซีกโลกเหนืออาจมีอายุยืนยาวได้ถึง 200 ปี สภาพแวดล้อมที่เย็นทำให้อุณหภูมิกายลดลง ซึ่งส่งผลให้กระบวนการแมทาบอลิซึมช้าลงตามไปด้วย เนื้อเยื่อต่างๆ จึงเสียหายน้อยลง (ภาพถ่าย: PAUL NICKLEN, NAT GEO IMAGE COLLECTION)

แถลงการณ์ของรัฐบาลญี่ปุ่นยังระบุด้วยว่า “ตลอดประวัติศาสตร์อันยาวนาน ญี่ปุ่นไม่เพียงพึ่งพาวาฬในฐานะแหล่งโปรตีน แต่ยังเพื่อวัตถุประสงค์อื่นๆอีกหลายประการ“

การล่าวาฬเพื่อการพาณิชย์ถูกสั่งห้ามภายใต้ข้อตกลงห้ามล่าวาฬของไอดับเบิลยูซีเมื่อปี 1986 แต่ที่ผ่านมา ญี่ปุ่นอาศัยช่องโหว่ในการล่าวาฬอย่างถูกกฎหมายนับตั้งแต่ปี 1987 โดยอ้างว่าเป็นไปเพื่อการวิจัยทางวิทยาศาสตร์

ขณะที่ไอซ์แลนด์และนอร์เวย์คัดค้านมาตรการห้ามล่า และยังคงล่าวาฬเพื่อการพาณิชย์โดยไม่กล่าวอ้างเหตุผลทางวิทยาศาสตร์

การล่าวาฬ
วาฬหลังค่อมถูกล่าจนเกือบสูญพันธุ์ ประชากรลดลงมากกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ จนกระทั่งมาตรการห้ามล่าเมื่อปี 1966 ช่วยให้ชนิดพันธุ์นี้ฟื้นตัวขึ้น (ภาพถ่าย: MAURICIO HANDLER, NAT GEO IMAGE COLLECTION)

การล่าวาฬเพื่อการพาณิชย์ถูกสั่งห้ามภายใต้ข้อตกลงห้ามล่าวาฬของไอดับเบิลยูซีเมื่อปี 1986 แต่ที่ผ่านมา ญี่ปุ่นอาศัยช่องโหว่ในการล่าวาฬอย่างถูกกฎหมายนับตั้งแต่ปี 1987 โดยอ้างว่าเป็นไปเพื่อการวิจัยทางวิทยาศาสตร์

เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา ชาติสมาชิกส่วนใหญ่ของไอดับเบิลยูซีให้ความเห็นชอบในข้อมติที่ไม่มีการผูกมัดระหว่างการประชุมประจำปีในบราซิลว่า การล่าวาฬเพื่อการพาณิชย์ไม่ใช่กิจกรรมทางเศรษฐกิจที่มีเหตุผลรองรับอีกต่อไป หรือจำเป็นต้องมีการศึกษาวิจัยทางวิทยาศาสตร์

ในญี่ปุ่น ดูเหมือนว่าขณะที่นักการเมืองพยายามหาหนทางเพื่อให้การล่าวาฬดำเนินต่อไป นัดรณรงค์เคลื่อนไหวกลับชี้ว่า การบริโภคเนื้อวาฬนับวันจะมีแต่เสื่อมความนิยมลงไปเรื่อยๆ -สำนักข่าวซีเอ็นเอ็น

การล่าวาฬ
วาฬไรต์ถิ่นใต้สบตากับนักดำน้ำบนพื้นทรายก้นทะเลนอกชายฝั่งหมู่เกาะโอ๊กแลนด์ ประเทศนิวซีแลนด์ วาฬไรต์โตเต็มวัยอาจมีความยาวกว่า 16 เมตร และหนักได้ถึง 60 ตัน (ภาพถ่าย: BRIAN SKERRY, NAT GEO IMAGE COLLECTION)

 


อ่านเพิ่มเติม

ฤดูกาลแห่งการล่าวาฬ: วิถีและประเพณีอันเก่าแก่ของชนพื้นเมืองในอลาสกา

เรื่องแนะนำ

แกะรอยงาช้างเถื่อน

แกะรอย งาช้างเถื่อน ตอนที่พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาอเมริกันต้องการปรับปรุงห้องจัดแสดงสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมจากทวีปอเมริกาเหนือให้ทันสมัย จอร์จ ดันเต นักสตัฟฟ์สัตว์ ได้รับมอบหมายงานนั้น แต่นักสตัฟฟ์สัตว์ฝีมือระดับโลกอย่างดันเตไม่เคยทำสิ่งที่ผมขอให้เขาทำ และไม่มีใครเคยทำสิ่งนี้มาก่อน ผมอยากให้ดันเตออกแบบงาช้างจำลองซึ่งมีหน้าตาและผิวสัมผัสเหมือนงาช้างของจริง แล้วฝังอุปกรณ์ติดตามผ่านดาวเทียมและระบบจีพีเอสที่สั่งทำขึ้นเป็นพิเศษไว้ภายใน  ในโลกของอาชญากร งาช้างไม่ต่างอะไรจากเงินตรา ดังนั้นจึงเท่ากับว่าผมกำลังขอให้เขาพิมพ์ธนบัตรปลอมเพื่อให้ผมติดตามและแกะรอยได้นั่นเอง ผมจะใช้งาช้างของเขาไล่ล่าพรานฆ่าช้าง และแกะรอยเส้นทางขบวนการค้างาช้างเถื่อนว่า สินค้าเหล่านี้ลงเรืออะไร ออกจากท่าเรือแห่งไหน ผ่านเมืองและประเทศใดบ้าง และมีจุดหมายปลายทางอยู่ที่ใด พ่อค้างาช้างจะทดสอบสินค้าโดยใช้มีดขูดผิวงาหรือเอาไฟลน งาช้างก็คือฟันดีๆ นี่เอง เพราะฉะนั้นจึงไม่ละลาย งาของผมต้องมีคุณสมบัติเหมือนงาช้าง “และผมต้องหาวิธีทำให้มันแวววาวด้วยสินะ” ดันเตเอ่ย เขาหมายถึงความเงางามของงาช้างที่ได้รับการทำความสะอาดแล้ว จอร์จ ดันเต ก็เหมือนคนอีกมากมายในโลกที่รู้ว่า ช้างแอฟริกาถูกล่าอย่างหนัก ความนิยมในงาช้างที่ดูเหมือนไม่รู้จักพอของชนชั้นกลางชาวจีนที่เติบโตขึ้น กอปรกับปัญหาความยากจนในแอฟริกา การบังคับใช้กฎหมายที่ย่อหย่อนและฉ้อฉล ทั้งหมดเป็นปัจจัยที่เกื้อหนุนให้สถานการณ์สุกงอม ส่งผลให้ช้างแอฟริกาถูกฆ่า ปีละประมาณ 30,000 ตัว งาช้างผิดกฎหมายส่วนใหญ่มีจุดหมายปลายทางอยู่ที่จีนที่ซึ่งตะเกียบงาคู่หนึ่งอาจมีราคาสูงกว่าหนึ่งพันดอลลาร์สหรัฐ และงาช้างแกะสลักขายได้กิ่งละหลายแสนดอลลาร์สหรัฐ ปัจจุบัน ภูมิภาคแอฟริกาตะวันออกคือแดนวิกฤติของการฆ่าช้าง เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา รัฐบาลแทนซาเนียประกาศว่า ประเทศสูญเสียช้างถึงร้อยละ 60 ในช่วงห้าปีที่ผ่านมา โดยลดลงจาก 110,000 ตัวเหลือไม่ถึง 44,000 ตัว ในช่วงเวลาเดียวกัน […]

ปากของไฮดราเป็นอย่างไร?

ปากของไฮดราเป็นอย่างไร? ไฮดราคือสัตว์น้ำขนาดจิ๋วผู้เป็นญาติกับแมงกะพรุน เพียงแต่ว่ามันตัวเล็กมากกว่าหลายเท่า และด้วยลำตัวที่ใสจึงยากแก่การมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า นักวิทยาศาสตร์สงสัยว่าไฮดรากินอาหารอย่างไร และปากของมันหายไปไหนเมื่อกินอาหารเสร็จ คำตอบอยู่ในฟุตเทจนี้ เมื่อจับเหยื่อได้ด้วยหนวดของมัน ไฮดราจะเปิดปากของมันออกและกินเหยื่อเข้าไป ภายในตัวของไฮดราจะประกอบด้วยเซลล์จำนวนมากที่เรียงตัวกันเป็นเนื้อเยื่อสองชั้น คือชั้นนอกที่ทำหน้าที่รับสัมผัส และชั้นในซึ่งทำหน้าที่ย่อยอาหาร ส่วนสาเหตุที่ปากของมันไม่เคยปรากฏให้เห็นก็เพราะปากของไฮดราเกิดจากเซลล์ที่เปลี่ยนรูปร่างและยืดออกเมื่อต้องการกินอาหาร และหายไปเมื่ออาหารเข้าไปในช่องว่างภายในตัวแล้ว เซลล์ของมันทำงานคล้ายกับเซลล์ม่านตาของมนุษย์ที่ขยายเข้าและออกตามปริมาณแสง แต่ทำไมไฮดราจึงวิวัฒนาการมาให้มีวิธีกินอาหารเช่นนี้…เรื่องนั้นยังคงเป็นปริศนา   อ่านเพิ่มเติม สัตว์เหล่านี้ดื่มน้ำด้วยวิธีแปลกๆ

ชีวิตต้องสู้! ลูกสัตว์เหล่านี้เติบโตโดยปราศจากความช่วยเหลือจากพ่อแม่

โดย ลิซ แลงเลย์ “มีแม่นกไล่ลูกตนเองออกจากรังหรือไม่?” คำถามแปลกๆ เกี่ยวกับสัตว์ประจำสัปดาห์นี้ โดย ฮันน่า ผู้อ่านจากทางบ้าน เดเนียล โรบี้ ผู้ศึกษานกวิทยาจากมหาวิทยาลัยรัฐโอเรกอนตอบคำถามนี้โดยระบุว่าตัวเขาไม่เคยเห็นพฤติกรรม หรือบันทึกใดๆ ว่านกทำแบบนั้น “บรรดานักพ่อแม่จะเรียกลูกๆ ของมันมาเกลี้ยกล่อมให้พวกมันออกไปจากรังเสีย เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม” คำถามดังกล่าวสร้างความสงสัยคาใจ “อะไรผลักดันให้ลูกสัตว์ออกไปเผชิญโลกภายนอก ก่อนที่พวกมันจะพร้อมเสียอีก?”   นกเมกาพอด (Megapodes) นกส่วนใหญ่ได้รับการดูแลจากพ่อแม่เมื่อมันยังมีอายุน้อย แต่สำหรับนกในกลุ่มเมกาพอด สัตว์ประเภทไก่ที่มีถิ่นอาศัยอยู่ทางตะวันออกของออสเตรเลีย, นิวกินี, อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์เหล่านี้ เป็นข้อยกเว้น “นกพวกนี้ไม่แม้แต่ฟักไข่ของพวกมัน” โรบี้กล่าว ตรงกันข้ามพวกมันสร้างเนินดินจากเศษไม้ และนำไข่เข้าไปวางไว้ในนั้น ซึ่งข้อมูลจากคู่มือชีววิทยานกนั้นกล่าวไว้ว่า เนินของพวกมันมีขนาดใหญ่เท่าๆ กับรถยนต์เลยทีเดียว พ่อแม่นกจะควบคุมอุณหภูมิด้วยการเปลี่ยนพืชที่ปกคลุมเนิน และเมื่อไข่ฟักเป็นตัวพวกมันจะขุดออกมาจากเนินและวิ่งตรงเข้าไปในพงหญ้า โดยไม่เคยได้เห็นหน้าพ่อแม่ของพวกมัน จากนั้นใน 24 ชั่วโมง ลูกนกก็จะบินได้   กิ้งก่าเวสเทิร์นเฟนซ์ ในทางตรงกันข้ามกิ้งก่าส่วนใหญ่ “วางไข่ กลบซ่อนไข่ของมันและจากไป” Nassima Bouzid นักศึกษาระดับปริญญาเอกจากมหาวิทยาลัยวอชิงตันกล่าว เนื่องจากว่าพวกมันมี Cloaca ช่องเปิดที่เป็นท่อรวมกันของระบบสืบพันธุ์และระบบขับถ่ายของเสีย […]