ปลากัด : มีกี่ชนิดสายพันธุ์ พร้อมเหตุผลว่าทำไมถึงได้รับเลือกให้เป็นสัตว์น้ำประจำชาติ

ปลากัด : เหตุใดจึงได้รับเลือกให้เป็นสัตว์น้ำประจำชาติ

ปลากัด เป็นสัตว์น้ำสวยงามที่สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยมาอย่างยาวนาน เนื่องจากมีสีสันสวยงามสะดุดตาและจัดว่าเป็นยอดนักสู้ตัวฉกาจ

หากพูดถึงปลากัด ภาพที่หลายคนนึกถึงปลาสวยงามที่แหวกว่ายในโหลขนาดเล็ก และเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา คณรัฐมนตรีมีมติอนุมัติให้ ปลากัดไทย ขึ้นแท่นเป็น “สัตว์น้ำประจำชาติ” เป็นที่เรียบร้อย เนื่องด้วยเอกลักษณ์ที่โดดเด่น พร้อมทั้งสะท้อนถึงความเป็นไทย อีกทั้งยังมีประโยชน์อย่างมากในด้านเศรษฐกิจอีกด้วย

ข้อมูลทั่วไป 

ปลากัดไทย (Siamese Fighting Fish) มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Betta Splendens

ปลากัดจะมีนิสัยที่ดุร้าย ไม่นิยมเลี้ยงร่วมกันในโหลหรือขวดแก้วขนาดเล็ก เพราะมักจะไล่กัดกันเองอยู่เป็นประจำ การเลี้ยงปลากัดจึงมีความจำเป็นที่จะต้องเลี้ยงไว้เพียงตัวเดียวเท่านั้นต่อหนึ่งขวดโหล ทั้งนี้เพราะจะทำให้ตัวปลากัดรู้สึกว่าสามารถสร้างอาณาเขตของตัวเองได้ ส่งผลให้ปลากัดมีสีสันสดใสสวยงาม โดยจุดประสงค์เดียวของการนำปลากัดสองตัวมาไว้ในขวดโหลเดียวกันคือ การเพาะพันธุ์ ซึ่งถึงอย่างไรก็ควรได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด

ปลากัด
ปลากัดโตเต็มวัยจะมีขนาดความยาวที่อยู่ประมาณ 6-7 เซนติเมตร (ในภาพเป็นชนิดปลากัดหูช้าง)

ปลากัดไทย เป็นสัตว์ท้องถิ่นบริเวณลุ่มแม่น้ำแม่กลอง มักพบได้ตามแม่น้ำเจ้าพระยาในประเทศไทย ปัจจุบันถูกจัดไว้ในประเภทสิ่งมีชีวิตที่เกือบอยู่ในข่ายใกล้การสูญพันธุ์

ทำไมถึงได้รับเลือกให้เป็นสัตว์น้ำประจำชาติ 

ปลากัดไทย มีความเกี่ยวเนื่องในด้านของวัฒนธรรมของไทยเป็นอย่างมาก อีกทั้งยังพบหลักฐานว่าปลากัดไทยได้ปรากฏอยู่ในบทประพันธ์ วรรณคดีไทย และประวัติศาสตร์ไทยมานานกว่าร้อยปี

ปลากัด
การกัดปลานับเป็นเกมกีฬายอดนิยมกันในหมู่คนไทยมาเป็นเวลานาน
ขอบคุณภาพจาก มูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์

นอกจากนี้ในด้านของความเป็นเจ้าของ เนื่องด้วย “ปลากัดไทย” เป็นชื่อที่บ่งบอกถึงความเป็นเจ้าของของคนไทย อีกทั้งยังได้รับการยอมรับในด้านวิชาการและในวงการวิชาการด้านสัตว์น้ำอีกด้วย อีกทั้งแม่น้ำเจ้าพระยาในประเทศไทย ยังเป็นแหล่งที่ปลากัดไทยอาศัยอยู่อย่างชุกชุมอีกด้วย

สุดท้ายคงหนีไม่พ้นเรื่องของเศรษฐกิจ ประโยชน์ที่ได้รับจากการประกาศให้ปลากัดเป็นสัตว์น้ำประจำชาติ มีอยู่เป็นจำนวนมาก อาทิเช่น การรักษาพันธุ์พัฒนาปลากัดไทยให้ดียิ่งขึ้น กาส่งเสริมการเลี้ยงปลากัด รวมไปถึงประโยชน์ในเรื่องเชิงพาณิชย์

ผลประโยชน์ด้านเศรษฐกิจ 

เป็นเรื่องที่น่าเหลือเชื่ออย่างยิ่งที่ปลากัดตัวเล็กๆ จะสามารถสร้างเม็ดเงินให้แก่ประเทศได้เป็นจำนวนมาก เมื่อสองปีที่แล้วด่านตรวจสัตว์น้ำท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ได้ออกมาเปิดเผยตัวเลขการส่งออกสัตว์น้ำสวยงาม 10 อันดับแรก พบว่า ปลากัด มีปริมาณการส่งออกสูงสุดถึงกว่า 23 ล้านตัว คิดเป็นมูลค่ากว่า 130 ล้านบาท ทิ้งห่างอันดับ 2 อย่าง ปลาหางนกยูง ที่มีมูลค่าการส่งออกอยู่ที่ราวๆ 14 ล้านตัว เกือบเท่าตัว

ปลากัดจัดว่าเป็นปลาที่ติดตลาดทั้งภายในและตลาดภายนอกประเทศสามารถจำหน่ายได้ตลอดทั้งปี

จ้องตากันแล้วท้องจริงหรือ 

ไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด เพราะปกติแล้ว ปลากัดตัวผู้จะจ้องตาตัวเมียเพื่อกระตุ้นให้ตัวเมียสร้างไข่ในท้องเท่านั้น ก่อนที่ตัวผู้จะทำการรัดตัวเมียเพื่อให้ไข่ออกมา จากนั้นตัวผู้จึงปล่อยน้ำเชื้อใส่ไข่ แล้วอมไข่ไปพ่นติดกับหวอดที่ก่อไว้บริเวณผิวน้ำ ทำขั้นตอนทั้งหมดนี้ซ้ำๆ จนไข่ของตัวเมียหมดท้อง และสุดท้ายตัวผู้ก็จะคอยดูแลจนกว่าไข่จะฟักออกมาเป็นตัว ทั้งหมดนี้เรียกว่าการปฏิสนธิภายนอก

สายพันธุ์ปลากัด 

  1. ปลากัดจีน เรียกอีกอย่างว่าปลากัดครีบยาว หางกรุยกรายโคนห่างมีขนาดใหญ่แล้วแล้วค่อยๆเรียวเล็ก
  2. ปลากัดหม้อ ลำตัวเป็นสีดำคล้ำ ดูหนา และบึกบึน
  3. ปลากัดฮาล์ฟมูน เป็นสายพันธุ์ที่ถูกพัฒนาโดยชาวยุโรป ขอบหางเรียบ ก้านหางแตกออกมา 4 ก้าน เหยียดออกมาคล้ายพระจันทร์ครึ่งดวง

    ปลากัด
    ปลากัดฮาล์ฟมูน (Halfmoon) หรือชื่อเรียกอีกชื่อว่า “ปลากัดหางพระจันทร์ครึ่งดวง”
  4. ปลากัดคราวน์เทล เป็นสายพันธุ์ที่ถูกพัฒนาโดยชาวอินโดนีเซีย มีครีบและห่างที่ได้สัดส่วน ขอบหางจักเป็นริ้วเว้าลึกคล้ายกับมงกุฎ
  5. ปลากัดดับเบิลเทล หรือปลากัดสองหาง มีแฉกหางบนกับหางล่างดูคล้ายรูปหัวใจ
  6. ปลากัดยักษ์ ถูกพัฒนาสายพันธุ์โดยชาวไทย ลำตัวมีขนาดใหญ่กว่าธรรมดาถึง 2 เท่า
  7. ปลากัดหูช้าง มีเอกลักษณ์คือ มีครีบหูขนาดใหญ่

ขอขอบคุณข้อมูลจาก บ้านและสวน ในเรื่องของชนิดสายพันธุ์ปลากัด

***แปลและเรียบเรียงโดย รชตะ ปิวาวัฒนพานิช
โครงการนักศึกษาฝึกงาน กองบรรณาธิการ นิตยสารเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย 


อ่านเพิ่มเติม :

สัตว์มหัศจรรย์เหล่านี้สูญพันธุ์เพราะมนุษย์

สัตว์มหัศจรรย์

 

 

เรื่องแนะนำ

เสือจากัวร์ล่าจระเข้เป็นอาหาร

คุณคิดว่าระหว่างเสือจากัวร์กับจระเข้เคแมน ใครกันแน่ที่อยู่บนจุดสูงสุดของห่วงโซ่อาหาร? ที่ริมฝั่งแม่น้ำในป่าดิบชื้นของบราซิล  เสือจากัวร์ตัวหนึ่งกำลังมองหาเหยื่อ เช่นเดียวกันกับจระเข้เคแมนที่กำลังว่ายช้าๆ อยู่ในน้ำ มันกำลังมองหาเหยื่อเช่นกัน ไม่ว่าสิ่งนั้นจะเป็นอะไรก็ตาม หากตกลงมาในน้ำนั่นหมายถึงวาระสุดท้ายของชีวิต เสือจากัวร์หนุ่มเดินมาจนถึงขอบตลิ่ง และมันกำลังเฝ้ารอ เมื่อจระเข้เคแมนว่ายผ่านมา เจ้าจากัวร์ก็กระโจนลงไปในน้ำและใช้ขากรรไกรอันแข็งแรงของมันงับคอจระเข้เคแมนขึ้นฝั่ง ทีนี้เห็นแล้วใช่ไหมว่าใครคือผู้อยู่ ณ จุดสูงสุดของห่วงโซ่อาหารตัวจริง   อ่านเพิ่มเติม : พาไปชมตลาดค้าอวัยวะของเสือจากัวร์, อาณาจักรที่หดหาย ของเสือจากัวร์

ช่วยด้วย! ช้างตกทะเล

เจ้าช้างตัวนี้ถูกน้ำทะเลพัดออกจากฝั่งเกือบ 15 กิโลเมตร (8 ไมล์ทะเล) ขณะเดินข้ามข้ามทะเลสาบน้ำเค็มชายฝั่ง Kokkilai เพื่อไปยังป่าอีกฝั่งหนึง เจ้าหน้าที่ลาดตระเวนพบช้างตัวดังกล่าวกำลังพยายามลอยตัวในทะเลจากฝั่งทางตะวันออกเฉียงเหนือของศรีลังกา  เจ้าช้างเกือบจะจมน้ำ ได้แต่ชูงวงไว้หายใจและเหนื่อยอ่อน  เจ้าหน้าที่ทหารเรือของศรีลังการเชื่อว่าช้างตัวดังกล่าวพยายามข้ามสันดอนทะเลสาบน้ำเค็มชายฝั่ง Kokkilai ซึ่งอยู่ตรงกลางของเขตรักษาพันธุ์สัตว์และระหว่างผืนป่าสองแห่งที่บรรดาช้างใช้เป็นทางลัดเดิน กระทั่งว่ายน้ำข้ามเป็นประจำ เจ้าหน้าที่ทหารเรือในชุดประดาน้ำต้องว่ายน้ำจากเรือเพื่อคล้องเชือกรอบตัวช้าง  อีกคนต้องขึ้นขี่หลังนำทางเจ้าช้างหลงทะเลกลับขึ้นฝังอย่างปลอดภัย เรื่องช้างว่ายน้ำไม่ได้เป็นเรื่องแปลกประหลาด  สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดใหญ่อย่างช้างลอยตัวในน้ำและว่ายน้ำได้โดยอาศัยงวงช่วยหายใจ และช้างถือเป็นนักว่ายน้ำที่เก่งที่สุดในบรรดาสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่อาศัยอยู่บนบก ถ้าไม่นับนักกีฬาว่ายน้ำมืออาชีพ  ช้างอินเดียชื่อราชัน วัย 66 ปีที่เพิ่งล้มไปเมื่อปีก่อน ก็เป็นนักว่ายน้ำผู้โด่งดังในยูทูป  แต่หากช้างต้องว่ายน้ำทะเลต่อเนื่องกันนานเกินไป มันจะเหนื่อยมากเนื่องจากใช้พลังงานมากเกินไปในการเอาชีวิตให้รอด และน้ำทะเลก็เป็นอันตรายต่อผิวช้าง หากมันต้องแช่อยู่นานๆ  ในศตวรรษที่ผ่านมา ประชากรช้างศรีลังกาลดลงถึงร้อยละ 65 เพราะการตัดไม้ทำลายป่า  ปัจจุบันช้างศรีลังการถูกคุ้มครองตามกฎหมาย เรื่อง ซาร่าห์ กิบเบ็น   อ่านเพิ่มเติม : แกะรอยงาช้างเถื่อน, ฮัดเช้ย! ขอน้ำมูกหน่อยนะ : นักวิทยาศาสตร์ใช้โดรนเก็บน้ำมูกวาฬ, จะเป็นอย่างไร? เมื่อทดลองตั้งกล้องถ่ายต้นไม้ไว้ 1 ปี

พบปลาปากคมน้ำลึกในออสเตรเลีย

การเดินทางสำรวจระยะเวลาหนึ่งเดือนใต้มหาสมุทรลึกของออสเตรเลียทำให้พบสิ่งมีชีวิตน้ำลึกหลายตัว ที่หน้าตาเหมือนหลุดออกมาจากหนังสยองขวัญ โดยทีมนักวิจัยบนเรือ Investigator จากสำนักงานทะเลแห่งชาติออสเตรเลีย (Australian Marine National Facility) ค้นพบปลามังกร (Dragonfish) ที่เรืองแสงได้ในที่มืด ฟองน้ำกินเนื้อที่มีอาวุธร้ายแรง แมงมุมทะเลที่ชวนขนหัวลุก และปลาไร้หน้า “วุ้นกับเขี้ยว” คือชื่อที่ทิม โอ’ฮารา หัวหน้าทีมนักวิทยาศาสตร์ ใช้เรียกสิ่งมีชีวิตอันน่าสะพรึงกลัวที่สุดในการค้นพบครั้งนี้ นั่นคือปลาไล้กอ หรือปลาปากคม ปลาตัวนี้ติดมากับอวนลากคานถ่าง (beam trawl) ที่ลากผ่านก้นสมุทรด้านตะวันออกของออสเตรเลีย จอห์น โพโกนอสกี จาก Australian National Fish Collection รู้ทันทีที่เห็นมันว่า นี่คือปลาที่มีโอกาสเห็นและจับตัวได้ยากมาก “ผมสังเกตเห็นครีบหลังยาวของมัน ซึ่งเป็นลักษณะของ Bathysaurus ferox (ปลาอีกเพียงชนิดเดียวในสกุลนี้คือ Bathysaurus mollis มีครีบหลังสั้น และครีบหลังอันที่สองที่เล็กมากตรงใกล้หาง)” โพโกนอสกีบอกว่า “ดวงตาโตกับฟันซี่ใหญ่เป็นลักษณะเด่นของนักล่าที่ชอบซุ่มโจมตีครับ” ปลาปากคม Bathysaurus ferox น้ำลึกนี้อาจโตจนมีขนาดใหญ่ได้ถึง 60 เซนติเมตร และนอกจากปากที่เต็มไปด้วยฟันแหลมคมแล้ว พวกมันยังมีดวงตาสีดำอมเขียวที่ยื่นออกมาจากส่วนหัวอีกด้วย เราอาจพบปลาชนิดนี้ได้ที่ระดับความลึก […]