การแพทย์แผนจีน คุกคามชีวิตเหล่าสัตว์ป่า - National Geographic Thailand

การแพทย์แผนจีนคุกคามชีวิตเหล่าสัตว์ป่า

ร้านค้าร้านนี้ตั้งอยู่ในตลาด ณ เมืองกว่างโจว ประเทศจีน ซึ่งมีความชำนาญด้านอวัยวะของกวาง รวมไปถึงเขากวางและเส้นเอ็นเพื่อนำมาใช้เป็นยาจีนสูตรดั้งเดิม

ภาพถ่ายโดย FRITZ HOFFMANN

การแพทย์แผนจีน คุกคามชีวิตเหล่าสัตว์ป่า

การดูแลสุขภาพแบบดั้งเดิมที่เก่าแก่ที่สุดในโลก

กลายเป็นตัวขับเคลื่อนให้สัตว์หลากหลายชนิดเข้าข่ายสูญพันธุ์

การแพทย์แผนจีน หรือที่รู้จักกันในชื่อ TCM (Traditional Chinese Medicine) เป็นระบบการรักษาสุขภาพที่ย้อนกลับไปในช่วงศตวรรษที่สามก่อนคริสตกาล โดยระบบนี้พัฒนามาจากงานเขียนของหมอโบราณ ซึ่งเป็นผู้ริเริ่มบันทึกจากการสังเกตส่วนต่างๆ ของร่างกาย หน้าที่ และปฏิกิริยาต่อการรักษาและการบำบัด รวมถึงวิธีรักษาด้วยสมุนไพร การนวดและการฝังเข็ม เป็นเวลามากกว่า 2,000 ปีที่เหล่าบรรดาหมอและนักวิชาการรุ่นต่อๆ มาได้ศึกษาและกลั่นกรองความรู้ ซึ่งผลลัพธ์คือหลักการของวรรณกรรมที่เกี่ยวข้องกับปัญหาสุขภาพทุกประเภทตั้งแต่โรคไข้หวัดจนถึงมะเร็ง ภาวะตั้งครรภ์จนถึงโรคในวัยชรา

ถึงแม้ว่าประเทศจีนจะมีวิชาแพทย์ที่ยึดตามหลักวิทยาศาสตร์มาอย่างช้านาน แต่การแพทย์แผนจีนก็ยังคงเป็นที่นิยมทั่วทุกภูมิภาคและมักถูกเสนอให้ใช้ในโรงพยาบาล หรือตามคลินิก ควบคู่ไปกับการรักษาทางการแพทย์ซึ่งใช้หลักทางวิทยาศาสตร์ นอกจากนี้การแพทย์แผนจีนยังเป็นที่นิยมของประชาชนกว่า 180 ประเทศทั่วโลกและสร้างรายได้ทางอุตสาหกรรมเป็นจำนวนเงินราวๆ หกหมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี

ทั้งที่การรักษาเช่นนี้คงอยู่กับมนุษย์มาหลายชั่วอายุคน แต่ความนิยมนั้นเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ อย่างไรก็ตาม วงการแพทย์อย่างชุมชนการอนุรักษ์สำหรับการใช้สารที่ได้มาจากสัตว์กลับวิพากษ์วิจารณ์ว่า ยาจีนแผนโนราณนั้นขาดประสิทธิภาพในการใช้งาน

การแพทย์แผนจีน
เกล็ดของตัวนิ่มที่บรรจุอยู่ในโหลแก้วนำมาใช้เป็นส่วนผสมในการทำยาจีนแผนโบราณ โดยตัวนิ่มนับว่าเป็นหนึ่งในสัตว์ที่มักถูกล่าอยู่บ่อยครั้ง และมีความเชื่อที่ว่าเกล็ดของมันมีสรรพคุณช่วยรักษาโรค แม้ว่าจะไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์มาพิสูจน์ได้ก็ตาม

 

ผลกระทบของการรักษาด้วยการแพทย์แผนจีนส่งผลต่อสัตว์

ความต้องการผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์แผนจีนที่เพิ่มสูงขึ้นส่งผลกระทบต่อสัตว์หลากหลายสายพันธุ์ ในบางกรณี การล่าสัตว์เพื่อนำอวัยวะมาประกอบเป็นยาจีนโบราณเป็นสาเหตุหลักอันทำให้สัตว์เผชิญความเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์

ตัวอย่างเช่น ตัวนิ่ม (pangolin) จำนวนกว่าล้านตัวที่ถูกลักลอบล่าสัตว์ในปี 2000 และ 2013 ซึ่งเกล็ดบนลำตัวของสิ่งมีชีวิตเหล่านี้จะถูกบดเป็นผงเพื่อนำไปช่วยรักษาโรคไขข้อและโรคภัยไข้เจ็บอื่นๆ นอกจากนี้ การล่านอแรดและกระดูกเสือ นั้นเป็นที่ต้องการอย่างมาก เพราะประชาชนส่วนหนึ่งเชื่อว่ามันช่วยรักษาอาการเจ็บป่วยให้หายได้

อย่างไรก็ตาม หลักฐานทางวิทยาศาสตร์ยังไม่เพียงพอที่จะแสดงให้เห็นว่าการรักษาเหล่านี้มีประสิทธิภาพ เพราะในบางกรณีผู้ป่วยอาจเห็นผลลัพธ์เนื่องจากผลของยาหลอก (ยาซึ่งไม่มีฤทธิ์ทางยา) ต่อมาคือหมีหมา (Malayan sun bear) และ หมีควาย (Asiatic Black Bear) ต้องถูกสกัดน้ำดีออกจากถุงน้ำดีเพื่อนำไปปรุงยาบำรุงตับของมนุษย์ และช่วยในการรักษาโรคต่างๆ โดยในระหว่างกระบวนการอันทรมาน หมีเหล่านี้จะถูกจับขังอยู่ในกรงขนาดเล็ก จากนั้นมีสายหรือท่อที่สอดเข้าไปในลำตัวของพวกมันเพื่อกลั่นน้ำดีออกมา

 

การแพทย์แผนจีน
ด้านซ้าย: หมีหมา (ชื่อทางวิทยาศาสตร์ Ursus malayanus)
ด้านขวา: หมีควาย (ชื่อทางวิทยาศาสตร์ Ursus thibetanus)
ในปัจจุบัน สัตว์ทั้งสองชนิดกำลังถูกคุกคามจากผู้ลักลอบค้าสัตว์

ลดใช้ยาจีนแผนโบราณ

จากวิกฤตมากมายที่มีผู้บุกรุกป่าเพื่อเข้าไปล่าสัตว์ ทำให้หลากหลายประเทศร่วมกันรณรงค์หยุดเข่นฆ่าหรือจับสัตว์เพื่อนำไปใช้ประโยขน์ในทางการแพทย์แผนโบราณ สนธิสัญญาไซเตส (the Convention on International Trade in Endangered Species of Wild Fauna and Flora) ได้สั่งห้ามไม่ให้ค้าขายสัตว์หรืออวัยวะของสัตว์ใดๆ ทั้งสิ้น แม้ว่าจะมีกฎระเบียบเผยแพร่ออกมา การลักลอบค้าสัตว์ป่าก็ยังมีให้เห็นในข่าวอย่างเช่นทุกวัน  ยาจีนแผนโบราณจึงกลายเป็นสินค้าในตลาดมืดแสนอันตรายที่สร้างมูลค่ามหาศาล

ชุมชนมากมายที่เคยมีประวัติการใช้ยาจีนแผนโบราณจึงพยายามยกเลิกใช้ยาเหล่านี้ ในปี 1993 นอแรดและกระดูกเสือถูกถอดออกจากตำรับการแพทย์แผนจีน และในปี 2010 สมาคมแพทย์แผนจีนได้ออกแถลงการณ์กระตุ้นให้สมาชิกหยุดใช้กระดูกเสือหรือส่วนอื่นๆ จากสัตว์ใกล้สูญพันธุ์

นักธุรกิจในประเทศจีน รวมไปถึงประเทศต่างๆ ในทวีปเอเชียได้เริ่มทำฟาร์มหมีและฟาร์มเสือซึ่งได้รับอนุมัติจากรัฐบาลเพื่อป้องกันการลักลอบค้าสัตว์ป่า อย่างไรก็ตามวิธีเช่นนี้กลับไม่สามารถแก้ปัญหาได้ เพราะมีหลักฐานแสดงให้เห็นว่าสัตว์จำนวนมากใน “ฟาร์ม” ที่ถูกจับมาจากป่าอาจได้รับการเลี้ยงดูอย่างไร้มนุษยธรรมและมักถูกฆ่าเพื่อนำชิ้นส่วนไปเป็นสินค้าส่งสู่ตลาดมืด

เรื่อง Jani Actman

***แปลและเรียบเรียงโดย กุลธิดา ปัญญาเชษฐานนท์
โครงการนักศึกษาฝึกงาน กองบรรณาธิการ นิตยสารเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย 


อ่านเพิ่มเติม

ถอดรหัส แพทย์แผนจีน : ตำรายาหลวงจักรพรรดิมังกร

เรื่องแนะนำ

การสูญพันธุ์ : เราสูญเสียอะไร เมื่อชนิดพันธุ์อันตรธาน

มาเลเซียเพิ่งสูญเสียแรดสุมาตราหรือกระซู่ตัวสุดท้าย และโลกก็อาจสูญเสียแรดขาวเหนือไปตลอดกาล เมื่อเพศผู้ตัวสุดท้ายเพิ่งตายลงเมื่อไม่นานมานี้ ชะตากรรมเดียวกันนี้กำลังเกิดขึ้นกับสัตว์โลกอีกมากมาย องค์การระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติหรือไอยูซีเอ็น (International Union for Conservation of Nature: IUCN) ขึ้นบัญชีชนิดพันธุ์และชนิดพันธุ์ย่อยของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมกว่า 200 ชนิดว่ามีสถานภาพใกล้สูญพันธุ์อย่างยิ่ง บางชนิด เช่น โลมาแม่น้ำแยงซี แม้ไม่ได้รับการประกาศอย่างเป็นทางการว่าสูญพันธุ์ แต่ก็อาจล้มตายไปจนหมดสิ้นแล้ว โลกกำลังก้าวเข้าสู่การสูญพันธุ์ครั้งใหญ่ (mass extinction) ครั้งที่หกจริงหรือ

ทำไมชอบดูนก

ทำไมชอบดูนก “ดูนก ไปทำไม” โดยทั่วไปเมื่อถามคำถามนี้กับบรรดานักดูนก  เรามักได้เหตุผลเบื้องต้นประมาณว่า  เพราะนกน่ารัก… เพราะอยากเป็นนก…  เพราะได้ไปอยู่ในป่า…  ดูนกแล้วมีสมาธิ… ชอบอิริยาบถของนก… เพราะได้ตื่นเช้า… ได้หัดสังเกต… รู้จักเฝ้ารอ… ไม่เอาแต่ใจ… ไม่เร่งรีบ… ดูแล้วมีความสุข… รู้สึกสบายใจ เรื่อยไปจนถึงคำตอบห้วนๆว่า ไม่มีเหตุผลอะไร แค่ชอบ แต่ทำไมคนเหล่านั้นถึงยอมตื่นแต่เช้ามืดไปเดินท่อมๆ เงียบๆ ทนทาก/ยุง/เห็บกัด หรือไม่ก็นั่งรอในบังไพรนานเป็นชั่วโมงๆ เพื่อให้ได้เห็นนกสักตัว  คนดูนกมักตอบคนไม่ดูอย่างกำปั้นทุบดินว่า  ต้องลองไปดูนกเอง นกเป็นสิ่งมีชีวิตล้ำเลิศที่มนุษย์เฝ้ามองมาทุกสมัย  วิวัฒนาการสองขาหน้าของนกได้ชื่อว่าเป็นวิวัฒนาการที่สร้างสรรค์ที่สุด  คนทุกยุคฝันอยากมีปีกบินได้เหมือนนก แต่บรรพบุรุษของนกกลับเป็นสัตว์เลื้อยคลานอย่างไดโนเสาร์  มีทั้งขนาดใหญ่ยักษ์วิ่งได้แต่บินไม่ได้ และขนาดเล็กจิ๋วเท่าแมลงภู่  มีทั้งสีสันฉูดฉาด  แพรวพราว ขาวปลอดและดำปลอด อายุวัต เจียรวัฒนกนก นักวาดภาพธรรมชาติอายุ 27 ปี บอกว่า  ที่ยังชอบดูนกมาถึงทุกวันนี้  เพราะยังมีสิ่งให้ค้นหาอยู่ไม่รู้จบ  “ยิ่งดู ยิ่งรู้สึกอยากเจอตัวนั้น อยากเจอตัวนี้  นกทั่วโลกมีหมื่นกว่าชนิด ในเมืองไทยพันกว่า  พอเราไปดูนก เราก็ไปอยู่ในธรรมชาติ  ช่วงที่ไม่มีนก เราก็ได้ดูอย่างอื่นด้วย ทำให้เราสังเกตต้นไม้ใบหญ้า สัตว์ประเภทอื่นๆ […]