ปลากระเบน กับสถานะในปัจจุบัน พวกมันยังหลงเหลืออยู่มากแค่ไหนในท้องทะเล

ปลากระเบน ในทุกวันนี้ยังสบายดีอยู่หรือไม่

ปลากระเบน สัตว์น้ำในทะเลที่เราอาจจะไม่คุ้นเคยสักเท่าไหร่ แต่การดำรงอยู่ของมันก็สามารถชี้วัดความอุดมสมบูรณ์ของโลกใต้น้ำได้ดี ลองมาดูกันว่าชีวิตของเหล่ากระเบนเป็นอย่างไรบ้างในปัจจุบัน

แม้ว่าเราอาจจะคุ้นเคยกับการรับประทานสัตว์น้ำหลากชนิด แต่ในชีวิตประจำวันเราคงไม่มีโอกาสได้รับประทาน หรือแม้กระทั่งพบเจอสัตว์น้ำหน้าตาประหลาด และมีรูปร่างน่าเกรงขามอย่าง ปลากระเบน มากนัก แต่ด้วยกระแสการรับประทานอาหารที่ปรุงจากสายพันธุ์ที่เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์เริ่มพูดถึงในกันสังคม อาจทำให้หลายคนเริ่มเกิดความสงสัยว่าในทุกวันนี้ปลากระเบนมีสถานะเช่นไรในท้องทะเล

ภาพถ่าย ศิรชัย อรุณรักษ์ติชัย

กระเบนราหูน้ำจืด, ปลากระเบนน้ำจืด, สัตวแพทย์, ปลากระเบนทีมนักวิจัยเก็บข้อมูลร่างกายของปลากระเบนราหูน้ำจืด (Urogymnus polylepis) ที่ติดเบ็ดของนักตกปลาในแม่น้ำแม่กลอง บริเวณอำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม ด้วยการที่ประชากรของปลากระเบนชนิดนี้ในประเทศไทยถูกจัดสถานะว่ามีความเสี่ยงขั้นวิกฤตต่อการสูญพันธุ์ (Critically Endangered) โดย IUCN ด้วยลักษณะทางชีววิทยาที่ออกลูกจำนวนน้อยและเจริญเติบโตช้ามากประกอบกับภัยคุกคามจากการที่แหล่งที่อยู่อาศัยเสื่อมโทรม นักวิจัยจึงพยายามศึกษาปลากระเบนเหล่านี้เพื่อใช้ในการอนุรักษ์ประชากรของพวกมันให้คงอยู่ในสายน้ำของเมืองไทย

ปลากระเบนจัดเป็นปลากระดูกอ่อนจำพวกหนึ่งที่มีบรรพบุรุษร่วมกันกับปลาฉลาม สามารถพบได้ทั่วไปทั้งในน้ำจืด น้ำกร่อย และทะเล ส่วนใหญ่จะหากินบริเวณพื้นท้องน้ำ และแพร่กระจายทั่วไปตามเขตอุบอุ่นและเขตร้อนทั่วโลก ลักษณะที่โดดเด่นของกระเบนคือการมีรูปร่างลำตัวแบนราบ อาจมีปุ่มกระดูกหรือหนามเล็ก ๆ ในบางบริเวณ และมีครีบอกที่แผ่ขยายคลุมส่วนหัวและบางส่วนของลำตัว หรืออาจจะคลุมลำตัวทั้งหมด บางชนิดอาจมีพิษที่เงี่ยง ขยายพันธุ์โดยออกลูกเป็นตัวหรือเป็นไข่แล้วแต่สายพันธุ์

ปลากระเบนพบเจอได้ที่ไหนในประเทศไทย

ปลากระเบนที่พบทั่วโลกมีมากกว่า 600 ชนิด สำหรับในประเทศไทย ได้มีการสำรวจเมื่อปี 2017 พบปลากระเบน 84 ชนิดทั้งในน้ำจืดและน้ำเค็ม ในแหล่งน้ำจืด ผู้คนส่วนใหญ่จะรู้จัก กระเบนเจ้าพระยา หรือ กระเบนราหู มากกว่าปลากระเบนน้ำจืดชนิดอื่น เนื่องจากเป็นปลากระเบนน้ำจืดที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก แต่ปลากระเบนน้ำจืดในประเทศไทยหลัก ๆ นั้นมีอยู่ 7 ชนิด ได้แก่ ปลากระเบนธง ปลากระเบนลาว ปลากระเบนเจ้าพระยา ปลากระเบนบัว ปลากระเบนแม่กลอง ปลากระเบนลาย และปลากระเบนขาว กระจายตัวทั่วไปตามแหล่งน้ำสายหลักของประเทศ เช่น แม่น้ำโขง แม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำแม่กลอง แม่น้ำทั่วไปในภาคกลางและภาคใต้ สำหรับในส่วนของปลากระเบนน้ำเค็มนั้นมีหลากหลายชนิด แต่ชนิดที่นักดำน้ำรู้จักกันดีคือปลากระเบนราหูน้ำเค็ม ปลากระเบนนก ปลากระเบนจุดฟ้า สามารถพบได้ทั้งในทะเลอันดามันและทะเลชายฝั่งอ่าวไทย

่เรือประมง, อวน, ปลากระเบนติดอวน, ปลากระเบนปีศาจหางหนาม, ปลากระเบน
ปลากระเบนปิศาจหางหนาม (Mobula mobular) ถูกจับติดขึ้นมาในอวนล้อมของเรือประมงที่ออกหาปลาในทะเลอันดามัน นอกชายฝั่งของจังหวัดกระบี่ ในปัจจุบันปลากระเบนปิศาจทุกชนิดได้ถูกประกาศให้เป็นสัตว์ป่าคุ้มครองแล้วโดยกฏกระทรวงของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

มนุษย์กับปลากระเบน

ปลากระเบนสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้หลากหลาย ทั้งในเรื่องของการบริโภค ปรุงเป็นอาหารที่ถูกปากได้หลากหลายเมนู เช่นผัดเผ็ด ผัดขี้เมา หรือผัดฉ่า เช่นเดียวกับปลาฉลาม หรือแปรรูปเป็นปลาตากแห้ง ปลาป่น แปรรูปเป็นส่วนผสมของเครื่องยาจีน ทำเครื่องประดับ หรือเอาไปทำเป็นเครื่องหนังจากผลิตภัณฑ์ปลากระเบน ด้วยเหตุนี้ ปลากระเบนจึงเป็นอีกหนึ่งเป้าหมายในการล่าของมนุษย์ ไม่ต่างจากสัตว์น้ำหลากชนิดที่เรารับประทานกันอยู่บ่อย ๆ

ชาวประมง, ประมงอวนลาก, เครื่องมืออวนลาก, จับปลากระเบน. ปลากระเบน
ลูกเรือประมงและสัตว์น้ำหลากชนิดที่ถูกจับขึ้นมาโดยเรืออวนลากที่ออกหาปลาในน่านน้ำของหมู่เกาะมะริด ประเทศพม่า เครื่องมืออวนลากเป็นเครื่องมือประมงที่กวาดจับสัตว์น้ำโดยไม่เลือกชนิดและเป็นเครื่องมือประเภทที่จับติดปลากระเบนขึ้นมามากที่สุด

สถานะการอนุรักษ์

ปลากระเบนเป็นสัตว์ที่ออกลูกต่อครั้งไม่มากนัก เช่น กระเบนราหูออกลูกได้ครั้งละประมาณ 2-7 ตัวต่อครั้งในช่วงระยะเวลา 1-2 ปี อีกทั้งยังเป็นสัตว์อ่อนไหวต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อม หาได้ยากในแหล่งน้ำธรรมชาติอื่น ๆ ทั่วโลก นอกจากนี้ยังถูกคุกคามจากเครื่องมือประมง มีการบุกรุกทำลายถิ่นอาศัย การล่าเพื่อเกมกีฬา และการจับมาขายตามตลาดขายสัตว์น้ำ จนปัจจุบันมีจำนวนลดลงอย่างมาก นับเป็นหนึ่งในชนิดพันธุ์ที่เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ จึงมีความพยายามในการอนุรักษ์จากหลายภาคส่วนในสังคม กระทั่งในปี 2561 กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ออกประกาศกฎกระทรวงกำหนดให้สัตว์ป่าบางชนิด เป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง ในประกาศนี้ได้ระบุชนิดปลากระเบนเหล่านี้เป็นสัตว์คุ้มครอง เพื่อควบคุมการนำเข้า ส่งออก และการล่า ดังต่อไปนี้

– ปลากระเบนปีศาจครีบโค้ง
– ปลากระเบนปีศาจครีบสั้น
– ปลากระเบนปีศาจแคระ
– ปลากระเบนปีศาจหางหนาม
– ปลากระเบนแมนตาแนวปะการัง
– ปลากระเบนแมนตายักษ์
– ปลากระเบนราหูน้ำจืด หรือ ปลากระเบนเจ้าพระยา
– ปลาโรนิน หรือ ปลากระเบนท้องน้ำ

ปลากระเบนนก, สะพานปลา, สะพานปลาภูเก็ต, ขายปลากระเบน, ปลากระเบน
ปลากระเบนนกจุดขาว (Aetobatus ocellatus) ถูกวางไว้บนพื้นเพื่อให้พ่อค้าแม่ค้ามาทำการประมูล ที่ท่าเรือขององค์การสะพานปลา จังหวัดภูเก็ต ปลากระเบนชนิดนี้มีชื่อสามัญอยู่หลายชื่อ ได้แก่ ปลากระเบนนก ปลากระเบนค้างคาว ปลากระเบนเนื้อดำ และปลากระเบนยี่สน ซึ่งสิ่งมีชีวิตต่างๆมักมีชื่อสามัญหรือชื่อที่เรียกตามท้องถิ่นต่างๆอยู่หลายชื่อ และลวดลายบนลำตัวของกระเบนชนิดนี้ก็สามารถแตกต่างกันได้อย่างมากแม้ว่าเป็นชนิดเดียวกัน (intraspecific variation) ซึ่งสามารถก่อให้เกิดความเข้าใจผิดถึงชนิดพันธุ์กลายเป็นข้อถกเถียงกันได้

ในระดับโลก ปลากระเบนบางชนิดก็อยู่ในภาวะที่เสี่ยงอันตราย ในการจัดอันดับของสหภาพระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ (IUCN) ได้ระบุว่า ปลากระเบนนกจุดขาว (Aetobatus ocellatus) อยู่ในสถานะ ความเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ (Vulnerable) หมายความว่า ประชากรของพวกมันถูกคุกคามอยู่และมีความเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ในอนาคต เช่นเดียวกับปลากระเบนสายพันธุ์ในโลกอื่น ๆ ที่มีสถานะใกล้เคียงกัน

การเพาะเลี้ยงในประเทศไทย

เนื่องด้วยปลากระเบนในธรรมชาตินั้นมีปริมาณลดลงย่างต่อเนื่อง แต่ด้วยความที่ปลากระเบนบางสายพันธุ์นั้นมีลวดลายสวยงาม ในประเทศไทย จึงมีผู้นิยมเพาะเลี้ยงและเพาะพันธุ์เพื่อจำหน่ายกันอย่างแพร่หลาย จนเกิดฟาร์มขนาดย่อม ขนาดกลาง และขนาดใหญ่เกิดขึ้นมากมาย ปลากระเบนสกุลที่นิยมเพาะเลี้ยงเพื่อจำหน่ายในเชิงอุตสาหกรรม คือ Potamotrygon spp. เป็นปลากระเบนน้ำจืดจากลุ่มน้ำแอมะซอน ส่วนสายพันธุ์อื่น ๆ มีการเพาะพันธุ์สำเร็จเฉพาะในพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำในปริมาณน้อยมาก โดยตลาดที่รองรับนั้นมีทั้งในประเทศและต่างประเทศ ประเทศที่มีการนำเข้ากระเบนสวยงามจากไทยได้แก่ จีน มาเลเซีย สิงคโปร์ ญี่ปุ่น ไต้หวัน ประเทศแถบยุโรป และประเทศในตะวันออกกลาง ราคาซื้อขายเริ่มต้นที่ 1,500 ไปจนถึงราวๆ 100,000 บาท ขึ้นอยู่กับความสวยงามของลวดลาย ขนาด และสายพันธุ์

ปลากระเบนทอง, ปลากระเบนน้ำเค็ม, สัตว์น้ำใต้ทะเล, ปลากระเบน
ปลากระเบนทอง (Taeniura lymma) หลบซ่อนตัวอยู่ใต้โขดปะการังในแนวปะการังน้ำตื้นของเกาะเต่า จังหวัดสุราษฎร์ธานี ปลากระเบนชนิดนี้สามารถพบเห็นได้ทั่วไป โดยมักจะซ่อนอยู่ใต้โขดหินหรือปะการังในเวลากลางวัน และออกว่ายหาอาหารโดยการขุดหาสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังในทรายกินในยามค่ำคืน

แม้ว่าการอนุรักษ์ปลากระเบนยังคงทำมาอย่างต่อเนื่องโดยความพยายามของกลุ่มนักอนุรักษ์ธรรมชาติที่ไม่อยากเห็นมันต้องหายไปในท้องทะเล แต่ดูเหมือนว่าคนทั่วไปอาจจะยังไม่ได้ตระหนักว่าพวกมันมีความเสี่ยงในการสูญพันธุ์ไปไม่น้อยกว่าสัตว์คุ้มครองอื่น ๆ จึงเป็นโจทย์ใหญ่ที่ทั้งนักอนุรักษ์ธรรมชาติและคนทั่วไปจะต้องตระหนักถึงสถานะของมันต่อไป


อ่านเพิ่มเติม บันทึกภาคสนามนักอนุรักษ์: ชะตากรรมบนเส้นด้ายของปลาโรนัน

เรื่องแนะนำ

จีนวางแผนสร้างอุทยานแห่งชาติแพนด้า ขนาด 2.7 หมื่นตารางกิโลเมตร

แพนด้ายักษ์ตัวหนึ่งกับลูก แพนด้า ของเธอกำลังสำรวจบริเวณรอบๆ ตัว ภาพถ่ายโดย AMI VITALE, NAT GEO IMAGE COLLECTION อุทยานแห่งนี้จะเป็นที่อยู่อาศัยของ แพนด้า หมี และสัตว์สายพันธุ์อื่นๆ แต่ก็ยังมีอุปสรรคอื่นๆ ที่ต้องแก้ไข แผ่นดินไหวขนาด 8.0 แมกนิจูด ที่ถล่มมณฑลเสฉวน ประเทศจีนเมื่อ 11 ปีแล้ว ถือเป็นภัยพิบัติที่ส่งผลกระทบต่อมนุษย์ รวมไปถึงถิ่นที่อยู่อาศัยของแพนด้ายักษ์ ซึ่งส่วนหนึ่งคือศูนย์แพนด้า Woolong ซึ่งเป็นศูนย์แพนด้าที่มีบทบาทในเรื่องการขยายพันธุ์ของแพนด้า และมีแพนด้าจำนวนมากที่ต้องตายไปในเหตุการณ์ครั้งนั้น และในตอนนี้ ทุกสายตากำลังจับต้องไปที่โครงการสร้างอุทยานแห่งชาติขนาดใหญ่ ของรัฐบาลจีน แผนการสร้างอุทยานแห่งชาติแพนด้ายักษ์ ซึ่งมีกำหนดสรุปแผนก่อสร้างในฤดูใบไม้ร่วง ปี 2019 มีพื้นที่ประมาณ 27,132 ตารางกิโลเมตร ซึ่งเป็นจำนวนเกือบสามเท่าของอุทยานแห่งชาติเยลโลว์สโตน พื้นที่ส่วนใหญ่ของอุทยานจะอยู่ที่มณฑลเสฉวน ซึ่งเป็นถิ่นที่อยู่อาศัยของแพนด้าร้อยละ 80 ของประเทศ ภายในศูนย์ฯ นี้จะรวบรวมแพนด้าจากพื้นที่สงวนจากที่อื่นๆ รวมไปถึงพืชและสัตว์ที่อยู่ในภาวะถูกคุกคามที่เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ด้วยเช่นกัน จากการสำรวจประชากรแพนด้าในปี 2015 มีแพนด้าอยู่ในพื้นที่ป่าอยู่ 1,864 ตัว (ไม่รวมลูกแพนด้า) ซึ่งเพิ่มจาก 1,200 […]

หมาขนเกรียนเม็กซิกันนี้มีประวัติอันยาวนาน

หมาขนเกรียนเม็กซิกันนี้มีประวัติอันยาวนาน สำหรับชนชาติโบราณอย่างชาวแอซเท็กและชาวมายาแล้ว เพื่อนที่ดีที่สุดของพวกเขาคือผู้ติดตามที่ไร้ขนอย่างหมาขนเกรียนเม็กซิกัน พวกมันคอยช่วยเสาะหาอาหารและนำทางพวกเขาไปยังโลกหลังความตาย เพื่อนผู้นี้เป็นที่รู้จักดีในชื่อ สุนัขขนเกรียนเม็กซิกัน หรือ Xoloitzcuintli (อ่านออกเสียงว่า show-low-itz-QUEENT-ly) คำๆ นี้มาจากสองคำรวมกันในภาษาแอซเท็ก คือ Xolotl หมายถึงเทพแห่งแสงสว่างและความตาย ส่วน itzcuintli มีความหมายว่าสุนัข ตามความเชื่อของชาวแอซเท็ก สุนัขสายพันธุ์นี้ถูกสร้างขึ้นโดยเทพเจ้าเพื่อปกป้องและนำทางดวงวิญญาณของมนุษย์ไปยังโลกหลังความตาย Xoloitzcuintli คือหนึ่งในสายพันธู์สุนัขที่เก่าแก่ที่สุดในทวีปอเมริกา นักวิจัยเชื่อว่าบรรพบรุษของพวกมันอพยพมาจากเอเชียและพัฒนาจนเป็นสายพันธุ์ดังกล่าวเมื่อราว 3,500 ปีก่อน สุนัขพันธุ์นี้มีเอกลักษณ์อันโดดเด่นคือไร้ขน (บางชนิดมีขนอยู่หย่อมหนึ่งที่บนหัวและหาง) อันเป็นผลจากวิวัฒนาการซึ่งรวมไปถึงการปราศจากฟันกรามน้อย ลักษณะที่โดดเด่นของฟันนี้ช่วยให้การระบุตัวตนของมันในทางโบราณคดีเป็นไปได้ง่ายดายขึ้น เจ้าสุนัข Xolos ปรากฏตัวบ่อยครั้งผ่านงานศิลปะในยุคเมโซอเมริกัน ด้วยลักษณะที่โดดเด่นคือหูแหลมตั้งและผิวหนังอันไร้ขนของพวกมัน ชิ้นงานที่ถูกพูดถึงบ่อยที่สุดคือรูปปั้นเซรามิกขนาดเล็กที่มีชื่อว่า Colima Dogs ที่ถูกพบทางตะวันตกของเม็กซิโก นักโบราณคดีประเมินว่าในสมัย 300 ปีก่อนคริสต์กาลจนถึงคริสต์กาลที่ 300 กว่า 75% ของการทำพิธีศพจะบรรจุหุ่นจำลองของสุนัขพันธุ์นี้ลงไปด้วย เพื่อช่วยนำทางดวงวิญญาณไปยังโลกหลังความตาย สุนัขสายพันธุ์นี้กลายเป็นที่สนใจเมื่อคณะเดินทางจากยุโรปมาถึงทวีปอเมริกา ในจำนวนนี้รวมไปถึงคริสโตเฟอร์ โคลัมบัสและคณะนักบวชชาวสเปนในศตวรรษที่ 16 ซึ่งมีบันทึกเรื่องราวของสุนัขเหล่านี้ไว้ว่า ชาวแอซเท็กโบราณห่มผ้าให้พวกมันในตอนกลางคืนเพื่อช่วยให้มันอุ่น นอกจากนั้นการที่มันปราศจากขนส่งผลให้ร่างกายของมันเป็นตัวนำความร้อนชั้นดี พวกเขาใช้มันเปรียบเสมือนขวดน้ำร้อนแก่บรรดาผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุ “สุนัขรู้ดีว่าคุณกำลังป่วยอยู่” Kay […]

บรรดาสัตว์เชื่องช้าเหล่านี้ได้พิสูจน์ให้เห็นว่าความเร็วไม่ใช่ทุกอย่างของชีวิต

ในโลกของสัตว์ความเร็วไม่ใช่ทุกอย่างเสมอไป บรรดาสัตว์ที่เชื่องช้างุ่มง่ามเหล่านี้ได้วิวัฒนาการให้พวกมันเอาตัวรอดจากนักล่าได้อย่างน่าทึ่ง แม้จะปราศจากฝีเท้าที่ว่องไวก็ตาม

แต้มสีที่หัวนกเพื่อสร้างอิทธิพล

แต้มสีที่หัวนกเพื่อสร้างอิทธิพล นกกระจอก Golden-crowned ที่มีถิ่นอาศัยในสหรัฐอเมริกาตัดสินคู่ต่อสู้จากอะไร? จากงานวิจัยก่อนหน้าชี้ว่าลายเส้นสีดำบนหัวของมันคือตัวบ่งชี้ว่านกตัวนั้นๆ ควรต่อสู้ด้วยหรือไม่ เพราะนกกระจอกที่มีลายเส้นสีดำชัดจะโดดเด่น และมีอิทธิพลมากกว่านกที่มีลายเส้นสีดำบางเบา นักวิทยาศาสตร์ทดลองแต้มสีลงบนหัวนกให้เข้มขึ้นเพื่อดูว่าผลที่จะได้เป็นอย่างไร? ผลปรากฏว่านกตัวนั้นๆ มีอิทธิพลในพื้นที่มากขึ้น ทว่าแค่รอยแต้มกลับใช้ได้แค่นกแปลกหน้าเท่านั้น เพราะนกตัวที่คุ้นเคยกันดีอยู่แล้วทราบว่าตัวไหนกันที่ยิ่งใหญ่จริง ยิ่งใหญ่เทียม…   อ่านเพิ่มเติม วิกฤตินกทะเล