บันทึกภาคสนามนักอนุรักษ์: ชะตากรรมบนเส้นด้ายของปลาโรนัน - National Geographic Thailand

บันทึกภาคสนามนักอนุรักษ์: ชะตากรรมบนเส้นด้ายของปลาโรนัน

ชะตากรรมบนเส้นด้ายของปลาโรนัน

ปลาโรนันจุดขาว (White-spotted Guitarfish) หรือชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Rhynchobatus australiae 30 ตัวที่เพิ่งเข้ามาติดอวนจมปูของชาวบ้านบริเวณทะเลสัตหีบ จังหวัดชลบุรี  เป็นรายงานการค้นพบที่น่าตื่นเต้น เพราะปลาโรนันจัดเป็นกลุ่มปลาทะเลหายากที่เรามีข้อมูลด้านชีววิทยาและนิเวศวิทยาน้อยมาก

ปลาโรนันจุดขาวจัดเป็นปลากระเบนขนาดใหญ่ในวงศ์ Rhynchobatidae มีลักษณะคล้ายปลาโรนิน (Bowmouth Guitarfish) หรือชื่อวิทยาศาสตร์ Rhina ancylostoma  แต่มีปลายจะงอยปากแหลมเป็นรูปสามเหลี่ยม และมีแถวหนามขนาดเล็กบนลำตัวด้านบน ทั่วโลกพบปลากระเบนในวงศ์นี้ทั้งสิ้น 8 ชนิด ในประเทศไทยพบ 4 ชนิดมีชื่อเรียกรวมๆกันว่าปลาโรนันจุดขาว ปลาโรนันจุดขาวชนิด R. australiae พบได้ทั้งทางฝั่งอ่าวไทยและทะเลอันดามัน

จากข้อมูลที่มีอยู่บ่งชี้ว่า ปลาโรนันจุดขาวอาศัยอยู่ในน่านน้ำจากบริเวณใกล้ฝั่งไปจนถึงไหล่ทวีป โตเต็มที่อาจมีความยาวถึง 223 เซนติเมตรสำหรับเพศเมีย และน่าจะยาวถึง 300 ซมสำหรับเพศผู้  โดยปลาชนิดนี้จะเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์ที่ความยาวประมาณ 131 เซนติเมตร รายงานการศึกษาเมื่อ 40 ปีที่แล้วจากรัฐควีนส์แลนด์ในออสเตรเลียพบว่า ปลาโรนันอาศัยกินปูและสัตว์ที่มีเปลือกแข็งชนิดอื่นๆ ปลาในวงศ์นี้ออกลูกเป็นตัว

ปลาโรนัน
ครีบหลังของปลาโรนันจุดขาวขณะวัดขนาดความยาวที่สะพานปลาจังหวัดระนอง ถึงแม้ว่าในไทยปลาโรนันมักถูกจับติดมากับเครื่องมือประมงจับสัตว์หน้าดินที่ไม่เลือกชนิด เช่น อวนลากหรืออวนปู ทว่าครีบของปลาเหล่านี้ก็มีมูลค่าสูงลิ่วในอุตสาหกรรมการค้าหูฉลาม

ภัยคุกคามสำคัญของปลาโรนันจุดขาวคือการถูกจับทั้งที่โดยตั้งใจและไม่ตั้งใจด้วยเครื่องมือประมงทั้งประมงพื้นบ้านและประมงพาณิชย์ตลอดถิ่นกระจายพันธุ์ ความที่เนื้อปลาชนิดนี้เป็นที่ต้องการสำหรับการบริโภคในเอเชีย รวมทั้งครีบขนาดใหญ่ที่สามารถขายได้ในราคาสูง ทำให้ปลาที่ถูกจับได้มักไม่ได้รับการปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ ว่ากันว่าปลาโรนันจุดขาวเป็นปลากระดูกอ่อนที่เป็นที่ต้องการมากที่สุดชนิดหนึ่งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะในอินโดนีเซีย เพราะครีบหลังและครีบหางของปลาชนิดนี้จัดว่ามีคุณภาพเยี่ยมและขายได้ราคาสูงมาก มีรายงานว่าครีบคู่หนึ่งสามารถขายได้เกือบ 400 ดอลลาร์ต่อกิโลกรัม นี่เป็นราคาเมื่อ 22 ปีที่แล้ว (ค.ศ. 1996)

ความเสี่ยงต่อการถูกจับด้วยเครื่องมือประเภทต่างๆ ได้ง่าย ไม่ว่าจะเป็น อวนลาก อวนลอย (อวนติดตา) และเบ็ด ประกอบกับสามารถขายได้ราคาดี จึงเป็นไปได้อย่างยิ่งว่าประชากรปลาชนิดนี้ลดจำนวนลงตลอดเขตการแพร่กระจาย ในประเทศอินโดนีเซียซึ่งมีการทำประมงอวนติดตาโดยมีเป้าหมายจับปลาโรนินและโรนัน พบว่าปริมาณการจับลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ในระดับโลกนักวิทยาศาสตร์จึงจัดให้สถานภาพปลาโรนันจุดขาวมีแนวโน้มใกล้สูญพันธุ์ (vulnerable) ตากหลักเกณฑ์ของบัญชีรายชื่อสัตว์ที่ถูกคุกคามในระดับโลกขององค์การระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ (IUCN Red List of Threatened Species)

ปลาโรนันจุดขาว 30 ตัวนับว่าโชคดีที่มีคนตั้งใจรับซื้อจากชาวประมงเพื่อนำไปปล่อยคืน แม้จะได้รับการดูแลอย่างเต็มที่โดยทีมสัตวแพทย์ของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญจากคณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่บ่อพักของศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงอ่าวไทยฝั่งตะวันออก กรมประมง ทว่าสภาพของปลาที่บอบช้ำจากการถูกจับมัดหางรวมกัน ผนวกกับการขนส่งและคุณภาพน้ำที่เปลี่ยนแปลงกะทันหัน  ทำให้ปลาโรนันค่อยๆ ตายลงเกือบทั้งหมด เหลือรอดเพียงปลาโรนันขนาดเล็ก 1  ตัวและขนาดใหญ่อีก 1 ตัว ซึ่งเมื่อได้รับยาเข้าไปก็มีสภาพดีขึ้นและแข็งแรงพอที่จะได้รับการปล่อยคืนสู่ท้องทะเล

ปลาโรนัน
สัตวแพทย์สัตว์น้ำจากศูนย์วิจัยโรคสัตว์น้ำ ฉีดยาเพื่อป้องกันอาการช็อกให้กับปลาโรนันจุดขาววัยอ่อนที่ถูกจับมาจากทะเลของสัตหีบก่อนทำการขนย้ายไปรักษาฟื้นตัวที่บ่อพักของกรมประมงที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงอ่าวไทยฝั่งตะวันออก จังหวัดระยอง

ข่าวดีในข่าวร้ายของเรื่องนี้คือการยืนยันสถานภาพการมีอยู่ที่เป็นปัจจุบันและแหล่งอาศัยของปลาโรนันจุดขาวในอ่าวไทย ซึ่งอาจเป็นแหล่งรวมตัวเพื่อผสมพันธุ์ หรือพื้นที่เลี้ยงดูตัวอ่อนของปลาโรนัน แนวทางการอนุรักษ์ที่สำคัญที่สุดในเวลานี้ คือการเร่งสำรวจและศึกษาแหล่งอาศัยในธรรมชาติเพื่อกำหนดแนวทางการอนุรักษ์ที่เหมาะสมต่อไป ซึ่งอาจใช้แนวทางการซื้อคืนเพื่อไถ่ชีวิตในกรณีที่ชาวประมงจับได้ การทำความเข้าใจและการสื่อสารประชาสัมพันธ์อย่างมีประสิทธิภาพจะช่วยให้ชาวประมงเกิดความมั่นใจในการรายงานข้อมูล และทราบ แนวทางการช่วยชีวิตในกรณีที่ติดเครื่องมือประมงมาโดยไม่ตั้งใจ มาตรการทั้งหมดควรต้องดำเนินการอย่างเร่งด่วน ก่อนที่ปลาโรนันตัวสุดท้ายจะถูกจับออกมาจากทะเลไทย

เรื่อง เพชร มโนปวิตร

ภาพถ่าย ศิรชัย อรุณรักษ์ติชัย

 

อ่านเพิ่มเติม

พิทักษ์อัญมณีใต้ท้องทะเล

เรื่องแนะนำ

ฉลามไวเปอร์ผู้มาพร้อมกับขากรรไกรน่าสยอง

ฉลามไวเปอร์ ผู้มาพร้อมกับขากรรไกรน่าสยอง ฉลามไวเปอร์ ถูกพบเจอครั้งแรกเมื่อปี 1986 และล่าสุด 32 ปีต่อมา พวกมันถูกพบเจอเข้าอีกครั้งด้วยความบังเอิญ ฉลามไวเปอร์ หรือชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Trigonognathus kabeyai เป็นฉลามสายพันธุ์ขนาดเล็กที่อาศัยอยู่ในใต้ทะเลลึก ล่าสุดเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาเรือที่กำลังสำรวจทางทะเลโดยองค์กรท้องถิ่นในไต้หวันสามารถจับพวกมันได้ 5 ตัว ที่นอกชายฝั่ง นักวิจัยกล่าวว่า พวกเขาสามารถระบุฉลามสายพันธุ์นี้ได้จากลักษณะพิเศษอันเป็นเอกลักษณ์ของมัน ได้แก่ขนาดความยาว ขากรรไกรที่แคบ และฟันที่คมเหมือนเข็ม ข้อมูลที่มีเกี่ยวกับสัตว์สายพันธุ์นี้มีเพียงน้อยนิด ผลการศึกษาในปี 2003 จากการตรวจสอบตัวอย่างจำนวน 39 ชิ้นนักวิทยาศาสตร์พบว่า นอกเหนือจากฟันที่แหลมคมแล้ว พวกมันยังสามารถยื่นขากรรไกรออกไปได้ด้วย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการล่าเหยื่อมากขึ้น และจากการศึกษากระเพาะของพวกมัน พวกเขาพบว่ามันกลืนเหยื่อทั้งตัว บนร่างกายของแลามไวเปอร์ยังมีเซลล์ขนาดเล็กที่เรียกว่า photophores ที่ช่วยสะท้อนแสง เพื่อให้มันสามารถล่าเหยื่อหรือจับคู่ผสมพันธุ์ได้ ภายในความมืดของใต้ทะเลลึก และด้วยความที่มันอาศัยอยู่นระดับมากกว่าพันฟุต ซึ่งถือว่าลึกมาก จึงทำให้เรื่องราวและวิถีชีวิตของพวกมันยังคงเป็นปริศนา ทั้งนี้ถิ่นอาศัยของฉลามไวเปอร์นั้นพบได้ตั้งแต่ในทะเลญี่ปุ่นไปจนถึงไต้หวัน และในฮาวาย สำหรับฉลามไวเปอร์ที่ถูกพบเป็นครั้งแรกนั้นมีความยาวประมาณ 10 – 12 นิ้ว แต่เชื่อกันว่าเมื่อโตเต็มที่พวกมันน่าจะมีความยาวมากกว่า 18 นิ้ว สำหรับฉลามไวเปอร์ 5 ตัวที่ถูกจับขึ้นมาได้นั้น […]

เที่ยวสวนสัตว์อย่างไรให้ปลอดภัย และไม่รบกวนบรรดาสัตว์

นักท่องเที่ยวกำลังถ่ายภาพหมีขั้วโลกที่ สวนสัตว์ แห่งหนึ่งในประเทศเดนมาร์ก ภาพถ่ายโดย JO-ANNE MCARTHUR อุบัติเหตุและเรื่องน่าเศร้าจากการชม สวนสัตว์ สามารถหลีกเลี่ยงได้โดยการเคารพสัตว์ที่อยู่ในพื้นที่กักขัง และเคารพอาณาเขตของพวกมัน การไปเที่ยวชมสวนสัตว์เป็นกิจกรรมยอดนิยมของคนทุกเพศทุกวัย ส่วนใหญ่ผู้ที่เข้าไปชมสวนสัตว์มักคาดหวังถึงสวยงามและความหลากของระบบนิเวศทางธรรมชาติที่โลกนี้ได้สรรค์สร้างให้พวกเราเป็นประจักษ์พยาน อย่างไรก็ตาม แม้สวนสัตว์จะมีระบบการจัดการเป็นอย่างดี แต่ก็มีโอกาสที่จะเกิดอันตราย เมื่อมนุษย์ต้องอยู่ในพื้นเดียวกันกับสัตว์ที่ไม่ใช่สัตว์เลี้ยงท “คุณไปเที่ยวสวนสัตว์ เพื่อให้ลูกของคุณเกิดความประทับใจ และเพื่อสอนให้พวกเขาเข้าถึงจิตใจของบรรดาสัตว์ที่วิเศษเหล่านี้” แจ็ก ฮานนา ผู้อำนวยการกิตติคุณ สวนสัตว์และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำโคลัมบัสในมลรัฐโอไฮโอ สหรัฐอเมริกา กล่าวและเสริมว่า “แต่บรรดาสัตว์เหล่านี้สามารถทำตามสัญชาตญาณธรรมชาติของพวกมันได้เช่นกัน” แต่ก็นับว่าโชคดี ที่บรรดาผู้เชี่ยวชาญได้เสนอวิธีที่ทำให้มั่นใจได้ว่าทั้งคุณ และครอบครัวของคุณปลอดภัยจากการไปเที่ยวชมสวนสัตว์หรือสถานที่อื่นๆ ในลักษณะเดียวกัน เคารพอาณาเขตของสัตว์ แม้ว่าบรรดาสวนสัตว์จะดูแลและทำให้ผู้เข้าชมมั่นใจว่า พวกเขาจะปลอดภัยและสนุกสนานกับประสบการณ์ในการเที่ยวสวนสัตว์ แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าผู้มาเยือนสวนสัตว์จะละเลยความปลอดภัย เป็นเรื่องสำคัญที่บรรดาผู้ปกครองต้องจับตาดูเด็กๆ อยู่ตลอดและปกป้องเด็กๆ ไม่ให้ปีนกำแพงหรือนำพาตัวเองเข้าไปในแนวรั้วหรือพื้นที่อาณาเขตของสัตว์ มีเหตุการณ์น่าเศร้าที่บ่งชี้ว่าทำไมคำแนะนำนี้ถึงสำคัญ ในปี 2012 ที่สวนสัตว์พิตต์สเบิร์ก มลรัฐเพนซิลเวเนีย เด็กชายอายุ 2 ขวบ ถูกหมาป่าแอฟริกันทำร้ายจนเสียชีวิต หลังจากเด็กตกลงไปในพื้นที่จัดแสดงของหมาป่าแอฟริกันตัวดังกล่าว และในปี 2016 ที่สวนสัตว์ซินซินนาติ มลรัฐโอไฮโอ กอริลลาตัวหนึ่งถูกยิงเพื่อปกป้องเด็กคนหนึ่งที่ร่วงลงไปใกล้กับกอริลลาตัวนั้น อลิซซาเบธ เฮเรลโก ผู้จัดการด้านสวัสดิภาพสัตว์ในสวนสัตววิทยาแห่งชาติสมิธโซเนียน กล่าวว่า […]

ฮัมมิงเบิร์ด วิหคสายฟ้า

เรื่อง เบรนแดน บอร์เรลล์ ภาพถ่าย อานันท์ วรมา ในการตามหานกขนาดเล็กที่สุดในโลก เรามายังเมืองปัลปีเต ประเทศคิวบา คริสโตเฟอร์ คลาร์ก นักปักษีวิทยา มีข้าวของเต็มรถให้ยกลง ทั้งกล้องถ่ายภาพ อุปกรณ์บันทึกเสียง และกรงโปร่งใสรูปทรงลูกบาศก์ ภายในเวลาไม่กี่นาทีที่มาถึง คลาร์กก็หมุนตัววนไปวนมา เขาพยายามติดตามเส้นทางการบินของ “กระสุนติดปีก” ตัวหนึ่ง ขณะมันพุ่งหวือจากดอกไม้ช่อหนึ่งไปยังอีกช่อหนึ่ง ตอนที่นกฮัมมิงเบิร์ดแวะเติมเชื้อเพลิงรสหอมหวานจากดอกไม้ ปีกของมันกระพือต่อเนื่องเห็นเป็นสีเทาพร่ามัว รวดเร็วเกินกว่าดวงตามนุษย์จะแยกแยะได้ ขนาดร่างกายที่ขาดหายไปของมัน ได้รับการชดเชยด้วยความกระตือรือร้น เมื่อมันเห็นว่ามีผู้มาเยือนในถิ่นของมันเป็นนกเพศเมียตัวงามอยู่ในกรงโปร่งใสที่คลาร์กนำมาวางบนหลังคาสังกะสี แม้นกเพศผู้จะสังเกตเห็นกรงขังนกเพศเมีย แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้ความกระตือรือร้นของมันลดน้อยลงเลย มันโผจากคอนบนกิ่งไม้ บินลอยตัวนิ่งอยู่กลางอากาศ และส่งเสียงรัวๆไปยังทิศทางที่นกเพศเมียอยู่ มันไต่ระดับสูงขึ้นไปอีก จนกระทั่งเห็นเป็นจุดเล็กๆบนท้องฟ้าที่มีเมฆปกคลุม จากนั้นมันพุ่งตัวไปข้างหน้าเหมือนรถไฟเหาะที่ขึ้นไปถึงจุดสูงสุด แล้วทิ้งตัวดิ่งพสุธาลงมา เพียงชั่วครู่เดียว การแสดงผาดโผนท้าความตายก็เกิดขึ้นอีกครั้ง คือไต่ระดับขึ้นไป ทิ้งตัวดิ่งลงมา แล้วโผขึ้น การทิ้งตัวดิ่งเหล่านี้กินเวลาแค่หนึ่งวินาที จากนั้นมันก็หายตัวไป และร่องรอยเพียงอย่างเดียวของเส้นทางที่มันบินผ่าน คือใบไม้ที่สั่นไหวจากการเคลื่อนที่ของมัน แม้จะตั้งใจจ้องมองการเกี้ยวพาราสีนี้ แต่ผมก็ไม่เห็น คลาร์กก็ไม่เห็นเช่นกัน แต่เขาทำอะไรที่ดีกว่านั้น เขาบันทึกการเกี้ยวพาราสีนี้ด้วยกล้องถ่ายภาพความเร็วสูงซึ่ง     แต่ละวินาทีถ่ายได้ 500 […]

เหล่าหมูป่ากับการบุกมาหากินที่ใจกลางเมืองฮ่องกง

เหล่า หมูป่า เร่ร่อนในฮ่องกงกำลังทำตัวให้เป็นที่รักของชาวเมือง แต่เรื่องนี้กำลังทำให้รัฐบาลกังวลใจ เช้าวันพุธของฮ่องกงบริเวณย่านพักอาศัยอันหรูหรา หมูป่า ขนาดใหญ่ตัวหนึ่งกำลังงีบอย่างสงบบนริมถนน ราวกับว่ามันลืมเสียงรถราอื้ออึงในช่วงเวลาเร่งด่วนที่อยู่รอบตัว เหตุการณ์นี้สร้างความรำคาญให้กับผู้อยู่อาศัยในบริเวณนี้อย่าง Mrs. Kuk เธอใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายรูป และกล่าวว่าเธอพบเจอหมูป่าตัวผู้นี้อยู่เสมอ “นับวันมันชักจะกล้าขึ้นเรื่อยๆ ดูมันที่กำลังนอนอยู่สิ ทำเหมือนกับไม่มีคนอยู่รอบตัวมันเลย” โดยครั้งสุดท้ายที่เธอเจอหมูป่าตัวนี้กำลังคุ้ยถังขยะ เธอโทรเรียกตำรวจมาจัดการมัน เมืองที่มีประชากรราว 7.3 ล้านคนแห่งนี้ไม่ได้เป็นที่รู้จักในแง่ป้อมปราการของบรรดาสัตว์ป่าเท่าไรนัก จริงอยู่ที่นักท่องเที่ยวและผู้คนจะรู้จักฮ่องกงในภาพลักษณ์ของป่าคอนกรีตและถนนลาดยาง แต่ภาพลักษณ์นี้ก็ขัดกับความเป็นจริงว่าฮ่องกงมีพื้นที่สำหรับสัตว์และพืชพรรณถึงราว 3 ใน 4 อันเป็นพื้นซึ่งความเจริญยังเข้าไม่ถึงและได้รับการปกป้องเอาไว้ จึงทำให้เมืองแห่งนี้มีพื้นที่สีเขียวและมีความหลากหลายทางชีวภาพมากทีเดียว ตามประวัติศาสตร์ของฮ่องกง ทั้งมนุษย์และหมูป่าต่างก็เป็นสัตว์บนพื้นดินที่เป็นประชากรส่วนใหญ่ และเคยอยู่ร่วมกันมาอย่างสงบสุข เหล่าสัตว์เองก็ไม่ได้ไปรบกวนมนุษย์มากนัก หรือไม่ก็รบกวนน้อยมาก หมูป่าจะถูกพบเจอโดยคนที่ชอบไต่เขาหรือท่องไปยังพื้นที่ป่าในช่วงย่ำรุ่งหรือช่วงดวงอาทิตย์ตกดินเท่านั้น แต่เมื่อเข้าสู่ช่วง 5 ปีหลังมานี้ กลับกลายเป็นว่าสามารถพบเจอหมูป่าได้ทุกที่ ในปี 2018 ที่ฮ่องกงมีการแจ้งความเรื่องของหมูป่าอยู่ 929 ครั้ง ซึ่งเป็นจำนวนที่เพิ่มขึ้น 3 เท่าเมื่อเทียบกับช่วงเวลา 5 ปีก่อนหน้า การแจ้งความส่วนมากมาจากชาวเมืองที่ไม่ทราบว่าจะต้องทำอย่างไรเมื่อพบเจอพวกมัน บางส่วนคือการขอความช่วยเหลือจากตำรวจในกรณีที่มีสัตว์เดินหลงไปที่ตัวเมืองแล้วหาทางกลับเข้าป่าไม่ได้ หรือในกรณีที่ผู้คนได้รับบาดเจ็บจากการกัดหรือจู่โจมโดยหมูป่า ซึ่งมีไม่มากนัก ไม่เคยมีการสำรวจว่าหมูป่ามีจำนวนเท่าไหร่ในฮ่องกง แต่ด้วยความที่ไม่มีสัตว์นักล่าตามธรรมชาติในพื้นที่ และมีแหล่งอาหารจากมนุษย์อยู่อย่างต่อเนื่อง […]