อนาคตที่น่าเป็นห่วงของ อุรังอุตังตาปานูลี วานรสายพันธุ์ใหม่ของโลก

การสร้างโรงไฟฟ้าพลังน้ำอาจหมายถึงการจากไปอย่างไม่มีวันกลับของอุรังอุตังตาปานูลี

อุรังอุตังตาปานูลี เอปสายพันธุ์ใหม่ที่เพิ่งถูกค้นพบเมื่อปีที่แล้ว อาจจากไปอย่างไม่มีวันกลับ หลังจากการมาของโครงการการสร้างโรงไฟฟ้าพลังน้ำและเขื่อนในเกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย

อุรังอุตังตาปานูลี เอปสายพันธุ์ใหม่ที่เพิ่งถูกค้นพบในปี 2560 และยังได้ขึ้นชื่อว่าเป็นเอปที่หายากที่สุดในโลก ดูท่าจะไม่รอดเสียแล้ว หลังจากได้มีโครงการสร้างโรงไฟฟ้าพลังน้ำและเขื่อนมูลค่ากว่า 1.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐท่ามกลางที่อยู่อาศัยที่เหลืออยู่อันน้อยนิดบนเกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย

อุรังอุตังตาปานูลีเพียง 800 ตัวเท่านั้นที่ยังคงหลงเหลืออยู่ในป่าบาตังโตรู (Batang Toru) ในจังหวัดสุมาตราเหนือ โดยเป็นจุดที่มีความหลากหลายทางชีวภาพมากที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศอินโดนีเซีย อีกทั้งยังเป็นถิ่นอาศัยของสัตว์ป่าหายากอย่างเช่น เสือสุมาตรา และลิ่นซุนดา (หรือตัวนิ่ม) สัตว์ที่กำลังเผชิญกับความเสี่ยงอย่างรุนแรงต่อการสูญพันธุ์

และในบริเวณเดียวกันได้มีโครงการสร้างเขื่อนและโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ มูลค่ากว่าหลายล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ

Indonesia Forum of the Environment กลุ่มสิ่งแวดล้อมที่ใหญ่ที่สุดของประเทศอินโดนีเซีย ได้ออกมาฟ้องร้องดำเนินคดีเพื่อให้หยุดการสร้างเขื่อน โดยมีหลักฐานว่าผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมที่จะตามมาจากโครงการนี้ ที่จะส่งผลกระทบเป็นบริเวณกว้าง

อีกทั้ง นักวิทยาศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับโครงการออกมาเปิดเผยว่า ลายเซ็นต์ของเขาถูกปลอมแปลงเพื่อให้การขอรับใบอนุญาตที่สำคัญผ่านการอนุมัติ และเมื่อวันที่ 4 มีนาคม ที่ผ่านมา คณะกรรมการตัดสินได้ออกมาชี้แจงว่า ข้อขัดแย้งและผลกระทบที่องค์กรด้านสิ่งแวดล้อมกล่าวอ้างนั้น ไม่ถือว่าเป็นความจริงแต่อย่างใด

ทางองค์กรมีแผนที่จะยื่นอุทธรณ์อย่างแน่นอน “เราจะใช้ช่องทางกฎหมายที่มีอยู่ทั้งหมดในการต่อสู้ครั้งนี้” Dana Prima Tarigan ผู้อำนวยการบริหารขององค์กรสิ่งแวดล้อมในจังหวัดสุมาตราเหนือ กล่าวกับผู้สื่อข่าว

ทั้งที่เมื่อประมาณหนึ่งปีที่แล้ว ทั่วโลกเพิ่งจะรับรู้กันว่ามีการค้นพบเอปชนิดใหม่เกิดขึ้น แม้จากรายงานพบว่ามีการค้นพบสายพันธุ์นี้มาตั้งแต่ พ.ศ. 2540 แต่ตอนนั้นยังไม่มีการยอมรับว่าพวกมันมีความแตกต่างจากสายพันธุ์อื่น จนกระทั่งเมื่อปีที่แล้ว ถึงได้รับการยอมรับว่าเป็นสายพันธุ์ใหม่หลังจากมีการศึกษาเกี่ยวกับวิวัฒนาการของสายพันธุ์ โดยการศึกษาโครงกระดูกของอุรังอุตังตัวผู้ที่โตเต็มวัยซึ่งถูกชาวบ้านฆ่าตายไปเมื่อปี  2556 ทำให้พบว่าลักษณะของฟันและกะโหลกศีรษะนั้นมีลักษณะที่แตกต่างจากอุรังอุตังพันธุ์อื่นๆ อย่างอุรังอุตังสุมาตราและอุรังอุตังบอร์เนียว

ไม่มีใครยอมให้โครงการแบบนี้เกิดขึ้น

เป็นไปไม่ได้เลยที่โครงการนี้จะได้รับอนุมัติให้ดำเนินการต่อ เมื่อบริเวณดังกล่าวมีอุรังอุตังเหล่านี้อาศัยอยู่ Bill Laurance แห่งศูนย์วิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อมและการพัฒนาอย่างยั่งยืนของมหาวิทยาลัยเจมส์คุกในประเทศออสเตรเลีย กล่าว นอกจากนี้ เขายังเสริมว่าโครงการเหล่านี้จะไปส่งผลกระทบต่อที่อยู่อาศัยของอุรังอุตังตาปานูลี

“อุรังอุตังตาปานูลีเป็นสัตว์ที่มีความเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์อย่างมาก และการไปบุกรุกถิ่นอาศัยพวกมันมีแต่จะไปร่นระยะเวลาให้มันเกิดไวขึ้น” Laurance กล่าว “หลักฐานทางวิทยาศาตร์ก็มีอยู่ครบ ผมคิดว่ามันคงเป็นเรื่องบ้าแน่ๆ หากมีใครอนุมัติให้โครงการนี้ดำเนินต่อไป”

จากการสังเกตการณ์เป็นเวลานานกว่า 3,000 ชั่วโมง นักวิทยาศาสตร์ก็ได้ข้อสังเกตว่าอุรังอุตังตาปานูลีอยู่แต่บนต้นไม้ตลอด ไม่เคยลงมาพื้นดินเลย ทั้งนี้น่าจะมาจากพวกมันกลัวนักล่าอย่างเสือโคร่งสุมาตรา

Gabriella Fredriksson นักชีววิทยาสัตว์ป่า กล่าวว่า อุรังอุตังตาปานูลีใช้เวลานานมากกว่าจะคุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมเวลามีนักสำรวจอยู่ด้วย ซึ่งปกติแล้วสัตว์ตัวอื่นๆ จะใช้เวลาเพียงไม่กี่สัปดาห์ แต่อุรังอุตังมีความระมัดระวังเป็นอย่างมาก ทั้งนี้น่าจะมาจากการที่พวกมันมักจะถูกไล่ล่าอยู่ประจำโดยคนท้องถิ่น

ความเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ 

อุรังอุตังตาปานูลีจำนวนกว่า 800 ตัว ได้แบ่งถิ่นอาศัยออกเป็น 3 ส่วนในพื้นที่ทั้งหมด 1,100 ตารางกิโลเมตรโดยมีเพียงส่วนเดียวเท่านั้นที่มีจำนวนมากพอ (500 ตัว) ที่จะใช้ชีวิตและสืบพันธุ์ต่อไปได้

อุรังอุตังตาปานูลี
ผู้เชี่ยวชาญเผยว่าการก่อสร้างของโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำและเขื่อน อาจส่งผลกระทบกับอุรังอุตังตาปานูลีอย่างร้ายแรง จนถึงขนาดทำให้พวกมันสูญพันธุ์ไปจากโลก

อีกปัญหาหนึ่งคืออุรังอุตังนั้นใช้เวลานานมากในการสืบพันธุ์ ตัวเมียมีลูกครั้งแรกเมื่ออายุประมาณ 15 ปี โดยจะให้กำเนิดลูกทั้งหมดหนึ่งหรือสองตัวในทุกๆ 8-9 ปี เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ Fredriksson กล่าวว่าเหตุใดนักวิจัยถึงใช้เวลาหลายปีในการพยายามเชื่อมโยงประชากรทั้งสามเข้าด้วยกัน เพื่อที่จะให้ขั้นตอนการผสมพันธุ์นั้นง่ายขึ้นและมีจำนวนมากขึ้นนั่นเอง

การสร้างเขื่อนพลังน้ำในถิ่นอาศัยที่สำคัญที่สุดของอุรังอุตังจะนำมาซึ่งด้วยถนนและโครงสร้างพื้นฐานอื่นๆ ทำให้อาจจะไปส่งผลกระทบต่อพวกมัน หรือแย่ไปกว่านั้นอาจถึงขนาดทำให้พวกมันสูญพันธุ์

บริษัทสัญชาติอินโดนีเซียอย่าง North Sumatera Hydro Energy ผู้ที่อยู่เบื้องหลังของโครงการนี้ได้บอกกับสื่ออินโดนีเซียว่าโรงไฟฟ้าพลังน้ำนั้นไม่ได้อยู่ในป่าปฐมภูมิ และพื้นที่ที่ถูกทำลายไปกว่า 6.5 ตารางกิโลเมตรนั้นจะกลับเข้าสู่สภาพดั้งเดิม

“เป็นข้ออ้างที่ไร้สาระอย่างสิ้นเชิง ผมคิดว่าบริษัทควรจะถูกลงโทษนะกับการบิดเบือนความจริงแบบนั้น” Laurance กล่าว

ผู้เชี่ยวชาญยังได้ตั้งแง่ถึงความจำเป็นของโครงการดังกล่าว เพราะในปัจจุบัน เกาะสุมาตราไม่เพียงแต่มีการผลิตไฟฟ้าที่มีจำนวนมากเกินไป ยังมีโครงการไฟฟ้าความร้อนใต้พิภพที่สามารถขยายได้โดยไม่ส่งผลกระทบต่ออุรังอุตังด้วย เธอกล่าว ยิ่งไปกว่านั้นภูมิภาคที่เขื่อนกำลังถูกสร้างนั้น มีแนวโน้มที่จะเกิดแผ่นดินไหวที่อันตรายสูงอีกด้วย

นักวิทยาศาสตร์ได้ยื่นอุทธรณ์โดยตรงไปยังประธานาธิบดีอินโดนีเซีย Joko Widodo แล้วเรียบร้อย เพื่อหยุดยับยั้งโครงการไฟฟ้าพลังน้ำครั้งนี้ และปกป้องถิ่นอาศัยของอุรังอุตังตาปานูลี โดย Avaaz องค์กรประชาสังคมระดับสากลได้รวบรวมลายเซ็นต์จำนวนกว่า 1.3 ล้านคน ในคำร้องออนไลน์ขอให้ประธานาธิบดียกเลิกโครงการเพื่อปกป้องเจ้าสัตว์พวกนี้

“ชะตากรรมของเผ่าพันธุ์พวกมันทั้งหมดอยู่ในมือคุณ” ข้อความบางส่วนที่ Avaaz ส่งถึงประธานาธิบดี Joko Widodo โดยทาง Avaaz ได้มีแผนที่จะประชาสัมพันธ์สู่สายตาคนทั่วโลกว่ากำลังเกิดอะไรขึ้นบนเกาะสุมาตรา

“ฉันคิดว่ารัฐบาลก็เริ่มตื่นตัวกับปัญหานี้บ้างแล้วละ” Fredriksson กล่าว

***แปลและเรียบเรียงโดย รชตะ ปิวาวัฒนพานิช
โครงการนักศึกษาฝึกงาน กองบรรณาธิการ นิตยสารเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย 


อ่านเพิ่มเติม : ทำไมลิงพวกนี้ถึงไปช่วยดูแลลูกลิงวัยแรกเกิดให้ลิงตัวอื่น

เรื่องแนะนำ

ค้นพบกบพิษชนิดใหม่ในเปรู

เรื่อง แครรี อาร์โนลด์ ลึกเข้าไปในป่าแอมะซอน เขตประเทศเปรู ภายในเขตสงวนชีวมณฑลมานู ชีร์เลย์ เจนนิเฟอร์ เซร์เรโน โรฆาส หมอบตัวลงใกล้กับลำธารรสายหนึ่ง เธอเงี่ยหูฟังเสียงที่ดังระงมมาจากทุกทิศทาง ในขณะที่เครื่องบันทึกเสียงของเธอก็ทำหน้าที่ของมัน ทันใดนั้น เธอได้ยินเสียงหนึ่งที่แปลกหู เป็นเสียงร้องของกบที่เธอไม่เคยได้ยิน แต่ก่อนที่เธอจะจับทิศทางของต้นเสียงได้ เสียงที่ฟังไม่คุ้นนี้ก็อันตรธานไปเสียก่อน มันเป็นช่วงฤดูร้อนในปี 2013 เซร์เรโน โรฆาส หัวหน้าทีมนักวิทยาศาสตร์ภาคสนามแห่งมูลนิธิครีส์ กำลังสำรวจสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบกในภูมิภาคนี้ของเปรู เธอเคยได้ยินมาทั้งหมดแล้วว่าแต่ละชนิดมีเสียงร้องอย่างไร แต่เสียงนี้เธอไม่คุ้นเลยจริง ๆ หลังจากการสำรวจในวันนั้น แอนดรูว์ วิทเวิร์ธ ที่ปรึกษาของเธอ ได้ฟังเสียงจากเครื่องบันทึกและยืนยันกับเธอว่า เหมือนเธอจะพบชนิดพันธุ์ใหม่ การสำรวจเกิดขึ้นอีกหลายครั้งในลำธารสายเดิม กระทั่งพวกเขาได้ตัวเจ้าของเสียงปริศนาตัวนั้น มันคือกบพิษลำตัวสีดำขลับและมีแถบสีส้มพาดที่ด้านข้าง การศึกษาเจ้ากบชนิดนี้เป็นเวลาแรมปี ทั้งการตรวจสอบทางพันธุกรรมและการวิเคราะห์สายวิวัฒนาการ ในที่สุด กบตัวนี้ได้รับการยืนยันว่าเป็นน้องใหม่แห่งวงการวิทยาศาสตร์ด้วยชื่อ Ameerega shihuemoy งานวิจัยที่พรรณาเจ้ากบชนิดใหม่นี้ตีพิมพ์ลงในวารสาร Zootaxa และเผยแพร่เมื่อวันที่ 16 มกราคม ที่ผ่านมา กบเจ้าเสน่ห์ กบพิษหรือที่รู้จักในชื่อกบลูกดอก เป็นสมาชิกในกลุ่มสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบกที่มีความหลากหลายมาก โดยส่วนมากกบพิษจะขับยางหรือพิษจากผิวหนังได้ ชนพื้นเมืองจึงใช้ประโยชน์จากพิษของมันในสร้างลูกดอกล่าสัตว์ แต่ผู้เชี่ยวชาญด้านสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบกและสัตว์เลื้อยคลานสนใจพวกมันมากกว่าแค่เรื่องความมีพิษ ไคล์ […]

ค้นพบ กะท่าง ชนิดใหม่ล่าสุดของโลก ที่จังหวัดน่าน

ในอาณาจักรสัตว์ (Kingdom Animalia) ตั้งแต่ฟองน้ำจนถึงสัตว์มีกระดูกสันหลัง มีสัตว์อยู่จำนวนมากกว่าหนึ่งล้านชนิดที่มีการค้นพบแล้วในโลกนี้ สมาชิกของสัตว์ในแต่ละกลุ่มมีความแตกต่าง และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่เหมาะสมกับพื้นที่อาศัยนั้นๆ สัตว์กลุ่มหนึ่งที่น่าสนใจ คือสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก (Amphibians) เป็นสัตว์ที่มีวงจรชีวิตเปลี่ยนแปลงไปตามระยะการเจริญเติบโต หรือมีการเปลี่ยนแปลงรูปร่างก่อนกลายเป็นตัวเต็มวัย หรือ Metamorphosis เช่น ตัวอ่อนของกบและคางคกที่เรียกว่า ลูกอ๊อด อาศัยอยู่ในน้ำ และหายใจด้วยเหงือก ก่อนจะเปลี่ยนรูปร่าง และกลายมาเป็นกบหรือคางคกตัวเต็มวัย ที่อาศัยอยู่บนบก และหายใจด้วยปอดและผิวหนัง ปัจจุบัน ในประเทศไทยมีรายงานการค้นพบสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก 3 อันดับ (order) คืออันดับเขียดงู อันดับกบและคางคก และอันดับซาลาแมนเดอร์และนิวท์ สัตว์ในอันดับซาลาแมนเดอร์และนิวท์นั้นแบ่งรูปร่างได้ 2 แบบคือ ซาลาแมนเดอร์ (salamander) มีผิวหนังเรียบลื่นและมีร่องอยู่ระหว่างขาหน้าและขาหลัง และนิวท์ (newt) มีผิวหนังขรุขระและไม่มีร่องอยู่ระหว่างขาหน้าและขาหลัง เช่น กะท่างน้ำที่พบในประเทศไทย กะท่างน้ำมีรูปร่างคล้ายกับสัตว์เลื้อยคลานอย่างจิ้งจกหรือกิ้งก่า ทำให้มักถูกเข้าใจผิดคิดว่าเป็นพวกสัตว์เลื้อยคลาน ซึ่งความเข้าใจผิดนี้เองนำไปสู่การมีชื่อที่หลากหลายตามแต่ละท้องถิ่น เช่น กะท่างน้ำ (กะท่าง ภาษาอีสานแปลว่ากิ้งก่า) จระเข้น้ำ จิ้งจกน้ำ และจั๊กกิ้มน้ำ (จั๊กกิ้มภาษาเหนือแปลว่าจิ้งจก) เป็นต้น ลักษณะของกะท่างโดยทั่วไปมีขา […]

หนอนเรืองแสงที่ไม่ธรรมดา

หนอนเรืองแสงที่ไม่ธรรมดา หนอนเรืองแสงนี้เป็นที่รู้จักในชื่อ “หนอนทางรถไฟ” นั่นเป็นเพราะแสงสว่างที่สว่างออกมาเป็นจุดๆ บนตัวของมันคล้ายกับหน้าต่างของรถไฟ ซึ่งมีเพียงแค่ตัวอ่อนและเพศเมียที่โตเต็มวัยเท่านั้นที่จะเรืองแสงออกมาได้ด้วยอวัยวะพิเศษที่มีลักษณะเป็นคู่อยู่ที่ด้านข้างของลำตัว พวกมันสามารถควบคุมแสงบนตัว และใช้เตือนศัตรูผู้ล่าว่าพวกมันมีพิษ เช่นเดียวกันกับสัตว์อีกหลายชนิดที่สามารถเรืองแสงออกมาด้วยปฏิกิริยาทางเคมี ส่วนในหนอนเพศผู้นั้นแม้ไม่มีแสง แต่พวกมันมีปีกแทน โดยปีกคู่แรกมีขนาดเล็กกว่าครึ่งหนึ่งของความยาวปีกคู่หลัง นอกจากนั้นพวกมันยังมีหนวดคล้ายขนนกซึ่งใช้ในการตรวจสอบและติดตามฟีโรโมนที่ผลิตมาจากหนอนเพศเมีย และถูกดึงดูดด้วยแสงไฟเวลากลางคืน   อ่านเพิ่มเติม ดอกไม้เรืองแสง