เมื่อวิชาทางโบราณคดีค้นพบพฤติกรรม นากทะเล - National Geographic Thailand

เมื่อวิชาทางโบราณคดีค้นพบพฤติกรรมนากทะเล

บางครั้ง บรรดา นากทะเล จะนำเท้ามาเชื่อมเข้าหากันเพื่อให้พวกมันลอยตัวกันเป็นแพ

ภาพถ่าย ROY TOFT, NAT GEO IMAGE COLLECTION

เมื่อวิชาทางโบราณคดีค้นพบพฤติกรรมนากทะเล

เทคนิคต่างๆ ที่เคยนำมาใช้ศึกษาเกี่ยวกับเครื่องมือในมนุษย์และโฮมินิดกำลังนำมาปรับใช้กับนากทะเลในยุคปัจจุบัน

นักโบราณคดีสามารถบอกเล่าเรื่องราวต่างๆ ผ่านขยะจากยุคก่อนประวัติศาสตร์ได้ ไม่ว่าจะเป็นกองหินบิ่นเบี้ยวและเศษเปลือกหอยจากบรรดามนุษย์ผู้หิวโหยเมื่อหลายปีก่อน ซึ่งสิ่งเหล่านี้สามารถเผยข้อมูลที่ว่า เผ่าพันธุ์ของเราเคยอาศัยอยู่ที่ไหน อยู่อย่างไร และอยู่มานานเท่าใด

ในปัจจุบัน นักวิทยาศาสตร์กำลังใช้วิธีการทางโบราณคดีแบบเดียวกันนี้เพื่อเปิดเผยข้อมูลเชิงลึกใหม่ๆ เกี่ยวกับสัตว์ขนฟู ซึ่งเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่ใกล้สูญพันธุ์

นากยุโรปตัวแม่และลูกๆ อายุ 7 เดือนจำนวน 2 ตัว ขณะกำลังผ่อนคลายอยู่บริเวณชายฝั่งบนหมู่เกาะเชตแลนด์ สหราชอาณาจักร ภาพถ่าย CHARLIE HAMILTON JAMES, NAT GEO IMAGE COLLECTION

นากทะเลป่า มักทุบหอยแมลงภู่ด้วยการกระแทกกับหินจนติดเป็นนิสัย ทำให้พวกมันเป็นหนึ่งในสัตว์เพียงไม่กี่ตัวที่ใช้เครื่องมือ หรืออุปกรณ์ต่างๆ เพื่อช่วยเหลือตนเอง จากการสังเกตพฤติกรรมของนากทะเลทางตอนใต้ของชายฝั่งแคลิฟอร์เนียและวิเคราะห์การสึกหรอของหินและเปลือกหอยบริเวณใกล้เคียงนั้น นักวิจัยจึงสามารถค้นพบข้อสรุปอันน่าประหลาดใจได้

ยกตัวอย่างเช่น รอยแตกอันเด่นชัดบริเวณด้านข้างของหอยแมลงภู่แสดงให้เห็นว่านากส่วนใหญ่ในพื้นที่นี้ใช้มือขวาของพวกมันในการทุบ เป็นเวลาหลายทศวรรษที่นักวิจัยส่วนใหญ่เชื่อว่า มีเพียงแค่โฮมินิดและมนุษย์เท่านั้นที่ใช้มือสร้างประโยชน์ แต่ต่อมาทั้งจิงโจ้ ปลาวาฬสีน้ำเงิน และนากทะเล ต่างมีความถนัดในการใช้มือข้างใดข้างหนึ่งได้ด้วยเช่นกัน

นากทะเล
นากยักษ์แรกเกิดในเอกวาดอร์ ที่ลืมตาดูโลกพร้อมมีขนปกคลุมกาย ภาพถ่าย TIM LAMAN, NAT GEO IMAGE COLLECTION

ขนาดของเปลือกหอยและการสึกกร่อนของหินยังเป็นพื้นฐานสำหรับการประเมินว่าช่วงระยะเวลาที่นากได้กินอาหารในบริเวณแห่งนี้เกิดขึ้นมานานแค่ไหน ซึ่งสอดคล้องกับผลการศึกษาที่ได้รับการตีพิมพ์ลงวารสาร Scientific Reports

“ข้อมูลเหล่านี้สามารถบอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับช่วงระยะเวลาที่บรรดานากทะเลเริ่มใช้เครื่องมือ หรืออุปกรณ์ต่างๆ นั้นเริ่มแพร่กระจายในหมู่ของพวกมันได้อย่างไร” — Jessica Fujii, นักวิจัยอาวุโสแห่งพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำมอนเทอเรย์เบย์ กล่าว

ซึ่งข้อมูลดังกล่าวยังสามารถตอบคำถามที่ว่า เพราะเหตุใดนากทะเลทางตอนใต้ ซึ่งเป็นสายพันธุ์ย่อยที่อาศัยอยู่ในแคลิฟอร์เนียมีแนวโน้มที่จะใช้เครื่องมือมากกว่านากทะเลทางเหนือที่มีถิ่นกำเนิดในบริเวณชายฝั่งทางตะวันตกเฉียงเหนือของมหาสมุทรแปซิฟิกและอะแลสกา

เมื่อโบราณคดีหันไปศึกษาเรื่องสัตว์

วิชาทางโบราณคดีได้หันเหไปทางอาณาจักรสัตว์มาก่อน จนกระทั่งผลการศึกษาชิ้นนี้มุ่งเน้นไปที่สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมเป็นส่วนใหญ่ เช่น ลิงชิมแปนซี

“บรรดานากทะเลของเราได้นำหินและเครื่องมืออื่นๆ มาใช้ประโยชน์เป็นเวลานานกว่าหลายทศวรรษแล้ว” — Natalie Uomini, นักวิทยาศาสตร์อาวุโสเเห่งสถาบันแม็กซ์พลังก์ ด้านประวัติศาสตร์ของมนุษย์ในเยอรมนี กล่าว

นากทะเล
ครอบครัวนากยุโรปขณะกำลังหยอกล้อกันบนชายฝั่งซึ่งปกคลุมไปด้วยสาหร่ายทะเล ภาพถ่าย CHARLIE HAMILTON JAMES, NAT GEO IMAGE COLLECTION

ปัจจุบันนี้ โบราณคดีที่ศึกษาเรื่องสัตว์ได้แยกย่อยออกมาศึกษาเรื่องสภาพแวดล้อมทางทะเล ซึ่งมันอาจนำไปสู่การค้นพบที่คล้ายคลึงกันเกี่ยวกับสัตว์ป่าที่อาศัยอยู่ในน้ำตัวอื่นๆ โดยมีสัตว์ทะเลเพียงไม่กี่ชนิดที่ถูกค้นพบว่าใช้เครื่องมือในการสร้างประโยชน์ เช่น ปลาโลมาที่ใช้ฟองน้ำเป็นอุปกรณ์ป้องกันจะงอยปากขณะล่าปลาในปะการัง และอาจใช้เป็นสัญลักษณ์เพื่อแสดงความรักอีกด้วย เช่นเดียวกับนากทะเล เม่นทะเล หรือแม้แต่เต่าทะเลตัวน้อยที่พร้อมโจมตีหินซึ่งเป็นสิ่งที่พวกมันโปรดปราน

“แทบไม่น่าเชื่อเลยว่า บรรดาสัตว์ที่อาศัยอยู่ในน้ำจะมีความคล้ายคลึงกันมากขนาดนี้” — Culum Brown, นักชีววิทยาแห่งมหาวิทยาลัยแมคควอรี รัฐนิวเซาท์เวลส์ ประเทศออสเตรเลีย กล่าว

 “ด้วยการใช้แนวทางเดียวกันกับการศึกษาวิชาโบราณคดีแบบมาตรฐาน ตัวอย่างเช่น การขุดเศษชิ้นส่วนของเปลือกหอยหรือกองขยะ “คุณสามารถหาคำตอบได้ว่า พื้นที่ต่างๆ นั้นเคยถูกใช้งานมาเป็นระยะเวลายาวนานแค่ไหน

เรื่อง SYDNEY COMBS

***แปลและเรียบเรียงโดย กุลธิดา ปัญญาเชษฐานนท์
โครงการนักศึกษาฝึกงาน กองบรรณาธิการ นิตยสารเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย


อ่านเพิ่มเติม

นากโบราณขนาดเท่าหมาป่า มีแรงกัดมหาศาล

เรื่องแนะนำ

ยีราฟ: สัตว์แปลกประหลาดแห่งทวีปแอฟริกา

ยีราฟ: สัตว์แปลกประหลาดแห่งทวีปแอฟริกา ยีราฟเป็นหนึ่งในสัตว์ที่มีความโดดเด่นของทวีปแอฟริกา ด้วยความสูงและคอที่ยาวมากของมัน ยีราฟถือได้ว่าเป็นสัตว์บกที่สูงที่สุด พวกมันจึงสามารถกินใบไม้หรือยอดไม้ที่อยู่บนต้นไม้สูงได้ในขณะที่สัตว์ประเภทอื่นเอื้อมไปกินไม่ถึง นอกจากนี้ ยีราฟยังสามารถมองศัตรูหรือภัยอันตรายที่กำลังจะเข้าไปหามันได้ ยีราฟมีผนังหัวใจที่แข็งแรงมาก เพราะว่า หัวใจและสมองของยีราฟอยู่ห่างกันมากระหว่างช่วงคอที่ยาวมากของมันจึงทำให้ยีราฟต้องสูบฉีดเลือดมากกว่าสัตว์ชนิดอื่นๆมากกว่าถึง 2 เท่า หัวใจที่แข็งแรงของยีราฟช่วยบีบตัวส่งเลือดขึ้นไปหล่อเลี้ยงถึงสมองของมันได้ รวมถึงยีราฟตัวผู้ใช้คอของมันในการต่อสู้แย่งตัวเมียกันและแบ่งชนชั้นกันในฝูงของมัน นอกจากนี้ยีราฟมีความสามารถยืนหลับได้ โดยนอนเพียง 5 นาทีถึง 30 นาทีต่อวัน หรืออาจจะงีบหลับเป็นช่วงๆ ช่วงละ 2 นาที ซึ่งเวลาที่เหลือในแต่ละวันประมาณ 16 ถึง 20 ชั่วโมงพวกยีราฟจะออกไปหาใบไม้กิน ปัจจุบันจำนวนประชากรยีราฟในแอฟริกาลดลงไปมาจากแต่ก่อน เนื่องจากมีการล่ายีราฟเพื่อเอาขนและเนื้อของมัน เเม้กระทั้งหางก็ยังเป็นที่ต้องการของมนุษย์    อ่านเพิ่มเติมต่อที่ นกทำความสะอาดรักแร้ให้ยีราฟ

ขยะพลาสติกจำนวนกว่า 40 กิโลกรัมในท้องของซากวาฬ

พบวาฬตายบริเวณอ่าวในประเทศฟิลิปปินส์ ในส่วนของสาเหตุมาจาก ขยะพลาสติก ที่เข้าไปติดอยู่ในกระเพาะของมัน ทำให้มันขาดสารอาหารพร้อมกับเสียชีวิตไปในที่สุด

ชมภาพถ่ายสัตว์เลี้ยงที่ได้รับการช่วยชีวิต หลังพายุเฮอร์ริเคนฮาร์วีย์พัดถล่มเทกซัส

น่าเศร้าที่เมื่อพายุมากหลายบ้านเลือกทิ้งสัตว์เลี้ยง ภาพถ่ายชุดนี้ย้ำเตือนให้เห็นว่าสัตว์เลี้ยงเหล่านี้ต้องการความดูแลมากแค่ไหนยามเกิดภัยพิบัติ

ฟอสซิลไข่เทอโรซอร์หลายร้อยใบถูกพบในจีน

ฟอสซิลไข่เทอโรซอร์ หลายร้อยใบถูกพบในจีน เป็นครั้งแรกของโลกที่นักบรรพชีวินวิทยาซึ่งกำลังลงพื้นที่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของจีนค้นพบ ฟอสซิลไข่เทอโรซอร์ โบราณนับร้อยใบ เจ้าของไข่เหล่านี้คือเทอโรซอร์ สัตว์เลื้อยคลานบินได้ที่มีชีวิตอยู่ในยุคไดโนเสาร์ และภายในไข่บางใบมีฟอสซิลของตัวอ่อนเทอโรซอร์ที่สมบูรณ์แบบที่สุด เท่าที่เคยมีการค้นพบมา แม้ว่านักวิทยาศาสตร์จะศึกษาเทอโรซอร์มานานมากกว่า 2 ศตวรรษ แต่ไม่เคยมีรายงานการพบไข่มาก่อน จนกระทั่งในต้นศตวรรษที่ 20 มีการพบฟอสซิลของไข่บ้างประปรายเฉลี่ยน้อยกว่าหนึ่งโหลต่อปี ต้องขอบคุณบรรดานักวิทยาศาสตร์จากสถาบันวิจัยบรรพชีวินวิทยาในจีนสำหรับการค้นพบในครั้งล่าสุดนี้ ที่ค้นพบฟอสซิลไข่จำนวน 215 – 300 ใบเลยทีเดียว Xiaolin Wang หัวหน้าการวิจัยเล่าว่า ทีมของเขายังพบตัวอ่อนของเทอโรซอร์อีก 16 ตัวภายในไข่และเชื่อว่ายังมีไข่อีกมากที่ยังซ่อนตัวอยู่ในก้อนหิน รอให้พวกเขาไปค้นพบ รายงานดังกล่าวถูกเผยแพร่โดยสารวาร Science “มันเป็นปรากฏการณ์การค้นพบที่หายากมาก” David Hone นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยลอนดอนกล่าว “วิทยาศาสตร์เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น และการค้นพบครั้งนี้จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลง” ไข่ที่ค้นพบน่าจะเป็นของเทอโรซอร์สายพันธุ์ Hamipterus tianshanensis ซึ่งเป็นที่รู้กันดีว่าในอดีตเมื่อร้อยล้านปีก่อน พวกมันมีชีวิตอยู่ในบริเวณที่เป็นภูมิภาคตะวันตกเฉียงเหนือของจีน ในปัจจุบันมันเป็นสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่ที่บินได้ ด้วยระยะห่างระหว่างปีกทั้งสองข้างเมื่อโตเต็มที่ จะมีความยาวถึง 10 ฟุต เชื่อกันว่าพวกมันอาศัยอยู่ใกล้กับน้ำ จับปลาเป็นอาหาร และมีพฤติกรรมคล้ายกับนกกระสาในปัจจุบัน “บริเวณที่ค้นพบอยู่ในทะเลทรายโกบี ที่นั่นมีลมแรง เต็มไปด้วยผืนทรายกว้าง มีสิ่งมีชีวิตและพืชอาศัยอยู่เพียงน้อยนิดเท่านั้น” Shunxing […]