พบ เพนกวิน เผือก และแมวน้ำสีซีดบนพื้นที่เกาะอันห่างไกล National Geographic Thailand

ค้นพบเพนกวินเผือกและแมวน้ำสีซีดบนพื้นที่เกาะอันห่างไกล

พบเจอ เพนกวิน ราชา และแมวน้ำขนกลายพันธุ์ที่เกาะเซาธ์จอร์เจีย ซึ่งเป็นการกลายพันธุ์ที่ส่งผลต่อร่างกายและเม็ดสีที่มีความหลากหลาย

ณ พื้นที่เกาะเซาธ์จอเจียอันห่างไกล ที่ตั้งอยู่ห่างจากปลายยอดแหลมด้านทิศใต้ในชายฝั่งของทวีปอเมริกาใต้ไปราว 2,000 กิโลเมตร เป็นพื้นที่อยู่อาศัยตามฤดูกาลของเหล่าแมวน้ำ เพนกวิน และสัตว์ชนิดอื่นๆ

ในการสำรวจของทีมงาน เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก เมื่อไม่นานมานี้ Jeff Mauritzen ช่างภาพของเราพบเจอเพนกวินกษัตริย์ (King penguin) และแมวน้ำขน (Fur seal) ที่พบเจอได้ยาก เพราะสัตว์ที่ Jeff พบเจอมีการกลายพันธุ์ของยีน ซึ่งทำให้พวกมันทั้งหมดปรากฏลักษณะของสีซีดตลอดลำตัว

เพนกวิน
เพนกวินกษัตริย์สีประหลาดตัวหนึ่งยืนโดดเด่นในภาพที่ถ่าย ณ อ่าวเซนต์แอนดรูวส์ เกาะเซาธ์จอร์เจีย เมื่อเดือนมีนาคม 2019 ภาพถ่ายโดย JEFF MAURITZEN

สัตว์แปลกประหลาด

โดยปกติแล้ว การกลายพันธุ์ของสัตว์ไม่ได้เป็นเรื่องรุนแรงอะไรมากนัก อย่างในกรณี เพนกวิน ตัวนี้ที่มีขนสีน้ำตาลซึ่งผิดปกติ เป็นผลมาจากการกลายพันธุ์ของยีนด้อยที่เกี่ยวข้องกับการผลิตเม็ดสีในเซลล์เม็ดสีเข้ม (eumelanin) อันเป็นเม็ดสีผิวที่ผลิตขนสีดำ สีเทา และสีน้ำตาล กล่าวโดย Hein van Grouw นักปักษีวิทยาประจำพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติในเมือง Tring ประเทศอังกฤษ

การกลายพันธุ์ก่อให้เกิดปฏิกิริยาออกซิเดชันที่ไม่สมบูรณ์ (Incomplete Oxidation) ของเม็ดสี และทำให้มันมีความไวต่อแสงอาทิตย์ ซึ่งจะค่อยๆ เปลี่ยนสีของขนจนกลายเป็นสีขาวด่างเกือบทั้งหมด

“คุณจะเห็นได้ว่าขนสีเหลืองไม่ได้รับผลกระทบ เพราะสีนั้นไม่ได้มาจากเมลานิน แต่มาจากแคโรทีนอยด์ (Carotenoids)” ที่ไม่ได้รับผลกระทบจากการกลายพันธุ์เป็นสีน้ำตาล” Julia Finger นักชีววิทยาแห่ง Brazil University of the Sinos Valley กล่าว

โดยสีน้ำตาลเป็นหนึ่งในเม็ดสีที่มีการกลายพันธุ์เป็นปกติในเพนกวิน ซึ่งสามารถพบได้ในในเพนกวินอีกหลายชนิด เช่น เพนกวินเจนทู เพนกวินมาเจลลัน และ เพนกวินอาเดลี แต่ก็พบได้ไม่บ่อยนัก 

เพนกวิน
แมวน้ำขน (Fur seal) สีสว่างตัวหนึ่งกำลังผ่อนคลายบนชายหาดที่อ่าว Right Whale บนเกาะเซาธ์จอเจีย แมวน้ำตัวนี้มีผิวสีเผือกเกือบทั้งตัว อันเป็นภาวะที่ส่งผลกับความสามารถของร่างกายในการผลิตเส็ดสี เช่นเมลานิน ภาพถ่ายโดย JEFF MAURITZEN

แมวน้ำสีซีด

ในทางกลับกัน แมวน้ำขนสองตัวที่ได้พบดูเหมือนว่าจะอยู่ในสภาวะผิวเผือก (leucism) สภาวะนี้จะทำให้ร่างกายไม่สามารถผลิตเม็ดสีเข้มที่เรียกว่าเมลานินอย่างเพียงพอ บางครั้งก็รวมไปถึงเม็ดสีผิวอื่นด้วยเช่นกัน

สภาวะเช่นนี้อาจจะเป็นเรื่องแปลกสำหรับแมวน้ำที่อยู่นอกเกาะเซาธ์จอเจีย แต่ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกสำหรับที่นี่ ซึ่งอาจมีกรณีแมวน้ำสีเผือกเกิดขึ้นได้ตั้งแต่ 1 ใน 400 ไปจนถึง 1 ใน 1500 ตัว ตามการศึกษาที่ตีพิมพ์ในวารสาร Polar Biology ในปี 2005 กรณีนี้มีคำอธิบายว่า เนื่องจากต้นศตวรรษที่ยี่สิบ มีการล่าสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมในทะเลในปริมาณที่สูงมาก แต่ดูเหมือนว่าสัตว์ที่มีผิวเผือกบนเกาะเซาธ์จอเจียมักรอดพ้นจากการล่า และเป็นลักษณะของแมวน้ำเผือกที่กระจายอยู่ทั่วเกาะนี้ โดยเราเรียกปรากฏการณ์นี้ว่า Founder Effect

อย่างไรก็ตาม นักวิจัยกล่าวว่าการกลายพันธุ์ของสีผิวไม่ได้เป็นตัววัดในเรื่องทักษะเอาชีวิตรอดหรือพฤติกรรมของแมวน้ำขนแต่อย่างไร

” ทั้งเพนกวินและแมวน้ำที่เขาถ่ายภาพมาได้นั้นไม่ได้ทำตัวผิดปกติ และไม่ได้ถูกเลือกปฏิบัติตัวต่างจากเพื่อนร่วมสายพันธุ์แต่อย่างใด” Mauritzen กล่าว

ด้าน Grouw กล่าวเพิ่มเติมว่า “ในความเห็นของฉัน การกลายพันธุ์ของสีผิวไม่ได้ส่งผลกระทบต่ออัตราการรอดชีวิตมากนัก และมันสามารถจับคู่กับสัตว์ที่มีสีผิวปกติเพื่อขยายพันธุ์ได้”

“อย่างไรก็ตาม” เธอกล่าวและเสริมว่า “ฉันพบว่านกส่วนใหญ่สามารถรับมือกับการกลายพันธุ์ของสีผิวและได้รับการยอมรับจากเพื่อนร่วมเผ่าพันธุ์ของพวกมันได้”


อ่านเพิ่มเติม ชีวิตที่ไม่ได้เลือกของคนผิวเผือก

เรื่องแนะนำ

พบกับสัตว์ 5 สายพันธุ์ที่ใกล้สูญพันธุ์มากที่สุดในโลก

ผลการศึกษาจากทั่วโลกสิ่งมีชีวิตหลากหลายสายพันธุ์กำลังมีความเสี่ยงที่จะสูญพันธุ์ในอัตรา 1,000 เท่า เมื่อเทียบกับช่วงเวลาที่ผ่านๆ มา เชิญพบกับสัตว์ 5 สายพันธุ์ที่ใกล้สูญพันธุ์มากที่สุดในขณะนี้ ตั้งแต่เสือไปจนถึงเต่า และภาพถ่ายของพวกมันได้ถูกบันทึกเอาไว้โดย โจเอล ซาตอร์ ช่างภาพจากเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิกกับโปรเจคภาพถ่ายสัตว์ของเขาที่ต้องการบันทึกสิ่งมีชีวิตทุกสายพันธุ์บนโลกให้ได้มากที่สุด เสือโคร่งมลายู : จำนวนประชากรจาก 3,000 ตัวในปี 1950 เหลือน้อยกว่า 340 ตัวในปี 2013 โดยนอกเหนือไปจากการถูกล่าแล้ว การรุกล้ำพื้นที่ป่าในมาเลเซียซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของมันเป็นสาเหตุหนึ่งที่กำลังทำให้มันใกล้สูญพันธุ์ งูหางกระดิ่งซานตากาตารีน่า : ไม่ทราบจำนวนประชากร สายพันธุ์งูหายากนี้เป็นสายพันธฺุเฉพาะบนเกาะในเม็กซิโก และปัจจุบันกำลังตกเป็นเหยื่อของแมวดุร้ายที่กลับคืนสู่ป่า (Feral Cats) เหยี่ยวริดเวย์ : ประชากรน้อยกว่า 400 ตัวในปัจจุบัน ส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในสาธารณรัฐโดมินิกัน เหยี่ยวสายพันธุ์นี้กำลังใกล้สูญพันธุ์อันเนื่องมาจากพื้นที่ป่าที่ถูกทำลายอย่างต่อเนื่อง เต่ากระ หรือ เต่าปากเหยี่ยว : จำนวนประชากรเพศเมียน้อยกว่า 29,000 ในปัจจุบัน การค้าสัตว์ป่ากำลังคุกคามเต่าสายพันธู์นี้ความนิยมในกระดองราคาสูงของมันมีมาตั้งแต่โลกยุคโบราณ แรดดำ : จำนวนประชากรจาก 65,000 ตัวในปี 1960 เหลือ […]

ค้นพบแตนเบียนพันธุ์ใหม่ในฟอสซิลดักแด้

ค้นพบแตนเบียนพันธุ์ใหม่ในฟอสซิลดักแด้ ในฟอสซิลดักแด้แมลงวันโบราณจำนวน 1,510 ชิ้น ที่ถูกค้นพบในฝรั่งเศส ทีมนักวิทยาศาสตร์พบว่ามีอยู่ 55 ชิ้นที่ถูกรุกรานจากปรสิตที่ไม่ได้รับเชิญ มันคือแตนเบียนโบราณ แม่แตนเบียนจะฉีดไข่เข้าไปยังดักแด้ เมื่อลูกของมันเติบโตก็จะกินเจ้าบ้านเป็นอาหาร จากฟอสซิลเหล่านี้ นักวิทยาศาสตร์พบแตนเบียนถึง 4 สายพันธุ์ที่ไม่เคยถูกพบมาก่อน ทั้งนี้แตนเบียนอาจดูเป็นวายร้าย แต่นี่คือส่วนหนึ่งของวงจรชีวิตมันที่ต้องอาศัยอยู่ในร่างกายของสิ่งมีชีวิตอื่น เพื่อเติบโต ทว่าแตกต่างจากปรสิตอื่นๆ ที่ทำให้เจ้าบ้านป่วยหรืออ่อนแอลง แตนเบียนฆ่าเจ้าบ้านเหล่านั้นทั้งหมด เพื่อความอยู่รอดของตน   อ่านเพิ่มเติม ครั้งแรกที่พบฟอสซิลลูกงูในก้อนอำพัน

ความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศที่หลบซ่อนตัวอยู่ใต้น้ำแข็งกรีนแลนด์

มองจากพื้นผิวผ่านน้ำแข็งขนาดใหญ่ที่ห้อมล้อมเมือง Tasiilaq ของกรีนแลนด์เอาไว้ ทุกอย่างดูเงียบสงบ แทบไม่มีสัญญาณของสิ่งมีชีวิต ด้วยอุณหภูมิหนาวเย็นตามธรรมชาติที่อาจต่ำถึง -2 องศาเซลเซียส แต่อเล็กซานเดอร์ เบเนดิก นักดำน้ำชาวออสเตรเลียได้ถ่ายทอดความลับของสถานที่แห่งนี้มาให้คุณผู้อ่านได้ชมกัน เพราะลึกลงไปใต้ภูเขาน้ำแข็ง มีระบบนิเวศอันอุดมสมบูรณ์ซ่อนตัวอยู่ คลิปวิดีโอนี้ถูกบันทึกไว้ตั้งแต่เดือนเมษายน เผยให้เห็นความงามใต้น้ำแข็ง และสิ่งมีชีวิตอันน่าฉงนมากมาย ไม่ว่าจะเป็นแมงกระพรุนอาร์กติก, กุ้ง Skeleton ที่มีก้ามยาวอันเป็นเอกลักษณ์ ไปจนถึงทากทะเลสีขาวที่มีวงจรชีวิตแสนสั้นเพียงไม่กีสัปดาห์เท่านั้น ส่งผลให้เรื่องราวของพวกมันยังคงเป็นปริศนา และทีมนักวิจัยคาดหวังว่าจะได้ศึกษาพวกมันเพิ่มเติมในอนาคต ระบบนิเวศในน่านน้ำเย็นเป็นระบบนิเวศที่มีความอุดมสมบูรณ์เป็นอันดับ 2 รองจากระบบนิเวศตามแนวปะการัง อย่างไรก็ตามไม่ใช่ทุกคนที่สามารถดำน้ำลงไปชมความสวยงามนี้ได้ การดำน้ำในกรีนแลนด์จำเป็นต้องมีเอกสารรับรอง และประสบการณ์ดำน้ำเป็นปี สำหรับเบเนดิก วัย 42 ปี ตัวเขานั้นเริ่มต้นดำน้ำมาตั้งแต่ปี 1998 และเริ่มต้นบันทึกภาพวิดีโอความงดงามของโลกใต้น้ำตั้งแต่ปี 2008 ตัวเขา สามารถชมผลงานของเขาได้ผ่านเว็บไซต์ Global Dive Media ที่รวบรวมภาพถ่ายและวิดีโอจากการดำน้ำในหลายสถานที่ของเขาเอาไว้   อ่านเพิ่มเติม : แนวปะการังอาจหายไปภายใน 30 ปี, ความงามใต้โลกน้ำแข็ง

แมงกะพรุนทำสิ่งเหล่านี้ได้ แม้ไม่มีสมอง

เจ้าสัตว์ที่มีรูปร่างคล้ายถุง และประกอบด้วยน้ำกว่า 90% เหล่านี้คือหนึ่งในสัตว์อันตรายอย่างแท้จริงของท้องทะเล และเหล่านี้คือเรื่องที่คุณอาจยังไม่เคยรู้เกี่ยวกับแมงกะพรุน