จีนวางแผนสร้างอุทยาน แพนด้า นับหมี่นตารางกิโลเมตร - National Geographic Thailand

จีนวางแผนสร้างอุทยานแห่งชาติแพนด้า ขนาด 2.7 หมื่นตารางกิโลเมตร

แพนด้ายักษ์ตัวหนึ่งกับลูก แพนด้า ของเธอกำลังสำรวจบริเวณรอบๆ ตัว ภาพถ่ายโดย AMI VITALE, NAT GEO IMAGE COLLECTION


อุทยานแห่งนี้จะเป็นที่อยู่อาศัยของ แพนด้า หมี และสัตว์สายพันธุ์อื่นๆ แต่ก็ยังมีอุปสรรคอื่นๆ ที่ต้องแก้ไข

แผ่นดินไหวขนาด 8.0 แมกนิจูด ที่ถล่มมณฑลเสฉวน ประเทศจีนเมื่อ 11 ปีแล้ว ถือเป็นภัยพิบัติที่ส่งผลกระทบต่อมนุษย์ รวมไปถึงถิ่นที่อยู่อาศัยของแพนด้ายักษ์ ซึ่งส่วนหนึ่งคือศูนย์แพนด้า Woolong ซึ่งเป็นศูนย์แพนด้าที่มีบทบาทในเรื่องการขยายพันธุ์ของแพนด้า และมีแพนด้าจำนวนมากที่ต้องตายไปในเหตุการณ์ครั้งนั้น

และในตอนนี้ ทุกสายตากำลังจับต้องไปที่โครงการสร้างอุทยานแห่งชาติขนาดใหญ่ ของรัฐบาลจีน

แผนการสร้างอุทยานแห่งชาติแพนด้ายักษ์ ซึ่งมีกำหนดสรุปแผนก่อสร้างในฤดูใบไม้ร่วง ปี 2019 มีพื้นที่ประมาณ 27,132 ตารางกิโลเมตร ซึ่งเป็นจำนวนเกือบสามเท่าของอุทยานแห่งชาติเยลโลว์สโตน

พื้นที่ส่วนใหญ่ของอุทยานจะอยู่ที่มณฑลเสฉวน ซึ่งเป็นถิ่นที่อยู่อาศัยของแพนด้าร้อยละ 80 ของประเทศ ภายในศูนย์ฯ นี้จะรวบรวมแพนด้าจากพื้นที่สงวนจากที่อื่นๆ รวมไปถึงพืชและสัตว์ที่อยู่ในภาวะถูกคุกคามที่เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ด้วยเช่นกัน

จากการสำรวจประชากรแพนด้าในปี 2015 มีแพนด้าอยู่ในพื้นที่ป่าอยู่ 1,864 ตัว (ไม่รวมลูกแพนด้า) ซึ่งเพิ่มจาก 1,200 ตัว เมื่อปี 1985 ถึงแม้จะยังไม่ทราบว่า ตัวเลขที่เพิ่มขึ้นนี้จะมาจากวิธีการนับที่ดีขึ้นหรือเป็นเพราะแพนด้ามีจำนวนเพิ่มขึ้นตามธรรมชาติอย่างจริง แต่สหภาพระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ (IUCN) ก็ได้ลดระดับสถานภาพของแพนด้าจากสัตว์ใกล้สูญพันธุ์ (endangered) มาเป็น มีแนวโน้มใกล้สูญพันธุ์ (vulnerable) แล้ว

อย่างไรก็ตาม ประเทศจีนก็ยังคงมีปัญหาเกี่ยวกับพื้นที่ป่า เช่นการตัดไม้ทำลายป่า การสร้างถนน การเกษตรบุกรุกป่า และการบุกรุกป่าโดยมนุษย์ประเภทอื่นๆ รวมไปถึงภัยธรรมชาติ ที่ทำให้พื้นที่ป่าเสื่อมโทรมและจำนวนประชากรสัตว์ป่าลดลง

พื้นที่อาศัยสำหรับแพนด้าแห่งใหม่จะช่วยเชื่อมต่อเหล่าแพนด้าในวัยเจริญพันธุ์ เพื่อให้แพนด้ามีจำนวนเพิ่มมากขึ้น เช่นเดียวกับหมีประเภทอื่นๆ ที่มีจำนวนน้อยเช่นเดียวกัน

“เราคงต้องดูสถานการณ์ในอนาคต” บ็อบ แทนเซย์ (Bob Tansey) ที่ปรึกษาด้านนโยบายจีนของ องค์กรเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ (The Nature Conservancy) ของประเทศสหรัฐอเมริกา กล่าวและเสริมว่า “โดยปกติ แพนด้าก็ใช้ชีวิตตามธรรมชาติได้ดี แต่สิ่งที่พวกมันต้องการในอนาคตคือ ปฏิสัมพันธ์ครับ”

แพนด้า
แพนด้าตัวหนึ่งกำลังเล่นปืนป่ายบนยอดไม้ภายในศูนย์แพนด้า Woolong ภาพถ่ายโดย AMI VITALE, NAT GEO IMAGE COLLECTION

สร้างปฏิสัมพันธ์

ในทางทฤษฎี อุทยานฯ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีความสมบูรณ์ของป่าจะช่วยให้แพนด้าสามารถจับคู่ผสมพันธุ์ และเพิ่มยีนให้มีความหลากหลายมากขึ้น และทำให้ ไผ่ ซึ่งเป็นแหล่งอาหารของมันเจริญเติบโตได้มากขึ้น

ทว่า มาร์ค โบรดี (Marc Brody) ผู้เชี่ยวชาญด้านแพนด้ากล่าวว่า การสร้างอุทยานแห่งชาติเป็นก้าวที่สำคัญแต่ “ไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาในเรื่องการเจริญพันธุ์ของแพนด้าได้โดยตรง”

“พื้นที่อาศัยของมันจะยังไม่สมบูรณ์ จนกระทั่งพื้นที่ป่าที่เสื่อมโทรมเหล่านี้จะถูกฟื้นฟู และออกข้อห้ามเกี่ยวกับใช้พื้นที่ป่าอย่างเข้มงวดเพื่อให้พื้นที่อาศัยของสัตว์เหล่านี้มีความเป็นไปได้” เขากล่าวเสริม

ในด้านของการบริหารจัดการพื้นที่อุทยานแพนด้าแห่งใหม่นี้ รัฐบาลจีนจะเป็นผู้เข้ามาควบคุมและจัดการเองทั้งหมด จากแต่เดิมที่รัฐบาลจีนจะมอบหมายให้หน่วยงานปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นผู้ดูแล และช่วยเหลือหน่วยงานท้องถิ่นในเรื่องการบังคับใช้กฎหมาย ซึ่งบรรดานักวิจารณ์มองว่าเป็นจุดอ่อนในการปกป้องพื้นที่อนุรักษ์ของจีนตลอดมา

โดยอุทยานฯ จะห้ามไม่ให้มีการทำปศุสัตว์ การทำเหมืองแร่ การตัดไม้ทำลายป่า การท่องเที่ยว หรือการพัฒนาพื้นที่อื่นๆ ในบริเวณโดยรอบพื้นที่อนุรักษ์ของอุทยานฯ แต่จะมีการผ่อนคลายในบริเวณพื้นที่ควบคุมทั่วไป (general control zone) ซึ่งจะอนุญาตให้นักท่องเที่ยวจะมีการทำฟาร์มและกิจกรรมต่างๆ แต่ต้องอยู่ภายใต้การประเมินผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวด

ด้าน โบดียังสงสัยว่า การจัดการท่องเที่ยวดังกล่าวนี้จะเอื้อประโยชน์โดยตรงให้กับการพัฒนาคุณภาพพื้นที่อยู่อาศัยของแพนด้าหรือไม่ ซึ่งรวมไปถึงผลประโยชน์ของชาวบ้านในพื้นที่ด้วย เพราะที่ผ่านมา คนท้องถิ่นมักไม่ได้ผลประโยชน์จากการท่องเที่ยวมากนัก

แต่ไม่ว่ารัฐบาลจีนจะสร้างโครงการใดขึ้นมา ก็ยังมีข้อสังเกตในเรื่องของการเวนคืนที่ดินจากชาวบ้านเพื่อการพัฒนาพื้นที่ ซึ่งตามประวัติศาสตร์ มักมีข้อสงสัยในเรื่องผลประโยชน์และผลกระทบที่มีต่อชาวบ้านเสมอ

Jianguo Liu แห่งมหาวิทยาลัยมิชิแกน ผู้ทำวิจัยเกี่ยวกับเรื่องผลกระทบจากมนุษย์ที่มีต่อที่อยู่อาศัยของแพนด้า แนะนำไปยังผู้จัดทำแผนอุทยานแห่งนี้ว่า ให้จัดหาผลตอบแทนที่เหมาะสมกับชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบ เช่นการสนับสนุนค่าเล่าเรียนให้กับคนหนุ่มสาวในพื้นที่ที่ออกจากพื้นที่ชนบท (ในพื้นที่อุทยาน) เพื่อไปเรียนในระดับวิทยาลัย โรงเรียนฝึกอาชีพ หรือการจัดหางานในเมืองใหญ่ แต่สำหรับคนอื่นๆ โบดีให้ความเห็นว่า โอกาสที่พวกเขาจะได้อาศัยอยู่ในแผ่นดินของบรรพบุรุษต่อไปคงเป็นไปได้ยากแล้ว จึงควรให้ความรู้พวกเขาในเรื่องของการช่วยฟื้นฟูที่อยู่อาศัยของแพนด้า และการปลูกพืชที่เหมาะความเหมาะสมกับพื้นที่

“เราต้องมีปฏิสัมพันธ์กับคนในชุมชนและให้พวกเขาได้ประโยชน์จากการปรับพื้นที่ทางธรรมชาติในครั้งนี้ด้วย” Rose Niu หัวหน้าด้านการอนุรักษ์ของสถาบันพอลสัน สถาบันคลังสมองในด้านความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีน กล่าว

เรื่องโดย JENNIFER S. HOLLAND


อ่านเพิ่มเติม ความประทับใจไม่รู้ลืมจากช่างภาพหมีแพนด้า

เรื่องแนะนำ

ช่วงวัยที่ลูกสุนัขน่ารักที่สุด

ลูกสุนัขมีช่วงวัยที่เรียกได้ว่า "น่ารักที่สุด" อยู่ระหว่างอายุ 6 - 8 สัปดาห์ งานวิจัยชิ้นนี้บ่งชี้ว่าสุนัขวิวัฒนาการขึ้นมาเพื่ออยู่เคียงข้างมนุษย์อย่างแท้จริง

จากกรงสู่ป่าจำลอง

เรื่องและภาพ กฤตนันท์  ตันตราภรณ์ (รางวัลชมเชยโครงการ 10 ภาพเล่าเรื่องปี 7) เมื่อ “แก้ว” หมีควายที่สำนักสงฆ์แห่งหนึ่งเลี้ยงไว้เกิดทำร้ายชาวบ้าน จนเกิดกระแสการตั้งคำถามเกี่ยวกับการกักขังและการปล่อยหมีคืนสู่ป่า จนเป็นที่มาของการเดินทางสู่สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าบางละมุง ซึ่งเป็นสถานอนุบาลหมีแห่งใหญ่ที่สุดของประเทศที่รับหมีของกลางที่ถูกช่วยเหลือจากกลุ่มลักลอบค้าสัตว์ป่า หมีที่ถูกเลี้ยงหรือถูกทำร้าย ก่อนจะฟื้นฟูเพื่อปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ  แต่การปล่อยหมีที่ถูกเลี้ยงไว้จนมีนิสัยพึ่งพามนุษย์จนเคยชินเช่นนี้ไม่ได้เป็นเรื่องง่าย  เนื่องจากหมีหลายตัวจำเป็นต้องอยู่ในความดูแลของสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าแห่งนี้ไปจนตลอดชีวิต  สถานีฯ จึงทำกรงป่าจำลองขนาดใหญ่เพื่อให้พวกมันได้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุข  ในขณะเดียวกัน สำหรับหมีที่มีอายุเหมาะสม ก็มีโครงการฝึกฝนและเตรียมตัวให้พวกมันได้กลับไปใช้ชีวิตในป่าต่อไป  

หา…..เจ้าหมากลายเป็นสีฟ้าไปได้ไง?

เจ้าหมาสีฟ้าถูกพบใน Taloja เขตอุตสาหกรรมใกล้มุมไบ อินเดีย ขนสีฟ้าของมันเชื่อมโยงถึงขยะอุตสาหกรรมที่ถูกทิ้งลงแม่น้ำ Kasadi ซึ่งอยู่ใกล้เคียง เชื่อว่าเป็นสีย้อมจากโรงงานผลิตผงซักฟอก เจ้าหมาตัวดังกล่าวลงไปว่ายน้ำในแม่น้ำจึงทำให้สีติดตัวมันขึ้นมาด้วย (ชมคลิปวิดีโอเจ้าหมาสีฟ้าได้ที่นี่) ด้านเจ้าหน้าที่สมาคมป้องกันการทารุณสัตว์ท้องถิ่นจับหมาสีฟ้าได้ตัวหนึ่งและอาบน้ำให้มัน จากการตรวจร่างกายเบื้องต้นพบว่ามันแข็งแรงและไม่พบการบาดเจ็บภายใน ทั้งนี้โรงงานดังกล่าวถูกเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบแล้ว และผลการตรวจจะถูกเปิดเผยในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า อย่างไรก็ตามภาพถ่ายและคลิปวิดีโอของเจ้าหมาสีฟ้า กลายเป็นไวรัลบนโลกออนไลน์อย่างรวดเร็ว และสำนักข่าวท้องถิ่นในอินเดียเองก็ตามติดข่าวนี้เช่นกัน ล่าสุดทางการอินเดียได้ปิดโรงงานแห่งหนึ่งที่เชื่อว่าเป็นต้นเหตุการปล่อยมลพิษทั้งทางอาการและน้ำลงสู่แม่น้ำ Kasadi อย่างไรก็ตาม ยังมีโรงงานกว่า 1 พันแห่ง เช่น โรงงานผลิตยา อาหาร และวิศวกรรม ตั้งอยู่ในเขตอุตสาหกรรมนั้น แม่น้ำ Kasadi มีคุณภาพต่ำกว่ามาตรฐานมากและมีคลอไรด์ปนเปื้อนสูง ในขณะเดียวกันก็เป็นแหล่งน้ำสำคัญของชุมชนในท้องถิ่นด้วย   อ่านเพิ่มเติม : เต่าทะเลติดแหได้รับการช่วยเหลือ, ลูกสลอธเรียนรู้การปีนจากเก้าอี้โยก

พฤติกรรมหาดูได้ยาก เหล่า ชิมแปนซี รุมฆ่าหัวหน้าเก่า

พฤติกรรมที่หาดูได้ยาก เหล่า ชิมแปนซี รุมฆ่าหัวหน้าเก่า ทีมนักวิจัยได้พบกับเหตุการณ์อันน่าสยดสยองในปี 2013 ณ สาธารณรัฐเซเนกัล การศึกษาชิมแปนซีในแต่ละฝูงใช้เวลาศึกษานานกว่าทศวรรษ พวกเขาพบว่า ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นเป็นชนวนไปสู่ความตาย แต่การเข่นฆ่ากันเองในฝูงเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นไม่บ่อยนัก… ทีมนักวิจัยได้เผยแพร่ผลการศึกษาลงในวารสาร International Journal of Primatology และพวกเขายังสามารถบันทึกวีดีโอพฤติกรรมความรุนแรงของฝูงชิมแปนซีที่กระทำต่อหัวหน้าเก่าของพวกมัน “มันเป็นอะไรที่เหลือเชื่อมากเลยค่ะ” จิลล์ พรีทซ์ นักมานุษยวิทยาจากมหาวิทยาลัยไอโอวาเสตท กล่าว และเธอยังได้รับทุนสนับสนุนจากเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ในการศึกษาครั้งนี้ด้วย “ฉันรู้สึกกระอักกระอ่วนอยู่หลายวันทีเดียว ลองคิดดู ถ้าคุณต้องจบชีวิตลงด้วยฝีมือของเพื่อนตัวเอง” ย้อนกลับไปในปี 2007 ฟูดูโกเป็นจ่าฝูงของชิมแปนซี (Pan troglodytes verus) มีสมาชิกใต้อาณัติกว่าสามร้อยตัวพวกมันอาศัยอยู่ในเขตฟองโกลี เขตทุ่งสะวันนาทางตะวันตกเฉียงใต้ของเซเนกัล แต่ทว่า การก่อกบฏเพื่อขับไล่จ่าฝูงออกจากพื้นที่ได้เริ่มขึ้น เหตุการณ์นี้กินเวลาห้าปี จนในที่สุด จ่าฝูงถูกสังหารด้วยน้ำมือของสมาชิกอันดับต่ำกว่า แรงจูงใจในการฆาตกรรมครั้งนี้คาดว่าเกิดจากการแย่งคู่ผสมพันธุ์ “การทำร้ายศัตรูนั้น เป็นเรื่องที่เขาใจได้ แต่การฆ่าเพื่อนร่วมฝูงช่างเป็นปริศนา…มีเรื่องราวที่น่าสนใจอยู่มากระหว่างความร่วมมือและความขัดแย้ง” ไมเคิล วิลสัน นักมานุษยวิทยาจากมหาวิทยาลัยมินนิโซตา กล่าว เขากำลังศึกษาเรื่องพฤติกรรมความก้าวร้าวในชิมแปนซี “มันทำให้ผมนึกถึงภาพยนต์เรื่อง โซปราโน” (ภาพยนต์แนวฆาตกรรม) การเมืองในหมู่ไพรเมท […]