ทะเลไทย ในคลื่นยักษ์ของนักท่องเที่ยว - National Geographic Thailand

ทะเลไทย ในคลื่นยักษ์ของนักท่องเที่ยว

ทะเลไทย ในคลื่นยักษ์ของนักท่องเที่ยว

หากไม่นับ พะยูนน้อย “มาเรียม” ขวัญใจล่าสุดของ ทะเลไทย แล้ว  “เจ้าหลังลาย” แห่งเกาะลิบง ก็เป็นหนึ่งในพะยูนดาราที่คัมภีร์ ผาติเสนะ ช่างภาพ พบเห็นเสมอยามเขาออกเรือไปถ่ายภาพช่วงสายถึงเที่ยง  มันอยู่มานานและเชื่องคน  ชื่อหลังลายมาจากรอยแผลเป็นบนหลังที่อาจเกิดจากขูดกับหินเอง ถ้าไม่ใช่เพราะใบพัดเรือ

เมื่อเทียบกับทศวรรษก่อน อาจพูดได้ว่าพะยูนอย่างเจ้าหลังลายได้รับการคุ้มครองดูแลจากชาวบ้านลิบง เกาะมุกด์ และที่อื่นๆ ในจังหวัดตรังเป็นอย่างดี  “การอนุรักษ์พะยูนในพื้นที่ทำกันมาเป็นสิบปีแล้ว ไม่ใช่เพิ่งทำ” ภาคภูมิ วิธานติรวัฒน์ ผู้ประสานงานมูลนิธิอันดามัน เล่าและเสริมว่า “ชาวบ้าน โดยเฉพาะที่ลิบงซึ่งเป็นถิ่นที่มีพะยูนฝูงใหญ่  ร่วมกันหากระบวนการดูแลมานานแล้วครับ อัตราการตายของพะยูนลดลงตั้งแต่ปี 2553-2554  ตอนนั้นมีพะยูนอยู่ 134 ตัว”  ในช่วงนั้นการตายของพะยูนมาจากการใช้อวนลากอวนรุนของประมงพาณิชย์  ซึ่งทั้งทำให้พะยูนติดอวน ทั้งทำลายแหล่งหญ้าทะเล  จำนวนพะยูนจึงลดลงอย่างต่อเนื่อง

แต่หลังจากที่ชาวบ้านประชุมหารือตกลงร่วมกันยกเลิกใช้เครื่องมือประมงที่เป็นอันตรายต่อพะยูน ช่วยกันดูแลแหล่งหญ้าทะเล “จนหญ้าทะเลมีมากขึ้น พะยูนก็เพิ่มจำนวนขึ้นตามไปด้วย สถานการณ์ดีขึ้นตั้งแต่ปี 2557 เป็นต้นมา อัตราการพบซากพะยูนลดลง และพบคู่แม่ลูกว่ายน้ำอยู่ด้วยกันนับสิบคู่ และยังพบเต่าทะเลเพิ่มขึ้นด้วย” ภาคภูมิเล่า ปัจจุบันมีการสำรวจพบพะยูน 180-200 ตัวในบริเวณดังกล่าว เนื่องจากมีแหล่งอาหารหรือหญ้าทะเลอยู่มากที่สุด

พะยูนเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมในทะเลตัวอ้วนอุ้ยอ้ายที่ผู้คนสนใจจนอยากจะเห็นตัวจริงใกล้ๆ  การท่องเที่ยวดูพะยูนจึงค่อยๆ เกิดขึ้นที่ลิบงราวทศวรรษก่อน โดยมีชาวท้องถิ่นผู้รู้จักพะยูนเป็นผู้นำทางไปในช่วงแรก  ต่อมาการท่องเที่ยวพะยูนค่อยๆ ขยายออกไปเป็นบริการของรีสอร์ตที่พัก รวมทั้งผู้ประกอบการต่างถิ่น  ความกังวลเกี่ยวกับการคุกคามพะยูนโดยไม่ตั้งใจจากเรือนักท่องเที่ยวทำให้ผู้แทนชุมชน เขตห้ามล่าสัตว์ป่าหมู่เกาะลิบง อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม อบต. กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ประกอบการ มูลนิธิอันดามัน รวมทั้งนักวิชาการ ช่วยกันกำหนดกติกาชมพะยูนเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา

มาตรการสำคัญคือ ให้นักท่องเที่ยวขึ้นชมพะยูนจากภูเขาบาตูปูเต๊ะ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการพัฒนาเส้นทางขึ้นจุดชมพะยูน  ระหว่างนี้งดไม่ให้เรือติดเครื่องยนต์ติดตามพะยูน แต่ให้ชมจากจุดจอดเรือและผูกทุ่นลอยเรือแทน ห้ามดำน้ำตามพะยูนหรือใช้กล้องดำน้ำติดตาม  เรือนำเที่ยวต้องขึ้นทะเบียนและทำตามกฎระเบียบ  เป็นต้น

ทะเลไทย
“เจ้าหลังลาย” พะยูนดาราประจำถิ่นเกาะลิบง กำลังไล่เล็มกินหญ้าทะเล  ในวันที่น้ำลงต่ำพะยูนจะเข้ามาหากินใกล้ชายฝั่ง ทำให้นักท่องเที่ยวสามารถล่องเรือชมได้อย่างใกล้ชิด (ภาพถ่าย: คัมภีร์ ผาติเสนะ)
ทะเลไทย
นักท่องเที่ยวเฝ้ารอคอยอย่างจดจ่ออยู่ในเรือบริเวณอ่าวเขาบาตูปูเต๊ะ เกาะลิบง ด้วยความหวังที่จะได้ชมพะยูนอย่างใกล้ชิด (ภาพถ่าย: คัมภีร์ ผาติเสนะ)

ต่างจากสัตว์ป่าที่ถูกกักขังในสวนสัตว์ สวนน้ำ หรือถูกเร่แสดงโชว์  พะยูนและสัตว์หายากอื่นๆ ใช้ชีวิตอย่างเสรีในถิ่นที่ของมัน  นักท่องเที่ยวจำเป็นต้องเดินทางไปหาเพื่อจะได้มีประสบการณ์เห็นด้วยตา ได้เข้าใกล้และถ่ายภาพ ตลอดจนถ่ายภาพตัวเองกับสัตว์เพื่อลงในโซเชียลมีเดีย  การกำหนดกติกาเช่นนี้จึงเป็นการคุ้มครองดูแลสัตว์ทะเลในถิ่นธรรมชาติจากการเดินทางมาของนักท่องเที่ยว ซึ่งนับวันจะเพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ

ดร. ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ ประธานคณะทำงานสัตว์ทะเลหายาก ภายใต้คณะกรรมการส่งเสริมบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งแห่งชาติ กล่าวว่า ที่ผ่านมามีการผลักดันให้สัตว์ทะเลหายากอีกสี่ชนิด ได้แก่ วาฬบรูดา วาฬโอมูระ ฉลามวาฬ และเต่ามะเฟือง ให้เป็นสัตว์ป่าสงวน (เพิ่มจากเดิมที่มีพะยูนเพียงชนิดพันธุ์เดียวที่เป็นสัตว์ทะเล และล่าสุดเมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2562 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ “พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าพ.ศ.2562” โดยรวมทั้งสี่ชนนิดในรายชื่อสัตว์ป่าสงวนของไทยแล้ว) นับเป็นการให้ความคุ้มครองสัตว์หายาก ทางกฎหมายที่มีบทบัญญัติสูงสุด  แต่ความจำเป็นในการวางมาตรการทั้งในระดับท้องถิ่นและระดับประเทศก็เป็นสิ่งสำคัญในการพิทักษ์สัตว์ทะเล โดยเฉพาะในกรณีของการชมวาฬซึ่งได้รับความนิยมขึ้นเรื่อยๆ แต่ยังไม่มีการกำหนดกรอบร่วมกันอย่างชัดเจน เช่น กรณีพะยูนที่ลิบงหรือโลมาที่ขนอม

สำหรับ ดร. ธรณ์ การปกปักรักษาถิ่นอาศัยของสัตว์และแหล่งอนุบาลสัตว์ทะเลวัยอ่อน (nursery ground) เป็นสิ่งสำคัญมาก  ตัวอย่างที่เห็นได้อย่างชัดเจนคือการปิดอ่าวมาหยาไม่ให้เรือเข้าเมื่อปีที่แล้ว ทำให้ฉลามหูดำกลับมาในบริเวณนั้นกว่า 60 ตัว ปะการังฟื้นตัวและปลาการ์ตูนเริ่มกลับมา “สิ่งสำคัญสุดคือตัวถิ่นอาศัยของสัตว์ (habitat)  เราต้องแยกเป็นสองอย่างคือ อนุรักษ์สัตว์กับอนุรักษ์พื้นที่  เมื่อคนเห็นฉลามหูดำที่อ่าวมาหยา ก็เริ่มเข้าใจว่าการอนุรักษ์สัตว์หมายถึงการอนุรักษ์พื้นที่ด้วย จะเอ็นดูอนุรักษ์แต่ตัวมันอย่างเดียวไม่ได้”   ล่าสุดกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืชยืดการปิดอ่าวมาหยาออกไปอีกสองปีเพื่อฟื้นฟูธรรมชาติ สร้างระบบจัดการการท่องเที่ยว และจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยว

ยิ่งไปกว่านั้น การปิดอ่าวมาหยาได้รับกระแสตอบรับเป็นอย่างดีในระดับนานาชาติ รวมทั้งสื่อหลักของโลก  เมื่อการปิดอ่าวเห็นผลเป็นรูปธรรมให้คนทั่วโลกเห็นอย่างชัดเจนผ่านทางโซเชียลมีเดีย

“โซเชียลมีเดียมีข้อเสียตอนแรก แต่ตอนหลังกลายเป็นข้อดี” ดร.ธรณ์ พูดถึงการใช้สื่อสังคมออนไลน์ก่อนหน้านี้ที่นักท่องเที่ยวมักนิยมถ่ายภาพกับสัตว์ทะเลเพื่อโพสต์อวดบนเฟซบุ๊กหรืออินสตาแกรมที่ “เมื่อสามสี่ปีที่แล้ว ช่วงพีคๆ มีคนส่งภาพแบบนี้มาให้วันละสองสามภาพจากที่โน่นที่นี่” แต่หลังจากที่มีผู้แสดงความคิดเห็นในทางที่ไม่เห็นด้วยจำนวนมาก ภาพในลักษณะดังกล่าวก็ลดลงไป

“เราพยายามสื่อว่าคุณจะจับสัตว์มาถ่ายรูปทำไม ในเมื่ออย่างแรกสัตว์ได้รับอันตราย อย่างที่สองคือคุณได้รับอันตราย เพราะจะถูกด่า ถูกจับ ถูกสั่งฟ้อง ต้องขึ้นศาล เสียทั้งเงินทั้งเวลา โดยที่ไม่ได้ประโยชน์อะไรเลย ถ้าเซลฟี เราก็อยากให้คนมาคลิกไลค์ใช่ไหม ไม่ได้อยากได้เฮต (hate)” ดร. ธรณ์ เจ้าของเฟซบุ๊ก Thon Thamrongnawasawat ซึ่งมีผู้ติดตาม 1.3 แสนคน กล่าว  อินฟลูเอนเซอร์คนสำคัญที่ทำให้คนไทยเข้าใจถึงท่าทีที่ควรมีต่อสัตว์ในอาศัยถิ่นของมัน (แต่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวของมนุษย์) ผู้นี้เชื่อว่า “กระแสสังคมทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงได้”

ทะเลไทย
นักดำน้ำห้อมล้อมฉลามวาฬในน่านน้ำบริเวณกองหินเกาะตาชัย จังหวัดพังงา ภาพถ่ายลักษณะนี้ก่อให้เกิดประเด็นถกเถียงเรื่องความเหมาะสม (ภาพถ่าย: นัท สุมนเตมีย์)

ดร. ธรณ์ ยังเห็นว่า การเฝ้าดูลูกเต่ามะเฟืองฟักออกจากไข่ที่เกาะตาชัยเมื่อต้นปีที่ผ่านมานั้น เป็นการท่องเที่ยวมิติใหม่ทางออนไลน์  เมื่อพื้นที่วางไข่ของเต่าอยู่ในเขตห้ามเข้าเนื่องจากเป็นเขตทหาร เช่น เกาะตาชัย เกาะคราม เกาะกระ  “เราใช้คำว่าท่องเที่ยวทางออนไลน์ได้ โดยที่ไม่ต้องเสียสตางค์ด้วย ดูได้ทั้งประเทศ กลายเป็นข่าวดัง และปลูกจิตสำนึกด้วย…ผมยังไม่เคยเห็นที่ไหนที่มีการติดตั้งกล้องวงจรปิดตามดูรังไข่เต่าทุกนาที ไลฟ์ตลอดหกวัน ติดต่อกันจนลูกเต่าฟักออกจากไข่ มีคนติดตามหลานแสนวิวเลย”

อย่างไรก็ตาม สำหรับทะเลไทย ผู้มาเยือนส่วนใหญ่มักเป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติ  การทำงานร่วมกันจึงไม่ใช่ระหว่างชาวบ้าน ผู้ประกอบการ หน่วยราชการเท่านั้น แต่ไปไกลถึงหน่วยงานอย่างกงสุลและสถานทูตของประเทศผู้มาเยือน  ในระยะยาว ดร.ธรณ์ เสนอว่า การท่องเที่ยวที่เหมาะสมคือการกำหนดจำนวนนักท่องเที่ยวด้วยการจัดการ โดยเป็นไปตามความสามารถในการรองรับของระบบนิเวศของแหล่งท่องเที่ยวแต่ละแห่ง (Carrying Capacity – CC) ซึ่งในไทยมีการใช้หลักการนี้แล้วกับหมู่เกาะสิมิลัน  ดร.ธรณ์ หวังว่าจะเกิดขึ้นกับอุทยานแห่งชาติและแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลทุกแห่ง เนื่องจากนักท่องเที่ยวมาไทยเพิ่มขึ้นทุกปี

“ปัญหาคือเรามีซีซีในบางพื้นที่ว่า  กำหนดให้คนมาเท่าไร เช่น สิมิลันบางพื้นที่  เราต้องกำหนดให้มีทุกที่ และต้องเฉลี่ยนักท่องเที่ยวด้วย  ถึงอย่างไรประเทศไทยก็ต้องพึ่งพานักท่องเที่ยว เพราะรายได้จากการท่องเที่ยวคิดเป็นร้อยละ 25 ของประเทศ  ถ้าทำได้ก็ควรมีซีซีทั้งหมด” ประธานคณะทำงานสัตว์ทะเลหายากกล่าว

เรื่อง  นิรมล มูนจินดา

ภาพถ่าย นัท สุมนเตมีย์ และคัมภีร์ ผาติเสนะ

                                                                                               

อ่านเพิ่มเติม

มาเรียม : ดุหยงน้อยสู่ความหวังพะยูนไทย – บันทึกภาคสนามนักอนุรักษ์

เรื่องแนะนำ

วิลเดอบีสต์ตัวน้อยวิ่งตามรถ เพราะเข้าใจผิดว่าเป็นแม่ของมัน

คลิปวิดีโอนี้ถูกบันทึกไว้โดย Zaheer และ Asma Ali ขณะที่ทั้งคู่กำลังขับรถผ่านอุทยาน Kgalagadi ในแอฟริกาใต้ ลูกวิลเดอบีสต์ตัวหนึ่งวิ่งตามรถยนต์คันสีฟ้าข้างหน้า และเมื่อรถคันดังกล่าวมันก็หยุดด้วย พร้อมคลอเคลียอยู่ข้างรถยนต์ไม่ห่าง เหตุผลที่ลูกสัตว์ตัวน้อยนี้วิ่งตามรถยนต์น่าจะเป็นเพราะขนาดใหญ่ของรถยนต์ Zaheer ให้ความเห็นกับหนังสือพิมพ์ Citizen ของแอฟริกาใต้ เนื่องจากในธรรมชาติวิลเดอบีสต์จะอยู่รวมกันเป็นฝูง และมันมักจะวิ่งตามบางวัตถุขนาดใหญ่ที่อยู่ใกล้ๆ จากสัญชาตญาณของการตามหัวหน้าฝูง ในช่วงหนึ่งของวิดีโอจะเห็นว่าลูกวิลเดอบีสต์พยายามเลียรถยนต์คันสีฟ้านี้ นั่นทำให้เดาได้ว่าเจ้าวิลเดอบีสต์นี้คงคิดว่าวัตถุดังกล่าวเป็นแม่ของมัน นับเป็นเคราะห์ดีของลูกสัตว์ หลัง Ali พยายามไล่ให้มันลงไปจากถนน เนื่องจากกลัวว่าจะเกิดอุบัติเหตุ วิลเดอบีสต์ตัวหนึ่งก็เข้ามาได้จังหวะพอดี และลูกสัตว์ตัวน้อยก็เปลี่ยนความสนใจไปตามวิลเดอบีสต์ตัวเต็มวัยแทน และเมื่อมันได้กลับเข้าฝูงอีกครั้งมันก็ตรงปรี่ไปหาแม่เพื่อดื่มนมจากเต้า ลูกวิลเดอบีสต์จะอยู่ติดกับฝูงตลอดเวลา การมีสัตว์ตัวใหญ่อยู่รายรอบจะช่วยปกป้องมันจากผู้ล่าอย่างสิงโต หรือเสือชีต้า แม่วิลเดอบีสต์จะตกลูกครั้งละ 1 ตัว ในแต่ละปีจะมีลูกวิลเดอบีสต์เกิดใหม่ประมาณ 500,000 ตัว พวกมันเรียนรู้ที่จะลุกขึ้นเดินได้เองในเวลาไม่กี่นาทีหลังคลอด ฤดูตกลูกของวิลเดอบีสต์จะเกิดขึ้นก่อนการอพยพครั้งใหญ่ประจำปี ในช่วงเดือนพฤษภาคม และมิถุนายน เมื่อพวกมันเดินเท้าแสวงหาทุ่งหญ้าที่เขียวขจีกว่าเก่า โดยการอพยพของวิลเดอบีสต์เป็นหนึ่งในการอพยพครั้งใหญ่ที่สุดของเหล่าสรรพสัตว์บนโลกใบนี้   อ่านเพิ่มเติม : ก็แค่อยากเล่นด้วย!, มาเป็นแม่ให้พวกเราหน่อย!

เมื่อเต่าอัลลิเกเตอร์เข้าบ้าน

เมื่อมีสัตว์แปลกๆ เข้ามาในบ้าน คุณไม่ควรจับมันด้วยตนเอง ทางที่ดีเรียกผู้เชี่ยวชาญเพื่อความปลอดภัย แม้ว่าเจ้าสัตว์ตัวนั้นจะเป็นแค่เต่าก็ตาม… แต่เต่าที่ว่านี้ไม่ใช่เต่าธรรมดา มันคือเต่าอัลลิเกเตอร์ หรือเต่าสแนปปิง เต่ากินเนื้อขนาดใหญ่นิสัยดุร้าย ที่มาพร้อมกับอาวุธอันตรายของมัน นั่นคือขากรรไกร เจ้าหน้าที่จากศูนย์สัตว์จับตัวเต่าขึ้นมาให้ดูว่าเจ้าตัวนี้น่ากลัวแค่ไหน มันอ้าปากรอที่จะงับเมื่อถูกคุกคาม…อย่าคิดที่จะเข้าใกล้เป็นอันขาด แต่ทว่ากล้องที่ถ่ายมันใกล้เกินไป เจ้าเต่าอัลลิเกเตอร์งับขนแมวกันลมที่หุ้มไมค์กล้องอย่างไม่ยอมปล่อยจนกว่ามันจะรู้สึกสงบขึ้น ซึ่งต้องใช้เวลาสักหน่อย และในที่สุดมันก็ถูกปล่อยลงบึง สถานที่ที่มันควรอยู่ไปเรียบร้อย   อ่านเพิ่มเติม : คุณเดาไม่ถูกแน่ๆ ว่าเสียงเหล่านี้เป็นของสัตว์อะไร, ไก่บ้านปะทะงูจงอาง คุณว่าใครชนะ?

สำรวจโลก : บันทึกภาคสนาม (2)

ว่ายน้ำกับปลาโมลาโมลา เรื่อง เทียร์นีย์ ทีส เทียร์นีย์ ทีส หลงรักมหาสมุทรตั้งแต่ตอนเป็นเด็กที่เติบโตขึ้นในแคลิฟอร์เนีย ปัจจุบันเรามักพบเห็นนักชีววิทยาทางทะเลผู้นี้ได้นอกชายฝั่งกาลาปาโกส ขณะศึกษาปลาโมลาโมลาหรือปลาแสงอาทิตย์ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในความพยายามที่จะพิทักษ์สิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่ในภูมิภาคนี้ การสำรวจโลกใต้นํ้าของเธอเผยให้เห็นพื้นที่อ่าวที่ซึ่งปลาโมลาโมลาใช้เป็น “แหล่งพำนักตลอดปี” และ “สถานีทำความสะอาด” ที่ปลาเล็กปลาน้อยมารวมตัวกันเพื่อกินปรสิตที่ติดมากับผิวหนังของปลาโมลาโมลา ในโครงการอื่นๆ ทีสยังฝึกนักวิทยาศาสตร์หญิงชาวเอกวาดอร์ในเรื่องชีวมาตรระยะไกล (biotelemetry) โดยใช้เครื่องมืออัลตราโซนิก ตรวจจับและบันทึกการเคลื่อนที่หรือการอพยพของสัตว์ทะเล เช่น ฉลามวาฬ และเต่าทะเล ทีสให้เหตุผลที่เลือกฝึกนักวิทยาศาสตร์หญิงว่า “เราต้องการต้นแบบที่เป็นผู้หญิงมากขึ้น เพื่อแสดงให้เห็นถึงศักยภาพและความเป็นไปได้ที่ ผู้หญิงสามารถเข้าถึง เราอยากให้เด็กผู้หญิงมองว่า วิทยาศาสตร์เป็นเรื่องน่าสนุก มีความสำคัญ และเป็นอาชีพที่เลี้ยงตัวเองได้”   วิทยาศาสตร์ว่าด้วยมหาสมุทรที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ เรื่อง ชาห์ เซลบี “ไม่เคยมีช่วงเวลาที่น่าตื่นเต้นไปกว่านี้อีกแล้วเมื่อพูดถึงการใช้เทคโนโลยีเพื่อการอนุรักษ์” ชาห์ เซลบี กล่าว เมื่อปีที่ผ่านมา อดีตนักวิทยาศาสตร์ด้านจรวดได้ก่อตั้ง คอนเซอร์วิฟาย (Conservify) ห้องปฏิบัติการที่มุ่งเน้นการใช้เทคโนโลยีโอเพ่นซอร์ซ (open-source technology) ที่เปิดกว้างให้สาธารณชนสามารถช่วยพัฒนาหรือ มีส่วนร่วม เช่น ข้อมูลดาวเทียม เซนเซอร์ โดรน และแอปพลิเคชัน ปัจจุบัน บริษัทกำลังสร้างเครื่องติดตาม […]

สานภารกิจพิทักษ์กอริลลาสุดสายหมอก

ตามรอยภารกิจอนุรักษ์กอริลลาในเขตอุทยานแห่งชาติโวลเคโนส์ ของรวันดา และรำลึกถึง "ไดแอน ฟอสซีย์" หญิงชาวอเมริกันผู้พิทักษ์กอริลลา หากไม่มีเธอ รวันดาในวันนี้คงไม่เหลือกอริลลาแล้ว แม้แต่ตัวเดียว