เป็นคุณจะทำอย่างไร? ถ้า งูพิษร้ายแรงที่สุดในโลก เลื้อยเข้าบ้าน

เป็นคุณจะทำอย่างไร? ถ้า งูพิษร้ายแรงที่สุดในโลก เลื้อยเข้าบ้าน

งูแบล็กแมมบา เป็นงูที่คุณจะไม่อยากพบเจอมากที่สุดในชีวิต พวกมันรวดเร็วด้วยสถิติการเลื้อยที่ทำความเร็วมากถึง 16 – 20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และพวกมันไม่ใช่งูขนาดเล็กด้วยขนาดลำตัวที่อาจมีความยาวได้มากถึง 14 ฟุต และแน่นอนว่าพิษของพวกมันรุนแรง จนได้ชื่อว่าเป็น งูพิษร้ายแรงที่สุดในโลก

ที่บ้านหลังหนึ่งในเมืองเดอร์บัน ประเทศแอฟริกาใต้ หญิงสาวเจ้าของบ้านกำลังขนลุกขนพอง เมื่อพบว่าเจ้าแบล็กแมมบาเลื้อยเข้ามาในบ้านของเธอ

อีวาน เจ้าหน้าที่จากองค์กร KwaZulu Natal Amphibian and Reptile Conservation รีบเดินทางมายังบ้านหลังดังกล่าวทันที หน้าที่ของพวกเขานอกเหนือจากการจับงูแล้ว คือการให้ความรู้ที่ถูกต้องเกี่ยวกับอสรพิษเหล่านี้ ตลอดจนฝังไมโครชิพขนาดจิ๋วลงไป เพื่อติดตามการเจริญเติบโตของพวกมัน

จากวิดีโอที่ถ่ายไว้จะเห็นว่า งูแบล็กแมมบาซ่อนตัวอยู่ใต้โต๊ะวางโทรทัศน์ มันอ้าปากกว้างเผยให้เห็นช่องปากภายในสีดำสนิท ซึ่งเป็นสัญญาณอันตราย เมื่อมันรู้สึกว่ากำลังถูกคุกคาม อีกหนึ่งสัญญาณอันตรายก็คือ หากงูยกศีรษะและลำตัวความยาว 1 ใน 3 จากทั้งหมดขึ้นเหนือพื้นดิน นั่นหมายความว่ามันพร้อมแล้วที่จะจู่โจม

อีวานได้รับรายงานว่าภายในบ้านหลังนี้เลี้ยงกระต่าย, หนูแฮมสเตอร์ และนกไว้หลายชนิด นั่นจึงเป็นสาเหตุที่ว่าทำไมแบล็กแมมบาจึงเลื้อยเข้ามา

เจ้าหน้าที่อีวานใช้เครื่องมือพิเศษช่วย และเขาทำราวกับว่าการจับงูที่อันตรายที่สุดในโลกนี้เป็นเรื่องง่ายดาย หลังจับตัวมันได้อีวานพบว่าแบล็คแมมบาตัวนี้มีความยาวประมาณ 2.5 เมตร เขาฝังไมโครชิพขนาดเล็กเข้าไปก่อนที่จะปล่อยตัวมันไป ไมโครชิพจะเป็นหลักฐานที่บ่งชี้ หากจับตัวมันได้อีกครั้ง พร้อมให้ข้อมูลว่ามันเติบโตขึ้นมากแค่ไหน

งูแบล็กแมมบาสามารถพบได้ทั่วไปในภูมิภาคแอฟริกา ปกติแล้วงูเหล่านี้ละหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากับผู้คน แต่หากมีใครหลงเข้าไปในอาณาเขตของมันเจ้างูจะตอบโต้ และนำมาซึ่งอันตรายถึงแก่ชีวิตทั้งคนและงูเอง

“ช่วงหน้าร้อนแบบนี้ ผมได้โทรศัพท์ให้ไปจับงูประมาณ 12 ครั้งต่อวันครับ” เขากล่าว ทั้งนี้เขาเตือนว่า อย่าจัดการกับงูด้วยตนเอง ควรรอให้ผู้เชี่ยวชาญเดินทางมาถึงยังบ้านก่อน และวิธีการที่ดีที่สุดในการป้องกันไม่ให้งูเลื้อยเข้าบ้านก็คือ ศึกษาลักษณะและอุปนิสัยของงูชนิดนั้นๆ เพื่อดูว่าบ้านของพวกคุณนั้นดึงดูดใจเหล่าอสรพิษหรือไม่

เรื่อง ซาร่า กิบเบนส์

 

อ่านเพิ่มเติม : วันโชคดีของงูในท้อง, เมื่ออสรพิษเกี่ยวกระหวัด

เรื่องแนะนำ

ภารกิจช่วยชีวิตลูกจิงโจ้น้อย

เจ้าของบ้านรายหนึ่งในนครซิดนีย์ ของออสเตรเลีย พบเข้ากับจิงโจ้ตัวหนึ่งที่กำลังใกล้ตาย พวกเขาเรียกเจ้าหน้าที่ให้มาช่วยเหลือมัน แต่โชคร้ายเมื่อเจ้าหน้าที่มาถึง แม่จิงโจ้ก็ตายไปแล้ว โชคดีที่เจ้าหน้าที่สังเกตเห็นอะไรบางอย่างในกระเป๋าหน้าท้องของมัน สิ่งนั้นคือลูกจิงโจ้น้อยที่มีอายุเพียงแค่ 1 เดือนเท่านั้น ไปชมภารกิจการช่วยเหลือลูกจิงโจ้น้อยตัวนี้ ที่แม้ว่ามันจะโชคร้ายสูญเสียแม่ไปแต่รับประกันได้ว่าในความดูแลของเจ้าหน้าที่แล้ว ลูกจิงโจ้ตัวนี้จะได้เติบโต แข็งแรง และได้กลับสู่ป่าอีกครั้งอย่างแน่นอน   อ่านเพิ่มเติม : ปฏิบัติการช่วยเหลือหมีลิ้นยักษ์, สรรพสัตว์ในสวนสัตว์ซีเรียเอาตัวรอดจากเมืองที่ล่มสลายอย่างไร

ทำความรู้จักกับฮีโร่ผู้ปกป้องแรดขาวเหนือ

ทำความรู้จักกับฮีโร่ผู้ปกป้องแรดขาวเหนือ แม้แรดขาวเหนือตัวผู้ตัวสุดท้ายบนโลกจะจากไปแล้ว แต่เรื่องราวของมันจะยังคงอยู่ตลอดกาลและคอยย้ำเตือนให้มนุษย์ตระหนักถึงผลกระทบจากการล่าสัตว์ป่า เมื่อหนึ่งในสายพันธุ์สัตว์ที่ดำรงอยู่มานานหลายล้านปี กลับต้องสูญสิ้นไปในยุคสมัยของเรา ชวนชมสารคดีสั้นที่ผลิตโดย United for Wildlife ร่วมกับ Black Bean Productions ถ่ายทอดเรื่องราวและความรู้สึกของกลุ่มนักอนุรักษ์ผู้ทำหน้าที่ปกป้องคุ้มครองแรดขาวเหนือกลุ่มสุดท้าย เป็นเวลา 24 ชั่วโมง ในทุกวัน ภายในศูนย์อนุรักษ์โอล เพเยตาของเคนยา พวกเขาต้องใช้ความกล้าหาญแค่ไหนในการต่อสู้กับบรรดาพวกลักลอบค้าสัตว์ป่า และพวกเขาได้เรียนรู้อะไรจากงานคุ้มครองสัตว์พิเศษเหล่านี้บ้าง? ปล. สารคดีเรื่องนี้เป็นสารคดีเก่าที่เคยเผยแพร่เมื่อเดือนพฤศจิกายน ปี 2017 ในช่วงที่ “ซูดาน” แรดขาวเหนือตัวผู้ตัวสุดท้ายยังคงมีชีวิตอยู่   อ่านเพิ่มเติม แรดขาวเหนือตัวผู้ตัวสุดท้ายตายแล้ว หรือนี่คือจุดจบ?

แพลงก์ตอนถึงจิ๋ว แต่มีผลต่อมหาสมุทร

แพลงก์ตอนถึงจิ๋ว แต่มีผลต่อมหาสมุทร เจ้าสัตว์เล็กจิ๋วอย่างแพลงก์ตอนเคยถูกเชื่อกันว่าไม่น่าจะมีผลอะไรต่อมหาสมุทรมากนัก แต่ทีมนักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดพบว่า แพลงก์ตอนสัตว์ซึ่งเป็นสิ่งมีชีวิตเล็กๆ อันประกอบด้วยคริลล์ และตัวอ่อนของกุ้ง ปูเหล่านี้ เมื่อพวกมันว่ายรวมกันเป็นกลุ่ม การมีอยู้่ของพวกมันสามารถส่งผลกระทบต่อกระแสสมุทรได้เลยทีเดียว กระแสสมุทรคือระบบหมุนเวียนน้ำนมหาสมุทรที่มีทิศทางการไหลที่แน่นนอน โดยเกิดขึ้นจากแรงลมและอุณหภูมิของน้ำ ทีมนักวิจัยพบว่าการที่กลุ่มของแพลงก์ตอนสัตว์จำนวนหลายพันล้านตัวนั้นว่ายขึ้นมาจากความลึกหลายร้อยเมตรสู่ผิวน้ำสามารถส่งผลกระทบต่อกระแสสมุทรเดิมได้ ผ่านการทดลองกับแทงก์น้ำในห้องปฏิบัติการ โดยในการศึกษาครั้งต่อไปพวกเขาจะหาคำตอบเพื่มเติมว่า วิถีชีวิตของสัตว์นั้นจะส่งผลกระทบต่อสภาพภูมิอากาศอย่างไรบ้าง   อ่านเพิ่มเติม มหาสมุทรเป็นพิษ: ภาพถ่ายที่ช่วยย้ำเตือนถึงสถานะน่ากังวลของทะเลในปัจจุบัน