เต่าทะเล : หยัดยืนได้อีกนานเพียงใด - National Geographic Thailand

เต่าทะเล : หยัดยืนได้อีกนานเพียงใด

เต่าทะเล : หยัดยืนได้อีกนานเพียงใด

 ถ้าได้เฝ้ามอง เต่าทะเล นานพอ คุณจะอดทึ่งในความอัศจรรย์ของพวกมันไม่ได้ เต่าท่องสมุทรด้วยครีบคู่หน้าที่มีลักษณะคล้ายปีก ขุดทรายทำรังด้วยขาหลังที่กอบทรายและโยนทิ้งได้เกือบเหมือนมือ รีดน้ำเค็มออกจากต่อมใกล้ตาได้เหมือนน้ำตา ปากคล้ายจะงอยปากนกซึ่งอาจเป็นเพราะมันมีบรรพบุรุษร่วมกับไก่ นอกจากเต่ามะเฟืองที่มีชั้นผิวหนังหนาแล้ว เต่าอื่นๆ มีโครงกระดูกภายนอกที่ปกคลุมด้วยแผ่นเกล็ดเคอราทิน ซึ่งเป็นวัสดุที่พบในนอแรดและเล็บมนุษย์ ทว่าเต่าแต่ละชนิดก็แตกต่างกันไป เต่ากระช่วยแนวปะการังด้วยการกินฟองน้ำทะเลที่อาจทำลายปะการัง เต่าหัวค้อนใช้ขากรรไกรทรงพลังเคี้ยวแมงดาทะเลได้ เต่ามะเฟืองกินแมงกะพรุนกับเพรียงหัวหอม และว่ายน้ำจากญี่ปุ่นไปแคลิฟอร์เนียได้สบายๆ

เต่าทะเล แยกสายวิวัฒนาการจากเต่าบกเมื่อกว่า 100 ล้านปีมาแล้ว พวกมันรอดชีวิตจากดาวเคราะห์น้อยที่ล้างเผ่าพันธุ์ไดโนเสาร์มาได้ และผ่านการสูญพันธุ์ทางทะเลเมื่อสองล้านปีก่อนที่ทำให้เครือญาติของมันหายไปกว่าครึ่ง ทุกวันนี้ เราพบเต่าทะเลได้ตามชายหาดในทุกทวีป ยกเว้นแอนตาร์กติกา และมีเต่าแหวกว่ายอยู่ในน่านน้ำเขตร้อนและเขตอบอุ่นทั่วโลก

นักวิทยาศาสตร์บางคนในปัจจุบันเชื่อว่า ลำพังแค่ในทะเลแคริบเบียนยุคก่อนโคลัมบัสก็อาจมีเต่าตนุตัวเต็มวัยอาศัยอยู่ถึง 91 ล้านตัว นั่นคือประมาณสิบเท่าของเต่าทะเลตัวเต็มวัยทุกชนิดรวมกันที่เชื่อกันว่าแหวกว่ายอยู่ในทะเลและมหาสมุทรทั่วโลกในปัจจุบัน

ตั้งแต่เต่าหญ้าเคมป์ที่มีขนาดใหญ่ไม่เกินยางรถยนต์ไปจนถึงเต่ามะเฟืองที่อาจหนักกว่าหมีขั้วโลก เต่าทะเลหกในเจ็ดชนิดมีสถานะตั้งแต่มีแนวโน้มใกล้สูญพันธุ์ ใกล้สูญพันธุ์ หรือใกล้สูญพันธุ์อย่างยิ่ง ส่วนสถานะของเต่าหลังแบนในออสเตรเลียนั้นยังไม่ทราบแน่ชัด

แต่พวกมันก็ยังยืนหยัดอยู่ได้ ทั้งๆที่เผชิญอุปสรรคสารพัดจากน้ำมือเรา

เต่าทะเล
ในเมืองโอสติโอนัล ประเทศคอสตาริกา เต่าหญ้าขุดรังวางไข่ติดกันมากเสียจนไข่มีแนวโน้มจะกระแทกกันจนแตก ทางการจึงยอมให้ชาวบ้านเก็บไข่บางส่วนไปใช้ประโยชน์และขายในท้องถิ่นได้
เต่าทะเล
เต่าตนุรวมตัวกันใกล้ท่าเทียบเรือในบาฮามาส พวกมันมีจำนวนมากมายในสมัยของโคลัมบัส จน “จนดูราวกับว่าเรือจะแล่นเกยพวกมัน”

ดูเหมือนเต่าทะเลอาจฟื้นตัวเก่งกว่าที่เราคิด “ผมเห็นเต่าบาดเจ็บ พิกลพิการ และเจ็บป่วยเหลือเชื่อมาแล้วทุกรูปแบบ และพวกมันก็รอดมาได้” ไบรอัน วอลเลซ ผู้รับผิดชอบการประเมินเต่าทะเลขององค์การระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ หรือไอยูซีเอ็น บอกและเสริมว่า “เต่าทะเลที่สูญพันธุ์แบบนกโดโดและนกพิราบแพสเซนเจอร์มีที่ไหนกันล่ะครับ” พวกมันทั้งเจ็ดชนิดยังอยู่รอดได้ทั้งในระดับภูมิภาคและระดับโลก

ขณะที่เราตักตวงทรัพยากรจากทะเล พัฒนาแนวชายฝั่ง และก่อภาวะโลกร้อน ก็สมควรแล้วที่เราจะถามตัวเองว่า เรากำลังทำลายสัตว์เหล่านี้หรือไม่ แต่หลังจากรายงานเรื่องสถานการณ์เต่าทะเลในประเทศต่างๆในช่วงหลายเดือน ผมกลับคิดว่าเราควรตั้งคำถามอื่นแทน นั่นคือสัตว์เลื้อยคลานเหล่านี้จะอยู่รอดได้ดีแค่ไหน ถ้าเราช่วยพวกมันอีกสักนิด

เรายังพอเห็นความหวังในพื้นที่ที่คนยอมรับแนวคิดอนุรักษ์เต่า เช้าวันหนึ่งในคอสตาริกา ผมนั่งอยู่บนรถขนส่งสินค้าขณะที่มหาสมุทรส่องประกายวิบวับผ่านดงต้นปาล์มขวด สินค้าของเราคือกระสอบใหญ่ 80 ใบบรรจุไข่เต่า 96,000 ฟอง เลยไปอีกไม่กี่กิโลเมตร รถก็ถอยเข้าสู่เพิงเปิดโล่ง พวกผู้ชายขนสินค้าเปราะบางนี้ไปวางบนโต๊ะคัดแยกให้พวกผู้หญิงเริ่มหยิบใส่ถุง ในไม่ช้าไข่ก็อยู่ในบรรจุภัณฑ์ใหม่พร้อมส่งไปขายให้ร้านอาหารและบาร์ที่อยู่ไกลถึงซานโฮเซ เมืองหลวงของประเทศ ทั้งหมดนี้ถูกกฎหมายทุกประการ ทั้งยังอาจส่งผลดีต่อเต่าอีกด้วย

เต่าทะเล
ในช่วงฤดูฝนของคอสตาริกา เต่าหญ้าเพศเมียจะขึ้นฝั่งมาวางไข่คราวละหลายหมื่นตัวในปรากฏการณ์ที่เรียกว่า อาร์รีบาดา ซึ่งเกิดขึ้นเดือนละหนึ่งหรือสองครั้ง
เต่าทะเล
เพื่อต่อกรกับพวกลักลอบล่าสัตว์ในคอสตาริกา นักวิจัย เฮเลน ฟีซีย์ นำไข่ปลอมที่ฝังเครื่องส่งสัญญาณจีพีเอสไปวางปนในรังที่แม่เต่ามาวางไข่

ทุกเดือน ชายหาดแห่งนี้ในเมืองโอสติโอนัลบนคาบสมุทรริมชายฝั่งแปซิฟิกตอนเหนือของคอสตาริกาจะเป็นแหล่งวางไข่ที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในโลก ตามปกติ ปรากฏการณ์ที่เรียกว่า อาร์รีบาดา (arribada) จะเกิดกลางดึกเหมือนที่เกิดขึ้นในเช้าวันนี้ เต่าหญ้าเพศเมียหลายพันตัวชุมนุมกันนอกชายฝั่ง แสงดาวเต็มฟ้าเผยให้เห็นเงาตะคุ่มของพวกมัน จากนั้น แม่เต่าทยอยขึ้นฝั่งเหมือนได้รับสัญญาณลี้ลับบางอย่าง ทั้งชนทั้งดันกันเข้ามาเป็นระลอกโดยไม่สนใจภัยคุกคามรอบข้าง เช่น นกแร้ง หมาป่า และแรกคูนหิวโหยที่จะมาคุ้ยไข่ พวกมันเริ่มขุดทราย เจอรังของเต่าตัวอื่นและทำไข่แตก เบ่งไข่ไว้ในรังที่เพิ่งขุดขึ้นหมาดๆ ก่อนจะเดินต้วมเตี้ยมกลับลงทะเล

มนุษย์มาตอนฟ้าสาง พวกผู้ชายเดินเท้าเปล่าด้วยจังหวะประหลาดราวกับกำลังเต้นรำ กระดกส้นเท้ากับปลายเท้าอย่างระมัดระวังเพื่อสำรวจหาพื้นทรายร่วนๆ เมื่อพบ พวกเขาจะนั่งยองๆลงขุดจนกระทั่งเจอไข่ จากนั้นวัยรุ่นและพวกผู้หญิงก็เริ่มเก็บใส่ถุง

คอสตาริกาเริ่มออกกฎห้ามเก็บไข่เต่าในทศวรรษ 1970 แต่ไม่ได้บังคับใช้จริงจัง ท้ายที่สุด นักวิจัยจึงเสนอแผนจัดการ นั่นคืออนุญาตให้มีการค้าไข่เต่าในท้องถิ่นอย่างถูกกฎหมายโดยอยู่ภายใต้การควบคุม ในคืนอาร์รีบาดา เต่าขึ้นมาขุดรังวางไข่อย่างล้นหลามจนชายหาดไม่พอรองรับ ต่อให้ไม่มีคนลักลอบเก็บ ไข่เต่ามากถึงครึ่งหนึ่งบนชายหาดก็ได้รับความเสียหายอยู่แล้ว ส่วนใหญ่จากฝีมือเต่าด้วยกันเอง รัฐบาลคอสตาริกาจึงอนุญาตให้ชาวเมืองโอสติโอนัลไม่กี่ร้อยคนเก็บไข่เต่าส่วนหนึ่งได้โดยถูกกฎหมาย

เต่าทะเล
เลือดไหลออกจากร่างเต่ามะเฟืองใกล้ตายที่ถูกฉมวกของนักล่าชาวพื้นเมืองใกล้หมู่เกาะเคของอินโดนีเซีย เต่ามะเฟืองมีขนาดใหญ่ที่สุดในบรรดาเต่าทะเลเจ็ดชนิด และเป็นหนึ่งในเต่าที่มีความเสี่ยงสูงสุด

ทุกวันนี้ หลายคนมองว่าการเก็บไข่เต่าในโอสติโอนัลคือความสำเร็จ ชาวเมืองได้ส่วนแบ่งเป็นไข่จำนวนหนึ่ง และนักชีววิทยาบางคนคิดว่า การกำจัดไข่ส่วนเกินจากชายหาดช่วยป้องกันไม่ให้จุลชีพทำลายไข่ส่วนที่ดี เงินที่ได้จากการขายนำมาใช้เป็นค่าลาดตระเวนชายหาดและการตรวจตราไม่ให้พวกลักลอบเก็บไข่เข้ามาในพื้นที่ มีเอกสารกำกับการขายทุกครั้งเพื่อแจ้งผู้ซื้อว่าเป็นไข่เต่าถูกกฎหมาย ชาวเมืองที่ร่วมโครงการช่วยขับไล่สัตว์นักล่าเพื่อให้เต่าที่ฟักเป็นตัวได้กลับลงทะเล

เรื่อง เครก เวลช์

ภาพถ่าย ทอมัส พี. เพสแชก

*** อ่านสารคดีฉบับเต็มได้ใน นิตยสาร เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย เดือนตุลาคม 2562


สารคดีแนะนำ

ปรากฏการณ์ปะการังฟอกขาว

เรื่องแนะนำ

ศึกมวยข้ามรุ่นระหว่าง สิงโต และยีราฟ มาดูกันว่าไฟต์นี้ใครจะได้เข็มขัดไปครอง

เห็นอย่างนี้แล้ว คงทำให้อดนึกถึงภาพตัวเองในอดีตที่เคยเล่นขี่ม้าส่งเมืองกับเพื่อนๆ เป็นไม่ได้ ยีราฟตัวหนึ่งที่เดินอยู่ในทุ่งหญ้าด้วยท่าทางลังเลกับการมีสิงโตเกาะอยู่ด้านหลัง พร้อมกับ สิงโต อีกสองตัวที่กอดขาหลังทั้งสองข้างไว้อย่างแน่นหนา วิดิโอดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงความพยายามที่จะทำให้ยีราฟเต็มวัยเพศผู้ล้มลงให้ได้ของเหล่าสิงโต โดย Francois Pienaar ไกด์ของทางสวนสัตว์ ผู้บันทึกเหตุการณ์ไว้ทั้งหมด กล่าวว่า ภาพฝูงสิงโตช่วยกันเพื่อที่จะทำให้ยีราฟล้มลงนั้นถือเป็นไฮไลท์ของอาชีพการทำงานของเขาเลย วิธีการจู่โจมเหยื่อแบบนี้ของสิงโตถือว่าเป็นเรื่องปกติ โดยสิงโตจะเล็งไปที่ขาหลังของเหยื่อก่อนเป็นอันดับแรก จากนั้นจะเป็นที่หลัง และสุดท้ายจะจบด้วยคอ แต่ในกรณีของยีราฟนั้น โดยเฉพาะตัวที่กำลังยืนอยู่ สิงโตจะต้องข้ามขั้นตอนสุดท้าย เนื่องจากคอที่มีความยาวของยีราฟ เป็นเหตุผลของภาพที่ต่างฝ่ายต่างกินกันไม่ลงในวิดิโอนั่นเอง ซึ่งปกติหากจะเอาชนะยีราฟที่โตเต็มที่แบบนี้ได้ นักล่าจะต้องทำให้พวกมันล้มลงเสียก่อน แต่ใช่ว่ายีราฟเองจะไม่สามารถต่อกรกับนักล่าอย่างสิงโตได้ เพราะด้วยขาหลังอันทรงพลังของยีราฟ การเตะเพียงหนึ่งครั้งก็ถือว่าเพียงพอต่อการทำให้สิงโตบาดเจ็บหรือถึงขั้นเสียชีวิตได้เลย ด้วยเหตุนี้ สิงโตจึงเบนเข็มไปที่ลูกยีราฟมากกว่า แทนที่จะจู่โจมตัวที่โตเต็มวัย ทว่าการจู่โจมครั้งนี้ก็ไม่ได้ถือว่าเป็นเหตุการณ์ที่แปลกแต่อย่างใด เหตุการณ์ดังกล่าวระหว่างสิงโตและยีราฟยืดเยื้อกว่า 5 ชั่วโมง แสดงให้เห็นถึงความมานะอุตสาหะของสิงโต แต่แล้วความพยายามของสิงโตอย่างเดียวก็ไม่อาจเพียงพอ ยีราฟสามารถสลัดเหล่าสิงโตออกไปได้ แม้ว่าสิงโตจะมีดีกรีเป็นถึง “เจ้าป่า” แต่ยีราฟเองก็แสดงให้เห็นแล้วว่าไม่ใช่หมูมาให้เชือดนิ่มๆ โดยรอบนี้ยีราฟออกนำ สิงโต ไปก่อน 1-0.. ***แปลและเรียบเรียงโดย รชตะ ปิวาวัฒนพานิช โครงการนักศึกษาฝึกงาน กองบรรณาธิการ นิตยสารเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย อ่านเพิ่มเติม : ลูกยีราฟได้ลายมาจากแม่ […]

ยีราฟ: สัตว์แปลกประหลาดแห่งทวีปแอฟริกา

ยีราฟ: สัตว์แปลกประหลาดแห่งทวีปแอฟริกา ยีราฟเป็นหนึ่งในสัตว์ที่มีความโดดเด่นของทวีปแอฟริกา ด้วยความสูงและคอที่ยาวมากของมัน ยีราฟถือได้ว่าเป็นสัตว์บกที่สูงที่สุด พวกมันจึงสามารถกินใบไม้หรือยอดไม้ที่อยู่บนต้นไม้สูงได้ในขณะที่สัตว์ประเภทอื่นเอื้อมไปกินไม่ถึง นอกจากนี้ ยีราฟยังสามารถมองศัตรูหรือภัยอันตรายที่กำลังจะเข้าไปหามันได้ ยีราฟมีผนังหัวใจที่แข็งแรงมาก เพราะว่า หัวใจและสมองของยีราฟอยู่ห่างกันมากระหว่างช่วงคอที่ยาวมากของมันจึงทำให้ยีราฟต้องสูบฉีดเลือดมากกว่าสัตว์ชนิดอื่นๆมากกว่าถึง 2 เท่า หัวใจที่แข็งแรงของยีราฟช่วยบีบตัวส่งเลือดขึ้นไปหล่อเลี้ยงถึงสมองของมันได้ รวมถึงยีราฟตัวผู้ใช้คอของมันในการต่อสู้แย่งตัวเมียกันและแบ่งชนชั้นกันในฝูงของมัน นอกจากนี้ยีราฟมีความสามารถยืนหลับได้ โดยนอนเพียง 5 นาทีถึง 30 นาทีต่อวัน หรืออาจจะงีบหลับเป็นช่วงๆ ช่วงละ 2 นาที ซึ่งเวลาที่เหลือในแต่ละวันประมาณ 16 ถึง 20 ชั่วโมงพวกยีราฟจะออกไปหาใบไม้กิน ปัจจุบันจำนวนประชากรยีราฟในแอฟริกาลดลงไปมาจากแต่ก่อน เนื่องจากมีการล่ายีราฟเพื่อเอาขนและเนื้อของมัน เเม้กระทั้งหางก็ยังเป็นที่ต้องการของมนุษย์    อ่านเพิ่มเติมต่อที่ นกทำความสะอาดรักแร้ให้ยีราฟ

เมื่อเต่าอัลลิเกเตอร์เข้าบ้าน

เมื่อมีสัตว์แปลกๆ เข้ามาในบ้าน คุณไม่ควรจับมันด้วยตนเอง ทางที่ดีเรียกผู้เชี่ยวชาญเพื่อความปลอดภัย แม้ว่าเจ้าสัตว์ตัวนั้นจะเป็นแค่เต่าก็ตาม… แต่เต่าที่ว่านี้ไม่ใช่เต่าธรรมดา มันคือเต่าอัลลิเกเตอร์ หรือเต่าสแนปปิง เต่ากินเนื้อขนาดใหญ่นิสัยดุร้าย ที่มาพร้อมกับอาวุธอันตรายของมัน นั่นคือขากรรไกร เจ้าหน้าที่จากศูนย์สัตว์จับตัวเต่าขึ้นมาให้ดูว่าเจ้าตัวนี้น่ากลัวแค่ไหน มันอ้าปากรอที่จะงับเมื่อถูกคุกคาม…อย่าคิดที่จะเข้าใกล้เป็นอันขาด แต่ทว่ากล้องที่ถ่ายมันใกล้เกินไป เจ้าเต่าอัลลิเกเตอร์งับขนแมวกันลมที่หุ้มไมค์กล้องอย่างไม่ยอมปล่อยจนกว่ามันจะรู้สึกสงบขึ้น ซึ่งต้องใช้เวลาสักหน่อย และในที่สุดมันก็ถูกปล่อยลงบึง สถานที่ที่มันควรอยู่ไปเรียบร้อย   อ่านเพิ่มเติม : คุณเดาไม่ถูกแน่ๆ ว่าเสียงเหล่านี้เป็นของสัตว์อะไร, ไก่บ้านปะทะงูจงอาง คุณว่าใครชนะ?