วิลเดอบีสต์ตัวน้อยวิ่งตามรถ เพราะเข้าใจผิดว่าเป็นแม่ของมัน - National Geographic Thailand

วิลเดอบีสต์ตัวน้อยวิ่งตามรถ เพราะเข้าใจผิดว่าเป็นแม่ของมัน

คลิปวิดีโอนี้ถูกบันทึกไว้โดย Zaheer และ Asma Ali ขณะที่ทั้งคู่กำลังขับรถผ่านอุทยาน Kgalagadi ในแอฟริกาใต้ ลูกวิลเดอบีสต์ตัวหนึ่งวิ่งตามรถยนต์คันสีฟ้าข้างหน้า และเมื่อรถคันดังกล่าวมันก็หยุดด้วย พร้อมคลอเคลียอยู่ข้างรถยนต์ไม่ห่าง

เหตุผลที่ลูกสัตว์ตัวน้อยนี้วิ่งตามรถยนต์น่าจะเป็นเพราะขนาดใหญ่ของรถยนต์ Zaheer ให้ความเห็นกับหนังสือพิมพ์ Citizen ของแอฟริกาใต้ เนื่องจากในธรรมชาติวิลเดอบีสต์จะอยู่รวมกันเป็นฝูง และมันมักจะวิ่งตามบางวัตถุขนาดใหญ่ที่อยู่ใกล้ๆ จากสัญชาตญาณของการตามหัวหน้าฝูง

ในช่วงหนึ่งของวิดีโอจะเห็นว่าลูกวิลเดอบีสต์พยายามเลียรถยนต์คันสีฟ้านี้ นั่นทำให้เดาได้ว่าเจ้าวิลเดอบีสต์นี้คงคิดว่าวัตถุดังกล่าวเป็นแม่ของมัน

นับเป็นเคราะห์ดีของลูกสัตว์ หลัง Ali พยายามไล่ให้มันลงไปจากถนน เนื่องจากกลัวว่าจะเกิดอุบัติเหตุ วิลเดอบีสต์ตัวหนึ่งก็เข้ามาได้จังหวะพอดี และลูกสัตว์ตัวน้อยก็เปลี่ยนความสนใจไปตามวิลเดอบีสต์ตัวเต็มวัยแทน และเมื่อมันได้กลับเข้าฝูงอีกครั้งมันก็ตรงปรี่ไปหาแม่เพื่อดื่มนมจากเต้า

ลูกวิลเดอบีสต์จะอยู่ติดกับฝูงตลอดเวลา การมีสัตว์ตัวใหญ่อยู่รายรอบจะช่วยปกป้องมันจากผู้ล่าอย่างสิงโต หรือเสือชีต้า แม่วิลเดอบีสต์จะตกลูกครั้งละ 1 ตัว ในแต่ละปีจะมีลูกวิลเดอบีสต์เกิดใหม่ประมาณ 500,000 ตัว พวกมันเรียนรู้ที่จะลุกขึ้นเดินได้เองในเวลาไม่กี่นาทีหลังคลอด

ฤดูตกลูกของวิลเดอบีสต์จะเกิดขึ้นก่อนการอพยพครั้งใหญ่ประจำปี ในช่วงเดือนพฤษภาคม และมิถุนายน เมื่อพวกมันเดินเท้าแสวงหาทุ่งหญ้าที่เขียวขจีกว่าเก่า โดยการอพยพของวิลเดอบีสต์เป็นหนึ่งในการอพยพครั้งใหญ่ที่สุดของเหล่าสรรพสัตว์บนโลกใบนี้

 

อ่านเพิ่มเติม : ก็แค่อยากเล่นด้วย!มาเป็นแม่ให้พวกเราหน่อย!

เรื่องแนะนำ

เรียนรู้ภาษาแมวจากหาง

หางของแมวที่ขยับไปมาคือการส่งสัญญาณบางอย่าง และเหล่านี้คือภาษาพื้นฐานที่บรรดาทาสควรเรียนรู้ไว้ว่าเจ้านายกำลังบอกอะไร

วินาทีให้กำเนิดลูก 2,000 ตัวของพ่อม้าน้ำ

ชมช่วงเวลาพิเศษของการให้กำเนิด ม้าน้ำตัวผู้มีความรับผิดชอบอันใหญ่หลวงต่างจากสัตว์ตัวผู้อื่นๆ นั่นคือพวกมันต้องอุ้มท้องลูกเอาไว้แทนตัวเมีย ม้าน้ำเป็นสัตว์ที่ออกลูกเป็นตัว และเมื่อถึงเวลานั้นม้าน้ำตัวผู้จะเบ่งลูกออกมาทีเดียวได้มากถึง 2,000 ตัวเลยทีเดียว แต่ในจำนวนนี้มีเพียงแค่ 1 ใน 5 เท่านั้นที่จะรอดชีวิตเติบโตเป็นม้าน้ำตัวโตเต็มวัยได้   อ่านเพิ่มเติม : ชมความน่ารักของลูกแพนด้าแบบ 360 องศา, แม่ลิงกินลูกที่ตายแล้วของตนเอง

พบปลากระเบนสีชมพูสุดแปลกในออสเตรเลีย

ปลากระเบน ตัวนี้ไม่ได้รับผลกระทบจากสีผิวที่ผิดปกติแต่อย่างใด โดยมีการบันทึกภาพปลากระเบนตัวนี้เป็นครั้งคราวนับตั้งแต่ปี 2015 ภาพถ่ายโดย KRISTIAN LAINE สีชมพูที่ปรากฏบนปลากระเบนตัวหนึ่งที่พบเห็นได้บ่อยครั้งในแนวปะการังเกรตแบร์ริเออร์รีฟ (Great Barrier Reef) ไม่ได้เกิดจากทั้งการติดเชื้อหรือผลจากการกินอาหาร นักวิทยาศาสตร์กล่าว เมื่อช่างภาพ คริสเตียน เลน พบปลากระเบนสีชมพูตัวหนึ่งในตอนที่เขากำลังดำน้ำแบบฟรีไดร์ฟในแนวปะการังเกรตแบร์ริเออร์รีฟ ของออสเตรเลีย เขาคิดว่ากล้องถ่ายรูปคงทำงานผิดปกติแน่นอน “ผมไม่เคยคิดเลยว่าจะมีปลากระเบนสีชมพูอยู่บนโลก ตอนนั้นก็คิดไปว่าไฟแฟลชในกล้องคงจะเสียหรือทำงานผิดพลาดครับ” เลน กล่าว หลังจากนั้นเขาได้โพสต์ภาพปลากระเบนสีชมพูตัวนี้ในอินสตาแกรมและกลายเป็นกระแสไวรอลในอินเตอร์เน็ต โปรเจกต์แมนตา (Project Mantra – โครงการปลากระเบน) กลุ่มนักวิจัยจากออสเตรเลียที่ศึกษาปลากระเบนสีชมพูตัวนี้ ได้ยืนยันว่าเป็นสีผิวจริงของมัน ในตอนแรก พวกเขาคิดว่าสีชมพูนี้เป็นผลมาจากการติดเชื้อของผิวหนังหรือผลค้างเคียงจากอาหารที่กิน เช่นเดียวกับนกฟลามิงโกสีชมพูที่ได้สีผิวมาจากการกินสัตว์น้ำที่มีเปลือกแข็ง หรือครัสเตเชียน (crustaceans) อันหมายถึงสัตว์น้ำจำพวก กุ้ง กั้ง หรือ ปู เป็นต้น แต่จากการศึกษาในปี 2016 โดยนักวิจัย เอมิเลีย อาร์มสตรอง ที่ได้นำตัวอย่างผิวหนังของมันมาศึกษา ก็ค้นพบว่าไม่ได้เกิดจากสาเหตุทั้งสองที่เคยคาดการณ์ไว้ ในตอนนี้ เชื่อว่าปลากระเบนตัวนี้มีภาวะการกลายพันธุ์ของยีน (Genetic Mutation) ในเมลานินหรือหรือเม็ดสีผิว อาเซีย […]

บางปะกง : สายใยชีวิตแห่งพื้นที่ชุ่มน้ำ

"บางปะกง : สายใยชีวิตแห่งพื้นที่ชุ่มน้ำ" การตระเวนถ่ายภาพพื้นที่ชุ่มน้ำในไทยและภูมิภาค เช่น แม่น้ำ บางปะกง นานกว่าทศวรรษ ทำให้ช่างภาพเข้าใจความสัมพันธ์อันเปราะบางระหว่างสรรพสัตว์ ผู้คน และถิ่นอาศัย