นกฮัมมิงเบิร์ด ที่ตีพิมพ์ครั้งแรกในนิตยสาร เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก

ภาพนกฮัมมิงเบิร์ดที่ตีพิมพ์ครั้งแรกในนิตยสารเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก

ภาพ นกฮัมมิงเบิร์ด ที่ตีพิมพ์ครั้งแรกในนิตยสารเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก

นิตยสาร เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ตีพิมพ์สารคดีเรื่อง นกฮัมมิงเบิร์ด มาแล้วหลายครั้ง ครั้งแรกสุดคือเรื่อง “The Hummingbirds” ในฉบับเดือนพฤศจิกายน ปี 1960 ซึ่งถ่ายภาพโดยครอว์ฟอร์ด เอช. กรีนวอลต์ นี่คือภาพบางส่วนจากสารคดีเรื่องดังกล่าวที่เรานำมาให้ชมกัน เพื่อให้เห็นว่าแม้เทคโนโลยีในสมัยนั้นจะยังไม่ก้าวหน้าเท่าสมัยปัจจุบัน แต่ช่างภาพก็ถ่ายภาพนกฮัมมิงเบิร์ดออกมาได้อย่างงดงามมีเสน่ห์ และท่านสามารถติดตามอ่านเรื่องราวของนกฮัมมิงเบิร์ดและชมภาพถ่ายจากกล้องถ่ายภาพความเร็วสูง ซึ่งจะเปิดเผยความลับในการบินของสุดยอดจักรกลธรรมชาตินี้ได้ในนิตยสาร เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย เดือนกรกฎาคม 2560

ชื่อวิทยาศาสตร์ของนกฮัมมิงเบิร์ดสีบุษราคัม (Topaza pella) สะท้อนถึงเรือนขนของนกเพศผู้ ซึ่งมีขนสวยงามที่สุดชนิดหนึ่งในบรรดานกวงศ์นี้ มันหากินอยู่ตามยอดไม้ที่มีดอก สูงขึ้นไปราว 30 เมตรจากผืนป่าในบริติชกีอานา ซูรินาเม และเวเนซุเอลา
(ซ้าย) ปลายปีกที่ก่อให้เกิดเสียง ประกาศการมาถึงของนกฮัมมิงเบิร์ดหางกว้าง (Selaphorus platycercus) แม้ว่ามันอาจซ่อนตัวไม่ให้มองเห็น นกชนิดนี้อาศัยอยู่ในเทือกเขาตั้งแต่รัฐไวโอมิงจนถึงกัวเตมาลา (ขวา) แถบคอเหมือนดวงดาวสีม่วงเหลือบรุ้งคือลักษณะพิเศษของนกฮัมมิงเบิร์ดลายคอสีม่วง (Stellula calliope) เพศผู้ คำว่า Stellula หมายถึง “ดาวดวงน้อย” ส่วน calliope แปลว่า “เสียงอันไพเราะ” นกชนิดนี้เป็นนกขนาดเล็กที่สุดในทวีปอเมริกาเหนือ
นกฮัมมิงเบิร์ดหน้าสีชมพู (Calypte anna) เพศผู้สองตัวต่อสู้กันที่สถานีให้อาหารแห่งหนึ่งในรัฐแคลิฟอร์เนีย
นกฮัมมิงเบิร์ด
นกฮัมมิงเบิร์ดหางติ่ง (Trochilus polytmus) ที่หิวโหยบินลอยตัวอยู่กับที่ตรงหน้าดอกชบาซึ่งอุดมด้วยน้ำต้อย นกชนิดนี้อาศัยอยู่เฉพาะในจาเมกา หางของมันมีสีเหลือบรุ้ง อันเป็นลักษณะพิเศษของนกวงศ์นี้
(บน) ลำตัวสีมรกตและจะงอยปากสีแดงสร้างบรรยากาศสดใสมีชีวิตชีวาให้นกฮัมมิงเบิร์ดปากหนา (Cynanthus latirostris) ซึ่งมีถิ่นกระจายพันธุ์อยู่ในเทือกเขาที่เม็กซิโก แอริโซนา และนิวเม็กซิโก (ล่าง) นกฮัมมิงเบิร์ดปากยาว (Ensifera ensifera) มีปากยาวชนิดที่ไม่มีนกฮัมมิงเบิร์ดอื่นๆเทียบได้ ลิ้นเป็นท่อขนาดยาวอันเป็นลักษณะพิเศษของนกวงศ์นี้ ทำให้มันสามารถดื่มน้ำต้อยจากดอกไม้ที่อยู่ลึกที่สุด
(ซ้าย) นกฮัมมิงเบิร์ดปากสั้นหลังสีม่วง (Ramphomicron microrhynchum) เป็นเจ้าของปากขนาดสั้นที่สุด หากอาหารขาดแคลน นกชนิดนี้อาจกบดานอยู่นิ่งๆทั้งคืน มิฉะนั้นมันอาจอดอยากก่อนจะถึงรุ่งเช้า (ขวา) จะงอยปากรูปจันทร์เสี้ยวทำให้นกชนิดนี้มีชื่อสามัญว่านกฮัมมิงเบิร์ดปากเคียวปลายหางยาว (Eutoxeres aquila) พวกมันมีถิ่นกระจายพันธุ์ตั้งแต่คอสตาริกาลงใต้ไปจนถึงเปรู
นกฮัมมิงเบิร์ดอาบน้ำโดยการพุ่งตัวลงไปในแอ่งน้ำสะอาด กระพือปีกไปตามใบไม้ชุ่มน้ำค้าง หรือบินเข้าไปใต้น้ำตกขนาดเล็ก ดังที่นกฮัมมิงเบิร์ดสีน้ำตาล (Coeligena wilsoni) ตัวนี้ทำ

 

อ่านเพิ่มเติม

วิดีโอสโลโมชั่นแสดงการบินของฮัมมิงเบิร์ด

เรื่องแนะนำ

ฤดูกาลแห่งการ ล่าวาฬ: วิถีและประเพณีอันเก่าแก่ของชนพื้นเมืองในอลาสกา

สำหรับชนพื้นเมืองในอลาสกา วาฬคือศูนย์กลางวิถีชีวิตและประเพณีอันเก่าแก่ การล่าวาฬที่ทำกันเพียงปีละครั้ง ไม่เพียงเป็นแหล่งอาหารของคนทั้งชุมชน แต่ยังเป็นการสืบสานวิถีอันเก่าแก่ไม่ให้สาบสูญไป

วิธีการล่าเหยื่ออันน่าฉงนของ สัตว์น้ำใต้ทะเลลึก

วิธีการล่าเหยื่ออันน่าฉงนของ สัตว์น้ำใต้ทะเลลึก บรรดาสัตว์น้ำใต้ทะเลลึกอาศัยอยู่ในระบบนิเวศอันซับซ้อนของทั้งผู้ล่าและเหยื่อ  เมื่อพูดถึงผู้ล่า สัตว์ที่มีลักษณะโปร่งใสอย่างแมงกะพรุนมักไม่ได้รับความสนใจมากนัก แต่ล่าสุดผลการสำรวจโลกใต้ทะเลลึกโดยยานสำรวจที่สามารถควบคุมได้จากระยะไกล โดยสถาบันวิจัย MBARI ได้เปลี่ยนความคิดที่นักวิทยาศาสตร์มีต่อบทบาทของแมงกะพรุนในโลกใต้น้ำ จากฟุตเทจที่ถ่ายมาได้พวกเขาพบว่าแมงกะพรุนในทะเลลึกเกาะเกี่ยวกันเป็นเครือข่ายขนาดใหญ่และทำหน้าที่เป็นแหล่งอาหารให้แก่สัตว์น้ำอื่นๆ ในขณะเดียวกัน ตัวมันเองก็ดักจับสัตว์น้ำอื่นๆ กินเป็นอาหารด้วยเช่นกัน ดังตัวอย่างเจ้าหมึกที่โชคร้ายในคลิปวิดีโอ โดยเครือข่ายขนาดใหญ่มหึมานี้จะเกี่ยวพันไปมาอย่างยุ่งเหยิงทั้งผู้ล่าและเหยื่อ   อ่านเพิ่มเติม : ความรู้ประจำวัน : การเดินทางของไมโครพลาสติก, เป็ปซี่บนก้ามกุ้งล็อบสเตอร์สะท้อนปัญหาใหญ่ในมหาสมุทร

เจน กูดดอลล์ กับการค้นพบที่ปฏิวัติความเข้าใจของเราเกี่ยวกับชิมแปนซีไปตลอดกาล

นี่คือบางตอนของภาพยนตร์สารคดีเรื่อง มิสกูดดอลล์กับชิมแปนซีป่า (Miss Goodall and the Wild Chimpanzees) ของเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ซึ่งออกอากาศครั้งแรกเมื่อปี 1965 (เสียงในภาพยนตร์เป็นเสียงบรรยายของเธอเอง) เจน กูดดอลล์ ในวัยไม่ถึง 30 ปีทำงานวิจัยชิมแปนซีในเขตสงวนพันธุ์สัตว์ป่ากอมเบสตรีม (Gombe Stream Game Reserve) ในดินแดนที่ปัจจุบันคือประเทศแทนซาเนีย ด้วยการสนับสนุนและผลักดันของหลุยส์ ลีคีย์ นักมานุษยบรรพกาลวิทยาในตำนาน นี่คือเรื่องราวการค้นพบสำคัญที่สุดประการหนึ่งของเจน กูดดอลล์ ที่สะเทือนวงการวิทยาศาสตร์ และไม่เคยมีใครบันทึกภาพไว้ได้ เจนสังเกตเห็นชิมแปนซีตัวหนึ่งซึ่งเธอตั้งชื่อให้ว่า เดวิด เกรย์เบียร์ด (เพราะมันมีเคราแพะสีเทาโดดเด่นเป็นที่จดจำ)  นั่งยองๆข้างจอมปลวก มันเด็ดใบหญ้าขึ้นมาใบหนึ่ง แหย่ลงในโพรง แล้วดึงใบหญ้าที่เต็มไปด้วยปลวกออกมา ก่อนจะรูดเข้าปาก ในอีกเหตุการณ์หนึ่ง เจนเห็นมันหักกิ่งไม้แล้วรูดใบทิ้งก่อนจะใช้กิ่งไม้นั้นแย่เข้าไปในจอมปลวก เดวิด เกรย์เบียร์ด แสดงการใช้และการสร้างเครื่องมือเบื้องต้น (Object modification) อันเป็นคุณลักษณะที่เคยเชื่อกันว่า มีแต่มนุษย์เท่านั้นที่ทำได้ ดังคำกล่าวที่ว่า  “Man, the Tool Maker” การค้นพบนี้เท่ากับเป็นการท้าทายความพิเศษของเผ่าพันธุ์มนุษย์ เมื่อเจนส่งโทรเลขแจ้งข่าวนี้แก่หลุยส์ […]

นกชนหิน : เหยื่อของเงินตรา อำนาจ และความหรูหรา

นกชนหินกำลังตกเป็นเป้าของการค้าสัตว์ป่าผิดกฎหมาย ซึ่งส่งผลให้นกแปลกประหลาดชนิดนี้ตกอยู่ในภาวะสุ่มเสี่ยง ขณะที่ผืนป่าอันเป็นถิ่นอาศัยในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หดเล็กลง