เสือโคร่ง ข้างบ้าน : ตีแผ่ขบวนการค้าสัตว์ป่าในสหรัฐฯ - National Geographic Thailand

เสือโคร่ง ข้างบ้าน : ตีแผ่ขบวนการค้าสัตว์ป่าในสหรัฐฯ

เสือโคร่งข้างบ้าน: ตีแผ่ขบวนการค้าสัตวฺ์ป่าในสหรัฐฯ

ในสหรัฐฯ เสือโคร่ง และสัตว์กลุ่มแมวใหญ่อื่นๆ ที่อยู่ในสถานเพาะเลี้ยง  เช่น สวนสัตว์ข้างถนน คณะละครสัตว์ และกระทั่งบ้านเรือน มีจำนวนมากกว่าประชากรในธรรมชาติเสียอีก

เสือโคร่ง กำลังอยู่ในภาวะวิกฤติ ในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 ตอนที่รัดยาร์ด คิปลิงประพันธ์เรื่อง เมาคลี ลูกหมาป่า (The Jungle Book) ยุคนั้นยังมีแมวใหญ่สง่างามราว 100,000 ตัวท่องอยู่ทั่วเอเชีย พวกมันเผชิญกับการล่าเพื่อเก็บชิ้นส่วนเป็นที่ระลึกในอินเดีย ถิ่นอาศัยที่หดหาย ความขัดแย้งกับผู้คน และการลักลอบล่าสัตว์ ทุกวันนี้ จำนวนที่เหลืออยู่ในธรรมชาติอาจมีแค่ราว 3,900 ตัว

หลังจากรายงานเรื่องการลักลอบค้าสัตว์ป่าในเอเชียมาหลายปี ฉันตัดสินใจสืบค้นเรื่อง เสือโคร่ง ในอเมริกา เมื่อได้ฟังการบรรยายครั้งหนึ่งของคาร์สัน แบรีแลค ผู้สันทัดกรณีด้านนโยบายในสังกัดกองทุนนานาชาติเพื่อสวัสดิภาพสัตว์ (International Fund for Animal Welfare)

เธอบอกว่า ในสหรัฐฯ อาจมีเสืออยู่ในสถานเพาะเลี้ยงหรือกรงขังราว 5,000 ถึง 10,000 ตัว ไม่มีใครแม้แต่เจ้าหน้าที่รัฐรู้ว่า มีจำนวนเท่าไรแน่ และไม่มีกฎหมายรัฐบาลกลางควบคุมการครอบครองสัตว์กลุ่มแมวใหญ่ที่ครอบคลุมทั้งประเทศเลยสักฉบับ

แบรีแลคให้ดูแผนที่หลากสีซึ่งแสดงรัฐต่างๆ ที่มีกฎหมายควบคุมในระดับแตกต่างกันไป บางรัฐห้ามการครอบครองส่วนบุคคล  ขณะที่รัฐอื่นๆ ให้ครอบครองได้โดยต้องมีใบอนุญาต สี่รัฐไม่มีกฎหมายครอบคลุมทั่วทั้งรัฐอยู่เลยสักฉบับ ในบางพื้นที่ การซื้อเสือทำได้ง่ายยิ่งกว่าการขอรับอุปการะลูกแมวจากศูนย์พักพิงสัตว์ในท้องถิ่น

คุณสามารถขอใบอนุญาตจากกระทรวงเกษตรสหรัฐฯ หรือ ยูเอสดีเอ เพื่อนำหนูเจอร์บิลมาแสดงโชว์หรือเพาะพันธุ์ได้ จากนั้น คุณก็นำสัตว์อะไรก็ได้ที่ต้องการมาแสดงหรือเพาะพันธุ์ได้ รวมทั้งสัตว์กลุ่มแมวใหญ่ด้วย ความบันเทิงขับเคลื่อนการเพาะพันธุ์และการซื้อขายเสือในสหรัฐฯ โดยเฉพาะแหล่งท่องเที่ยวที่อนุญาตให้ลูกค้าเล่น ให้อาหาร และถ่ายภาพกับลูกเสือได้ ผู้เพาะเลี้ยงและขยายพันธุ์เพื่อการค้ามีลูกเสือมาป้อนตลาดอยู่ตลอดเวลา ในบางรัฐ กิจกรรมเชิงการค้าเหล่านี้เป็นสิ่งถูกกฎหมาย หากได้รับใบอนุญาตอย่างถูกต้องจากยูเอสเอดี ซึ่งมีหน้าที่บังคับใช้กฎระเบียบว่าด้วยมาตรฐานการดูแลขั้นต่ำสำหรับสัตว์ภายใต้รัฐบัญญัติสวัสดิภาพสัตว์ (Animal Welfare Act) แต่เรากลับพบสัตว์ที่ได้รับการปฏิบัติอย่างเลวร้าย และกิจกรรมผิดกฎหมายหลากหลายรูปแบบ ซึ่งรวมถึงการลักลอบขนส่งสัตว์ป่า ในสถานประกอบการหลายแห่งที่เราไปเยือน

เสือโคร่ง
นักท่องเที่ยวนั่งดูลูกเสือโคร่งเล่นกับตุ๊กตาในช่วงการเล่นและถ่ายรูปกับลูกเสือที่สวนสัตว์ซาฟารีเมอร์เทิลบีช ผู้มาเยือนอาจไม่ล่วงรู้ถึงแนวทางปฏิบัติที่จำเป็นเพื่อเพาะพันธุ์ลูกเสือเหล่านี้ หรือเกิดอะไรขึ้นบ้างกับเสือในสถานเพาะเลี้ยงจำนวนมาก เมื่อพวกมันโตเกินกว่าจะมีปฏิสัมพันธ์กับสาธารณชนได้ และไม่สามารถใช้เป็นพ่อแม่พันธุ์ หรือจัดแสดงให้ชมในฐานะเสือโตเต็มวัยได้
เสือโคร่ง
ลอรี เอนซีน-สกรอกินส์ ป้อนไก่ให้แลงลีย์  ไท-ไลเกอร์ (ลูกที่เกิดจากเสือโคร่งเพศผู้ผสมกับเพศเมียซึ่งเป็นลูกผสมระหว่างสิงโตกับเสือโคร่ง) ตัวหนักเกือบ 125 กิโลกรัมของเธอในห้องครัวที่บ้านในโบรเคนแอร์โรว์ รัฐโอคลาโฮมา ขณะที่อาแมนดา แบดินเจอร์ยืนดูอยู่ แลงลีย์เกิดมาพร้อมกับสายตาที่เกือบบอดและเดินกะเผลก ซึ่งอาจเป็นผลจากการผสมข้ามพันธุ์ มันถูกรับมาอุปการะหลังจากโตเกินกว่าจะให้จับเล่นได้แล้ว

ลูกเสือก็ไม่ต่างจากเหมืองทอง โดยเฉพาะลูกเสือขาว นักท่องเที่ยวลูบกอด ป้อนนม ถ่ายภาพคู่ลูกเสือตัวน้อยน่ารักตามสวนสัตว์ข้างทาง งานประจำจังหวัด และสวนซาฟารี การถ่ายภาพช่วงสั้นๆ หรือการอุ้มกอดห้านาทีมีค่าใช้จ่ายอยู่ที่ 10 ถึง 100 ดอลลาร์สหรัฐ การทัวร์สวนสัตว์สามชั่วโมงพร้อมเล่นกับลูกเสือได้ด้วยตกอยู่ที่ 700 ดอลลาร์สหรัฐต่อคน ลูกค้ามักได้รับการบอกกล่าวว่า พวกเขามีส่วนช่วยอนุรักษ์เสือในธรรมชาติ พวกเขากลับออกมาอย่างมีความสุข แล้วโพสต์รูปเซลฟีลงในโซเชียลมีเดีย

สิ่งที่พวกเขาไม่ล่วงรู้คือ ประวัติความเป็นมาและอนาคตของลูกเสือเหล่านี้  พวกมันส่วนใหญ่เกิดใน “โรงงานผลิตเสือ” ซึ่งเสือเพศเมียจะปั๊มลูกออกมาสองหรือสามครอกต่อปี เทียบกับครอกเดียวทุกสองปีในธรรมชาติ ลูกเสือจะถูกจับแยกจากแม่ทันทีหลังคลอด จำนวนมากได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ ไม่รู้กี่ตัวต้องตายไป และบางตัวถูกขายไปตั้งแต่ก่อนจะลืมตาด้วยซ้ำ

พออายุได้ไม่กี่อาทิตย์ ลูกเสือก็ต้องทำงานกันแล้ว โดยบางครั้งอาจนานถึง 10 ชั่วโมงต่อวัน กำไรที่ได้อาจมากมายมหาศาล (บันทึกการเสียภาษีของสวนสัตว์ข้างทางแห่งหนึ่งในรัฐอินดีแอนนา เผยว่ามีรายได้ 1 ล้านถึง 1.27 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี)

เมื่ออายุได้สามหรือสี่เดือน ลูกเสือก็โตถึงวัยที่เทียบได้กับวันหมดอายุ กล่าวคือพวกมันจะตัวใหญ่และอันตรายเกินกว่าจะกอดเล่นได้แล้ว

ลูกเสือบางตัวจะกลายเป็นพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ หรือเก็บไว้โชว์ ที่เหลืออาจหายไปเฉยๆ

เสือโคร่ง
เคลย์, แดเนียล, และเอนโซ เสือโคร่งสามตัวจากทั้งหมด 39 ตัว ที่ได้รับการช่วยเหลือจากสวนสัตว์แห่งหนึ่งในโอคลาโฮมา มารวมตัวกันที่สระน้ำในศูนย์พักพิงสัตว์ป่า เมืองคีนสเบิร์ก รัฐโคโลราโด เสือทั้งสามตัวจะใช้ชีวิตที่เหลือของพวกมันที่นี่ โดยได้รับสารอาหารอย่างเหมาะสม และการดูแลจากสัตวแพทย์
เสือโคร่ง
เจ้าหน้าที่สวนสัตว์ซาฟารีเมอร์เทิลบีชช่วยกันจัดท่าเสือโคร่งสองตัวซึ่งน่าจะเป็นลูกผสม เพื่อการถ่ายรูปร่วมกับโคดี แอนเทิล ลูกชายเจ้าของสวนสัตว์ดังกล่าว เขาเป็นคนโพสต์โฆษณาสถานที่ท่องเที่ยวดังกล่าวส่วนใหญ่บนโซเชียล มีเดีย และมีผู้ติดตามบนอินสตาแกรมกว่าหนึ่งล้านคน

มีหลักฐานบ่งชี้ว่า มีการฆ่าเสือส่วนเกินจำนวนหนึ่งทิ้งเพื่อลดต้นทุนการเก็บรักษาตามสวนสัตว์ข้างทางและแหล่งท่องเที่ยวคล้ายคลึงกัน ซากเสือจะถูกสตัฟฟ์ไว้ หรือขายเป็นชิ้นส่วนต่าง ๆ เช่น หนัง เขี้ยว เล็บ และโครงกระดูก ทั้งๆ ที่การจำหน่ายหรือจัดส่งชิ้นส่วนเหล่านี้ข้ามพรมแดนรัฐ เพื่อวัตถุประสงค์เชิงการค้าเพียงอย่างเดียวเป็นสิ่งผิดกฎหมายภายใต้รัฐบัญญัติสิ่งมีชีวิตใกล้สูญพันธุ์ (Endangered Species Act)

กิ่งก้านสาขาของเครือข่ายการลักลอบค้าในสหรัฐฯ นี้แผ่ไกลไปถึงภูมิภาคเอเชีย ในคดีหนึ่งเมื่อไม่นานมานี้ ชายในนครนิวยอร์กถูกศาลตัดสินว่ามีความผิดฐานลักลอบขนส่งสัตว์ป่า เพื่อจำหน่ายชิ้นส่วนเสือโคร่งและสิงโต ในคำรับสารภาพเพื่อขอลดหย่อนโทษ เขายอมรับว่าได้จัดส่งชิ้นส่วนสัตว์ป่ารวม 68 หีบห่อ โดยระบุเป็นเครื่องเคลือบดินเผาและของเล่นอย่างเป็นเท็จไปยังตลาดแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

เสือโคร่ง
นักแสดงมายากล เจย์ โอเวนเฮาส์ จูงเจ้าเซลาห์ เสือเพศเมีย เดินเล่นที่บ้านของเขาในเมืองโบสแมน รัฐมอนแทนา
มันเป็นหนึ่งในเสือโคร่งสามตัวที่เขาใช้ในการตระเวนแสดงมายากล ผู้จัดแสดงเสือแบบโอเวนเฮาส์ต้องมีใบอนุญาตจาก
กระทรวงเกษตรสหรัฐฯ หรือยูเอสดีเอ

ที่ผ่านมา สหรัฐฯ เป็นผู้นำในการต่อสู้กับการลักลอบค้าสัตว์ป่า อันเป็นธุรกิจเชื่อมโยงกับองค์กรอาชญากรรมระดับนานาชาติ ซึ่งนักวิเคราะห์ชี้ว่าอาจมีมูลค่าสูงถึงปีละ 20,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2015 สหรัฐฯ และจีนเจรจาตกลงห้ามการค้างาช้างเกือบทุกกรณีระหว่างสองประเทศ

ทว่าสหรัฐฯ กลับมีความน่าเชื่อถือน้อยกว่าในประเด็นการคุ้มครองเสือ เพราะประชากรเสือในสถานเพาะเลี้ยงที่มีการบังคับควบคุมอย่างหละหลวมมีจำนวนสูงมาก การเพาะพันธุ์สัตว์กลุ่มนี้เพื่อ “การค้าขายชิ้นส่วนและผลิตภัณฑ์จากชิ้นส่วน” เป็นเรื่องผิดกฎหมาย ตามมติเมื่อปี 2007 ของอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ หรือไซเตส ที่ลงนามโดยสมาชิก183 ชาติทั่วโลกรวมถึงสหรัฐฯ ปัจจุบัน ไซเตสกำลังสืบสวนสมาชิกเจ็ดชาติที่อาจมีส่วนพัวพันกับการลักลอบขนส่งเสือที่เกิดในสถานเพาะเลี้ยง ได้แก่ สหรัฐฯ จีน เวียดนาม ลาว ไทย สาธารณรัฐเช็ก และแอฟริกาใต้

เรื่อง แชรอน กายนับ

ภาพถ่าย สตีฟ วินเทอร์

*** อ่านสารคดีฉบับเต็มได้ในนิตยสาร เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย เดือนธันวาคม 2562


สารคดีแนะนำ

ความจริงของตลาดค้าสัตว์ป่าจีนในยุคไวรัสโคโรนา

 

เรื่องแนะนำ

คุณจะกินอาหารยังไงนะ ถ้าคุณตัวหนักเบาะๆ แค่เกือบสองร้อยตัน

นักวิทยาศาสตร์ใช้โดรนบันทึกภาพวาฬสีน้ำเงิน (Balaenoptera musculus) ขณะสวาปามฝูงคริลล์ในน่านน้ำมหาสมุทรแปซิฟิกนอกชายฝั่งนิวซีแลนด์ ในฐานะสัตว์ขนาดใหญ่ที่สุดในโลก วาฬสีน้ำเงินอาจเติบใหญ่จนยาวเทียบเท่ารถบัสสามคันต่อกันหรือร่วม 30 เมตร และหนักได้ถึง 200 ตัน ขณะทะยานเข้าหาฝูงคริลล์ มันอาจเร่งความเร็วได้ถึง 6.7 ไมล์ต่อชั่วโมง (10.7 กิโลเมตรต่อชั่วโมง) แต่การอ้าปากอันมหึมาจะชะลอความเร็วของมันลงเหลือเพียง 1.1 ไมล์ต่อชั่วโมง (1.7 กิโลเมตรต่อชั่วโมง) ความน่าทึ่งอย่างหนึ่งคือ วาฬสีน้ำเงินเป็นสัตว์ช่างเลือก เพราะมันอาจว่ายผ่านฝูงคริลล์ขนาดเล็กไป ดังที่เห็นในคลิปอีกช่วงหนึ่ง เหตุผลหนึ่งคือมันอาจเห็นว่าไม่คุ้มค่ากับพลังงานที่ต้องใช้ในการเร่งความเร็ว อ้าปากกรองกินอาหาร และกลับสู่การว่ายด้วยความเร็วปกติ ลองคิดง่ายๆว่าถ้าคุณหนัก 200 ตัน ลำพังแค่การเคลื่อนไหวร่างกายแม้เพียงเล็กน้อยก็ต้องใช้พลังงานมหาศาลแล้ว วาฬสีน้ำเงินจัดเป็นสัตว์ใกล้สูญพันธุ์โดยสหภาพสากลว่าด้วยการการอนุรักษ์ธรรมชาติหรือไอยูซีเอ็น (International Union for Conservation of Nature: IUCN) และได้รับการคุ้มครองจากคณะกรรมาธิการเพื่อการล่าวาฬนานาชาติ (International Whaling Commission) ซึ่งให้การปกป้องพวกมันนับตั้งแต่ทศวรรษ 1960 เป็นต้นมา หลังถูกไล่ล่าจนเกือบสูญพันธุ์ การใช้โดรนช่วยให้นักวิจัยสังเกตและศึกษาพฤติกรรมของวาฬได้โดยไม่รบกวนพวกมัน ผิดจากในอดีตที่ต้องใช้เครื่องบิน หรือเฮลิคอปเตอร์ที่ส่งเสียงดังรบกวน กระนั้น เราก็ยังจำเป็นต้องรักษาระยะห่างที่ปลอดภัยระหว่างโดรนกับวาฬด้วย   […]

เฮอร์ริเคนมีผลต่อการคัดเลือกทางธรรมชาติในกิ้งก่า

เฮอร์ริเคนมีผลต่อการคัดเลือกทางธรรมชาติในกิ้งก่า เหตุใดเจ้ากิ้งก่าเหล่านี้จึงถูกนำมาเกาะอยู่บนเสา แล้วถูกเป่าด้วยลมแรงจากเครื่องเป่าใบไม้? นี่อาจดูเหมือนการรังแกสัตว์ แต่แท้จริงแล้วทีมนักวิทยาศาสตร์กำลังทดลองอะไรบางอย่าง… ก่อนที่เฮอร์ริเคนเออร์มา กับเฮอร์ริเคนมารีอาจะเข้าพัดถล่มหมู่เกาะแคริบเบียนในปี 2017 นักวิทยาศาสตร์เดินทางไปที่หมู่เกาะ Turks และหมู่เกาะ Caicos เพื่อศึกษาเกี่ยวกับกิ้งก่าโดยเฉพาะ พวกเขารวบรวมกิ้งก่าอาโนล์จำนวนหนึ่ง และจับพวกมันเข้าร่วมการทดลอง โดยใช้เครื่องเป่าใบไม้จำลองสถานการณ์ว่ากำลังเกิดเฮอร์ริเคนขึ้น เพื่อสังเกตปฏิกิริยาของกิ้งก่า จากการทดลองทีมนักวิทยาศาสตร์พบว่า กิ้งก่าที่มีอุ้งตีน และขาหน้าที่ยาวกว่า มีโอกาสที่จะรอดชีวิตจากเฮอร์ริเคนได้มากกว่า เนื่องจากพวกมันมีความสามารถในการเกาะเกี่ยวเสาได้ดีกว่ากิ้งก่าทั่วไป สิ่งที่เกิดขึ้นนี้บ่งชี้ว่าภัยพิบัติทางธรรมชาติกลายมาเป็นปัจจัยสำคัญที่กดดันให้เกิด “การคัดเลือกทางธรรมชาติ” ของกิ้งก่าเหล่านี้เข้า (กิ้งก่าที่มีอุ้งตีนเล็ก ขาหน้าสั้นไม่สามารถรอดชีวิตจากพายุได้จึงล้มตายไปในที่สุด) ทั้งนี้ในการศึกษาครั้งต่อๆ ไป ทีมนักวิทยาศาสตร์ตั้งใจหาคำตอบเพิ่มเติมว่าภัยพิบัติอื่นๆ เช่น น้ำท่วม ดินถล่ม จะมีผลต่อวิวัฒนาการของสัตว์อย่างไรบ้าง   อ่านเพิ่มเติม ฟอสซิลรอยเท้าเก่าแก่ที่สุดของการวิ่งสองขาในกิ้งก่า

หมาขนเกรียนเม็กซิกันนี้มีประวัติอันยาวนาน

หมาขนเกรียนเม็กซิกันนี้มีประวัติอันยาวนาน สำหรับชนชาติโบราณอย่างชาวแอซเท็กและชาวมายาแล้ว เพื่อนที่ดีที่สุดของพวกเขาคือผู้ติดตามที่ไร้ขนอย่างหมาขนเกรียนเม็กซิกัน พวกมันคอยช่วยเสาะหาอาหารและนำทางพวกเขาไปยังโลกหลังความตาย เพื่อนผู้นี้เป็นที่รู้จักดีในชื่อ สุนัขขนเกรียนเม็กซิกัน หรือ Xoloitzcuintli (อ่านออกเสียงว่า show-low-itz-QUEENT-ly) คำๆ นี้มาจากสองคำรวมกันในภาษาแอซเท็ก คือ Xolotl หมายถึงเทพแห่งแสงสว่างและความตาย ส่วน itzcuintli มีความหมายว่าสุนัข ตามความเชื่อของชาวแอซเท็ก สุนัขสายพันธุ์นี้ถูกสร้างขึ้นโดยเทพเจ้าเพื่อปกป้องและนำทางดวงวิญญาณของมนุษย์ไปยังโลกหลังความตาย Xoloitzcuintli คือหนึ่งในสายพันธู์สุนัขที่เก่าแก่ที่สุดในทวีปอเมริกา นักวิจัยเชื่อว่าบรรพบรุษของพวกมันอพยพมาจากเอเชียและพัฒนาจนเป็นสายพันธุ์ดังกล่าวเมื่อราว 3,500 ปีก่อน สุนัขพันธุ์นี้มีเอกลักษณ์อันโดดเด่นคือไร้ขน (บางชนิดมีขนอยู่หย่อมหนึ่งที่บนหัวและหาง) อันเป็นผลจากวิวัฒนาการซึ่งรวมไปถึงการปราศจากฟันกรามน้อย ลักษณะที่โดดเด่นของฟันนี้ช่วยให้การระบุตัวตนของมันในทางโบราณคดีเป็นไปได้ง่ายดายขึ้น เจ้าสุนัข Xolos ปรากฏตัวบ่อยครั้งผ่านงานศิลปะในยุคเมโซอเมริกัน ด้วยลักษณะที่โดดเด่นคือหูแหลมตั้งและผิวหนังอันไร้ขนของพวกมัน ชิ้นงานที่ถูกพูดถึงบ่อยที่สุดคือรูปปั้นเซรามิกขนาดเล็กที่มีชื่อว่า Colima Dogs ที่ถูกพบทางตะวันตกของเม็กซิโก นักโบราณคดีประเมินว่าในสมัย 300 ปีก่อนคริสต์กาลจนถึงคริสต์กาลที่ 300 กว่า 75% ของการทำพิธีศพจะบรรจุหุ่นจำลองของสุนัขพันธุ์นี้ลงไปด้วย เพื่อช่วยนำทางดวงวิญญาณไปยังโลกหลังความตาย สุนัขสายพันธุ์นี้กลายเป็นที่สนใจเมื่อคณะเดินทางจากยุโรปมาถึงทวีปอเมริกา ในจำนวนนี้รวมไปถึงคริสโตเฟอร์ โคลัมบัสและคณะนักบวชชาวสเปนในศตวรรษที่ 16 ซึ่งมีบันทึกเรื่องราวของสุนัขเหล่านี้ไว้ว่า ชาวแอซเท็กโบราณห่มผ้าให้พวกมันในตอนกลางคืนเพื่อช่วยให้มันอุ่น นอกจากนั้นการที่มันปราศจากขนส่งผลให้ร่างกายของมันเป็นตัวนำความร้อนชั้นดี พวกเขาใช้มันเปรียบเสมือนขวดน้ำร้อนแก่บรรดาผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุ “สุนัขรู้ดีว่าคุณกำลังป่วยอยู่” Kay […]

ภาพนกฮัมมิงเบิร์ดที่ตีพิมพ์ครั้งแรกในนิตยสารเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก

นิตยสาร เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ตีพิมพ์สารคดีเรื่อง นกฮัมมิงเบิร์ด มาแล้วหลายครั้ง ครั้งแรกสุดคือเรื่อง “The Hummingbirds” ในฉบับเดือนพฤศจิกายน ปี 1960