เสือโคร่ง ข้างบ้าน : ตีแผ่ขบวนการค้าสัตว์ป่าในสหรัฐฯ - National Geographic Thailand

เสือโคร่ง ข้างบ้าน : ตีแผ่ขบวนการค้าสัตว์ป่าในสหรัฐฯ

เสือโคร่งข้างบ้าน: ตีแผ่ขบวนการค้าสัตวฺ์ป่าในสหรัฐฯ

ในสหรัฐฯ เสือโคร่ง และสัตว์กลุ่มแมวใหญ่อื่นๆ ที่อยู่ในสถานเพาะเลี้ยง  เช่น สวนสัตว์ข้างถนน คณะละครสัตว์ และกระทั่งบ้านเรือน มีจำนวนมากกว่าประชากรในธรรมชาติเสียอีก

เสือโคร่ง กำลังอยู่ในภาวะวิกฤติ ในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 ตอนที่รัดยาร์ด คิปลิงประพันธ์เรื่อง เมาคลี ลูกหมาป่า (The Jungle Book) ยุคนั้นยังมีแมวใหญ่สง่างามราว 100,000 ตัวท่องอยู่ทั่วเอเชีย พวกมันเผชิญกับการล่าเพื่อเก็บชิ้นส่วนเป็นที่ระลึกในอินเดีย ถิ่นอาศัยที่หดหาย ความขัดแย้งกับผู้คน และการลักลอบล่าสัตว์ ทุกวันนี้ จำนวนที่เหลืออยู่ในธรรมชาติอาจมีแค่ราว 3,900 ตัว

หลังจากรายงานเรื่องการลักลอบค้าสัตว์ป่าในเอเชียมาหลายปี ฉันตัดสินใจสืบค้นเรื่อง เสือโคร่ง ในอเมริกา เมื่อได้ฟังการบรรยายครั้งหนึ่งของคาร์สัน แบรีแลค ผู้สันทัดกรณีด้านนโยบายในสังกัดกองทุนนานาชาติเพื่อสวัสดิภาพสัตว์ (International Fund for Animal Welfare)

เธอบอกว่า ในสหรัฐฯ อาจมีเสืออยู่ในสถานเพาะเลี้ยงหรือกรงขังราว 5,000 ถึง 10,000 ตัว ไม่มีใครแม้แต่เจ้าหน้าที่รัฐรู้ว่า มีจำนวนเท่าไรแน่ และไม่มีกฎหมายรัฐบาลกลางควบคุมการครอบครองสัตว์กลุ่มแมวใหญ่ที่ครอบคลุมทั้งประเทศเลยสักฉบับ

แบรีแลคให้ดูแผนที่หลากสีซึ่งแสดงรัฐต่างๆ ที่มีกฎหมายควบคุมในระดับแตกต่างกันไป บางรัฐห้ามการครอบครองส่วนบุคคล  ขณะที่รัฐอื่นๆ ให้ครอบครองได้โดยต้องมีใบอนุญาต สี่รัฐไม่มีกฎหมายครอบคลุมทั่วทั้งรัฐอยู่เลยสักฉบับ ในบางพื้นที่ การซื้อเสือทำได้ง่ายยิ่งกว่าการขอรับอุปการะลูกแมวจากศูนย์พักพิงสัตว์ในท้องถิ่น

คุณสามารถขอใบอนุญาตจากกระทรวงเกษตรสหรัฐฯ หรือ ยูเอสดีเอ เพื่อนำหนูเจอร์บิลมาแสดงโชว์หรือเพาะพันธุ์ได้ จากนั้น คุณก็นำสัตว์อะไรก็ได้ที่ต้องการมาแสดงหรือเพาะพันธุ์ได้ รวมทั้งสัตว์กลุ่มแมวใหญ่ด้วย ความบันเทิงขับเคลื่อนการเพาะพันธุ์และการซื้อขายเสือในสหรัฐฯ โดยเฉพาะแหล่งท่องเที่ยวที่อนุญาตให้ลูกค้าเล่น ให้อาหาร และถ่ายภาพกับลูกเสือได้ ผู้เพาะเลี้ยงและขยายพันธุ์เพื่อการค้ามีลูกเสือมาป้อนตลาดอยู่ตลอดเวลา ในบางรัฐ กิจกรรมเชิงการค้าเหล่านี้เป็นสิ่งถูกกฎหมาย หากได้รับใบอนุญาตอย่างถูกต้องจากยูเอสเอดี ซึ่งมีหน้าที่บังคับใช้กฎระเบียบว่าด้วยมาตรฐานการดูแลขั้นต่ำสำหรับสัตว์ภายใต้รัฐบัญญัติสวัสดิภาพสัตว์ (Animal Welfare Act) แต่เรากลับพบสัตว์ที่ได้รับการปฏิบัติอย่างเลวร้าย และกิจกรรมผิดกฎหมายหลากหลายรูปแบบ ซึ่งรวมถึงการลักลอบขนส่งสัตว์ป่า ในสถานประกอบการหลายแห่งที่เราไปเยือน

เสือโคร่ง
นักท่องเที่ยวนั่งดูลูกเสือโคร่งเล่นกับตุ๊กตาในช่วงการเล่นและถ่ายรูปกับลูกเสือที่สวนสัตว์ซาฟารีเมอร์เทิลบีช ผู้มาเยือนอาจไม่ล่วงรู้ถึงแนวทางปฏิบัติที่จำเป็นเพื่อเพาะพันธุ์ลูกเสือเหล่านี้ หรือเกิดอะไรขึ้นบ้างกับเสือในสถานเพาะเลี้ยงจำนวนมาก เมื่อพวกมันโตเกินกว่าจะมีปฏิสัมพันธ์กับสาธารณชนได้ และไม่สามารถใช้เป็นพ่อแม่พันธุ์ หรือจัดแสดงให้ชมในฐานะเสือโตเต็มวัยได้
เสือโคร่ง
ลอรี เอนซีน-สกรอกินส์ ป้อนไก่ให้แลงลีย์  ไท-ไลเกอร์ (ลูกที่เกิดจากเสือโคร่งเพศผู้ผสมกับเพศเมียซึ่งเป็นลูกผสมระหว่างสิงโตกับเสือโคร่ง) ตัวหนักเกือบ 125 กิโลกรัมของเธอในห้องครัวที่บ้านในโบรเคนแอร์โรว์ รัฐโอคลาโฮมา ขณะที่อาแมนดา แบดินเจอร์ยืนดูอยู่ แลงลีย์เกิดมาพร้อมกับสายตาที่เกือบบอดและเดินกะเผลก ซึ่งอาจเป็นผลจากการผสมข้ามพันธุ์ มันถูกรับมาอุปการะหลังจากโตเกินกว่าจะให้จับเล่นได้แล้ว

ลูกเสือก็ไม่ต่างจากเหมืองทอง โดยเฉพาะลูกเสือขาว นักท่องเที่ยวลูบกอด ป้อนนม ถ่ายภาพคู่ลูกเสือตัวน้อยน่ารักตามสวนสัตว์ข้างทาง งานประจำจังหวัด และสวนซาฟารี การถ่ายภาพช่วงสั้นๆ หรือการอุ้มกอดห้านาทีมีค่าใช้จ่ายอยู่ที่ 10 ถึง 100 ดอลลาร์สหรัฐ การทัวร์สวนสัตว์สามชั่วโมงพร้อมเล่นกับลูกเสือได้ด้วยตกอยู่ที่ 700 ดอลลาร์สหรัฐต่อคน ลูกค้ามักได้รับการบอกกล่าวว่า พวกเขามีส่วนช่วยอนุรักษ์เสือในธรรมชาติ พวกเขากลับออกมาอย่างมีความสุข แล้วโพสต์รูปเซลฟีลงในโซเชียลมีเดีย

สิ่งที่พวกเขาไม่ล่วงรู้คือ ประวัติความเป็นมาและอนาคตของลูกเสือเหล่านี้  พวกมันส่วนใหญ่เกิดใน “โรงงานผลิตเสือ” ซึ่งเสือเพศเมียจะปั๊มลูกออกมาสองหรือสามครอกต่อปี เทียบกับครอกเดียวทุกสองปีในธรรมชาติ ลูกเสือจะถูกจับแยกจากแม่ทันทีหลังคลอด จำนวนมากได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ ไม่รู้กี่ตัวต้องตายไป และบางตัวถูกขายไปตั้งแต่ก่อนจะลืมตาด้วยซ้ำ

พออายุได้ไม่กี่อาทิตย์ ลูกเสือก็ต้องทำงานกันแล้ว โดยบางครั้งอาจนานถึง 10 ชั่วโมงต่อวัน กำไรที่ได้อาจมากมายมหาศาล (บันทึกการเสียภาษีของสวนสัตว์ข้างทางแห่งหนึ่งในรัฐอินดีแอนนา เผยว่ามีรายได้ 1 ล้านถึง 1.27 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี)

เมื่ออายุได้สามหรือสี่เดือน ลูกเสือก็โตถึงวัยที่เทียบได้กับวันหมดอายุ กล่าวคือพวกมันจะตัวใหญ่และอันตรายเกินกว่าจะกอดเล่นได้แล้ว

ลูกเสือบางตัวจะกลายเป็นพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ หรือเก็บไว้โชว์ ที่เหลืออาจหายไปเฉยๆ

เสือโคร่ง
เคลย์, แดเนียล, และเอนโซ เสือโคร่งสามตัวจากทั้งหมด 39 ตัว ที่ได้รับการช่วยเหลือจากสวนสัตว์แห่งหนึ่งในโอคลาโฮมา มารวมตัวกันที่สระน้ำในศูนย์พักพิงสัตว์ป่า เมืองคีนสเบิร์ก รัฐโคโลราโด เสือทั้งสามตัวจะใช้ชีวิตที่เหลือของพวกมันที่นี่ โดยได้รับสารอาหารอย่างเหมาะสม และการดูแลจากสัตวแพทย์
เสือโคร่ง
เจ้าหน้าที่สวนสัตว์ซาฟารีเมอร์เทิลบีชช่วยกันจัดท่าเสือโคร่งสองตัวซึ่งน่าจะเป็นลูกผสม เพื่อการถ่ายรูปร่วมกับโคดี แอนเทิล ลูกชายเจ้าของสวนสัตว์ดังกล่าว เขาเป็นคนโพสต์โฆษณาสถานที่ท่องเที่ยวดังกล่าวส่วนใหญ่บนโซเชียล มีเดีย และมีผู้ติดตามบนอินสตาแกรมกว่าหนึ่งล้านคน

มีหลักฐานบ่งชี้ว่า มีการฆ่าเสือส่วนเกินจำนวนหนึ่งทิ้งเพื่อลดต้นทุนการเก็บรักษาตามสวนสัตว์ข้างทางและแหล่งท่องเที่ยวคล้ายคลึงกัน ซากเสือจะถูกสตัฟฟ์ไว้ หรือขายเป็นชิ้นส่วนต่าง ๆ เช่น หนัง เขี้ยว เล็บ และโครงกระดูก ทั้งๆ ที่การจำหน่ายหรือจัดส่งชิ้นส่วนเหล่านี้ข้ามพรมแดนรัฐ เพื่อวัตถุประสงค์เชิงการค้าเพียงอย่างเดียวเป็นสิ่งผิดกฎหมายภายใต้รัฐบัญญัติสิ่งมีชีวิตใกล้สูญพันธุ์ (Endangered Species Act)

กิ่งก้านสาขาของเครือข่ายการลักลอบค้าในสหรัฐฯ นี้แผ่ไกลไปถึงภูมิภาคเอเชีย ในคดีหนึ่งเมื่อไม่นานมานี้ ชายในนครนิวยอร์กถูกศาลตัดสินว่ามีความผิดฐานลักลอบขนส่งสัตว์ป่า เพื่อจำหน่ายชิ้นส่วนเสือโคร่งและสิงโต ในคำรับสารภาพเพื่อขอลดหย่อนโทษ เขายอมรับว่าได้จัดส่งชิ้นส่วนสัตว์ป่ารวม 68 หีบห่อ โดยระบุเป็นเครื่องเคลือบดินเผาและของเล่นอย่างเป็นเท็จไปยังตลาดแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

เสือโคร่ง
นักแสดงมายากล เจย์ โอเวนเฮาส์ จูงเจ้าเซลาห์ เสือเพศเมีย เดินเล่นที่บ้านของเขาในเมืองโบสแมน รัฐมอนแทนา
มันเป็นหนึ่งในเสือโคร่งสามตัวที่เขาใช้ในการตระเวนแสดงมายากล ผู้จัดแสดงเสือแบบโอเวนเฮาส์ต้องมีใบอนุญาตจาก
กระทรวงเกษตรสหรัฐฯ หรือยูเอสดีเอ

ที่ผ่านมา สหรัฐฯ เป็นผู้นำในการต่อสู้กับการลักลอบค้าสัตว์ป่า อันเป็นธุรกิจเชื่อมโยงกับองค์กรอาชญากรรมระดับนานาชาติ ซึ่งนักวิเคราะห์ชี้ว่าอาจมีมูลค่าสูงถึงปีละ 20,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2015 สหรัฐฯ และจีนเจรจาตกลงห้ามการค้างาช้างเกือบทุกกรณีระหว่างสองประเทศ

ทว่าสหรัฐฯ กลับมีความน่าเชื่อถือน้อยกว่าในประเด็นการคุ้มครองเสือ เพราะประชากรเสือในสถานเพาะเลี้ยงที่มีการบังคับควบคุมอย่างหละหลวมมีจำนวนสูงมาก การเพาะพันธุ์สัตว์กลุ่มนี้เพื่อ “การค้าขายชิ้นส่วนและผลิตภัณฑ์จากชิ้นส่วน” เป็นเรื่องผิดกฎหมาย ตามมติเมื่อปี 2007 ของอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ หรือไซเตส ที่ลงนามโดยสมาชิก183 ชาติทั่วโลกรวมถึงสหรัฐฯ ปัจจุบัน ไซเตสกำลังสืบสวนสมาชิกเจ็ดชาติที่อาจมีส่วนพัวพันกับการลักลอบขนส่งเสือที่เกิดในสถานเพาะเลี้ยง ได้แก่ สหรัฐฯ จีน เวียดนาม ลาว ไทย สาธารณรัฐเช็ก และแอฟริกาใต้

เรื่อง แชรอน กายนับ

ภาพถ่าย สตีฟ วินเทอร์

*** อ่านสารคดีฉบับเต็มได้ในนิตยสาร เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย เดือนธันวาคม 2562


สารคดีแนะนำ

ความจริงของตลาดค้าสัตว์ป่าจีนในยุคไวรัสโคโรนา

 

เรื่องแนะนำ

กาแฟขี้ชะมด: ความลับเบื้องหลังกาแฟแพงที่สุดในโลก

ใครๆ ก็รู้ว่าโกปิลูวัก หรือ กาแฟขี้ชะมด นั้นทำมาจากอึของชะมด แต่ทราบหรือไม่ว่ากว่าจะได้กาแฟรสละมุนที่มีราคาแพงที่สุดในโลก บรรดาชะมดต้องเผชิญกับอะไรบ้าง

เหล่าหมูป่ากับการบุกมาหากินที่ใจกลางเมืองฮ่องกง

เหล่า หมูป่า เร่ร่อนในฮ่องกงกำลังทำตัวให้เป็นที่รักของชาวเมือง แต่เรื่องนี้กำลังทำให้รัฐบาลกังวลใจ เช้าวันพุธของฮ่องกงบริเวณย่านพักอาศัยอันหรูหรา หมูป่า ขนาดใหญ่ตัวหนึ่งกำลังงีบอย่างสงบบนริมถนน ราวกับว่ามันลืมเสียงรถราอื้ออึงในช่วงเวลาเร่งด่วนที่อยู่รอบตัว เหตุการณ์นี้สร้างความรำคาญให้กับผู้อยู่อาศัยในบริเวณนี้อย่าง Mrs. Kuk เธอใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายรูป และกล่าวว่าเธอพบเจอหมูป่าตัวผู้นี้อยู่เสมอ “นับวันมันชักจะกล้าขึ้นเรื่อยๆ ดูมันที่กำลังนอนอยู่สิ ทำเหมือนกับไม่มีคนอยู่รอบตัวมันเลย” โดยครั้งสุดท้ายที่เธอเจอหมูป่าตัวนี้กำลังคุ้ยถังขยะ เธอโทรเรียกตำรวจมาจัดการมัน เมืองที่มีประชากรราว 7.3 ล้านคนแห่งนี้ไม่ได้เป็นที่รู้จักในแง่ป้อมปราการของบรรดาสัตว์ป่าเท่าไรนัก จริงอยู่ที่นักท่องเที่ยวและผู้คนจะรู้จักฮ่องกงในภาพลักษณ์ของป่าคอนกรีตและถนนลาดยาง แต่ภาพลักษณ์นี้ก็ขัดกับความเป็นจริงว่าฮ่องกงมีพื้นที่สำหรับสัตว์และพืชพรรณถึงราว 3 ใน 4 อันเป็นพื้นซึ่งความเจริญยังเข้าไม่ถึงและได้รับการปกป้องเอาไว้ จึงทำให้เมืองแห่งนี้มีพื้นที่สีเขียวและมีความหลากหลายทางชีวภาพมากทีเดียว ตามประวัติศาสตร์ของฮ่องกง ทั้งมนุษย์และหมูป่าต่างก็เป็นสัตว์บนพื้นดินที่เป็นประชากรส่วนใหญ่ และเคยอยู่ร่วมกันมาอย่างสงบสุข เหล่าสัตว์เองก็ไม่ได้ไปรบกวนมนุษย์มากนัก หรือไม่ก็รบกวนน้อยมาก หมูป่าจะถูกพบเจอโดยคนที่ชอบไต่เขาหรือท่องไปยังพื้นที่ป่าในช่วงย่ำรุ่งหรือช่วงดวงอาทิตย์ตกดินเท่านั้น แต่เมื่อเข้าสู่ช่วง 5 ปีหลังมานี้ กลับกลายเป็นว่าสามารถพบเจอหมูป่าได้ทุกที่ ในปี 2018 ที่ฮ่องกงมีการแจ้งความเรื่องของหมูป่าอยู่ 929 ครั้ง ซึ่งเป็นจำนวนที่เพิ่มขึ้น 3 เท่าเมื่อเทียบกับช่วงเวลา 5 ปีก่อนหน้า การแจ้งความส่วนมากมาจากชาวเมืองที่ไม่ทราบว่าจะต้องทำอย่างไรเมื่อพบเจอพวกมัน บางส่วนคือการขอความช่วยเหลือจากตำรวจในกรณีที่มีสัตว์เดินหลงไปที่ตัวเมืองแล้วหาทางกลับเข้าป่าไม่ได้ หรือในกรณีที่ผู้คนได้รับบาดเจ็บจากการกัดหรือจู่โจมโดยหมูป่า ซึ่งมีไม่มากนัก ไม่เคยมีการสำรวจว่าหมูป่ามีจำนวนเท่าไหร่ในฮ่องกง แต่ด้วยความที่ไม่มีสัตว์นักล่าตามธรรมชาติในพื้นที่ และมีแหล่งอาหารจากมนุษย์อยู่อย่างต่อเนื่อง […]