ความจริงของ ตลาดค้าสัตว์ป่า จีนในยุคไวรัสโคโรน่า - National Geographic Thailand

ความจริงของตลาดค้าสัตว์ป่าจีนในยุคไวรัสโคโรนา

ที่ ตลาดค้าสัตว์ป่า ในเซินเจิ้น ผู้ค้านำสัตว์เลี้อยคลานและสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมออกมาโชว์เพื่อค้าขาย ในประเทศจีน มีสัตว์ 54 สายพันธุ์ที่สามารถซื้อขายได้อย่างถูกกฎหมายเพื่อการบริโภค การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาทำให้การค้าสัตว์ป่าเหล่านี้เป็นที่จับตามองจากคนทั้งโลก ภาพถ่ายโดย AFP, GETTY


ภาพข่าวจากสื่อหลายสำนักมักทำให้เชื่อว่า ตลาดค้าสัตว์ป่า เป็นที่นิยมในจีน แต่ความจริงแล้ว ชาวจีนส่วนมากไม่คุ้นเคยกับมัน

การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาที่เชื่อว่ามีแหล่งกำเนิดมาจากตลาดค้าสัตว์ป่าในอู่ฮั่นทำให้มีการจับจ้องการค้าสัตว์ป่าของจีน โดยเมื่อวันที่ 26 มกราคม ที่ผ่านมา จีนได้ประกาศห้ามการค้าสัตว์ป่าจนกว่าวิกฤติในครั้งนี้จะจบสิ้น ภาพของสัตว์ที่ป่วยและดูทนทุกข์ทรมานในตลาด หรือวิดีโอที่แสดงการต้มค้างคาวเป็นๆในถ้วยซุป ได้เผยแพร่ไปในสังคมออนไลน์ ก่อให้เกิดความขุ่นเคืองไปทั่วโลก และทำให้เกิดภาพลักษณ์ว่าการซื้อสัตว์ป่าเป็นๆเพื่อนำไปบริโภคเป็นปรากฏการณ์ที่แพร่หลายในสังคมจีน

แต่ในความเป็นจริง สำหรับชาวจีนส่วนใหญ่ การกินสัตว์ป่านั้นเป็นเรื่องแปลกประหลาด

China Daily ซึ่งเป็นสื่อที่ควบคุมโดยรัฐบาลจีน ได้เผยแพร่บทบรรณาธิการอันน่าเสียดแทงเพื่อประณามวัฒนธรรมนี้ และเรียกร้องมาตรการห้ามค้าสัตว์ป่าอย่างถาวร ซึ่งกระแสสังคมออนไลน์ในจีน เช่น Weibo ก็มีความเห็นไปในทิศทางเดียวกัน

ตลาดค้าสัตว์ป่า, อู่ฮั่น, ไวรัสโคโรนา
ในตลาดค้าสัตว์ป่าอู่ฮั่น สถานที่ซึ่งไวรัสโคโรนาเริ่มแพร่ระบาดเมื่อเดือนธันวาคม 2019 คนงานถือซาลาแมนเดอร์ออกไปหลังการสั่งปิดตลาด ภาพถ่ายโดย FEATURE CHINA, BARCROFT MEDIA/GETTY

ด้านผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า ขนาดหรือระดับของการค้าสัตว์ป่าในจีนนั้นยังไม่มีความชัดเจน เนื่องจากสัตว์หลายชนิดถูกล่า นำเข้า และส่งออกอย่างผิดกฎหมายเพื่อเป็นอาหาร ยา เกมกีฬา หรือเป็นสัตว์เลี้ยง โดยเฉพาะอุตสาหกรรมการแพทย์แผนจีนโบราณที่ยังคงมีความเชื่อเรื่องการใช้พลังจากอวัยวะส่วนต่างๆของสัตว์ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมนี้

รัฐบาลจีนอนุญาตให้เพาะเลี้ยงสัตว์ป่า 54 ชนิดในฟาร์มเพื่อจำหน่ายและบริโภค เช่น มิ้งค์ นกกระจอกเทศ แฮมสเตอร์ เต่าสแนปปิ้งหรือเต่าฉก จระเข้น้ำจืด เป็นต้น โจวจิ้นเฟิง เลขาธิการมูลนิธิการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพและการพัฒนาเพื่อสิ่งแวดล้อมจีน ซึ่งเป็นองค์กรไม่แสวงกำไร กล่าวและเสริมว่า เจ้าของฟาร์มหลายคนอ้างว่าสัตว์ของพวกเขาเพาะพันธุ์อย่างถูกกฎหมายในพื้นที่ปิดเพื่อการอนุรักษ์ แต่กลับนำไปขายในตลาดหรือขายให้นักสะสม

แม้ไม่แน่ชัดว่าตลาดค้าสัตว์ป่าในลักษณะนี้มีมากน้อยเพียงใด แต่ผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่ามีอยู่นับร้อยแห่ง

ในการสำรวจเมื่อปี 2014 ระบุว่า ผู้คนนับพันใน 5 เมืองของจีนมีวิธีการกินอาหารที่แตกต่างกันไปในแต่ละภูมิภาคของประเทศ ในกว่างโจว ผู้ให้สัมภาษณ์ร้อยละ 83 เคยกินสัตว์ป่าในปีก่อนหน้า ในเซี่ยงไฮ้อยู่ที่ร้อยละ 14 ส่วนในเมืองหลวงอย่างกรุงปักกิ่งมีเพียงร้อยละ 5 เท่านั้น ในระดับทั่วประเทศ มากกว่าครึ่งหนึ่งของผู้ตอบแบบสำรวจไม่เคยรับประทานสัตว์ป่าเลย

ตลาดค้าสัตว์ป่า, อู่ฮั่น, ไวรัสโคโรนา
ภาพกบตัวเป็นๆ สำหรับขายในตลาดที่เซี่ยงไฮ้เมื่อ 26 มกราคม 2020 ซึ่งเป็นวันที่รัฐบาลจีนประกาศห้ามการค้าสัตว์มีชีวิต ท่ามกลางวิกฤตไวรัสโคโรนา ภาพถ่ายโดย EDWIN REMSBERG, VWPICS/AP

หม้อต้มน้ำของโรคติดต่อ

ในตลาด บรรดาสัตว์ป่า “ต่างดูใกล้ตายและกระหายน้ำในกรงขึ้นสนิมที่สกปรกอย่างยิ่ง” ปีเตอร์ หลี่ ผู้เชี่ยวชาญด้านนโยบายจีนจากสมาคมมนุษยธรรมแห่งสหรัฐอเมริกา และศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยฮิวสตัน-ดาวน์ทาวน์ บอกและเสริมว่า พวกมันอาจมาในสภาพไร้แขนขาหรือปีก มีแผลจากการถูกล่า หรือการบาดเจ็บที่เกิดขึ้นระหว่างการขนส่ง “ผู้ค้าไม่ได้จัดการกับพวกมันอย่างนุ่มนวลในระหว่างขนส่ง พวกสัตว์ป่าต่างทุกข์ทรมานครับ” เขากล่าว

ความอลหม่านในการค้าสัตว์ป่าก่อให้เกิดโรครับจากสัตว์หรือโรคติดต่อจากสัตว์สู่คน คริสเตียน วอลเซอร์ หัวหน้าสัตวแพทย์โลกจากสมาคมอนุรักษ์สัตว์ป่าแห่งสหรัฐอเมริกา อธิบายเสริมว่า ในโลกปกติ (ไวรัสของสัตว์) จะไม่ติดต่อสู่คน แต่การเข้าใกล้ที่อยู่อาศัยของสัตว์ทำให้ความเสี่ยงเพิ่มมากขึ้น

ด้านเอริน ซอร์เรลล์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์วิจัยจากภาควิชาจุลชีววิทยาและภูมิคุ้มกันวิทยา มหาวิทยาลัยจอร์จทาวน์ ในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. กล่าวว่า ร้อยละ 70 ของโรครับจากสัตว์เกิดจากสัตว์ป่า โดยทั้งเชื้อ HIV, อีโบล่า และโรคซาร์สก็เป็นโรคที่เกิดจากสัตว์ป่าทั้งสิ้น

ตลาดค้าสัตว์ป่า, ไวรัสโคโรนา, ปักกิ่ง
ผู้ค้าผักสดในกรุงปักกื่งสวมหน้ากากป้องกันไวรัส งานศึกษาเมื่อปี 2014 พบว่ามีประชากรกรุงปักกิ่งเพียงร้อยละ 5 ที่ได้กินสัตว์ป่าเป็นอาหารในปีก่อนหน้า ภาพถ่ายโดย KEVIN FRAYER, GETTY

ในตลาดค้าสัตว์ป่าที่ประเทศจีนหรือเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งอาจมีสัตว์ป่ามากกว่า 40 ชนิด ทั้งสัตว์ปีก สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม และสัตว์เลี้อยคลาน “ต่างถูกวางซ้อนทับกันไว้” วอลเซอร์กล่าว ทั้งอากาศที่ปนกันและสารคัดหลั่งจากสัตว์ทำให้เกิดการติดต่อแลกเปลี่ยนไวรัสขึ้น หรืออาจพัฒนาเป็นสายพันธุ์ใหม่ ซึ่งวอลเซอร์สรุปว่าตลาดค้าสัตว์นั้นเปรียบเหมือน “หม้อต้มน้ำของโรคติดต่อ”

แม้จะมีหลักฐานชี้ว่า ค้างคาวเป็นแหล่งที่มาของเชื้อไวรัสโคโรนาอู่ฮั่น แต่ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าชนิดพันธุ์ (species) ใดเป็นพาหะนำเชื้อไวรัสนี้มาสู่มนุษย์ แต่จากการประเมินภายในตลาดอู่ฮั่น มีการตรวจพบไวรัสโคโรนาในส่วนพื้นที่จำหน่ายสัตว์เป็นๆ

ป้องกันเหตุการณ์ซ้ำรอย

ขณะนี้ทางรัฐบาลจีนได้มีเบอร์โทรศัพท์สายด่วนสำหรับการรายงานเรื่องการฝ่าฝืนข้อกฎหมาย “นี่เป็นสถานการณ์ฉุกเฉินครับ” ปีเตอร์ หลี่ กล่าวและเสริมว่า “ทุกคนต่างจับตามอง จะมีการแจ้งความต่อผู้ค้าคนใดก็ตามที่ละเมิดกฎ” อย่างไรก็ตาม ความกลัวที่มีต่อไวรัสโคโรนาก็มีส่วนให้ความต้องการซื้อสัตว์ป่าลดลงเช่นกัน

ตลาดค้าสัตว์ป่า, ชะมด, ไวรัสโคโรนา
ชะมดถูกขังกรงเพื่อขายในตลาดที่จีนตอนใต้เมื่อปี 2003 ซึ่งเป็นช่วงโรคซาร์ส (SARS) มีการระบาดมากที่สุด เชื่อกันว่าชะมดเป็นสัตว์ที่แพร่ไวรัสโรคซาร์สไปสู่มนุษย์ ในบางพื้นที่ ซุปชะมดถือเป็นอาหารหรู ภาพถ่ายโดย AFP, GETTY

แม้จะมีการออกมาตรการห้ามค้าสัตว์ป่าชั่วคราว แต่ก็มีการพูดถึงการยุติการค้าสัตว์ป่าอย่างถาวรเช่นเดียวกัน หากแต่ยังไม่มีความชัดเจนในรายละเอียดว่าจะออกมาในทิศทางใด จึงทำให้มีกระแสต่อต้านจากภาคธุรกิจ หลี่กล่าวต่อไปว่า องค์การบริหารป่าไม้และทุ่งหญ้าแห่งประเทศจีน (State Forestry and Grassland Administration) ซึ่งรับผิดชอบในการออกใบอนุญาตการเพาะพันธุ์สัตว์ป่า “เป็นปากเสียงให้กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในการค้าสัตว์ป่ามานาน”

ด้านเอริน ซอร์เรลล์ มีความเห็นว่า การออกมาตรการห้ามค้าสัตว์ป่าอย่างถาวรต้องเป็นไปอย่างระมัดระวัง “ฉันเองก็ไม่อยากให้มีการค้าสัตว์ป่าในตลาดค่ะ” แต่การเร่งออกมาตรการโดยไม่มีการพิจารณาที่ดีอาจทำให้การค้าสัตว์ป่ากลายเป็นกระบวนการใต้ดิน “ซึ่งจะเป็นอันตรายในการบริโภคมากขึ้น หากเราไม่รู้ว่าสิ่งที่บริโภคนั้นมีที่มาที่ไปอย่างไร” เธอกล่าวเสริม

หลี่บอกว่า หากมีการใช้มาตรการห้ามค้าสัตว์ป่าอย่างถาวร เป็นเรื่องสำคัญที่รัฐบาลต้องมีการซื้อหรือจ่ายค่าชดเชยให้เจ้าของฟาร์มสัตว์เหล่านั้นเพื่อให้พวกเขาสามารถปรับตัวไปในทิศทางอื่นได้

เรื่อง NATASHA DALY


อ่านเพิ่มเติม โรคปอดอักเสบ จากเชื้อโคโรนาไวรัส 2019

เรื่องแนะนำ

แพะเหล่านี้ปีนเขื่อนเพื่ออะไร?

แพะเหล่านี้ปีนเขื่อนเพื่ออะไร? ฝูงแพะภูเขาเหล่านี้กำลังท้าทายความตายด้วยการปีนขึ้นไปยังเขื่อนที่มีความสูงมากถึง 160 ฟุต ณ เขื่อน Cingino ในอิตาลี เป็นภาพชินตาที่จะเห็นแพะภูเขาบากบั่นพาตัวเองต้านแรงโน้มถ่วงขึ้นมา พวกมันไม่ย่อท้อต่อหนทางอันยากลำบากในความลาดชันที่เกือบจะเป็นแนวดิ่งด้วยเหตุผลเพียงข้อเดียวนั่นคือ เกลือแร่ เขื่อนแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นจากหินเกลือที่ประกอบด้วยสารอาหารที่แพะภูเขาต้องการ หรือเทียบเท่าความสำคัญได้กับหญ้าที่พวกมันแทะเล็ม ด้วยกีบเท้าที่มีลักษณะเป็นแง่งและฝ่าเท้าขรุขระช่วยในการยึดติด แม้กระทั่งภูเขาลาดชันในลักษณะที่แทบจะเป็นแนวดิ่งอยู่แล้ว แต่พวกมันก็สามารถไต่ขึ้นไปได้โดยไม่เป็นปัญหา   อ่านเพิ่มเติม ยีราฟเหวี่ยงร่างของวิลเดอบีสต์ที่ตายแล้วไปมา

ทูตแห่งจระเข้

เรื่อง ฤทธิยา เตชะแสน เบรดี บาร์ นักวิทยาสัตว์เลื้อยคลานและสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก พิธีกรรายการ “Dangerous Encounters” ทางช่อง National Geographic Channel อาจเป็นบุคคลเดียวในโลกที่จับจระเข้ครบทั้ง 23 ชนิดพันธุ์ ที่อาศัยอยู่ในธรรมชาติ เขาเคยปีนข้ามรั้วเข้าไปวัดขนาดของจระเข้ที่ใหญ่ที่สุดในโลกในประเทศฟิลิปปินส์ และรอดชีวิตจากการถูกงูเหลือมกัดในถ้ำที่อินโดนีเซียเมื่อปี 2007 แม้จะจับจระเข้มาแล้วกว่า 5,000 ตัว แต่บาร์ยอมรับว่า กลัวงูมากที่สุด   ทำไมคุณถึงกลัวงูมากกว่าจระเข้ งูที่ผมกลัวคือพวกที่มีพิษครับ ไม่ว่าจะตัวเล็กหรือใหญ่แค่ไหน เพราะพวกมันเป็นอันตราย ส่วนจระเข้ ไม่ว่าจะตัวเล็กหรือใหญ่แค่ไหน ถ้าคุณพลาด ก็ไม่ถึงกับตายหรอกครับ แต่กับงู พลาดเพียงครั้งเดียว คุณก็ตายได้แล้วครับ ผมยังไม่พร้อมที่จะตายครับ   ทำไมคุณถึงยอมเอาชีวิตเข้าเสี่ยงเพื่อศึกษาสัตว์เลื้อยคลาน ผมอยากรู้เรื่องสัตว์เหล่านี้ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ และให้ความรู้แก่ผู้อื่น คนทั่วไปมีความรู้ เกี่ยวกับสัตว์เหล่านี้น้อยมาก หลายคนมองว่าพวกมันเป็นวายร้าย ผมรู้สึกว่าตัวเองต้องเป็น ทูตสันถวไมตรีให้พวกมัน ผมบอกผู้คนทั่วโลกว่า ถ้าผมพูดว่า สัตว์ตัวเล็ก ๆ น่ารัก ๆ ต้องการความช่วยเหลือ พวกคุณจะบริจาคเงินให้ผมแทบไม่ทัน […]

ความรู้ประจำวัน : ไดโนเสาร์เต้นรำเหมือนนก

หนึ่งในสิ่งที่น่าตื่นเต้นเกี่ยวกับการศึกษาไดโนเสาร์ก็คือ นกในปัจจุบันคือไดโนเสาร์ที่ยังมีชีวิต หรืออาจกล่าวได้ว่าพวกมันคือลูกหลานของไดโนเสาร์ นกจำนวนมากอวดโฉมขนของพวกมันเพื่อใช้ในการจับคู่ ทีนี้ลองคิดถึงบรรพบรุษของนกอย่างไทเซราทอปส์ ไดโนเสาร์มีเขาที่ใช้แผงบนศีรษะของมันเพื่อจุดประสงค์เดียวกันบ้าง นักบรรพชีวินวิทยาไม่คิดว่าเขาและแผงบนหัวของไดโนเสาร์ชนิดนี้จะมีไว้เพื่อใช้สำหรับการต่อสู้ ตรงกันข้ามพวกเขาคิดว่าสิ่งนี้มีไว้เพื่ออวดโฉมในการจับคู่ เนื่องจากเมื่อเติบโตขึ้นกระดูกบริเวณนี้จะเปราะและบางลง ดังนั้นเมื่อมองไปที่จังหวะการเต้นรำของนกบางสายพันธุ์ที่ทำเพื่อการจับคู่แล้ว ในโลกดึกดำบรรพ์ก็มีความเป็นไปได้เช่นกันว่าไดโนเสาร์เหล่านี้อาจเต้นรำไม่ต่างจากนก ซึ่งคงเป็นภาพที่น่าตื่นตาตื่นใจน่าดู   อ่านเพิ่มเติม : แขนจิ๋วของทีเร็กซ์อาจเป็นอาวุธอันตราย, ฟอสซิลอสุรกายแห่งท้องทะเลถูกพบในอินเดีย

เต่า ‘สูญพันธุ์’ ถูกค้นพบอีกครั้งหลังจากร้อยปี

เต่ายักษ์เฟอร์นันดินา ที่คาดว่าสูญพันธุ์เมื่อร้อยปีที่แล้ว ขณะนี้มีความหวังว่าจะช่วยฟื้นฟูประชากรของมันกลับมา วอชิงตัน ทาเปีย ได้ค้นพบเต่ายักษ์เฟอร์นันดินาบนเกาะกาลาปาโกสชื่อดัง นั่นเปรียบเสมือนการได้รับรางวัลออสการ์ “สำหรับฉันมันเป็นความสำเร็จครั้งสำคัญที่สุดในชีวิต เพราะฉันทำงานด้านการอนุรักษ์เต่ามา 30 ปีแล้ว” ผู้อำนวยการฝ่ายอนุรักษ์ฟื้นฟูเต่ายักษ์กาลาปาโกสและผู้นำการสำรวจกล่าว “นี่เป็นเหมือนรางวัลออสการ์ของฉัน” ทาเปียได้ร่วมมือกับทีมสำรวจท้องถิ่นสี่คน จากอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะกาลาปาโกส ได้แก่ เจฟเฟรย์ มาลากะ, เอดัวร์โด วิเลมา, โรเบร์โต บาเลสตีรอส, ซีโมน วิยามาร์ รวมถึงฟอร์เรลต์ กาลันเต พิธีกรและนักชีววิทยาจากช่อง แอนนิมอล แพลนเน็ต ทั้งหมดรู้สึกปลาบปลื้มเป็นที่สุดเมื่อสำรวจพบเต่ายักษ์ Chelonoidis phantasticus เพศเมียบนเกาะเฟอร์นันดินา เกาะที่มีภูเขาไฟซึ่งมีอายุน้อยที่สุดในหมู่เกาะกาลาปาโกส ครั้งสุดท้ายที่มีการยืนยันการพบเห็นเต่าสายพันธุ์นี้คือในปี 1906 สหภาพนานาชาติเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ (IUCN) ได้ขึ้นบัญชีแดง (Red List) ว่า อาจสูญพันธุ์ไปแล้ว จนกระทั่งปี 2017 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่มาลากะได้พบอุจจาระของสัตว์เลื้อยคลานชนิดหนึ่งในบริเวณอุทยานฯ ต่อมาเต่าสายพันธุ์นี้ถูกจัดเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีความเสี่ยงขั้นวิกฤติต่อการสูญพันธุ์ “มันเป็นข้อบ่งชี้ที่ชัดเจนว่าเต่ายังคงอยู่ที่นั่น” ทาเปียกล่าว ในวันอาทิตย์ที่ 17 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ทางทีมสำรวจได้ออกเดินทางเวลาหกโมงเช้า เพื่อค้นหาพื้นที่สีเขียวท่ามกลางกระแสลาวาบนเกาะแห่งนี้ […]