นกเงือก กับการสร้างโพรงรัง ปัจจัยที่สำคัญต่อการเพิ่มจำนวนประชากรของนกเงือก

ซ่อมแซมโพรงรังหวังเพิ่มประชากรนกเงือก

สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) หนุนซ่อมโพรงรังหวังเพิ่มประชากร นกเงือก

ในเดือนมีนาคมถึงเมษายนของทุกปี ถือเป็นช่วงเวลาที่ นกเงือก เข้าสู่ฤดูผสมพันธุ์ โดยนกเงือกเริ่มจับคู่และเสาะหาโพรงรังที่เหมาะสมเพื่อให้ตัวเมียวางไข่และฟักไข่ แม้ในป่าฮาลา–บาลา ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นผืนป่าที่อุดมสมบูรณ์มาก สัตว์โบราณอย่างนกเงือกยังต้องเผชิญภาวะ ‘การขาดแคลนโพรงรัง’ ซึ่งหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ส่งผลให้จำนวนประชากรนกเงือกลดลง

สุเนตร การพันธ์ หัวหน้าสถานีวิจัยสัตว์ป่าป่าพรุ–ป่าฮาลา บาลา กล่าวว่า นกเงือกมีพฤติกรรมโดดเด่นเฉพาะตัวอย่างมากในเรื่องการสร้างโพรงรัง เมื่อนกเงือกหาโพรงรังที่เหมาะสมได้แล้ว นกเงือกตัวเมียจะปิดปากโพรงให้แคบลง โดยใช้มูล เศษไม้ และเศษดิน ค่อยๆ ปิดจนเหลือเพียงช่องแคบๆ เพื่อให้ตัวผู้ส่งอาหารให้เท่านั้น

ฮาลา, บาลา, นกเงือก, โพรงรัง, รังนกเงือก, ธรรมชาติเมืองไทย
สุเนตร การพันธ์ หัวหน้าสถานีวิจัยสัตว์ป่าป่าพรุ–ป่าฮาลา บาลา

ตลอดช่วงระยะเวลาที่นกเงือกตัวเมียทำรัง นกเงือกตัวผู้มีหน้าที่หาอาหารมาป้อนให้ตัวเมีย เมื่อถึงช่วงลูกนกฟักออกจากไข่ นกเงือกตัวผู้ยังคอยหาอาหารมาให้ทั้งนกเงือกตัวเมียและลูกนก โดยช่วงเวลาการอยู่ในโพรงของแม่นกและลูกนกของนกเงือกแต่ละชนิดไม่เท่ากัน แต่เฉลี่ยแล้วประมาณ 4 – 6 เดือน ซึ่งเมื่อลูกนกออกจากรัง พ่อและแม่นกจะคอยเลี้ยงลูกนกต่อไปอีกระยะหนึ่ง

ฮาลา, บาลา, นกเงือก, โพรงรัง, รังนกเงือก, ธรรมชาติเมืองไทย

โพรงรังที่มีสภาพเหมาะสมคือปัจจัยสำคัญต่อการขยายพันธุ์ของนกเงือกตามธรรมชาติ แต่ปัจจุบันโพรงรังของนกเงือกเริ่มขาดแคลน ปัญหาคือนกเงือกไม่สามารถเจาะโพรงสร้างรังเองได้เช่นเดียวกับนกทั่วไป ต้องหาโพรงรังที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ เช่น โพรงไม้ที่เกิดจากการเจาะของนกหัวขวาน รอยแผลบนต้นไม้ที่เกิดจากหมีล้วงเอาน้ำผึ้ง หรือรอยจากการที่กิ่งไม้หักจนทำให้เกิดแผลและมีขนาดกว้างพอที่นกเงือกจะเข้าไปอยู่อาศัยได้ อีกทั้งโพรงที่จะใช้ทำรังได้ต้องมีสภาพที่เหมาะสม คือไม่ใหญ่และไม่เล็กจนเกินไป ถ้ามีขนาดใหญ่จนเกินไป เวลาปิดปากโพรงจะปิดได้ยาก หรือปิดไม่ได้ แต่ถ้าแคบเกินไปนกเงือกก็อยู่อาศัยไม่ได้ ที่สำคัญคือระดับพื้นในโพรงยังต้องมีความสูงพอดีที่นกเงือกนั่งแล้วจะสามารถยื่นปากออกมาจากโพรงเพื่อรับลูกไม้จากตัวผู้ได้ ทำให้การหาโพรงกลายเป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลานาน

ฮาลา, บาลา, นกเงือก, โพรงรัง, รังนกเงือก, ธรรมชาติเมืองไทย
ภูมิทัศน์ยามเช้าของพื้นที่ป่าฮาลา-บาลา

ฮาลา, บาลา, นกเงือก, โพรงรัง, รังนกเงือก, ธรรมชาติเมืองไทย

ในพื้นที่อาศัยของนกเงือก อย่างป่าฮาลา-บาลา เป็นป่าดิบชื้น ต้นไม้ส่วนใหญ่เป็นไม้โตเร็ว และโทรมได้ง่าย ต้นไม้บางชนิดเมื่อไม้เจริญขึ้นและขยายตัว ก็ทำให้ปากโพรงแคบลง หรือพื้นด้านในบางโพรงเริ่มทรุด เมื่อโพรงรังเดิมใช้งานไม่ได้ นกเงือกต้องออกหาโพรงรังใหม่ ขณะที่นกเงือกเกิดใหม่ต้องพยายามหาโพรงรังเช่นเดียวกัน ทุกวันนี้กว่านกเงือกจะได้โพรงรังอาจต้องต่อสู้กับนกเงือกคู่อื่น และเมื่อไม่มีโพรงรังจึงเป็นข้อจำกัดต่อการขยายพันธุ์นกเงือกตามธรรมชาติ

ดังนั้นเพื่อปรับปรุงซ่อมรังเดิม ให้กลับมาเป็นที่อยู่ของนกเงือกอีกครั้ง สุเนตรและเจ้าหน้าที่สถานีวิจัยสัตว์ป่าป่าพรุ – ป่าฮาลาบาลา เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าฮาลา–บาลา โครงการสำรวจและรวบรวมพันธุ์ไม้ดอกไม้ประดับป่า ภาคใต้ และชาวบ้านหมู่บ้านบาลา ตำบลโละจูด อำเภอแว้ง จังหวัดนราธิวาส จึงได้ร่วมกันจัดทำโครงการซ่อมแซมและปรับปรุงโพรงรังเพื่อการสร้างโอกาสในการเพิ่มจำนวนของนกเงือกในพื้นที่ป่าบาลา ภายใต้การสนับสนุนของสถาบันการจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรมเกษตร (สท.) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)

ฮาลา, บาลา, นกเงือก, โพรงรัง, รังนกเงือก, ธรรมชาติเมืองไทย
เจ้าหน้าที่ร่วมกับชาวบ้านช่วยกันซ่อมแซมโพรงรังที่ชำรุดเพื่อให้เกามะสมต่อการเป็นแหล่งทำรังของนกเงือกในช่วงฤดูผสมพันธุ์

ชนันรัตน์ นวลแก้ว นักวิชาการป่าไม้ หนึ่งในเจ้าหน้าที่โครงการฯ เล่าว่า ขณะนี้โครงการฯ ดำเนินงานมา 2 ปีแล้ว โดยได้รับความร่วมมือจากชาวบ้านในพื้นที่ซึ่งใช้ประโยชน์พื้นที่ป่าอยู่เป็นประจำมาช่วยในการสำรวจโพรงรังนกเงือก โดยโครงการฯ ได้จัดฝึกอบรมชาวบ้านเกี่ยวกับชีววิทยาของนกเงือก วิธีการดูโพรงนกเงือก รวมถึงวิธีการซ่อมแซมโพรงรัง โดยได้รับความร่วมมือจากโครงการศึกษานิเวศวิทยาของนกเงือก ซึ่งในการอบรมครั้งแรกมีชาวบ้านเข้าร่วม 20 คน หลังจากนั้นชาวบ้านสลับมาอยู่ประจำกับเจ้าหน้าที่ 5-6 คน เพื่อช่วยสำรวจและซ่อมแซมโพรงรัง รวมไปถึงการเฝ้าสังเกตดูโพรงรัง ว่าโพรงรังไหนมีนกเงือกเข้ามาครอบครอง พร้อมกับจดบันทึกชนิดของนกเงือก นกเงือกป้อนอาหารชนิดใดให้กับลูก แต่สำหรับโพรงร้างจะปีนขึ้นไปสำรวจว่าโพรงมีปัญหาอะไร เช่น โพรงกว้างไป แคบไป หรือพื้นโพรงทรุด เพื่อเตรียมแผนในการซ่อมปรับปรุง

ฮาลา, บาลา, นกเงือก, โพรงรัง, รังนกเงือก, ธรรมชาติเมืองไทย
ชนันรัตน์ นวลแก้ว นักวิชาการป่าไม้

ทั้งนี้ จากความร่วมมือของเจ้าหน้าที่และชาวบ้านในการหาโพรงรังธรรมชาติที่เหมาะสมกับนกเงือก ทำให้สามารถพบโพรงรังมากถึง 29 โพรง จากเดิมที่สำรวจพบเพียง 9 โพรง โดยในจำนวนนี้มีโพรงที่นกเงือกทำรังจำนวน 10 โพรง แบ่งเป็นนกเงือกหัวแรด 6 โพรง นกเงือกกรามช้าง 3 โพรง และนกเงือกปากดำ 1 โพรง

ฮาลา, บาลา, นกเงือก, โพรงรัง, รังนกเงือก, ธรรมชาติเมืองไทย

สุเนตรเล่าเสริมว่า สำหรับการซ่อมโพรงรังแต่ละครั้งต้องใช้เจ้าหน้าที่และชาวบ้านเกือบ 20 คน เพราะต้องช่วยกันขนอุปกรณ์ในการปีนชักรอกเข้าไป เนื่องจากโพรงรังนกเงือกส่วนใหญ่อยู่บนต้นไม้สูง บางโพรงอยู่สูงถึง 40 เมตรจากพื้นดิน ต้องชักรอกตัวเองให้ไต่ต้นไม้ขึ้นไปถึงโพรงรัง สำหรับการซ่อมโพรงรังจะยึดข้อมูลจากมูลนิธิศึกษาวิจัยนกเงือกเป็นหลัก ว่ามาตรฐานโพรงรังของนกเงือกแต่ละชนิดต้องมีความกว้าง ความยาว ความหนาของโพรงเท่าไร สมมติว่าเป็นนกเงือกตัวใหญ่ ปากโพรงอาจจะกว้าง 13 เซนติเมตร สูง 30 เซนติเมตร ถ้าโพรงไหนที่ความกว้างน้อย เราก็พยายามเจาะปากโพรงให้กว้างขึ้น แต่ถ้าโพรงกว้างเกินไปก็พยายามเอาไม้กระดานมาปิดให้เหลือ 10-13 เซนติเมตร หรือถ้าโพรงทรุดก็เทดินเสริม อันนี้คือตัวอย่าง สิ่งสำคัญคือต้องรู้ก่อนว่าโพรงรังนี้ เจ้าของเดิมเป็นนกเงือกชนิดไหน เพื่อซ่อมแซมรังให้ได้ตามมาตรฐานของนกเงือกชนิดนั้น

ฮาลา, บาลา, นกเงือก, โพรงรัง, รังนกเงือก, ธรรมชาติเมืองไทย

ฮาลา, บาลา, นกเงือก, โพรงรัง, รังนกเงือก, ธรรมชาติเมืองไทย

ปัจจุบัน โครงการฯ ซ่อมแซมโพรงรังของนกเงือกไปทั้งหมด 10 โพรงรัง และมีนกเงือกเข้าใช้ประโยชน์จากโพรงที่ซ่อมแล้ว 2 โพรง คือโพรงนกเงือกหัวแรด 1 โพรง และโพรงนกเงือกปากดำ 1 โพรง ชนันรัตน์เล่าว่า เมื่อได้เห็นนกเงือกเข้าใช้งานในโพรงที่ช่วยกันซ่อมแซม ชาวบ้านต่างดีใจที่นกเงือกได้ใช้ประโยชน์แล้ว ถ้าโพรงที่พวกเราทยอยซ่อมไปเรื่อยๆ แล้วนกเงือกได้เข้าใช้ทำรัง ก็หวังว่าจะช่วยเพิ่มจำนวนประชากรนกเงือกในพื้นที่ป่าฮาลาบาลาได้เพิ่มขึ้น ในอนาคตพวกเราวางแผนว่า จะเก็บข้อมูลการป้อนอาหารของนกเงือกในฤดูทำรัง การให้ผลผลิตของพืชอาหารที่มีฤดูกาลเปลี่ยนไปเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ข้อมูลปัจจัยแวดล้อมต่างๆ ในพื้นที่ การเก็บข้อมูลชีววิทยาของนกเงือก และข้อมูลพื้นฐานต่างๆ ในพื้นที่ จะเป็นตัวชี้วัดข้อมูลของนกเงือกและพื้นที่ป่าบาลาเองได้ด้วย และเป็นประโยชน์ในการจัดการพื้นที่ต่อไป

ฮาลา, บาลา, นกเงือก, โพรงรัง, รังนกเงือก, ธรรมชาติเมืองไทย

อย่างไรก็ตาม โครงการซ่อมแซมและปรับปรุงโพรงรังเพื่อการสร้างโอกาสในการเพิ่มจำนวนของนกเงือกในพื้นที่ป่าบาลา ไม่เพียงช่วยอนุรักษ์นกเงือก สัตว์ผู้มีบทบาทสำคัญในระบบนิเวศป่าอย่างมากในฐานะ “ผู้ปลูกป่า” แห่งฮาลา-บาลา แต่การมีโครงการฯ ให้ชาวบ้านได้เข้ามามีส่วนร่วมในการอนุรักษ์นกเงือก ทำให้ชาวบ้านมีความรู้และมีความชำนาญในการซ่อมแซมปรับปรุงโพรงรังเพิ่มมากขึ้น ชาวบ้านและเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการซ่อมแซมปรับปรุงโพรงรังเป็นประจำทุกเดือน ทำให้ชาวบ้านรู้สึกมีส่วนร่วมในการช่วยเพิ่มโอกาสการขยายพันธุ์ของประชากรนกเงือก และยังรู้สึกหวงแหนอยากดูแลให้นกเงือกยังคงอยู่ในพื้นที่ป่าบาลาต่อไป

ขอขอบคุณข้อมูลจาก สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)


เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ : ในอ้อมกอดของป่า ฮาลา-บาลา

เรื่องแนะนำ

การผสมพันธุ์สุดแปลกของปลาแองเกลอร์

การผสมพันธุ์สุดแปลกของปลาแองเกลอร์ ในระหว่างการสำรวจมหาสมุทรบริเวณเกาะอะโซร์ส Kristen และ Joachim Jakobsen บังเอิญถ่ายภาพวิดีโอของปลาแองเกลอร์ขณะผสมพันธุ์เอาไว้ได้ ที่ระดับความลึก 800 เมตร นับเป็นครั้งแรกที่การผสมพันธุ์ในธรรมชาติของปลาแองเกลอร์ถูกบันทึกเอาไว้ ซึ่งเป็นพฤติกรรมหาชมได้ยากเนื่องจากปลาชนิดนี้มีถิ่นอาศัยอยู่ในน้ำลึก ปลาแองเกลอร์ขนาดใหญ่ที่เห็นคือตัวเมีย ส่วนตัวผู้คือปลาตัวเล็กกว่า ทั้งสองเพศมีขนาดและรูปลักษณ์ที่ต่างกันโดยสิ้นเชิงและเมื่อพบกันแล้วตัวผู้จะไม่ยอมปล่อยตัวเมียให้จากไปไหน มันจะว่ายตรงเข้าไปหา ใช้ปากงับตัวเมียเอาไว้ เมื่อตัวเมียว่ายน้ำไปไหนมันจะติดสอยห้อยตามไปด้วยตลอดกาล ตัวผู้จะปล่อยเซลล์สืบพันธุ์เข้าสู่ร่างกายตัวเมีย และเมื่อเวลาผ่านไปร่างกายของมันจะหลอมรวมเข้าเป็นส่วนหนึ่งกับตัวเมียด้วย โดยในตัวเมียหนึ่งตัวสามารถมีปลาตัวผู้เกาะติดอยู่ได้มากถึง 7 ตัวด้วยกัน แต่หากว่าตัวเมียบังเอิญตายก่อนที่ตัวผู้จะตายนั่นเท่ากับว่าพวกมันก็จะตายไปด้วยกัน…   อ่านเพิ่มเติม ปะการังผสมพันธุ์เพียงหนึ่งครั้งต่อปี

ความรู้ประจำวัน : ไดโนเสาร์เต้นรำเหมือนนก

หนึ่งในสิ่งที่น่าตื่นเต้นเกี่ยวกับการศึกษาไดโนเสาร์ก็คือ นกในปัจจุบันคือไดโนเสาร์ที่ยังมีชีวิต หรืออาจกล่าวได้ว่าพวกมันคือลูกหลานของไดโนเสาร์ นกจำนวนมากอวดโฉมขนของพวกมันเพื่อใช้ในการจับคู่ ทีนี้ลองคิดถึงบรรพบรุษของนกอย่างไทเซราทอปส์ ไดโนเสาร์มีเขาที่ใช้แผงบนศีรษะของมันเพื่อจุดประสงค์เดียวกันบ้าง นักบรรพชีวินวิทยาไม่คิดว่าเขาและแผงบนหัวของไดโนเสาร์ชนิดนี้จะมีไว้เพื่อใช้สำหรับการต่อสู้ ตรงกันข้ามพวกเขาคิดว่าสิ่งนี้มีไว้เพื่ออวดโฉมในการจับคู่ เนื่องจากเมื่อเติบโตขึ้นกระดูกบริเวณนี้จะเปราะและบางลง ดังนั้นเมื่อมองไปที่จังหวะการเต้นรำของนกบางสายพันธุ์ที่ทำเพื่อการจับคู่แล้ว ในโลกดึกดำบรรพ์ก็มีความเป็นไปได้เช่นกันว่าไดโนเสาร์เหล่านี้อาจเต้นรำไม่ต่างจากนก ซึ่งคงเป็นภาพที่น่าตื่นตาตื่นใจน่าดู   อ่านเพิ่มเติม : แขนจิ๋วของทีเร็กซ์อาจเป็นอาวุธอันตราย, ฟอสซิลอสุรกายแห่งท้องทะเลถูกพบในอินเดีย

คืนชีพแรดขนจากยุคน้ำแข็ง

คืนชีพ แรดขน จากยุคน้ำแข็ง แรดขน ตัวนี้มีชื่อเรียกว่า ซาช่า ทีมนักวิทยาศาสตร์รัสเซียเองยังไม่ค่อยแน่ใจนักว่าเมื่อ 10,000 ปีก่อน เจ้าซากดึกดำบรรพ์นี้เป็นตัวผู้หรือตัวเมีย แต่ชื่อของมันก็ถูกเรียกติดปากไปแล้ว แตกต่างจากช้างแมมอธที่อาศัยอยู่ในยุคน้ำแข็ง ซากของแรดขนไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะพบเจอ ช่วงเวลาการวิวัฒนาการของมันก็ยังไม่แน่ชัด รวมไปถึงวิถีชีวิตของมันตลอดจนอาหารและอายุขัย ข้อมูลพื้นฐานเหล่านี้ยังคงคลุมเครือ   คืนชีพให้ซาช่า ย้อนกลับไปเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ทีมนักวิทยาศาสตร์จากสาขาบรรพชีวินวิทยา, สถาบันวิทยาศาสตร์รัสเซียและสถาบันวิทยาศาสตร์รัฐซาฮา ที่ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศ ร่วมกันคืนชีพให้แก่ซาซ่า ซากชิ้นส่วนที่ยังคงเหลืออยู่ของมันเก่าจนกลายเป็นสีเทา เมื่อตอนที่ทีมนักวิทยาศาสตร์ไปค้นพบเข้า พวกเขาต้องประหลาดใจที่ในเวลาต่อมาพบว่าสีขนจริงของแรดขนสายพันธุ์นี้เป็นสีน้ำตาลบลอนด์อ่อน ผลการวิเคราะห์ฟันของมันพบว่า เจ้าสัตว์ตัวนี้ตายลงเมื่อมีอายุได้ประมาณ 7 เดือน ความที่ว่ามันยังเป็นลูกสัตว์อยู่นั้น สร้างความประหลาดใจให้แก่บรรดานักวิทยาศาสตร์ ข้อมูลจากวารสาร Siberian Times ซาช่ามีความยาวประมาณ 5 ฟุต สูง 2 ฟุตครึ่ง ซึ่งถือว่าเป็นแรดขนาดใหญ่ เนื่องจากแรดในปัจจุบันกว่าจะมีขนาดเท่านี้ได้ก็ต้องรอให้มีอายุถึง 18 เดือน (ไม่ใช่แค่น้ำแข็งเท่านั้นที่รักษาร่างของสิ่งมีชีวิตไว้ได้ อำพันเองก็เช่นกัน) Olga Potapova เป็นนักวิทยาศาสตร์จากเขตสำรวจซากดึกดำบรรพ์ Mammoth Site of Hot Springs […]

หิ่งห้อย เปล่งแสงเต็มผืนป่าที่เงียบงัน

ภาพหาชมได้ยากเมื่อ หิ่งห้อย พร้อมใจกันเปล่งแสงในป่าที่ไร้นักท่องเที่ยว ในป่าที่ความมืดและความเงียบงันปกคลุมเอื้อให้ช่างภาพและนักวิจัยมีโอกาสได้พบกับช่วงเวลาสุดพิเศษ ในอุทยานแห่งชาติคองการี เซาท์แคโรไลนา หิ่งห้อย ดูคล้ายกำลังเล่นกล: เปล่งแสงระยับเป็นท่วงทำนอง สร้างจังหวะเกือบพร้อมเพรียงกันในผืนป่าอันมืดมิดระหว่างช่วงปลายฤดูใบไม้ผลิ หิ่งห้อยที่พบในป่านี้เป็นชนิด Photuris frontalis จากหิ่งห้อยทั้งหมด 125 สายพันธุ์ในอเมริกาเหนือ พวกมันเป็นหิ่งห้อยเพียงไม่กี่ชนิดที่เปล่งแสงวิบวับอย่างสอดคล้องกัน หิ่งห้อยตัวผู้เปล่งแสงเพื่อเป็นสัญญาณขณะเกาะอยู่บนต้นไม้ หรือกำลังบินร่อนต่ำลง ในบางครั้งพวกมันเปล่งแสงกระพริบเร็วๆ เพื่อดึงดูดตัวเมีย แต่กระบวนการนี้ยังไม่มีข้อมูลแน่ชัด ในปี 2019 นักท่องเที่ยวกว่า 12,000 คน เข้ามาเยี่ยมชมปรากฏการณ์ทางชีวภาพอันน่าทึ่งนี้ เดวิด เชลลีย์ หัวหน้าฝ่ายวิทยาศาสตร์ประจำคองการี กล่าว แต่ปีนี้ เนื่องด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา อุทยานฯ จึงต้องประกาศงดกิจกรรมการชมหิ่งห้อยประจำปี ในขณะที่สาธารณชนอาจผิดหวังที่พลาดเข้าชมหิ่งห้อย แต่ความร้างผู้คนทำให้นักวิจัยเห็นภาพที่หาชมได้ยากของแมลงแห่งคองการี และเห็นข้อมูลในพื้นที่พิสุทธิ์ที่อาจจะไม่เกิดขึ้นอีก นอกจากนี้ หิ่งห้อยยังสามารถผสมพันธุ์ในฤดูร้อนนี้ โดยปราศจากมลพิษทางแสง และการรบกวนจากแสงไฟของเมืองที่อยู่ชายป่า เหมือนเป็นช่วงเวลาที่เป็นประโยชน์ต่อแมลง ซึ่งประชากรกำลังลดจำนวนลง เพื่อบันทึกและศึกษาสิ่งมีชีวิตในช่วงเวลาที่ไม่ปกติเช่นนี้ ทีมนักวิจัยและนักสำรวจของเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก แม็ก สโตน ใช้เวลาร่วมสัปดาห์ในคองการี ช่วงกลางเดือนพฤษภาคม ที่ผ่านมา “เราหวังเล็กๆ ว่า […]