แมวติดเชื้อโควิด-19 ได้ แต่นายทาสไม่ต้องกังวล เพราะเป็นเพียงการทดลองในห้องปฏิบัติการ

แมวติดเชื้อโควิด-19 ได้ แต่นายทาสทั้งหลายไม่ต้องกังวล

การศึกษาเมื่อเร็วๆ นี้ พบว่า แมวติดเชื้อโควิด-19 ได้ แต่ทีมนักวิทยาศาสตร์ยังไม่มีข้อมูลที่แน่ชัดว่าสัตว์ตระกูลแมวสามารถแพร่เชื้อไวรัสสู่มนุษย์ได้หรือไม่

จากงานวิจัยเมื่อเร็วๆ นี้ แมวติดเชื้อโควิด-19 ได้ ซึ่งเกิดจากเชื้อโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่ที่กำลังระบาดในขณะนี้ และยังแพร่เชื้อไปยังแมวตัวอื่นได้อีกด้วย แต่การศึกษาในสุนัขพบว่า ความไวต่อการติดเชื้อไวรัสชนิดนี้ไม่สูงเท่าแมว ซึ่งอ้างอิงการศึกษาของนักวิจัยในประเทศจีน จากสถาบันวิจัยสัตวแพทย์ฮาร์บิน นอกจากนี้ยังพบว่า ในสัตว์เลี้ยงชนิดอื่น เช่น ไก่ สุกร และเป็ด ก็มีอัตราการติดเชื้อที่ต่ำเช่นกัน

ทีมนักวิทยาศาสตร์กล่าว่า การค้นพบครั้งนี้มีความน่าสนใจ แต่บรรดาเจ้าของแมวไม่ต้องตื่นตระหนก เนื่องจากการทดลองนี้เป็นเพียงวิธีการที่ใช้ในห้องปฏิบัติการและกลุ่มตัวอย่างที่นำมาทดลองมีจำนวนน้อยมาก ซึ่งแตกต่างจากสภาพแวดล้อมภายนอกที่แมวอาศัยอยู่กับมนุษย์จริงๆ จึงยังไม่สามารถนำไปเปรียบเทียบกันได้ นักไวรัสวิทยา ลินดา ซาอิฟ จากมหาวิทยาลัยโอไฮโอสเตต ในโคลัมบัส กล่าวและเสริมว่า ยังไม่มีหลักฐานโดยตรงที่บ่งชี้ว่า สารคัดหลั่งจากแมวที่มีเชื้อโคโรนาไวรัสจะแพร่สู่มนุษย์ได้

แมว, แมวบ้าน, แมวติดเชื้อโควิด-19, สัตว์เลี้ยง, นายทาส, เลี้ยงแมว,

ความสามารถในการป้องกันโรคของสัตว์เลี้ยง

ด้วยสถานการณ์โคโรนาไวรัสที่แพร่ระบาดอย่างรวดเร็วไปทั่วโลก บางคนอาจเกิดความกังวลเกี่ยวกับการแพร่ระบาดจากสัตว์เลี้ยงข้ามมาสู่มนุษย์ ก่อนหน้านี้มีรายงานว่า สัตว์เลี้ยงบางชนิดติดเชื้อไวรัส เช่นกรณีแมวบ้านในประเทศเบลเยียม และสุนัขสองตัวในฮ่องกง “แมวและสุนัขต่างมีปฏิสัมพันธ์ใกล้ชิดกับมนุษย์ ดังนั้นเราจึงต้องเข้าใจเรื่องความไวต่อการติดเชื้อ SARS-CoV-2 เพื่อป้องกันโรคโควิด-19” ข้อความจากงานวิจัยล่าสุดที่เผยแพร่บนเว็บไซต์ bioRxiv เมื่อวันที่ 31 มีนาคม ที่่ผ่านมา

ทีมนักวิจัยที่นำโดย Bu Zhigao ทำการทดลองโดยให้เชื้อไวรัส SARS-CoV-2 ในแมวบ้านจำนวนห้าตัวผ่านทางจมูก หลังจากผ่านไปหกวัน แมวสองตัวแสดงอาการติดเชื้อที่ระบบทางเดินหายใจส่วนต้น และแมวที่ติดเชื้ออีกสามตัวถูกนำไปรวมไว้ในกรงกับแมวที่สุขภาพแข็งแรง จากนั้นทีมนักวิจัยพบว่า แมวที่สุขภาพแข็งแรงมีสารพันธุกรรมของไวรัส SARS-CoV-2 แต่ไม่แสดงอาการเจ็บป่วย จากการทดลองนี้ชี้ให้เห็นว่า แมวที่สุขภาพดีได้รับเชื้อผ่านสารคัดหลั่งจากแมวที่ติดเชื้อ แต่ไม่มีข้อมูลว่าติดเชื้อได้อย่างไร นอกจากนี้ ทีมนักวิจัยเสนอความเห็นว่า รูปแบบการกำจัดไวรัส SARS-CoV-2 ในแมว อาจนำมาเป็นข้อพิจารณาสำหรับการใช้ในมนุษย์ในอนาคต แต่ยังไม่มีการยืนยันว่า ความเห็นนี้จะสามารถทำได้สำเร็จ

ไม่แสดงอาการ

อย่างไรก็ตาม ซาอิฟกล่าวว่า แมวที่ติดเชื้อไม่แสดงอาการเจ็บป่วยใดๆ เลย และในการทดลองพบแมวเพียงตัวเดียวที่สังเกตอาการได้ว่าติดเชื้อไวรัส “จากข้อมูลนี้แสดงให้เห็นว่า ไวรัสอาจไม่แสดงอาการของโรคในแมว” เธอกล่าว นอกจากนี้ กลไกการแพร่ระบาดในแมวยังไม่ชัดเจน เนื่องจากในงานวิจัยไม่ได้รายงานรูปแบบการติดตั้งกรงที่ใช้ในการทดลองว่า แมวแต่ละตัวสัมผัสกันอย่างไร หรือสัมผัสสารคัดหลั่งผ่านช่องทางใด

จากผลการทดลองแนะนำว่า แมวอาจเป็นต้นทางนำไปสู่ความพยายามการควบคุมโรคโควิด-19 ในอนาคต แต่นั่นไม่ใช่ปัจจัยสำคัญในการควบคุมการแพร่ระบาด เดิร์ก ฟิฟเฟอร์ นักระบาดวิทยา มหาวิทยาลัยฮ่องกง กล่าวและเสริมว่า “การให้ความสำคัญในเรื่องควบคุมการแพร่ระบาด ยังคงเคร่งครัดเรื่องการลดความเสี่ยงการแพร่ระหว่างมนุษย์สู่มนุษย์ด้วยกันเอง”

ก่อนหน้านี้ ในช่วงที่โรคซาร์กำลังระบาด การศึกษาชิ้นหนึ่งรายงานว่า แมวบ้านติดเชื้อ SARS-CoV ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคซาร์ และแพร่เชื้อสู่แมวตัวอื่นๆ แต่ “ยังไม่มีรายงานหรือการศึกษาใดๆ ยืนยันว่า ระหว่างที่โรคซาร์กำลังระบาด เชื้อ SARS-CoV ได้แพร่กระจายจากแมวสู่มนุษย์”

ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคระบาดแห่งสหรัฐอเมริกาแนะนำว่า ผู้ป่วยที่ติดเชื้อโควิด-19 ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับสัตว์เลี้ยงของตนเอง รวมถึงงดสัมผัสอาหารสัตว์ หรือให้สัตว์เลียตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย และแยกพื้นที่ระหว่างผู้ติดเชื้อกับสัตว์เลี้ยง

“คำแนะนำนี้เป็นการเตือนเพื่อให้เราไม่แพร่เชื้อไปสู่สัตว์เลี้ยง ในระหว่างที่เรายังไม่มีข้อมูลมากพอเกี่ยวกับโรคโควิด-19 ในสัตว์เลี้ยง” ซาอิฟกล่าวเสริม

สุนัข, หมาน่านัก, ยอร์กเชียร์เทอร์เรีย, หมาติดโควิด-19, หมาติดเชื้อโควิด-19 ได้ไหม, สัตว์เลี้ยง, การดูแลสัตว์เลี้ยง

สัตว์เลี้ยงชนิดอื่น

นักวิจัยยังพบว่า เฟอร์เร็ตมีความไวต่อการติดเชื้อ SARS-CoV-2 ซึ่งพวกเขาให้ความเห็นว่า อาจใช้เฟอร์เร็ตเป็นโมเดลสำหรับการพัฒนายาและวัคซีนโรคโควิด-19 ในอนาคต และห้องปฏิบัติการบางแห่งเริ่มทดลองเรื่องโควิด-19 กับเฟอร์เร็ตแล้ว

อย่างไรก็ตาม สุนัขมีความไวน้อยมากต่อการติดไวรัสชนิดนี้ นักวิจัยทดลองให้เชื้อโควิด-19 กับสุนัขห้าตัว ผลปรากฏว่า สุนัขสองตัวจากทั้งหมดตรวจพบอาร์เอ็นเอของไวรัสในอุจจาระ แต่ไม่มีสุนัขตัวใดในการทดลองที่แสดงภาวะติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ หรือระบบอื่นๆ เช่นเดียวกับการทดลองในสุกร ไก่ และเป็ด ที่ให้ผลการศึกษาไปในทางเดียวกันกับสุนัข

การค้นพบครั้งนี้ชี้ให้เห็นว่า สัตว์เหล่านี้ไม่มีบทบาทต่อการเป็นตัวแพร่เชื้อโควิด-19 ฟิฟเฟอร์กล่าวทิ้งท้าย

เรื่อง สมริตที มัลละภาตี


ข้อมูลอ้างอิง 

วารสาร Nature – https://www.nature.com/articles/d41586-020-00989-3

Scientific American – https://www.scientificamerican.com/article/cats-can-get-coronavirus-study-suggests-but-pet-owners-need-not-panic/


เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ : เสือโคร่งในสวนสัตว์บรองซ์ติดเชื้อโคโรนาไวรัส

เสือโคร่ง, เสือติดโควิด, โควิด-19, นาเดีย, บรองซ์

เรื่องแนะนำ

“The Dogist” หนึ่งวันชีวิตอัศจรรย์ของช่างภาพหมาเดินถนน

“ขอผมถ่ายรูปหมาคุณได้ไหม” เอไลอัส ไวสส์ ฟรีดมัน พูดซ้ำๆ กับเจ้าของหมาบนถนนในนิวยอร์ก  เขาหมอบลง บีบลูกบอลในมือ ทำเสียงเห่าปลอมๆ เจ้าหมาหันมามองอย่างฉงน โพสต์ท่าเหมือนหมามืออาชีพ และเขากดชัตเตอร์รัวๆ  ฟรีดมันต่างจากช่างภาพคนอื่นที่เดินเร่ไปตามถนนเพื่อถ่ายคน  เขาไม่เหมือน สก็อต ชูมันน์ ช่างภาพสตรีตแฟชั่นชื่อดังเจ้าของเว็บ The Sartorialist ที่คอยจับภาพคนแต่งตัวเก๋ๆ บนถนน และไม่สนใจชีวิตของผู้คนสามัญในนิวยอร์กอย่าง แบรนดอน สแตนตัน แห่ง Humans of New York เขาสนใจหมามากกว่าเจ้าของที่จูงมัน (ยกเว้นถ้าเห็นความพิเศษบางอย่าง)  ฟรีดมันอัปรูปบรรดาหมาๆ ที่เขาถ่ายมาลงเพจ The Dogist ที่มียอดผู้ติดตาม 1.7 ล้านไลก์  แต่ละโพสต์ เขาได้ 500 ไลก์ต่อนาที  และไม่เคยจ่ายเงินบูสต์โพสต์เลย  เขาบอกว่าไม่ต้องรอให้มีเงินเหลือเฟือก่อนค่อยออกเดินทางถ่ายภาพกับหมาๆ เพราะตอนนี้เขาทำมันอยู่  เมื่อสองปีก่อนตอนตกงาน เขาเริ่มออกถ่ายภาพหมาตามถนน ตอนที่ยังไม่มีใครรู้จักเขา แล้ววันหนึ่งเขาก็กลายมาเป็น The Dogist ที่ใครๆ ทักทาย นอกจากกล้องตัวใหญ่ ฟรีดมันสวมสนับเข่าทั้งสองข้างและพกลูกบอลกับขนมหมาก่อนออกจากบ้าน  […]

เหตุใดผีเสื้อจักรพรรดิจึงอพยพไกลกว่า 4,800 กิโลเมตร

เหตุใด ผีเสื้อจักรพรรดิ จึงอพยพไกลกว่า 4,800 กิโลเมตร ทุกฤดูใบไม้ร่วง บรรดา ผีเสื้อจักรพรรดิ หลายล้านตัวจะเดินทางออกจากพื้นที่ทางตะวันออกเฉียงเหนือในสหรัฐอเมริกาและแคนาดาสถานที่ที่มันเติบโตมาในช่วงฤดูร้อน เพื่อมุ่งหน้าลงสู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ในเม็กซิโก รวมเป็นระยะทาง 3,000 ไมล์ หรือกว่า 4,800 กิโลเมตร แตกต่างจากนกและวิลเดอร์บีสต์ แม้ว่าจะเป็นการอพยพครั้งใหญ่เหมือนกัน เพราะผีเสื้อเหล่านี้จะไม่หวนกลับมายังถิ่นที่อยู่อาศัยเดิม เหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น? และพวกมันรู้ได้อย่างไรว่าต้องไปที่ไหน?   กระบวนการย้ายถิ่นของผีเสื้อจักรพรรดิเป็นอย่างไร? เมื่อแต่ละวันสั้นลงและอุณหภูมิเริ่มลด ผีเสื้อจักรพรรดิจะเริ่มมองหาสถานที่ใหม่ที่พวกมันจะสามารถมีชีวิตอยู่ต่อไปได้อย่างปลอดภัยตลอดฤดูหนาว สำหรับผีเสื้อจักรพรรดิแล้ว พื้นที่ดังกล่าวคือเทือกเขาทางตอนกลางของเม็กซิโก สถานที่ซึ่งเต็มไปด้วยต้นสน Oyamel จำนวนมากที่ซึ่งผีเสื้อจักรพรรดินับล้านๆ ตัวจะเบียดเสียดกันเกาะตามกิ่งก้านสาขาของมัน ต้นสนพวกนี้เป็นที่รู้จักในชื่อ Sacred Firs พวกมันปกป้องแมลงเอาไว้ รายงานจาก Pablo Jaramillo-Lopez นักวิจัยด้านวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยเม็กซิโก “ต้นไม้เหล่านี้เปรียบเสมือนผ้าห่มสำหรับบรรดาผีเสื้อ ช่วยควบคุมไม่ให้อุณหภูมิสูงหรือต่ำเกินไป” เขากล่าว หลังจากรอให้ฤดูหนาวผ่านพ้นไป แมลงเหล่านี้จะมุ่งหน้าไปยังทางทิศเหนือ ไปในที่ที่อบอุ่นกว่าเช่นในรัฐเทกซัส พวกมันจะจับคู่ผสมพันธุ์และวางไข่บนต้นไม้ที่มียางเหนียว ไม่กี่วันต่อมาไข่เหล่านี้จะฟักออกมาเป็นหนอนที่ประกอบด้วยลวดลายสีดำขาวและทอง พวกมันจะกัดกินใบไม้ก่อนที่จะเติบโตเป็นผีเสื้อในอนาคต เมื่อถึงจุดนี้ วงจรชีวิตของผีเสื้อก็จะวนกลับมาเป็นแบบเดิมอีกครั้ง ผีเสื้อตัวเต็มวัยบินขึ้นสู่ท้องฟ้า มุ่งหน้าไปยังทิศเหนือต่ออีกหลายไมล์ ก่อนที่จะจับคู่ผสมพันธุ์และวางไข่อีกครั้ง ดังนั้นแล้วอาจต้องใช้ผีเสื้อ 4 […]