จิ้งจกนิ้วยาว ชนิดใหม่ของโลก สำรวจพบที่อำเภอลานสกา จังหวัดนครศรีธรรมราช

นักวิจัยไทยค้นพบ จิ้งจกนิ้วยาว ชนิดใหม่ของโลก

เมื่อเร็วๆ นี้ นักวิจัยชาวไทยค้นพบ จิ้งจกนิ้วยาว ชนิดใหม่ของโลก ที่พบในอำเภอลานสกา จังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นจิ้งจกที่มักอาศัยอยู่ในซอกหินของภูเขาหินแกรนิตที่มีธารน้ำ

หากพิจารณาตามภูมิศาสตร์ของประเทศไทยจะพบว่า ที่ตั้งของประเทศไทยเอื้อให้เกิดความหลากหลายทางชีวภาพอย่างมาก การค้นพบชนิดพันธุ์ใหม่ในประเทศไทย นับเป็นเรื่องที่แสดงให้เห็นถึงความหลากหลายทางชีวภาพ โดยเฉพาะการค้นพบสัตว์ชนิดใหม่ในกลุ่มที่ยังไม่มีข้อมูลทางชีววิทยามากนัก อย่างกลุ่มสัตว์เลื้อยคลาน เช่น จิ้งจก งู กิ้งก่า และเต่า เป็นต้น

“จุดเริ่มของการศึกษาสัตว์เลื้อยคลานในกลุ่มตุ๊กแกและจิ้งจก เริ่มจากแรงบันดาลใจที่ร่วมทำงานวิจัยของอาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์ ผศ.ดร.อัญชลี เอาผล ผู้ที่ศึกษาและทำงานวิจัยด้านชีววิทยาของสัตว์เลื้อยคลานกลุ่มตุ๊กแกและจิ้งจกในประเทศไทย” ดร.นที อำไพ นักวิจัย อาจารย์ภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ และผู้ค้นพบจิ้งจกชนิดพันธุ์ใหม่ของโลก กล่าวและเสริมว่า “ในปัจจุบัน ข้อมูลด้านชีววิทยาของสัตว์กลุ่มนี้ค่อนข้างน้อย จึงมีความสนใจที่อยากศึกษาสัตว์กลุ่มนี้ในประเทศให้มากขึ้นครับ”

ในปี 2010 ผู้เชี่ยวชาญด้านสัตว์เลื้อยคลาน Dr. L. Lee Grismer จากประเทศสหรัฐอเมริกา ร่วมกับนักวิจัยชาวไทย ศึกษาอนุกรมวิธาน (การจัดจำแนกสิ่งมีชีวิต) ของ จิ้งจกนิ้วยาว สกุลนีมาสพิส (Cnemaspis) และระหว่างนั้นได้รายงานการค้นพบจิ้งจกนิ้วยาวชนิดใหม่เพิ่มเติมหลายชนิดในประเทศไทย ซึ่งบางชนิดจัดเป็นชนิดพันธุ์ซ่อนเร้น (cryptic species) ที่อาจทำให้เกิดความสับสนในการจัดจำแนกชนิดหากใช้ลักษณะทางสัณฐานวิทยาภายนอกเพียงอย่างเดียว ดังนั้น การศึกษาอนุวิกรมวิธานโดยใช้ข้อมูลและเทคนิคการศึกษาหลากหลายประเภท จะช่วยให้รวบรวมข้อมูลความหลากหลายของสัตว์กลุ่มนี้ในประเทศไทยที่ถูกต้องและแม่นยำมากขึ้น

จิ้งจกนิ้วยาว
ดร.นที อำไพ ลงพื้นที่ภาคสนาม เพื่อสำรวจประชากรของสัตว์เลื้อยคลาน

ดร.นทีเริ่มศึกษาจิ้งจกนิ้วยาวในปี 2015 ขณะที่เป็นนิสิตระดับปริญญาเอก ที่ภาควิชาสัตววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดยสำรวจจิ้งจกนิ้วยาวในพื้นที่ภาคใต้ของประเทศไทย พร้อมกับเก็บข้อมูลด้านต่างๆ ทั้งศึกษาลักษณะสัณฐานวิทยา ชีววิทยาโมเลกุล การแพร่กระจาย และสายสัมพันธ์ทางวิวัฒนาการ จนทราบว่าจิ้งจกชนิดหนึ่งที่พบมีความแตกต่างจากรายงานก่อนหน้า และกลายเป็นชนิดพันธุ์ใหม่ที่ตั้งชื่อว่า นีมาสพิส ลิเนียทูเบอร์คูลาริส (Cnemaspis lineatubercularis) หรือจิ้งจกนิ้วยาวลานสกา โดยบรรยายชนิดพันธุ์ใหม่ในวารสาร ZooKeys เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2020

ในช่วงแรกทางทีมวิจัยยังไม่ทราบแน่ชัดว่าจิ้งจกที่พบเป็นชนิดพันธุ์ใหม่หรือไม่ “ในการสำรวจภาคสนามทางทีมวิจัยได้วางแผนการวิจัยอย่างเป็นระบบ โดยสำรวจถิ่นอาศัยของจิ้งจกนิ้วยาวที่อยู่ในบริเวณเขาหินปูนและเขาหินแกรนิต ซึ่งโดยทั่วไปมีถิ่นที่อยู่อาศัยย่อย เช่น ผนังหิน เพิงหิน หรือซอกหินริมลำธาร และบริเวณเพิงหินใกล้ถ้ำหินปูน เป็นต้น” ดร.นทีอธิบาย “ทีมวิจัยที่ผมร่วมงานด้วยช่วยกันเก็บตัวอย่างและจดบันทึกข้อมูลต่างๆ ที่จำเป็น เพื่อนำกลับมาวิเคราะห์ข้อมูลในห้องปฏิบัติการต่อไป จนในที่สุดก็ทราบข้อมูลบ่งชี้ว่าจิ้งจกที่สำรวจพบในลานสกาเป็นจิ้งจกชนิดพันธุ์ใหม่”

จิ้งจกนิ้วยาว, จิ้งจกนิ้วยาวลานสกา,
จิ้งจกนิ้วยาวลานสกา (Cnemaspis lineatubercularis) ซึ่งเป็นชนิดพันธุ์ใหม่

ในการสำรวจพื้นที่ครั้งนี้ ดร.นทีร่วมงานกับ ผศ.ดร.อัญชลี เอาผล อาจารย์ประจำภาควิชาสัตววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และเป็นอาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์ Dr. Bryan L. Stuart อาจารย์ที่ปรึกษาร่วม และ Dr. Perry L. Wood Jr. นักวิจัยจากประเทศสหรัฐอเมริกา ดร.อรรถพล รุจิราวรรณ ดร.ศิริพร ยอดทอง กอขวัญ เติมประยูร อัครชัย อักษรเนียม และปิยวรรณ เผื่อนประไพ ช่วยเก็บข้อมูลวิจัย

จิ้งจกนิ้วยาวลานสกาอาศัยอยู่ในบริเวณผนังหินและซอกหิน บนเขาหินแกรนิตริมลำธารและน้ำตก ในอำเภอลานสกา จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยดำรงชีวิตอยู่ตามช่องหินที่มีพื้นผิวเรียบ รวมถึงบริเวณทึบแสงของซอกหิน ซึ่งสัตว์ผู้ล่าเช่น งู เข้าถึงได้ยาก จึงทำให้จิ้งจกชนิดนี้ปลอดภัยจากการถูกล่า

จิ้งจกนิ้วยาว, จิ้งจกนิ้วยาวลานสกา,
ลักษณะพื้นที่ที่สำรวจพบจิ้งจกนิ้วยาวชนิดพันธุ์ใหม่ ในอำเภอลานสกา จังหวัดนครศรีธรรมราช

ลักษณะสำคัญของจิ้งจกนิ้วยาวลานสกาคือ ลักษณะตุ่มบริเวณแนวกระดูกสันหลัง (paravertebral tubercles) มีการเรียงตัวเป็นเส้นตรงซึ่งเป็นที่มาของชื่อวิทยาศาสตร์ที่ใช้เป็นลักษณะสำคัญในการจำแนกชนิดนี้ออกจากจิ้งจกนิ้วยาวชนิดอื่นในกลุ่ม Cnemaspis siamensis group รวมถึงการปรากฏสีสันแต้มสีเหลืองบริเวณท้อง รยางค์แขนขา รวมถึงหางที่พบได้เฉพาะในเพศผู้เท่านั้น ทั้งนี้ยังพบว่าความแตกต่างทางพันธุกรรมกับจิ้งจกนิ้วยาวชนิดอื่นในกลุ่มนี้สูงถึงร้อยละะ 15.53 ถึงร้อยละ 28.09

“จิ้งจกนิ้วยาวลานสกาพบเห็นในธรรมชาติได้ไม่บ่อยนัก เนื่องจากจิ้งจกนิ้วยาวเป็นสัตว์ที่เคลื่อนที่เร็วมากเมื่อถูกรบกวน” ดร.นทีกล่าวและเสริมว่า “ประกอบกับการอาศัยในพื้นที่ที่เป็นซอกหิน ช่องหินหรือผนังหินขนาดใหญ่ที่เข้าถึงได้ยาก โดยช่วงเวลาที่สามารถพบได้บ่อยคือช่วงเวลากลางวัน ส่วนในเวลากลางคืนจิ้งจกนิ้วยาวมีพฤติกรรมการเคลื่อนที่ช้าลง”

ในปัจจุบัน จำนวนประชากรของจิ้งจกนิ้วยาวลานสกายังไม่มีข้อมูลชัดเจนเพียงพอ โดยจากการศึกษาครั้งนี้ยังพบจิ้งจกนิ้วยาวลานสกาได้เฉพาะพื้นที่เขาหินแกรนิต ข้างลำธารและน้ำตกในอำเภอลานสกา จังหวัดนครศรีธรรมราช อย่างไรก็ตาม อาจมีขอบเขตการแพร่กระจายเพิ่มเติมในพื้นที่ใกล้เคียง ซึ่งลักษณะถิ่นที่อยู่อาศัยที่สำคัญของจิ้งจกนิ้วยาวลานสกา คือเขาหินแกรนิตริมลำธารและน้ำตก

ดร.นทีกล่าวว่า แนวโน้มของผลกระทบจากการสูญเสียพื้นที่อาศัยในอนาคต อาจเกิดจากบริเวณโดยรอบมีกิจกรรมของมนุษย์ที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสภาพถิ่นที่อยู่อาศัยของจิ้งจกนิ้วยาวชนิดนี้ได้ จึงมีความจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากประชาชนในชุมชนเพื่ออนุรักษ์พื้นที่อาศัยของจิ้งจกนิ้วยาวชนิดนี้

จากองค์ความรู้ที่ผ่านมา ดร.นทีวางแผนต่อยอดงานวิจัยกลุ่มสัตว์เลื้อยคลานในกลุ่มตุ๊กแกและจิ้งจก โดยเฉพาะอย่างยิ่งจิ้งจกนิ้วยาวในสกุล Cnemaspis ที่ถือเป็นเรื่องท้าทายสำหรับทีมวิจัย โดยการสร้างองค์ความรู้ทางชีววิทยาของสัตว์ในกลุ่มนี้ เพื่อเป็นข้อมูลพื้นฐานที่สำคัญต่อการเรียนรู้และวิจัยในอนาคต โดยเฉพาะข้อมูลอนุกรมวิธานที่ถูกต้อง ในอนาคตอาจช่วยให้สามารถศึกษาชีววิทยาในเชิงลึก งานด้านนิเวศวิทยา พฤติกรรม รวมถึงสายสัมพันธ์ทางวิวัฒนาการของจิ้งจกในกลุ่มนี้

ความรู้ด้านอนุกรมวิธานและการกระจายพันธุ์ของสัตว์ เป็นข้อมูลสำคัญอย่างยิ่งสำหรับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องเรื่องการจัดการพื้นที่อนุรักษ์ เพื่อใช้เป็นแนวทางในการบริหารจัดการพิ้นที่อย่างถูกต้อง โดยไม่ส่งผลกระทบต่อสัตว์ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่นั้นๆ และความหลากหลายทางชีวภาพของประเทศไทยก็จะยังสมบูรณ์ต่อไป

เรื่อง ณภัทรดนัย
ภาพถ่าย ดร.นที อำไพ


เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ : นักวิทยาศาสตร์ไทยค้นพบ พืชนิดใหม่ ของโลกในประเทศไทย

พืชชนิดใหม่, ดอกดิน, ดอกดินอรุณรุ่ง, ดอกเปราะผาสุก

เรื่องแนะนำ

การอพยพขนาดใหญ่สุดของสัตว์เกิดขึ้นทุกวัน แค่เรามองไม่เห็น

การอพยพขนาดใหญ่สุดของแพลงก์ตอนจิ๋วเกิดขึ้นทุกๆ วัน แพลงก์ตอนกว่าล้านล้านตัวลอยขึ้นสู่ผิวมหาสมุทรทุกคืนเพื่อกินอาหาร บางส่วนที่เห็นเคลื่อนไหวไปมาเป็นไฟดวงจิ๋วล้วนเป็นตัวอ่อนปู หมึก และสัตว์ชนิดอื่นๆ พวกมันล้วนเป็นอาหารหลักในห่วงโซ่อาหารของโลกทั้งใบ   อ่านเพิ่มเติม : นักวิทยาศาสตร์บันทึกภาพพฤติกรรมวาฬที่ไม่เคยมีใครเห็นมาก่อน, เมื่อลูกวิลเดอบีสต์พบกับลูกไฮยีน่าโดยบังเอิญ

ฟอสซิลสลอธยักษ์จากยุคโบราณถูกค้นพบในถ้ำใต้น้ำ

ในถ้ำใต้น้ำของรัฐยูกาตัง ประเทศเม็กซิโก มีฟอสซิลของสัตว์ขนาดใหญ่จากโลกในยุคโบราณถูกเก็บซ่อนไว้ มันคือหัวกระโหลกของสลอธยักษ์ที่เชื่อกันว่าจ่าจะมีอายุเมื่อ 10,000 ปีก่อน นักวิจัยประมาณน้ำหนักคร่าวๆ ของสลอธตัวนี้อยู่ที่ราว 226 กิโลกรัม และฟอสซิลชิ้นนี้น่าจะเป็นสายพันธุ์ใหม่ของสลอธที่มีชื่อว่า Xibalbaonyx oviceps จากการค้นพบสลอธมีวิวัฒนาการมากมายตั้งแต่การเป็น Megalonyx jeffersonii สลอธในยุคโบราณ น้ำหนักตัว 907 กิโลกรัม จนมาถึงการเป็นสลอธตัวจ้อยที่หนักไม่ถึง 5 กิโลกรัม ในปัจจุบัน   อ่านเพิ่มเติม : ที. เร็กซ์ หลีกไป สไปโนซอร์มาแล้ว, ไดโนเสาร์มีขนพันธุ์ใหม่ มีสี่ปีกแต่บินไม่ได้

เดินขบวนไปสู่การสูญพันธุ์

เพนกวินจักรพรรดิ กำลังเผชิญกับความท้าทายระดับเผ่าพันธุ์ ตอนแรก จุดสีดำของ เพนกวินจักรพรรดิ จุดหนึ่งปรากฏขึ้นอยู่ไกลๆ  แล้วจุดอื่นๆ ก็เข้ามาสมทบกันมากขึ้น จนกลายเป็นขบวนแถวคดเคี้ยวข้ามภูมิทัศน์น้ำแข็งสีขาวโพลนที่เพิ่งก่อตัวขึ้น “แล้วจู่ๆ คุณก็ได้ยินเสียงร้องเสียงแรกๆ” ช่างภาพสเตฟาน คริสต์มันน์ เล่า  นั่นคือตอนที่เขาฉุกคิดขึ้นได้ “ว้าว! พวกนกกลับมากันแล้ว” เวลานั้นเป็นช่วงปลายเดือนมีนาคมที่อ่าวอาตกา ในภูมิภาคควีนมอดแลนด์ของแอนตาร์กติกา ห่างจากปลายด้านใต้สุดของทวีปแอฟริกาไปทางตะวันตกเฉียงใต้ 4,325 กิโลเมตร  คริสต์มันน์รอนก เพนกวินจักรพรรดิ กลับจากการหากินในทะเลมานานกว่าสองเดือน  พวกมันเป็นนกเพนกวินขนาดใหญ่ที่สุด สูงประมาณหนึ่งเมตรขณะยืน และหนักได้ถึง 41 กิโลกรัม สเตฟานวางแผนจะอยู่กับคอโลนีที่อ่าวอาตกาซึ่งมีนกเพนกวินประมาณ 10,000 ตัวตลอดฤดูหนาวเป็นครั้งที่สอง  เขาเคยมาที่นี่แล้วในช่วงฤดูหนาวเมื่อห้าปีก่อน และกลับมาอีกเพื่อบันทึกวัฏจักรการผสมพันธุ์ของนกเพนกวินจักรพรรดิให้ครบถ้วนสมบูรณ์ ซึ่งเป็นสิ่งที่ช่างภาพสัตว์ป่าน้อยคนนักเคยทำมาก่อน  ด้วยอุณหภูมิต่ำกว่าศูนย์อย่างน้อย 45 องศาเซลเซียสกับพายุหิมะที่ส่งเสียงหวีดหวิว ส่งผลให้ทัศนวิสัยลดลงเหลือไม่ถึงหนึ่งเมตรฤดูหนาวในแอนตาร์กติกาจึงไม่เหมาะกับคนใจเสาะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงเดือนกรกฎาคมและสิงหาคมที่อากาศหนาวเย็นที่สุด “พูดจริงๆ นะครับ อยู่ไปสักพักคุณก็ชินเอง” คริสต์มันน์บอกฉันเรียบๆ สิ่งที่นกเพนกวินจักรพรรดิไม่ชินง่ายๆ คือการที่น้ำแข็งทะเลอันเป็นฐานที่มั่นคงปลอดภัยสำหรับผสมพันธุ์และออกล่าสัตว์ในน่านน้ำรอบๆ กำลังหดตัวลงและเป็นไปได้ว่าอาจสูญสิ้นไป แม้จะเป็นนักว่ายน้ำชั้นยอด นกเพนกวินจักรพรรดิตัวเต็มวัยใน 54 คอโลนีรอบแอนตาร์กติกา คิดเป็นคู่ผสมพันธุ์ประมาณ 256,500 คู่ […]

ศึกชิงบ่อน้ำระหว่างช้างและหมาป่าแอฟริกา

อย่าคิดแหยมกับช้างที่กำลังกระหายน้ำเด็ดขาด โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับบ่อที่พวกมันขุดด้วยตนเองแล้ว ไม่ยุ่งเลยจะปลอดภัยกว่า แต่หมาป่าแอฟริกันฝูงนี้ก็กระหายน้ำเช่นกัน และพวกมันไม่ยอมแพ้ แม้โขลงช้างจะไม่อยากแบ่งปันน้ำให้ก็ตาม…แต่ทว่ากินน้ำยังไม่ทันอิ่ม พวกมันก็ต้องรีบหนีให้ไว เมื่อช้างพาโขลงของมันกลับมาอีกครั้ง ปกติแล้วช้างไม่ได้ใช้น้ำแค่การดื่มแก้กระหายเพียงอย่างเดียว พวกมันยังแช่ตัวในโคลนเพื่อคลายร้อนอีกด้วย ซึ่งคลิปวิดีโอนี้พิสูจน์ให้เห็นแล้ว่า แม้แต่ผู้ล่าอย่างหมาป่าแอฟริกาก็น่ากลัวไม่เท่าช้างที่กำลังกระหายน้ำ!   อ่านเพิ่มเติม : คุณมองออกไหมว่าเสือดาวซ่อนอยู่ตรงไหน?, กลยุทธการล่าของกิ้งก่าคาเมเลี่ยน