เรียนรู้ ภาษาแมว จากหาง - National Geographic Thailand

เรียนรู้ภาษาแมวจากหาง

เรียนรู้ ภาษาแมว จากหาง

บรรดาทาสแมวจะรู้จัก ภาษาแมว ตัวเองเป็นอย่างดี แต่บางครั้งแมวก็ทำให้คนที่เป็นเจ้าของงุนงง ซึ่งเราจะรู้อ่านพวกมันก็เมื่อดูที่หาง

ระหว่างมองดูเจ้าเหมียวของเราหลับ เราจะเห็นว่ามันขยับหางไปมาราวกับกำลังเต้นรำอยู่ในฝัน ซึ่งนั่นคือการส่งสัญญาณผสมบางอย่างออกมา แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรล่ะว่ามันพยายามบอกอะไรเราอยู่?

 

เทคนิคการอ่านภาษาหางแมว

เราจะต้องพิจารณาดูตัวมันทั้งตัวระหว่างอ่านภาษาหาง การ์โล ซีรากูซา จากคณะสัตวศาสตร์มหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนีย บอก

ตัวอย่างเช่น แมวที่งีบอยู่และเคาะหางไปด้วยคือ “แมวที่กำลังผ่อนคลาย แต่ยังระแวดระวังสิ่งรอบกายอยู่ ไม่ว่าจะเป็นเสียงหรือความเคลื่อนไหวใดๆ” แปลได้ว่าเป็นแมวที่รู้สึกสงบ แต่ไม่ได้หลับสนิท

ซีรากูซาบอกว่า แมวที่หลับสนิทจริงๆและหางยังเคลื่อนไหว แปลได้ว่ามันกำลังฝัน

หางที่โบกมาของแมวที่ตื่นตัวแปลได้ว่ามันกำลังประหม่า และอาจแสดงพฤติกรรมก้าวร้าวได้ นั่นคือการที่มันส่งสัญญาณว่า “อย่ามาจับตัวฉันนะ!” ซีรากูซาบอก

หางตั้งตรงของแมวที่กำลังสงบ แต่ปลายหางงอลง แปลได้ว่ามันกำลังทักทายคุณอย่างเป็นมิตร โดยแมวที่ก้าวร้าวอาจจะตั้งหางตรง แมวที่ตื่นตระหนกจะทำหางพองฟูและโก่งหลังขึ้น

หางที่โค้งงอลงแปลว่าแมวกำลังตั้งป้อม ส่วนแมวที่รู้สึกผ่อนคลายจะ “ปล่อยหางสบายๆ”

แมวบ้านตัวนี้ดูไม่ค่อยพอใจนักที่จะต้องมาเป็นนายแบบจำเป็น
ภาพถ่าย Joel Sartore, National Geographic Photo Ark

 

การล่าหนู

หางของพวกมันอาจดูน่าสับสน แต่ตีนแมวไม่เคยโกหกใคร

เคที พรูดิก นักกีฏวิทยาที่มหาวิทยาลัยแอริโซนา ทำงานร่วมกับเรามาหลายครั้ง แต่ครั้งนี้เธอมีคำถามอยู่ว่า “ทำไมแมวจู่ๆแมวถึงชอบทำตัวเหมือนว่าตัวเองนัดใครไว้แล้วไปสาย” เธอหมายถึงการที่จู่ๆแมวก็กระโจนหนีหายไป ปล่อยให้คนงงว่า “หรือเราพูดอะไรผิดหูไปนะ?”

การกระโจนหนีแบบแตกตื่น หรือที่เรียกกันว่า zoomies อาจเป็นการแสดงออกถึง “อารมณ์จากการโดนกระตุ้นเร้าที่สะสมมาเป็นระยะหนึ่ง”  ทั้งความหงุดหงิด ความกลัว หรือกระทั่งการสะสมของพลังงานจนล้นเกิน ซีรากูซาบอก

แมว “ต้องการการกระตุ้นสูง” พวกมันจะปีนป่ายต้นไม้และวิ่งไล่จับเหยื่อถ้าอยู่นอกบ้าน บ้านของเราปลอดภัยกว่าสำหรับพวกมันก็จริง แต่ไม่สนุกมากนัก และการละเล่นในบ้านก็ไม่สนุกสำหรับพวกมัน เช่น การโดนเด็กๆ วิ่งไล่จับ เป็นต้น

แมวเป็นนักล่าและ “นักวิ่งลมกรด” เพราะฉะนั้นการที่จู่ๆมันก็วิ่งปรู๊ดหายไปอาจเป็นเพื่อระบายพลังงานส่วนเกินที่เกิดจากการไม่ได้ปลดปล่อยพลังงานออกไป เนื่องจากไม่ได้ออกไปวิ่งล่าสัตว์ในป่าตามธรรมชาติของมัน

แมวยังเป็นสัตว์ที่ตื่นตัวที่สุดในช่วงฟ้าสางและพระอาทิตย์ตกดิน ส่วนในเวลาที่เหลือ พวกมันก็จะนอนหรือนั่งสัปหงกเพื่อเก็บพลังงานไว้ทำให้เหล่ามนุษย์สับสนกับพวกมันต่อไป

 

แล้วแมวขโมยล่ะ?

แมวบางตัวมีสัญชาติญาณของการเป็นนักเก็บ เหมือนกับสุนัข แต่การขโมยอาจเป็นการแสดงออกตามสัญชาติญาณนักล่าเช่นเดียวกับการกระโจนหายวับไป เวลาที่มันไม่มีอะไรให้ล่า แมวก็อาจแค่ทำไปตามสัญชาติญาณ และนำ “เหยื่อปลอมๆ” กลับมาสู่อาณาเขตของตน โดยเฉพาะใกล้ๆกับจานอาหาร

แมวเพศเมียจะนำเหยื่อกลับมาเป็นอาหารให้ลูก หรือเพื่อเป็นเครื่องมือสอนลูกๆ แต่แมวเพศผู้ก็แสดงพฤติกรรมขโมยเช่นกัน

มีแมวที่ผ่านการคัดเลือกพันธุ์ชนิดหนึ่งที่เรียกกันว่า “แมวมันช์กิน” พวกมันได้ชื่อเล่นว่า “แมวหัวโขมย” (magpie cat – นก magpie หรือนกกางเขน ขึ้นชื่อว่าชอบโขมยของที่มีประกายแวววาว) เพราะพวกมันชอบขโมยของที่มีประกายวิบวับไปซุกซ่อนไว้

แต่ถือว่ามนุษย์อย่างเราๆโชคดีแล้ว เพราะสิ่งเดียวที่เจ้าเหมียวขโมยไป ก็คือหัวใจยังไงละ

เรื่อง ลิซ แลงก์ลีย์

 

อ่านเพิ่มเติม

ทำไมคุณ ฝึกแมว แล้วไม่ได้ผล

 

เรื่องแนะนำ

ค้างคาวแฝดตัวติดกันถูกพบในป่าของบราซิล

เรื่อง เชียนา มอนทานารี ในบางครั้งสองหัวก็ไม่ได้ดีกว่าหัวเดียวเสมอไป ค้างคาวฝาแฝดตัวติดกันนี้ทั้งสองเป็นเพศผู้ ถูกพบใต้ต้นมะม่วง ภายในป่าทางตะวันออกเฉียงใต้ของบราซิล เมื่อปี 2001 ผู้ที่พบมันเล่าว่าเจ้าค้างคาวตัวนี้เสียชีวิตแล้วในตอนนั้น เขาจึงบริจาคมันให้กับมหาวิทยาลัยรีโอเดจาเนโรเพื่อทำการศึกษา และเมื่อเดือนที่ผ่านมา ผลการศึกษาได้ถูกเผยแพร่โดย Marcelo Nogueira “เราเชื่อว่าแม่ของค้างคาวแฝดตัวนี้ห้อยตัวอยู่บนต้นไม้ ในตอนที่ให้กำเนิดลูกทั้งสอง” Nogueira อธิบาย น่าประหลาดใจที่ตัวอย่างของค้างคาวตัวติดกันที่ถูกพบนี้ นับเป็นตัวอย่างที่ 3 แล้ว แต่ปรากฏการณ์เกิดฝาแฝดตัวติดกันในสัตว์ยังคงนับเป็นเรื่องหาได้ยาก เมื่อเทียบกับในมนุษย์ เนื่องจากมีสัตว์จำนวนน้อยที่จะรอดชีวิต ในมนุษย์การเกิดกรณีของแฝดตัวติดกันมีความเสี่ยงถึง 80% ต่อชีวิต ส่วนในสัตว์เมื่อปราศจากความช่วยเหลือทางการแพทย์แล้วอัตราความเสี่ยงจึงสูงกว่านี้ ในสหรัฐอเมริกา ได้มีการศึกษาเกี่ยวกับการเกิดของฝาแฝดตัวติดกัน พบว่าสามารถเกิดขึ้นได้กับคุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์จำนวน 1 ใน 200,000 คน ด้านนักวิจัยเชื่อว่า ลูกแฝดค้างคาวคู่นี้เป็นค้างคาวที่เพิ่งเกิดใหม่ โดยดูจากลักษณะทางกายภาพ พวกเขาสันนิษฐานว่าพวกมันอาจตายตั้งแต่อยู่ในท้องแม่ หรือตายขณะคลอด จากรกที่ยังคงติดอยู่กับตัวพวกมัน ผลเอ็กซเรย์แสดงให้เห็นว่า พวกมันมีคอและหัวแยกออกจากกัน แต่ใช้กระดูกสันหลังร่วมกัน ร่างกายของทั้งคู่มีขนาดๆ เท่ากัน และแต่ละตัวมีหัวใจของตัวเอง สิ่งที่เกิดขึ้นนี้ นอกเหนือจากเป็นเรื่องแปลกประหลาดแล้ว Nogueria อธิบายว่า การศึกษาพวกมันจะช่วยให้เข้าใจเกี่ยวกับการพัฒนาของตัวอ่อนค้างคาวมากขึ้น “พวกเราหวังว่ากรณีนี้จะช่วยให้เราเข้าใจพัฒนาการของตัวอ่อนในครรภ์ค้างคาวมากขึ้น […]

นกในยุคไดโนเสาร์ที่เป็นรอยต่อวิวัฒนาการการบิน

เจ้านกประหลาดที่ถูกค้นพบในจีนนี้เคยมีชีวิตอยู่เมื่อ 127 ล้านปีก่อน ผลการวิเคราะห์โครงกระดูกของมันเผยให้เห็นความแตกต่างจากนกในปัจจุบัน

สุนัขส่งภาษากายบอกว่าต้องการอะไร

สุนัขส่งภาษากายบอกว่าต้องการอะไร สุนัขก็ไม่ต่างจากเด็กทารกที่แม้พวกเขาจะพูดไม่ได้ แต่สามารถสื่อสารผ่านภาษากายเพื่อบอกเราได้ว่ากำลังต้องการอะไร ในการศึกษาพฤติกรรมสุนัขทีมนักวิจัยพบลักษณะท่าทางที่มีนัยสำคัญบ่งบอกความต้องการถึง 19 ท่าด้วยกัน ยกตัวอย่างเช่น การส่งเสียงร้องหงิ๋งๆ เพื่อขออาหาร, กระดิกหางเพื่อขอให้เล่นด้วย ไปจนถึง สะกิดเจ้าของให้ช่วยเกามันที เชื่อกันว่าหากเป็นสุนัขของคุณเองแล้วล่ะก็ คุณย่อมต้องรู้จักมันดี และเข้าใจว่าสุนัขของคุณต้องการอะไร แต่การเรียนรู้พฤติกรรมทั่วไปเหล่านี้ก็เป็นประโยชน์ เผื่อในกรณีที่คุณต้องพบเจอกับสุนัขที่ไม่คุ้นเคย ท่าทางเหล่านี้อาจพอบ่งบอกได้ว่าพวกมันกำลังคิดอะไรอยู่   อ่านเพิ่มเติม ช่วงวัยที่ลูกสุนัขน่ารักที่สุด