ปลา “เดิน” ได้ไม่ได้มีแค่ปลาตีนกับปลาหมอ มารู้จักกับปลาหิน “เดิน” ได้กัน - National Geographic Thailand

ปลา “เดิน” ได้ไม่ได้มีแค่ปลาตีนกับปลาหมอ มารู้จักกับปลาหิน “เดิน” ได้กัน

ระหว่างการดำน้ำตอนกลางคืนนอกชายฝั่งเกาะบาหลี ประเทศอินโดนีเซีย นักดำน้ำชื่อ Emeric Benhalassa สังเกตเห็นสิ่งผิดปกติบางอย่าง

นั่นคือปลาตัวหนึ่งที่ดูเหมือนกำลัง “เดิน” ไปตามพื้นทะเล

Benhalassa ซึ่งเป็นพ่อครัวชาวฝรั่งเศส ผู้ชอบดำน้ำในเวลาว่าง  สงสัยว่ามันน่าจะเป็นปลาหิน (stingfish) ชนิดหนึ่ง ซึ่งเป็นชื่อสามัญของปลาในสกุล Minous จากวงศ์ปลาหิน (Synanceiidae)

ปลาหินจัดเป็นปลามีพิษร้ายแรงที่สุดชนิดหนึ่งเท่าที่รู้จักกัน “พวกมันมีต่อมพิษบริเวณฐานของเงี่ยงตรงครีบหลัง และเมื่อเงี่ยงนี้แทงเข้าไปในผิวหนังของเรา พิษจะถูกฉีดเข้าไปในบาดแผล” เจฟฟ์ วิลเลียมส์ ผู้จัดการคอลเลกชั่น และนักมีนวิทยา จากพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาแห่งชาติสมิทโซเนียน อธิบาย

อย่างไรก็ตาม ปลาหินชนิดที่เห็นในคลิปนี้ค่อนข้างลึกลับ

“ปลาเดินเท้า” แห้งท้องทะเลชนิดนี้เคลื่อนที่โดยใช้ก้านครีบอก “อิสระ” ที่อยู่ด้านล่างสุดของลำตัว ซึ่งมีลักษณะคล้ายกระดูกแหลมๆ ยื่นออกมาจากด้านล่างของลำตัว

พฤติกรรม “การเดิน” นี้อาจเป็นการล่าเหยื่อ เพราะปลาเหล่านี้มีปุ่มรับรสบนก้านครีบอิสระแต่ละอัน

หากพิจารณาจากก้านครีบและลักษณะทางกายภาพอื่นๆที่เห็น ผู้เชี่ยวชาญคิดว่ามันน่าจะเป็นปลาชนิดใดชนิดหนึ่งต่อไปนี้ Striped stingfish, Whitetail goblinfish และ Painted stinger หรืออาจเป็นชนิดพันธุ์ที่ยังไม่มีผู้บรรยายไว้ก็เป็นได้

ผู้เชี่ยวชาญที่เห็นคลิปวิดีโอนี้ต่างเห็นพ้องต้องกันว่า วิธีที่ดีที่สุดในการระบุชนิดพันธุ์ปลาตัวนี้คือการศึกษาตัวอย่างที่จับได้เท่านั้น

ตัวอย่างปลาหินส่วนใหญ่ถูกลากขึ้นมาจากทะเลลึกโดยชาวประมงอวนลากที่จับสัตว์น้ำหน้าดินจำพวกกุ้ง ปู  ปลาหินจำนวนหนึ่งกลายเป็นอาหารจานหรูในแถบเอเชีย ดังที่ผู้เชี่ยวชาญชาวญี่ปุ่นคนหนึ่งบอกว่า “ปลาหินเป็นปลาเนื้ออร่อยที่สุดชนิดหนึ่ง และในญี่ปุ่นก็จัดเป็นปลาที่มีราคาสูงมาก”

 

อ่านเพิ่มเติม : ตำนานแห่งอะโซโลตล์ผู้เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์พบปลาปากคมน้ำลึกในออสเตรเลีย

เรื่องแนะนำ

ความลับของเหล่า วาฬ: พวกมันเหมือนมนุษย์มากกว่าที่คิด

เราเรียนรู้ว่า วาฬ และโลมาบางกลุ่มมีภาษาพูดพื้นถิ่น อาหาร และกิจวัตรเป็นของตัวเอง อันเป็นความแตกต่าง ทางวัฒนธรรมที่เคยคิดกันว่ามีแต่ในหมู่มนุษย์เท่านั้น จอห์น ฟอร์ด อยากมองโลกด้วยสายตา วาฬ วันหนึ่งในฤดูร้อนปี 1978 ขณะที่นักชีววิทยาหนุ่มสวมชุดดำน้ำ กับอุปกรณ์สนอร์เกิลรอท่าอยู่ วาฬเพชฌฆาตฝูงหนึ่งว่ายปรี่มุ่งหน้าสู่ชายหาดกรวดบนเกาะแวนคูเวอร์ในรัฐบริติชโคลัมเบียของแคนาดา ฟอร์ดทิ้งตัวลงในน้ำที่ลึกไม่ถึงสามเมตร ยักษ์ใหญ่เหล่านี้พากันชะลอความเร็วและตะแคงตัว ร่างบางส่วนโผล่พ้นน้ำ ครีบหางที่แผ่เป็นรูปพัดตรงปลายกำลังโบกไปมา พวกวาฬเริ่มบิดและส่ายตัว พวกมันไถสีข้างและหน้าท้องกับหินใต้น้ำทีละตัว ทำนองเดียวกับที่หมีกริซลีถูลำตัวกับต้นสน จากวันนั้นถึงวันนี้ ฟอร์ด ชายวัย 66 ศึกษาวาฬเพชฌฆาตหรือโลมาขนาดใหญ่ที่สุดในอันดับซีเตเชีย (Cetacean) ที่รู้จักกันในชื่อวาฬมีฟัน (toothed whale) มากว่า 40 ปีแล้ว เขาเห็นปรากฏการณ์ที่เรียกกันว่า ถูหาด (beach rubbing) นี้นับครั้งไม่ถ้วน เขาไม่รู้แน่ว่าพวกมันทำแบบนั้นทำไม และสงสัยว่านี่เป็นการผูกสัมพันธ์ทางสังคมรูปแบบหนึ่ง แต่คำถามสำคัญกว่าที่กวนใจเขามาเกือบตลอดชีวิตการทำงานก็คือ ทำไมวาฬเพชฌฆาตหรือออร์กา ฝูงนั้นจึงทำพฤติกรรมดังกล่าว ขณะที่เพื่อนบ้านทางใต้ซึ่งมีหน้าตาเหมือนกันแทบทุกกระเบียดนิ้วกลับไม่ทำ การถูหาดเป็นกิจวัตรของประชากรวาฬกลุ่มนี้ที่เรียกกันว่า ชาวถิ่นเหนือ เพราะในฤดูร้อนและฤดูใบไม้ร่วง พวกมันจะเข้ามาหากินแถบทะเลในแผ่นดินระหว่างภาคพื้นทวีปของแคนาดากับเกาะแวนคูเวอร์ ผิดกับวาฬเพื่อนบ้านทางใต้ ไม่เคยมีบันทึกเลยว่าออร์กาแถบริมชายฝั่งรัฐวอชิงตันที่ผมอาศัยอยู่มีพิธีกรรมแบบนี้ แต่วาฬเพชฌฆาตในรัฐวอชิงตันที่เรียกว่าชาวถิ่นใต้ ก็มีขนบของตัวเอง นั่นคือพิธี […]

จะเป็นอย่างไร? เมื่อทดลองตั้งกล้องถ่ายต้นไม้ไว้ 1 ปี

ลูกหมีขี้สงสัยใคร่รู้ถูตัวของมันเข้ากับเปลือกไม้ตามแม่ กวางตัวหนึ่งเดินเตร็ดเตร่อยู่บนหิมะ ส่วนเจ้าหมาป่าอิตาลีใช้พุ่มไม้แห่งหนึ่งจัดการกับธุระส่วนตัว สัตว์เหล่านี้และช่วงเวลาที่แสดงออกถึงความผูกพันของพวกมันกับผืนป่า ได้ถูกบันทึกไว้โดยกล้องถ่ายวิดีโอตัวหนึ่ง เพื่อถ่ายทอดช่วงเวลา 365 วันที่ผ่านไป ไอเดียโดย Bruno D’Amicis และ Umberto Esposito ช่างภาพ พวกเขาตัดสินใจเลือกต้นไม้ต้นหนึ่งในอุทยานแห่งชาติ Molise ของอิตาลี เพื่อบันทึกการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมรอบๆ ตั้งแต่เดือนมิถุนายน ปี 2016 ถึงเดือนพฤษภาคม ปี 2017 ที่ผ่านมา ตลอด 4 ฤดูที่ผันผ่าน กล้องได้บันทึกความสัมพันธ์อันงดงามของสัตว์น้อยใหญ่และป่าไม้เอาไว้ มีสัตว์มากมายหลายชนิดพากันแวะเวียนมาที่นี่ไม่ว่าจะเป็น หมี, หมาป่า, ตัวแบดเจอร์, กวาง และหมูป่า โดย D’Amicis กล่าวว่า สาเหตุที่เลือกต้นไม้ต้นนี้ก็เพราะตัวเขาสังเกตเห็นหมีตัวหนึ่งถูตัวของมันเข้ากับเปลือกไม้ เป็นการบ่งบอกอาณาเขต ช่างภาพทั้งสองคาดหวังว่าวิดีโอของพวกเขาจะช่วยให้ผู้คนทั่วไปมองเห็นธรรมชาติในมุมที่ไม่เคยเห็นมาก่อน “ผมดีใจมากที่วิดีโอนี้ช่วยให้ผู็คนเข้าใจถึงความสำคัญของผืนป่า และตระหนักได้ว่าแม้แต่นอิตาลีที่เต็มไปด้วยผู้คนมากมายแต่การอนุรักษ์ไว้ซึ่งความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติยังคงมีคุณค่า” D’Amicis กล่าวกับ The Daily Mail เรื่อง คาเซย์ สมิท   อ่านเพิ่มเติม : โลกจะมีหน้าตาเป็นอย่างไร? […]

แกะรอยงาช้างเถื่อน

แกะรอย งาช้างเถื่อน ตอนที่พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาอเมริกันต้องการปรับปรุงห้องจัดแสดงสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมจากทวีปอเมริกาเหนือให้ทันสมัย จอร์จ ดันเต นักสตัฟฟ์สัตว์ ได้รับมอบหมายงานนั้น แต่นักสตัฟฟ์สัตว์ฝีมือระดับโลกอย่างดันเตไม่เคยทำสิ่งที่ผมขอให้เขาทำ และไม่มีใครเคยทำสิ่งนี้มาก่อน ผมอยากให้ดันเตออกแบบงาช้างจำลองซึ่งมีหน้าตาและผิวสัมผัสเหมือนงาช้างของจริง แล้วฝังอุปกรณ์ติดตามผ่านดาวเทียมและระบบจีพีเอสที่สั่งทำขึ้นเป็นพิเศษไว้ภายใน  ในโลกของอาชญากร งาช้างไม่ต่างอะไรจากเงินตรา ดังนั้นจึงเท่ากับว่าผมกำลังขอให้เขาพิมพ์ธนบัตรปลอมเพื่อให้ผมติดตามและแกะรอยได้นั่นเอง ผมจะใช้งาช้างของเขาไล่ล่าพรานฆ่าช้าง และแกะรอยเส้นทางขบวนการค้างาช้างเถื่อนว่า สินค้าเหล่านี้ลงเรืออะไร ออกจากท่าเรือแห่งไหน ผ่านเมืองและประเทศใดบ้าง และมีจุดหมายปลายทางอยู่ที่ใด พ่อค้างาช้างจะทดสอบสินค้าโดยใช้มีดขูดผิวงาหรือเอาไฟลน งาช้างก็คือฟันดีๆ นี่เอง เพราะฉะนั้นจึงไม่ละลาย งาของผมต้องมีคุณสมบัติเหมือนงาช้าง “และผมต้องหาวิธีทำให้มันแวววาวด้วยสินะ” ดันเตเอ่ย เขาหมายถึงความเงางามของงาช้างที่ได้รับการทำความสะอาดแล้ว จอร์จ ดันเต ก็เหมือนคนอีกมากมายในโลกที่รู้ว่า ช้างแอฟริกาถูกล่าอย่างหนัก ความนิยมในงาช้างที่ดูเหมือนไม่รู้จักพอของชนชั้นกลางชาวจีนที่เติบโตขึ้น กอปรกับปัญหาความยากจนในแอฟริกา การบังคับใช้กฎหมายที่ย่อหย่อนและฉ้อฉล ทั้งหมดเป็นปัจจัยที่เกื้อหนุนให้สถานการณ์สุกงอม ส่งผลให้ช้างแอฟริกาถูกฆ่า ปีละประมาณ 30,000 ตัว งาช้างผิดกฎหมายส่วนใหญ่มีจุดหมายปลายทางอยู่ที่จีนที่ซึ่งตะเกียบงาคู่หนึ่งอาจมีราคาสูงกว่าหนึ่งพันดอลลาร์สหรัฐ และงาช้างแกะสลักขายได้กิ่งละหลายแสนดอลลาร์สหรัฐ ปัจจุบัน ภูมิภาคแอฟริกาตะวันออกคือแดนวิกฤติของการฆ่าช้าง เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา รัฐบาลแทนซาเนียประกาศว่า ประเทศสูญเสียช้างถึงร้อยละ 60 ในช่วงห้าปีที่ผ่านมา โดยลดลงจาก 110,000 ตัวเหลือไม่ถึง 44,000 ตัว ในช่วงเวลาเดียวกัน […]

ทักษะการพรางตัวอันน่าทึ่งของหมึกกระดอง

ทักษะการพรางตัวอันน่าทึ่งของหมึกกระดอง เจ้าพวกนี้คือลูกหมึกกระดองลายเสือ จากอควาเรียม Den Bla Planet ในกรุงโคเปนเฮเนกน เมืองหลวงของเดนมาร์ก แต่อย่าประมาทว่าพวกมันเป็นแค่เพียงตัวอ่อน เพราะหมึกกระดองเหล่านี้มีทักษะการพรางตัวและลอกเลียนแบบอันน่าทึ่งอยู่ในสายเลือด และที่เห็นอยู่นี้พวกมันกำลังแปลงกายเป็นปูเสฉวน ด้วยปุ่มเล็กๆ บนผิวหนังที่มีชื่อเรียกว่า Papille และกล้ามเนื้อสองประเภทของหมึกทำหน้าที่สำคัญที่ช่วยให้การลอกเลียนแบบเป็นไปอย่างแนบแนียน หนึ่งคือกล้ามเนื้อลายที่มีลักษณะเหมือนกล้ามเนื้อของเรา ช่วยให้หมึกกระดองยกปุ่มบนผิวของมันขึ้นอย่างรวดเร็ว สองคือกล้ามเรียบซึ่งช่วยให้ร่างกายของมันคงรูปร่างเช่นนั้นไว้ได้นานนับชั่วโมง โดยใช้พลังงานเพียงน้อยนิดเท่านั้น ซึ่งช่วยให้การพรางตัวหรือลอกเลียนแบบสิ่งมีชีวิตอื่นเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น   อ่านเพิ่มเติม โลมาปากขวดดับอนาถ หมึกติดคอ